ข่าว
100 year

"หมวดเจี๊ยบ" แรง บอก รบ.บิ๊กตู่ แก้ไวรัสโคโรนา ควรใช้ปี๊บคลุมศีรษะ

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.พ. 2563 13:33 น.
SHARE

"หมวดเจี๊ยบ" เล่นแรง บอก "รัฐบาลบิ๊กตู่" ต้องใช้ปี๊บคลุมศีรษะ ปมไวรัสโคโรนา กรณีเอาคนไทยกลับจาก "อู่ฮั่น" ล่าช้า "พม่า" ก็ยังแซงหน้าไปแล้ว ขนาด "ตุรกี" ยังใช้เครื่องทหารไปรับพลเมืองกลับได้หน้าตาเฉย 

วันที่ 3 ก.พ. ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับคนพม่า ที่ขณะนี้รัฐบาลของท่านในสหภาพเมียนมา
ได้พานักศึกษาพม่า 59 คน เดินทางกลับจากนครอู่ฮั่นอย่างปลอดภัยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ น่าสังเกตว่า รัฐบาลตุรกี ก็สามารถส่งเครื่องบินทหารเข้าไปรับประชาชน 42 คน กลับจากอูฮั่นได้ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 2563
ทั้งๆ ที่ รัฐบาลประยุทธ์อ้างกับคนไทยมาตลอดว่า รัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้รัฐบาลต่างชาติส่งเครื่องบินทหารเข้าไปอพยพประชาชนกลับจากอู่ฮั่น แล้วทำไมรัฐบาลจีนจึงอนุญาตให้ตุรกี นำเครื่องบินลำเลียงทางทหาร รุ่น A400M บินเข้าไปอพยพประชาชนกลับตุรกีได้ แสดงว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายจีน
ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่า
ความล่าช้าในการเข้าไปช่วยอพยพคนไทยในอู่ฮั่นนั้น ปัญหาอยู่ที่ไหนกันแน่ อย่าอ้าง ว่า สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และชาติยุโรปอื่นๆ เป็นชาติมหาอำนาจ จึงอพยพได้เร็ว เพราะพม่า ก็ยังอพยพคนพม่ากลับประเทศได้แล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่า รัฐบาลไทยมีปัญหาเรื่องการประสานกันภายในหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ หลายคนให้ข้อมูลไม่ตรงกัน เรื่องวันเวลาอพยพคนไทย โดย รัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจะอพยพคนไทยในอู่ฮั่นได้ภายในวันที่ 4 ก.พ 63 แต่ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ไปเองของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่รู้เรื่องด้วย และไม่ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขเอากำหนดการ วันที่ 4 ก.พ มาจากไหน ซึ่งคำชี้แจงของผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศดังกล่าว เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกจดบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ วันที่ 30 ม.ค ที่ผ่านมา

ในขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ประกาศว่า จะไปรับคนไทยในอู่ฮั่น ภายใน 06.00 น. ของ วันที่ 1 ก.พ 63 แต่ในที่สุด ก็ไม่ได้ไปรับและยังแก้ตัวกับนักข่าวแบบง่ายๆ ว่า พูดผิดไปหน่อย ทั้งๆ ที่ เรื่องวันเวลาอพยพคนไทยกลับจากอู่ฮั่นเป็นเรื่องใหญ่ และเกี่ยวกับความเป็นความตายของประชาชน จะมาพูดจาส่งเดชเรื่องกำหนดการได้อย่างไร ที่สำคัญ ในวันที่ 1 ก.พ. รัฐบาลตุรกี ก็ใช้เครื่องบินทหารอพยพประชาชนกลับตุรกีได้ ทำไมคนไทยจึงเดินทางกลับในวันเดียวกันนั้นไม่ได้ รัฐบาลไทยควรมีคำชี้แจงด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

นอกจากนี้ รัฐบาลประยุทธ์ ยังล้มเหลวในด้านการประชาสัมพันธ์ เพราะขาดการรวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่เซ็นเตอร์แห่งเดียว ทำให้ตกข่าวหลายเรื่อง เช่น คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่า จำนวนคนไทยที่ตกค้างอยู่ในนครอูฮั่น และ มณฑลหูเป่ย ขณะนี้เพิ่มเป็น 161 คนแล้ว ไม่ใช่แค่ 64-65 คน อย่างที่เข้าใจกัน จะเห็นได้ว่า แม้แต่โฆษกกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแท้ๆ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับข้อมูล ก็ยังแถลงข่าวผิดๆ ว่า เตรียมสถานที่ไว้รองรับคนไทย 64 คน กลับจากอูฮั่น ทั้งๆ ที่ ยอดรวมของคนไทยเปลี่ยนเป็น 161 คนแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ก็ยังรับรู้ข้อมูลข่าวสารไม่เท่ากันเลย แล้วคนไทยจะไม่ตกข่าวได้ยังไง ซึ่งวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรนา ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำประเทศได้ ในโลกยุค 5G เพราะไม่ได้ทำงานในเชิงรุกและตัดสินใจเชื่องช้า ไม่ทันเหตุการณ์ และไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ทั้งยังไม่ให้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องเร่งด่วนอันดับ 1 ซึ่งสวนทางกับคำพูดสวยหรูของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ชอบคุยโม้ว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข่างหลัง แต่การกระทำกลับตรงข้ามกับคำพูด

นอกจากนี้รัฐบาลก็ล้มเหลวเรื่องการประชาสัมพันธ์วิธีป้องกันตัวจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้คนไทยต้องไปหาข้อมูลเองจากอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นข่าวจริง ข่าวเท็จ เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้มีข้อมูลที่แท้จริง เอาไว้ให้เปรียบเทียบ ในขณะที่ สื่อมวลชนไทยก็ต้องหาข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะรัฐบาลไทยไม่มีศูนย์ข้อมูลกลางให้เช็คข่าวอย่างเป็นระบบ จึงเกิดปัญหาต่างคนต่างพูด จนข้อมูลสับสนไปหมด ซึ่งถือเป็นความบกพร่องและล้มเหลวของรัฐบาลในเรื่องของการประชาสัมพันธ์

ทั้งๆ ที่ หน้าที่ของรัฐบาลประยุทธ์ที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนามีหลักๆ แค่ 2 อย่าง ในฐานะที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดของโรคนี้ ท่านก็มีหน้าที่หลักๆ คือ หนึ่ง อพยพคนไทยในต่างแดนกลับประเทศให้เร็วที่สุด และ หน้าที่ประการที่สอง คือ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันตนเองของคนไทยเกี่ยวกับการรับเชื้อไวรัสโคโรนา เพราะไทยเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

แต่ในเมื่อรัฐบาลประยุทธ์ทำภารกิจหลัก 2 เรื่องนี้ล่าช้า และบกพร่อง ทั้งยังปล่อยให้รัฐบาลพม่าอพยพคนกลับจากอู่ฮั่นก่อนประเทศไทย ทั้งๆ ที่ พม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความคล้ายกับไทยหลายๆ เรื่องทั้ง ทำเลที่ตั้ง และลักษณะด้านอื่นๆ ดังนั้นความล่าช้าของรัฐบาลประยุทธ์ในการช่วยเหลือคนไทยในอู่ฮั่น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ดิฉันจึงเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคนใน ครม.ประยุทธ์ สมควรที่จะต้องใช้ปี๊บคลุมศีรษะเดินได้แล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นปี๊บคลุมศีรษะหมวดเจี๊ยบข่าวทั่วไป

Most Viewed