ข่าว
100 year

"หญิงหน่อย" แนะ "บิ๊กตู่" ถอดสูตรคุม "โรคซาร์ส" รับมือ "โคโรน่า"

ไทยรัฐออนไลน์27 ม.ค. 2563 08:35 น.
SHARE

"สุดารัตน์" แนะนายกฯ ระดมทุกกระทรวงคุมไวรัส "โคโรน่า" ถอดสูตรคุมโรคซาร์ส "พูดความจริง-ให้ความรู้-มาตรการเข้มข้น" สร้างความมั่นใจให้ประชาชน เน้นคัดกรองโรคเข้า-ออกประเทศ เฝ้าระวังการระบาด พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เชื่อมีประสบการณ์-ศักยภาพเพียงพอรับมือ

วานนี้ (26 ม.ค.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวถึงสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศไทย ว่า จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้มงวดกับการตรวจคัดกรองนักเดินทางที่มาจากประเทศที่เกิดการระบาด ทั้งโดยเครื่องบินและรถที่มาจากภาคเหนือมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นข่าว เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีเวลาฟักตัวสูงสุด 14 วัน 

"ในมุมมองของตน ปัจจัยใหญ่คือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงตรุษจีน แล้วยังไม่ได้กลับประเทศ ถ้าตรงนี้ควบคุมได้ดีก็จะคลายความกังวลลงได้ เนื่องจากประเทศจีนที่เป็นแหล่งระบาดของโรคปอดอักเสบที่เกิดจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ รัฐบาลได้สั่งห้ามไม่ให้คนจีนเดินทางทั้งภายในและภายนอกประเทศ ก็จะหยุดการระบาดได้ ถือเป็นโชคดีของประเทศไทยด้วย ตนของชื่นชมประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่เอาจริงเอาจังกับการหยุดยั้งการระบาดของไวรัสได้อย่างดี" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อประเทศต้นทางหยุดการเดินทาง ก็ยังเหลืออีก 2 ปัจจัยที่ต้องควบคุม คือ 1) การคัดกรองผู้ติดเชื้อที่เข้ามาในประเทศทั้งทางรถและทางอากาศต้องทำอย่างเข้มงวด และ 2) การเฝ้าระวังเมื่อพบผู้ติดเชื้อแล้วต้องคุมไม่ให้มีการระบาดภายในประเทศให้ได้ โดยการติดตามอย่างจริงจังว่า ผู้ติดเชื้อได้ไปสัมผัสใคร เราต้องเฝ้าติดตามคนที่เขาสัมผัสว่า มีอาการหรือไม่ เนื่องจากโรคนี้ติดต่อกันได้ทางอากาศ ก็จะติดง่ายกว่าโรคซาร์สที่ติดต่อกันผ่านทางสารคัดหลั่งเท่านั้น

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ไวรัสโคโรน่าอยู่ในกลุ่มเชื้อเดียวกันกับ โรคซาร์สและเมอร์ส แม้ว่าขณะนี้อัตราการติดต่อน้อยกว่า แต่เชื้อไวรัสสามารถฟุ้งกระจายในอากาศจากการไอและจาม ดังนั้นรัฐจะนิ่งนอนใจไม่ได้กับปัญหาความเสี่ยงแบบนี้ เนื่องจากเรามองไม่เห็นว่าเชื้อโรคมันอยู่ตรงไหน รัฐต้องเข้มงวดและเอาจริงเอาจังในทุกมาตรการ ไม่ประมาณในแต่ละจุด ทั้งการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามา และไม่ให้มีการระบาดในประเทศ

"โดยจากประสบการณ์ของตนที่รับผิดชอบในช่วงการระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนก ตนมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขมีระบบที่ดีจากประสบการณ์ช่วงระบาดของซาร์สและหวัดนก รวมทั้งข้าราชการมีความสามารถ แต่จะปล่อยให้กระทรวงสาธารณสุขทำงานกระทรวงเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกันหลายหน่วยงาน นายกรัฐมนตรีจึงควรต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำทีมในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ต้องเร่งสร้างมาตรการให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า รัฐบาลมีมาตรการในการป้องกันการระบาดในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงทำ จากประสบการณ์การควบคุมโรคซาร์ส จะแก้ไขความวิตกกังวลของประชาชนได้รัฐบาลต้อง 1.พูดความจริง 2.ให้ความรู้กับประชาชน และ 3.ออกมาตรการที่เข้มข้น และลงมือทำอย่างจริงจัง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยกตัวอย่างการทำงานในช่วงโรคซาร์สระบาด ซึ่งตอนนั้นถือเป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่มีใครรู้จัก คนตื่นตระหนกมากกว่านี้ ตอนนั้น ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำที่ดี ลงมาจัดการปัญหาทันที ระดมทุกสรรพกำลังจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วย มีการตรวจสแกนทุกไฟลท์บินเข้า-ออกในประเทศ มีทีมแพทย์สัมภาษณ์ผู้เดินทางเข้าออกประเทศที่เคยเดินทางผ่านประเทศที่มีการระบาดของโรค และถ้าใครมีอาการน่าสงสัย ก็เชิญไปตรวจในโรงพยาบาลทันที จนตอนนั้นไม่มีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศได้ อีกทั้งยังทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาเพราะถ้าพลาดตรงไหนมันคือชีวิตประชาชน แล้วจากนั้นจะทำมาตรการให้เข้ม ผลคือประชาชนในประเทศ และนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวก็จะกลับมาปกติโดยเร็ว จนองค์การอนามัยโลกยกให้ประเทศไทยเป็นตัวอย่างในการควบคุมโรคซาร์ส

"สำหรับประชาชนก็ต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย ควรหลีกเลี่ยงที่จะไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น ใช้ช้อนกลาง ทานอาหารร้อน หากมีอาการไอหรือจามควรสวมหน้ากาก หากมีไข้สูงควรรีบพบแพทย์ ตนขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่าน เพราะเป็นงานที่ยากและมีความเสี่ยง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์โคโรน่าไวรัสโคโรน่าปอดอักเสบอู่ฮั่นข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้