ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : เสียงแกว่งทำป้อแป้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

ทุลักทุเลกว่าจะเอาตัวรอดไปอย่างหืดจับ

ช็อตแก้ไขการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 รอบใหม่ ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากเกิดเรื่องด่างพร้อย ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน

กว่าจะสอบซ่อมผ่านก็แทบรากเลือด ต้องโหวตซ้ำกันรอบที่ 3 เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในซีนคาดไม่ถึงที่จู่ๆก็มีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ระหว่างการโหวตลงมติมาตรา 6

ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้เป็นเพราะคอมพิวเตอร์เออเรอร์ หรือฮิวแมนเออเรอร์ แต่ที่แน่ๆสร้างความปั่นป่วนไปทั้งห้องประชุม ต้องกลับไปตั้งต้นโหวตวาระ 2 กันใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ทั้งที่อภิปรายผ่านครึ่งทางไปแล้ว

กันเหนียวไว้ก่อน ไม่เสี่ยงเดินหน้าลุยต่อ กลัวถูกจับแพ้ฟาวล์ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการผ่านร่างกฎหมายสำคัญซ้ำแล้วซ้ำอีก

ยอมเสียเวลา เสียฟอร์ม เสียหน้าดีกว่าพังกันไปทั้งฉบับ

ปัญหาองค์ประชุมยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลแก้ไม่ตก มาตั้งแต่ตอนโหวตตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ที่เป็นต้นเหตุทำสภาล่ม 2 แมตช์ติดๆ

ต่อให้ใช้กล้วยหลอกล่อ ใช้งูเห่าเป็นกำลังเสริมเพิ่มแต้มในมือพาพ้นระดับเสียงปริ่มน้ำไปหลายช่วงตัว แต่สุดท้ายก็ยังแพ้ภัยตัวเองเรื่องเดิมๆ

แก้เกมกันยังไม่สำเร็จ โดยเฉพาะรอบล่าสุด การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่ฝ่ายค้านประกาศล่วงหน้าจะไม่ร่วมสังฆกรรมในการลงมติ

ฝั่งรัฐบาลอุตส่าห์วางแผนเตรียมตัวรับมือเป็นอย่างดี เพราะไม่สามารถยืมจมูกฝ่ายค้านหายใจ ใช้เป็นองค์ประชุมในการโหวตรายมาตราได้ แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นอีก

หวิดพังตั้งแต่ออกสตาร์ต ลงมติวาระ 2 ในมาตราแรก ที่มี ส.ส.รัฐบาลอยู่ในห้องประชุม 250 คน เกินองค์ประชุมฉิวเฉียดแค่เสียงเดียว

ไม่สามารถระดมพลให้ฟูลทีมได้ในช่วงอภิปรายกฎหมายสำคัญ

การโหวตในช่วงแรกตะกุกตะกัก เพราะเสียง ส.ส.ในห้องประชุมมีอยู่ก้ำกึ่ง สมาชิก ไม่มีใครกล้าออกจากห้องประชุมโดยพลการ แม้กระทั่งจะลุกไปเข้าห้องน้ำยังต้องขอเวลานอก ให้พักการประชุม

หนักสุดถึงขั้นที่ ส.ส.แม่ลูกอ่อนอายุ 8 เดือน อย่าง “ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ต้องนั่งก้มหน้าก้มตาปั๊มนมให้ลูกน้อยอยู่ในห้องประชุมสภา

ไม่สามารถออกไปพักนอกห้องประชุมได้ กลัวจะกลับมาลงคะแนนไม่ทันตามภาวะเสียงหมิ่นเหม่อยู่ในขณะนั้น ขืนพลาดท่าองค์ประชุมล่มขึ้นมาเมื่อใด รัฐบาลก็พังทันที

ต้องจูนเครื่องอยู่พักใหญ่กว่าจะตาม ส.ส.กลับมาให้พ้นภาวะเสียงหมิ่นเหม่ได้

เรือเหล็กของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับมาโคลงเคลง จากสภาพปัญหาการบริหารจัดการภายในทีม สะบักสะบอมกันอย่างหนักกว่าจะเอาตัวรอดในรอบนี้มาได้

ยังไม่นับรวมถึงความวุ่นวายที่ตั้งเค้าตามมาหลังจากนี้ ทั้งกรณีศาลรัฐธรรมนูญเตรียมชี้ชะตาจะยุบพรรคอนาคตใหม่ คดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ในวันที่ 21 ก.พ.นี้หรือไม่

“ลุงตู่” ต้องเตรียมรับศึกหนักเพิ่ม จากการเมืองในสภาอาจลามไปสู่นอกสภา

หรือกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต.ของฝ่ายค้าน พุ่งเป้าใหญ่ไปที่ “บิ๊กตู่” เสร็จศึกซักฟอกยังไงรัฐบาลก็ต้องมีร่องรอยบอบช้ำ ไม่มากก็น้อยจากสภาพปัญหาต่างๆที่เพาะบ่มมาจนได้ที่

ลากไปสู่ไฟต์บังคับ คิวการปรับ ครม.ที่หลายก๊วนในค่ายพลังประชารัฐแข่งกันโชว์พาวให้เห็นถึงขุมกำลังในฝั่งของตัวเอง

อย่างที่เห็นคิวแสดงพลังของกลุ่มสามมิตรในการนำทีม ส.ส.พบปะสังสรรค์ออกสื่อกันอย่างเอิกเกริกช่วงที่ผ่านมา หรือล่าสุดก๊วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำทีม 80 ส.ส.ไปกินอาหารกลางวัน ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่

แต่ละฝ่ายแย่งกันประกาศศักดา โชว์แสนยานุภาพของฝ่ายตัวเองเต็มที่

พวกรุ่นเก๋าในพรรคอย่าง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และนายสุชาติส่งสัญญาณทวงโควตารัฐมนตรี เร้ากระแสให้มีการปรับ ครม.

ขณะที่พวกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหมดเวลาโปรโมชันเก้าอี้รัฐมนตรีต่างพยายามรักษาโควตาที่นั่ง สถานการณ์ส่อเค้าฝุ่นตลบค่ายพลังประชารัฐในอีกไม่ช้านาน

คนในไม่อยากออก แต่คนนอกรอต่อคิวมากมาย หากการบริหารจัดการภายในทีมยังแย่อยู่ ดูทีท่า “ลุงตู่” ลำบากหนักกว่าเดิมแน่.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี63ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านซักฟอกปรับ ครม.ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้