ไลฟ์สไตล์
100 year

ซักฟอก 3 วัน 24-26 ลงมติ 27 กุมภาพันธ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.พ. 2563 05:15 น.
SHARE

ชวนไม่ให้แก้ญัตติ ‘3 มิตร’ ระดม-สู้ศึก 7 ก.พ.ตัดสิน กม.งบ 21 ก.พ.ชี้ชะตา อนค.

“ชวน” ปิดประตูแก้ไขญัตติอภิปราย บอกให้ไปว่ากันในสภาที่ประชุม 3 ฝ่าย เคาะวันซักฟอก 24-26 ก.พ. ให้เวลา 3 วัน ฝ่ายค้านยอมเลี่ยงคำรุนแรงในญัตติ “สมคิด” รื้อฟื้นสัมพันธ์ก๊วนสามมิตร รวมพลังรับศึกใหญ่ แต่ไร้เงา “สนธิรัตน์” “อุตตม-สุริยะ” รีบปัดรวมหัวกดดันปรับ ครม.-ต่อรองเก้าอี้ “สมศักดิ์” ไล่บี้พรรคร่วมต้องช่วย “บิ๊กตู่” “เทพไท” โบ้ยไม่ใช่องครักษ์ “ตู่-ป้อม” พลิ้วขอพิทักษ์ข้อบังคับ โฆษก พท.ย้ำหน้าที่รัฐบาลแค่ตอบคำถาม ศม.ไม่มีวันขับ “มิ่งขวัญ” พ้นพรรค ศึกภายใน กมธ.ป.ป.ช.ไม่จบง่ายๆ “เสรีพิศุทธ์-สิระ-ปารีณา” ร้องกันนัวเนีย

ข่าวแนะนำ

ในที่สุดที่ประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี มีความเห็นพ้องกันที่จะให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 24-26 ก.พ. เป็นเวลารวม 3 วัน และไปลงมติกันวันที่ 27 ก.พ. แต่ยังเปิดช่องไว้หากอภิปรายไม่เสร็จสามารถต่อได้อีก 1 วัน

“ชวน” ไม่ให้แก้ไขญัตติอภิปราย

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีวิปรัฐบาลขอให้แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า คงไม่มีการแก้ไขแล้ว จากการตรวจสอบมีปัญหาเฉพาะลายเซ็นผู้เสนอญัตติคนหนึ่งที่เซ็นไม่เหมือนกับลายเซ็นที่ให้ไว้ สอบถามและได้รับการยืนยันมาแล้ว ส่วนข้อความในญัตติเป็นเท็จหรือไม่นั้นขอให้ไปว่ากันตอนอภิปราย ไม่ทราบเช่นกันว่าข้อความใดเป็นเท็จหรือไม่เป็นเท็จ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้นที่สุด ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ว่าผู้เสนอเป็นผู้พูดฝ่ายเดียว อีกฝ่ายมีสิทธิโต้ตอบเช่นกัน เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลเสนอให้อภิปรายวันที่ 25-27 ก.พ. และลงมติในวันที่ 28 ก.พ. นายชวนตอบว่า ตั้งใจจะกันวันที่ 28 ก.พ. ไว้สำหรับใช้ประชุมนัดพิเศษประจำเดือน เพื่อให้ญัตติที่ค้างอยู่พิจารณาให้ได้มากที่สุด ให้เป็นวันสะสางงาน นอกจากนี้ยังมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีก ส่วนที่ฝ่ายค้านเสนอว่าหากอภิปรายไม่เสร็จ เสนอให้เปิดประชุมวิสามัญต่อนั้น ไม่ควรเป็นเช่นนั้น

หารือสามฝ่ายเคาะวันซักฟอก

ต่อมาเวลา 09.30 น. นายชวนเป็นประธานการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทน ครม. เพื่อกำหนดวันพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี โดยตัวแทนวิปรัฐบาลที่เข้าประชุม อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ตัวแทนวิปฝ่ายค้านคือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน และตัวแทน ครม.คือ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใช้เวลาในการหารือร่วมกันประมาณ 30 นาที

รัฐบาลวางกรอบไว้ 24–26 ก.พ.

