ข่าว
100 year

“อนุทิน” ประชุมทีมสอบสวนโรค รับมือและควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.พ. 2563 11:04 น.
SHARE

รมว.สาธารณสุข ผนึกกำลังทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตราย รวมกว่า 500 คนจากทั่วประเทศ ประชุมเตรียมพร้อมรับมือโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา

วันที่ 3 ก.พ. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรองนายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตราย เตรียมพร้อมรับมือโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 500 คน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานและเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดของทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายและหน่วยปฏิบัติควบคุมโรคในระดับจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งในการตรวจจับโรค วินิจฉัย ดูแลรักษา และควบคุมโรคในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานต้องทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงมาตรการที่ต้องดำเนินการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และรู้วิธีการป้องกันตนเองเมื่อดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน นำไปป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก พร้อมแนะประชาชนยึดหลักการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น รวมทั้งกินร้อนใช้ช้อนกลางทุกครั้งที่รับประทานอาหาร และหลีกเลี่ยงไปในสถานที่แออัด

ขณะที่ นายอนุทิน ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ตรวจพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนานอกประเทศจีน และได้ยกระดับรับมือสถานการณ์เป็นระดับ 3 ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา และมีการสั่งการทุกหน่วยงานรับมืออย่างเต็มที่ หลังจากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานแข่งกับเวลา 7 วันต่อสัปดาห์ไม่มีวันหยุด เพื่อสู้รบกับไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ สิ่งเดียวที่จะชนะได้และสามารถควบคุมการระบาดทำให้ประชาชนชาวไทยปลอดภัยนั่นคือ ความพร้อมของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนจากกระทรวงสาธารณสุข เชื่อมั่นว่าทุกคนจะร่วมมือกันฝ่าฟันสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาไปได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นอนุทิน ชาญวีรกูลทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตราย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้