ข่าว
100 year

เลื่อนอ่านคำพิพากษา นปช.บุกบ้านป๋าเปรม 30 เม.ย. "นพรุจ" ไม่ได้รับหมายศาล

ไทยรัฐออนไลน์6 ก.พ. 2563 11:25 น.
SHARE

ศาลสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดี นปช.บุกบ้านป๋าเปรม ปี 2550 เป็น 30 เม.ย. 2563 เวลา 9 โมงเช้า เหตุ นพรุจ จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับหมายศาล ณัฐวุฒิ บอกไมถึงกับปลง น้อบรับคำตัดสินได้ทุกอย่าง 

วันที่ 6 ก.พ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 พร้อมมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อพวกตนมีแนวทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในทุกคดีความ ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี คดีนี้เราต่อสู้ถึงชั้นศาลฎีกา ปรึกษาหารือกันแล้ว กลับคำให้การเป็นรับสารภาพในชั้นฎีกา แสดงความสำนึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นเหตุที่เกิดจากเจตนาของพวกตนตั้งแต่ต้น เราประสงค์ไปชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อพูดจาปราศรัยต่อต้านรัฐประหาร เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่มีความประสงค์เผชิญหน้าเจ้าหน้าที่หรือให้เกิดเหตุบานปลายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ วันนี้จึงเข้ารับการฟังพิพากษาคดี ไม่ว่าศาลท่านจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร พวกตนเคารพและน้อมรับ ถ้าหากผลแห่งคำพิพากษานั้นจะต้องทำให้โชคชะตามีหรือไม่มีอิสรภาพ ก็เคารพและน้อมรับ

เมื่อถามถึงความรู้สึกปลงและคาดหวัง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงไม่ถึงกับปลง มนุษย์จะผ่านเหตุการณ์ทุกอย่างได้เมื่อยืนอยู่บนโลกของความจริง สำหรับตนวันนี้มีคดีความจากการต่อสู้ทางการเมืองมากมาย ชีวิตเดินอยู่บนความไม่แน่นอน วันนี้มาฟังคำพิพากษาสองอย่างเท่านั้น 1.ได้กลับบ้าน 2.ต้องใช้ชีวิตเยี่ยงคนไร้อิสรภาพ เป็นการเดินไปตามเส้นทางของโชคชะตา ไม่ใช่เรื่องของการวิตกกังวลหรือปลง เป็นการพูดความจริงกับตัวเองและสื่อสารความจริงกับสังคม ตนคงไม่แสดงความคาดหวัง ศาลนัดอ่านคำพิพากษา จะแสดงความคาดหวังอย่างหนึ่งอย่างใดคงไม่ควร คำพิพากษาจะเป็นประการใดสักครู่คงได้รับทราบ

ถามกรณีผลพิพากษาเป็นลบและความรู้สึกห่วงใยพี่น้อง นปช. นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงสถานการณ์ประเทศมากกว่า ต้องยอมรับว่าถึงขณะนี้ เรื่องความเป็นประชาธิปไตยยังมีปัญหา สิ่งที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้องของพี่น้องประชาชนกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างที่ไม่เห็นใครมีความสามารถเพียงพอที่จะเยียวยาแก้ไข ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ข้อเท็จจริงที่ตนได้สัมผัสจากผู้คนเขาสะท้อนมาอย่างนี้จริงๆ ความห่วงใยที่มีต่อพี่น้อง นปช. คนที่ได้ร่วมต่อสู้กันมายังคงมีอยู่อย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าคือชะตากรรมเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้องของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าใครเคยใส่เสื้อสีอะไรอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม วันนี้เดือดร้อนยากลำบากเท่าเทียมเสมอภาคกัน ขอส่งความห่วงใยนี้ไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน

“อยากจะเรียนยืนยันตรงนี้ว่าจุดยืนและหลักการทางการเมืองของผมยังคงเป็นอย่างเดิมทุกประการ ผมไม่ยอมรับการรัฐประหาร ผมยืนยันหลักการประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปรารถนาจะให้สังคมไทยสงบสุข อยู่ร่วมกันได้ทุกฝ่าย ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย วันนี้ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอิสรภาพหลังจากนี้ ก็หวังใจว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยจะไม่เดินไปสู่การเผชิญหน้า จะไม่เดินไปสู่วิกฤติลุกลามบานปลาย อยากให้ทุกฝ่ายสัมผัสและสรุปบทเรียนจาก 10 กว่าปีที่ผ่านมา” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า พวกตนคือคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ ผ่านเหตุการณ์อะไรต่างๆ มามากมาย เช่นเดียวกับแกนนำพันธมิตรฯ กปปส. มีคดีความอยู่ไม่น้อยในกระบวนการยุติธรรม นี่คือบาดแผลทั้งที่เกิดขึ้นกับบุคคลและเกิดขึ้นกับบ้านเมือง ท่ามกลางบาดแผลดังกล่าวไม่ปรากฏว่าทิศทางของประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างที่หลักการประชาธิปไตยสากลยอมรับกันโดยทั่วไป ก็ขอให้ใครที่มีบทบาท ปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองกันอยู่ เก็บบทเรียนเหล่านี้เพื่อทำให้สถานการณ์ของประเทศดีขึ้น ด้วยสติด้วยปัญญา ความอดทนมั่นคงต่อหลักการที่ถูกต้อง เสียสละ

ล่าสุด ศาลมีคำสั่ง เลื่อนอ่านคำพิพากษา เหตุ นายนพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับหมายศาล มีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาไปเป็นวันที่ 30 เม.ย. เวลา 09.00 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกาบุกบ้านป๋าเปรมณัฐวุฒิใสยเกื้อนปช.แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติบุกบ้านบ้านสี่เสาเทเวศร์เปรม ติณสูลานนท์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้