จากนั้นนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี ส่วนเรื่องถ้อยคำในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน นายสมพงษ์รับจะปรับให้เหมาะสมป้องกันไม่ให้มีการประท้วง ส่วนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจให้เริ่มวันที่ 24 ก.พ. โดยให้เวลา 3 วัน หากเสร็จได้ก็จะดี ส่วนหากจะให้ย้ายมาเริ่มอภิปรายวันที่ 19 ก.พ. ตามที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ช่วงระหว่างวันที่ 19-21 ก.พ. รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมีกำหนดการทำงาน เช่น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศจะเดินทางไปต่างประเทศ นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่าได้รับการประสานจากตัวแทน ครม.ว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันให้อภิปรายในวันที่ 24-26 ก.พ. และลงมติกันในวันที่ 27 ก.พ. แต่หากการอภิปรายไม่จบภายใน 3 วัน จะขยายเวลาให้อภิปรายถึงวันที่ 27 ก.พ. และไปลงมติในวันที่ 28 ก.พ.

“สมพงษ์” เลี่ยงคำรุนแรงในญัตติ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวันอภิปราย แต่วางไว้ 2 แนวทาง คือ 1.เริ่มอภิปรายวันที่ 18 ก.พ. ไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนความ หรืออภิปรายตั้งแต่วันที่ 24-26 ก.พ. ใช้เวลา 3 วัน ถ้าเสร็จก็ลงมติวันที่ 27 ก.พ. แต่ถ้าไม่เสร็จก็เพิ่มไปอีก 1 วัน แล้วไปลงมติในวันที่ 28 ก.พ. วันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ หลังจากนี้ตัวแทนรัฐบาลจะนำกรอบเวลานี้ไปหารือกับนายกฯเพื่อนำผลมาแจ้งต่อประธานสภาฯอีกครั้ง ส่วนกรอบเวลาที่วิปรัฐบาลเสนอมาวันที่ 25-27 ก.พ.นั้น ฝ่ายค้านไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด ถือเป็นการบีบกันเกินไป ส่วนที่วิปรัฐบาลขอให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติที่มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมนั้น ได้รับความชัดเจนจากประธานสภาฯแล้วว่าฝ่ายค้านไม่ จำเป็นต้องแก้ไขเนื้อหาในญัตติ ถ้าจะให้เอาใจรัฐบาล ฝ่าย ค้าน อาจไม่อ่านเนื้อหาในญัตติที่มีการใช้ถ้อยคำรุนแรง

รื้อฟื้นสัมพันธ์ก๊วนสามมิตร

ที่โรงแรมสุโกศล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และ หัวหน้า พปชร. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กรรมการบริหารพรรค นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรคนัดรับประทานอาหารกลางวันกับนายสมคิด จาตุศรี-พิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยมี ส.ส.ในกลุ่มประมาณ 40 คนร่วมด้วย อาทิ นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี นายพยม พรมเพชร ส.ส. สงขลา นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส รวมถึง กลุ่ม ส.ส.กทม. อาทิ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ น.ส.ภาดา วรกานนท์ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ นายศิริพงษ์ รัสมี แต่เป็น ที่น่าสังเกตว่าไม่มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรค มาร่วมด้วย

“สมคิด” อ้างแค่มาให้กำลังใจ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวว่า การนัดรับประทานอาหารครั้งนี้ไม่มีนัยอะไร ไม่ได้มาให้นโยบาย เพราะไม่เกี่ยวกับพรรคอยู่แล้ว มาให้กำลังใจเท่านั้นคนทำงานจะได้มีกำลังใจ กลุ่มส.ส.พปชร. มาประชุมหารือกันว่าจะดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร ให้สมบูรณ์ทั้งข้อมูลการวางตัว วางแผนการอภิปรายให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าเป็นห่วงประเด็นเศรษฐกิจหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า นายกฯตอบได้ทุกคำถามอยู่แล้ว ข้อมูลอยู่ในหัวท่านอยู่แล้ว เพียงแต่หยิบมาใช้ในเรื่องที่เป็นประเด็น นายกฯไม่ได้ มอบหมายใครทั้งนั้น ท่านก็ดูของท่าน ส่วนคนที่เกี่ยวข้องก็ช่วยชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง หน้าที่ของผู้บริหารสูงสุดเป็นเรื่องนโยบาย ส่วนการขับเคลื่อนเป็นเรื่องของกระทรวง เมื่อถามว่ามีข้อสังเกต ว่าการพบกันครั้งนี้เพราะบางคนหวั่นจะหลุดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหลังการอภิปราย นายสมคิดกล่าวยิ้มๆว่า “ไม่มีหรอก อย่าช่างสังเกตนักสิ”

“อุตตม” ปัดรวมหัวต่อรองเก้าอี้

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้า พปชร. กล่าวว่า พรรคเตรียมตัวเต็มที่ ส.ส.พรรคมาทานข้าว มาให้กำลังใจกัน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเพียงแค่ ส.ส. ในกลุ่มสามมิตร เพราะทุกกลุ่มทุกคนก็ให้กำลังใจกัน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ เราอยู่ร่วมกัน เราเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว พปชร.คือหนึ่งเดียว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลคิดว่าควรมีเวทีเช่นกัน ยืนยันที่มารวมตัวกันวันนี้ไม่ได้แสดงพลังต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี หากมีปรับ ครม.หลังการอภิปราย

“สุริยะ” โชว์เก๋าเคยผ่านมาแล้ว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เคยประกาศยกเลิกกลุ่มไปแล้ว แต่เมื่อมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลุ่มสามมิตรต้องมาช่วยระดมความคิด เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์หลายคนผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว จึงมาหารือเก็งข้อสอบและเตรียมข้อมูลช่วยเหลือนายกฯ จากการดูข้อมูลเบื้องต้นที่ฝ่ายค้านระบุในญัตติว่า ทั้ง “กร่าง” และ “เถื่อน” ส.ส.กลุ่มสามมิตรจะช่วยท่านตรงนี้ได้ และประเด็น “สืบทอดอำนาจ” และ “เป็นเผด็จการ” ฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่มีน้ำหนัก เพราะนายกฯเข้ามาตามกระบวนการ ตนจะให้การบ้าน ส.ส.ไปเตรียมข้อมูลต่างๆส่งให้กับพรรค ต้องชมเชยพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศว่าจะช่วย

ไม่ได้แสดงพลังกดดันปรับ ครม.

เมื่อถามว่าการมารวมตัวของกลุ่มสามมิตรอีกครั้งตรงนี้สะท้อนถึงความแตกแยกในพรรคหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ไม่มี ยืนยันว่าการรวมตัวของ ส.ส.กลุ่มสามมิตรวันนี้ไม่เกี่ยวกับการแสดงพลังในการปรับ ครม.หลังการอภิปราย แต่มารวมตัวเพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรี เมื่อการอภิปรายจบกลุ่มสามมิตรจะสลายตัว

ไล่บี้พรรคร่วมต้องช่วย “บิ๊กตู่”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า มาหารือเตรียมความพร้อมการอภิปราย เพื่อให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ตื่นตัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะต่อตัวนายกฯ ทุกคนเกี่ยวข้องต้องทำการบ้านหาข้อมูล ซักซ้อมว่าจะช่วยกันอย่างไร หากนายกฯพลาดพลั้งก็ล้มเหลวไปทั้งหมด รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลต้องทำการบ้านต้องทำงานร่วมกัน ให้ผู้นำรัฐบาลต้องอยู่ให้ครบ 4 ปี ต้องเดินไปให้ได้ หากไม่อยากให้ถูกมองในมุมอื่นต้องมาช่วยกัน เพื่อให้รัฐบาลเข้มแข็งและแข็งแรง ทั้งนี้ กลุ่มสามมิตรไม่ได้มารวมตัวเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี คำว่ากลุ่มสามมิตร เราบอกว่าเราจะไม่ใช้กันแล้ว แต่ในบางกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ก็ไม่ว่ากัน เมื่อถามว่า ญัตติที่ฝ่ายค้านส่วนใหญ่เป็นเรื่องเก่าสมัยรัฐบาล คสช. นายสมศักดิ์ตอบว่า บอกไปแต่แรกแล้วว่าประธานรัฐสภาต้องเป็นผู้ช่วยดู ญัตติที่เขียนเป็นเรื่องเก่า หากบรรจุเข้าไปจะเป็นปัญหา เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีประท้วงขึ้นมาก็ต้องเข้าใจกัน

ไม่รู้ทำไม “สนธิรัตน์” ไม่มีเอี่ยว

นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า งานนี้นายสมคิดและนายอุตตม เป็นเจ้าภาพ เพื่อสะท้อนให้ตื่นตัวรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายสมคิดระบุว่า หากนายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องการข้อมูลสามารถประสานที่นายอุตตมและตนได้ทันที ส่วนที่มีข้อกังวลว่า ส.ส.จะช่วยเฉพาะนายกฯและ พล.อ.ประวิตรนั้น คิดว่าคงช่วยทุกคน รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อถามว่า เหตุใดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค ถึงไม่มาร่วมด้วย นายอนุชากล่าวว่า ไม่ทราบ

โบ้ยไม่ใช่องครักษ์พิทักษ์ “ตู่-ป้อม”

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากมติพรรคเสนอให้ตนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมคอยควบคุมการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมฯ ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นองครักษ์ให้กับใคร ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เพราะทราบว่าท่านมีองครักษ์พิทักษ์อยู่แล้วจาก ส.ส.พปชร.กว่า 20 คน “เรื่องพิทักษ์ลุงตู่และลุงป้อมเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ” แต่ขอทำหน้าที่พิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแทนดีกว่า คิดว่าการอภิปรายน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประธานฯน่าจะคุมการประชุมให้เรียบร้อยได้ การอภิปรายของฝ่ายค้านที่ผ่านมาก็อยู่ในกรอบมีข้อมูล ไม่มีการเสียดสีจนถึงขั้นให้ถอนคำพูด การที่ญัตติมีเนื้อหารุนแรงหวือหวาเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องมาเขียนสดุดีเยินยอกัน เพราะการอภิปรายเหมือนการประหารชีวิตกันทางการเมือง การที่วิปฝ่ายรัฐบาลจะขอให้แก้ไขญัตติ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โอ่มือที่ไม่มีแผลจับยาพิษได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับตนไม่มีองครักษ์พิทักษ์เหมือนกับคนอื่น และไม่คิดว่าต้องมีด้วย แต่ถ้ามีเขาคงปกป้องระบบหรือระเบียบข้อบังคับ สำหรับตนทราบข้อกล่าวหาแล้ว ท่องจำขึ้นใจ และถือหลักที่พระพุทธเจ้าสอน เป็นธรรมะวันละบทคือ “มือที่ไม่มีบาดแผลแม้จับยาพิษก็ไม่ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้” อย่างไรก็ตาม นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลและความอยู่รอดหรือไม่รอดของหัวหน้ารัฐบาล ก็คือความอยู่รอดหรือไม่รอดของ ครม.ทั้งคณะ ฉะนั้นญัตติทั้ง 30 ประเด็นที่ตั้งมา คงได้เห็นแล้วว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่น และเป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว บางเรื่องเป็นเรื่องของ คสช. เมื่อนายกฯต้องตอบก็จำเป็นต้องให้ผู้ที่รู้เรื่องมาช่วยชี้แจง ซึ่งไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา แต่โดยหลักคิดว่านายกฯตอบเองทั้งนั้น

หน้าที่รัฐบาลแค่ตอบคำถาม

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯอาจทำใจลำบากที่จะต้องถูกขึงพืดตรวจสอบ แต่ขอให้ทำความเข้าใจว่าเมื่อเลือกจะสืบทอดอำนาจ ตัวช่วยมากมายที่เคยมีอาจเหลือไม่เท่าเดิม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะทวงบุญคุณ อย่ามาทวงกับประชาชน ให้ไปทวงกับแม่น้ำ 5 สาย ที่สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหมือนปล้นเช็กเปล่าจากประชาชนไปกรอกเงินตามอำเภอใจ ทำให้ประเทศเสียโอกาส การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ถ้า เห็นว่าไม่โปร่งใส ฝ่ายค้านก็ถาม รัฐมนตรีก็ตอบ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะตอบได้หรือไม่ ผ่านหรือไม่ผ่าน ประชาชนดูอยู่ คงตัดสินและประเมินผลได้ สิ่งที่ประชาชนไม่สบายใจคือการพยายามชี้นำกดดันประธานสภาฯหลายครั้ง เพื่อให้รัฐบาลได้ประโยชน์มากที่สุด

มั่นใจมีหลักฐานมัดแน่น

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตนจะอภิปรายนายกฯ และ พล.อ. ประวิตร เพราะมั่นใจในข้อมูลเด็ดที่มีอยู่ เป็นหลักฐานที่มัดแน่นส่อไปทางทุจริต ข้อมูลที่มีนั้นผู้กระทำผิดไม่ใช่แค่ผู้มีอำนาจ แต่โยงไปถึงเจ้าสัวที่มีส่วนร่วมในการโกงบ้านกินเมืองด้วย จะทำให้ประชาชนเห็นการกระทำผิดที่ชัดเจน แล้วนำไปสู่การลงโทษคนที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมดอย่างสาสม เพราะหลักฐานที่ตนนำมาแสดงเป็นที่ประจักษ์มัดแน่น เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเห็นต้องนำไปดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษ หากเห็นหลักฐานแล้วไม่ทำอะไร เจ้าหน้าที่เองจะกลายเป็นผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อาจมีความผิดเสียเอง

ศม.ไม่มีวันขับ “มิ่งขวัญ” พ้นพรรค

ขณะที่นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) พร้อม 4 ส.ส. ร่วมแถลงถึงจุดยืนพรรค นายสุภดิชกล่าวว่า การตัดสินใจออกจากฝ่ายค้าน เพราะมติพรรคส่วนใหญ่มักไม่ตรงกับมติวิปฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาเรายึดถือประชาธิปไตย ยอมรับในความเห็นต่าง และรัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ไว้ ส่วน ส.ส.คนใดไม่เห็นด้วยกับมติพรรค เรารับฟังความเห็นต่างเสมอ เมื่อมติพรรคกับวิปฝ่ายค้านไม่ตรงกันเราจึงขอถอนตัว และดำเนินการอิสระตามแนวทางของพรรค ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง เมื่อถามว่า แนวทางของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คืออยู่กับฝ่ายค้าน จะขับออกจากพรรคหรือไม่ นายสุภดิชตอบว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ นายมิ่งขวัญไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ขับออกจากพรรคแน่นอน และยังบอกไม่ได้ว่าจะโหวตหนุนฝ่ายรัฐบาลในการอภิปรายครั้งนี้หรือไม่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ประสานหรือติดต่อเข้ามา ยืนยันว่าเราไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

“เสรีพิศุทธ์” บี้รวบสอบเสียบบัตร

อีกเรื่อง นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และคณะรวม 82 คน ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเป็นแผ่นซีดี น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ ที่แถลงข่าวกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ยื่นคำร้องใหม่อีก 1 ฉบับ รวมทุกกรณีเกี่ยวกับการเสียบบัตรแทนกันเป็น 1 คำร้อง ได้แก่ กรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง กับนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พปชร. กับนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส. บุรีรัมย์ ภท. การแถลงข่าวเปิดเผยกรณีเสียบบัตรแทนกันของ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ และคลิปลงคะแนนแทนกันของพรรคพลังท้องถิ่นไท ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของคำร้องก่อนส่งให้ศาลรัธรรมนูญพิจารณา

ย้อนเกล็ด “สิระ” ส่อปฏิบัติมิชอบ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พปชร. ในฐานะกมธ.ป.ป.ช.จะให้ กมธ.ตรวจสอบบ้านรุกลำน้ำเจ้าพระยาว่า หลักฐานของนายสิระเป็นภาพเดิม 20 ปีแล้ว บ้านพักเป็นของตนจริง ยืนยันไม่ได้รุกล้ำลำน้ำ โดยปี 2552 นายตำรวจที่ตนสั่งสอบสวนกรณีเกี่ยวพันกับบ่อน ป.ประตูน้ำ ร้องให้ตรวจสอบมาแล้ว ผลสรุปทั้งฝ่ายตำรวจและอัยการไม่สั่งฟ้อง ท่าเรือก็ไม่เคยต่อเติมอะไรใหม่นอกเหนือไปจากที่กรมเจ้าท่าอนุญาต ตนกำลังพิจารณาเรื่องหมิ่นประมาทและให้การเท็จ ทั้งจะพิจารณาว่า ที่ กมธ.ออกไปตามที่ต่างๆเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ นายสิระเข้ามาเป็น กมธ.ก็เพื่อเสนอญัตติให้ยุติการสอบนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ

คู่ป่วนโวยไม่เลิกไม่สอบตัวเอง

ขณะที่ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช. ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทำหน้าที่ประธาน แต่เกิดเหตุปั่นป่วนตั้งแต่เริ่มประชุม เมื่อนายสิระเดินตรงไปหา พล.ต.อ.เสรี–พิศุทธ์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ เพื่อยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการทำงานของกรมเจ้าท่า และกระทรวงคมนาคม ปล่อยปละละเลยให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์สร้างบ้านพักรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ยอมรับเรื่อง พร้อมกล่าวว่า ยื่นแทรกวาระประชุมไม่ได้ ให้ไปยื่นกับฝ่ายเลขานุการ นายสิระจึงกล่าวเสียงดังโวยวายว่า ประธานไม่รับการตรวจสอบเรื่องของตัวเอง จากนั้นเดินออกจากห้องประชุมไปทันที ส่วน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พปชร. พยายามทวงถามเรื่องที่ยื่นไว้ ก่อนจะมีการประท้วงตอบโต้กันไปมาระหว่าง น.ส.ปารีณากับ กมธ.คนอื่น จน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ต้องกล่าวตัดบทให้เข้าสู่วาระการประชุมเพื่อยุติความวุ่นวาย

“เอ๋” รุกยื่น “ชวน” สอบจริยธรรม

ต่อมา น.ส.ปารีณา แถลงถึงการยื่นร้องเรียนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เลือกปฏิบัติ ไม่ยอมรับเรื่องร้องเรียนใน กมธ.ว่า การไม่รับเรื่องร้องเรียนทำให้เกิดปัญหาใน กมธ. เช่น กรณีนายสนธยา สวัสดี ยื่นร้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เรื่องหมิ่นเบื้องสูง รวมถึงการทุจริตอีก 3-4 เรื่อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามบ่ายเบี่ยงนำไปสู่การต่อว่าตนด้วยคำว่า “เสือก” เช่นเดียวกับกรณีที่นายสิระร้องให้ตรวจสอบบ้านรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าไม่อยากรับเรื่องที่ตัวเองถูกร้องควรลาออกไป จะไปยื่นเรื่องให้นายชวนสอบจริยธรรมหวังว่าประธานสภาฯจะรับเรื่องตั้งกรรมการสอบพฤติกรรมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

นัด 7 ก.พ.วินิจฉัย พ.ร.บ.งบฯ

เมื่อเวลา 13.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมพิจารณา 2 คดี ภายหลังการประชุมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยพร้อมทั้งนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 7 ก.พ. เวลา 13.30 น.

ชี้ชะตายุบไม่ยุบ อนค. 21 ก.พ.

ส่วนกรณีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐ-ธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้ให้พรรคจำนวน 191 ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและเห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องและคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คดีพอวินิจฉัยได้ ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนพยานบุคคลแต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้พยานบุคคลรวม 17 ปาก ตามที่ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 12 ก.พ. และให้เลขาธิการ กกต.ในฐานะผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือและส่งเอกสารต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 ก.พ.เช่นกัน และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 ก.พ. เวลา 15.00 น.

ปชป.รุ่นลายครามขอลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นพ.ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย และอดีต รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ รมช.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคขอลาออกจากสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบุประสงค์ลาออกจากพรรคตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.เป็นต้นไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่ามาจากกรณีที่พรรคไม่ยอมส่งนายสุขวิชาญ มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ลูกชาย ลงเลือกตั้งซ่อม หลัง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. โดยไม่มีแกนนำหรือผู้บริหารพรรคไปหารือกับ นพ.ปรีชาใดๆเลย ทั้งนี้ นายสุขวิชาญคงจะยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเช่นกัน

ส.ว.จ่อลงมติเฟ้น 5 ศาล รธน.

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา แถลงว่า การประชุมวุฒิสภาวันที่ 11 ก.พ. ที่ประชุมจะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน ได้แก่ 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 2.นายวินุฬห์ แสงเทียน 3.นายจิระนิติ หะวานนท์ 4.นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ 5.นายนภดล เทพพิทักษ์ โดยเป็นการลงคะแนนลับ ผู้ที่ได้รับเลือกต้องมีเสียงเห็นชอบไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ว. หรือ 125 เสียง ขณะเดียวกันที่ประชุมจะพิจารณาตั้ง กมธ.ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง คือ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ภายใน 60 วัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซักฟอกข่าวหน้า1อภิปรายไม่ไว้วางใจวิปรัฐบาลวิปฝ่ายค้านกลุ่มสามมิตรข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 10:21 น.