ข่าว
100 year

ร้องป.ป.ช.ฟัน 2 ส.ส. โดดร่มประชุมงบ ทิ้งบัตร ให้คนอื่นลงคะแนนแทน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 ม.ค. 2563 05:10 น.
SHARE

“ชวน” เตือนสติ ส.ส.เสียบบัตรแทนกันให้จำเป็นบทเรียน ยัน พ.ร.บ.งบฯไม่ถึงทางตัน “สมศักดิ์” โอดครวญถ้าล่าช้าสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้าแน่ ห่วงต้องมาทำ งบฯใหม่ ไม่อยากคิดจะเกิดอะไรขึ้น โฆษก ปชป.รอศาล รธน.ชี้ขาด ตกทั้งฉบับหรือรายมาตรา “เชาว์” สังเวชวาทกรรม ส.ส.พปชร. สีข้างเข้าแถอุ้มพวกพ้อง “อนุดิษฐ์” ชูศาล รธน.เคยวินิจฉัยชัดเจนแล้ว เย้ย “ลุงตู่” เริ่มนับถอยหลังทางการเมือง พท.ชี้เจตนาทุจริตถือว่าผิดทุกกรณี “ระวี” จี้ ส.ส.มือเสียบต้องรับผิดชอบ “ศรีสุวรรณ” จ่อยื่น ป.ป.ช.ฟันพ้น ส.ส. อนค.จองคิวถล่ม “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” “เทพไท” แย้ม ปลดล็อก รธน.256 จี้ผู้มีอำนาจไฟเขียว ปชต.เต็มใบ

หลังจากส่งคำร้องที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาย้ำเตือน ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน ให้ใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน

“ชวน” เตือน ส.ส.จำเป็นบทเรียน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการสอบสวนเอาผิดกรณีที่มี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า เบื้องต้นได้ส่งคำร้อง 2 ฉบับ ที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ที่มีการเสียบบัตรแทนกัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คงต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ ส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐเสียบบัตรแทนกันนั้น ยืนยันว่าสภาฯจะตรวจสอบทุกกรณี แต่ในกรณีที่เจ้าตัวไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ปรากฏว่าลงคะแนน ถือว่าเป็นปัญหาแน่นอน ส่วนกรณีที่เจ้าตัวอยู่ แต่ให้เพื่อน ส.ส.เสียบบัตรให้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องดูที่เจตนา จะมีความผิดทางอาญาหรือต้องส่งเรื่องให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ จะพิจารณาจากผลการสอบสวนว่าเข้าข่ายประมวลจริยธรรมหรือไม่ “เรื่องนี้โดยหลักการแล้วแม้จะอยู่ในห้องประชุม ก็ควรเสียบบัตรด้วยตัวเอง แม้ห้องประชุมจะมีข้อจำกัดเรื่องที่นั่งและช่องเสียบบัตรไม่เพียงพอ แต่ไม่ว่าเครื่องมือจะเป็นอย่างไร หาก ส.ส.มีความรับผิดชอบ เรื่องทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ส.ส.ทุกคนควรระวังตัว และใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน”

ไม่ถึงทางตันแต่ต้องรอศาล รธน.

นายชวนกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีความเห็นให้ออก พ.ร.ก.เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการบังคับใช้งบประมาณฯ ปี 2563 นั้น คิดว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วต้องหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป ทุกอย่างไม่มีทางตัน แม้กรณีนี้อาจทำให้งบประมาณแผ่นดินล่าช้า แต่ทุกอย่างต้องแก้ไปตามที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำ ขณะนี้ทำได้แค่เพียงรอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร ไม่สามารถพูดแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางตันแน่นอน สภาฯไม่ต้องเตรียมทางออกไว้ เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเป็นผู้ดำเนินการ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว

โอดสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ตีความกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่มีการเสียบบัตรแทนกัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการใช้งบประมาณปี 2563 กระทบกระเทือนไปทุกส่วน เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ่ายเงินค่าจ้าง มีเพื่อนที่ทำงานรับเหมาก่อสร้างกับภาครัฐ เขาบอกว่ามีวงเงินติดค้างบริษัทเป็นร้อยล้านที่ควรจะเบิกเงินได้ แต่กลับยังเบิกไม่ได้ ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารเสียดอกเบี้ย ส่วนภาคประชาชนภาคเอกชนเขาไม่ได้เงินตามเป้าหมาย สะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงพิจารณาด้วยความเร็ว เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะกระทบกระเทือน

ห่วงต้องมาทำงบฯใหม่วุ่นแน่

เมื่อถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตกเป็นโมฆะจะเป็นอย่างไร นายสมศักดิ์ตอบว่า หากต้องทำใหม่จะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ ไม่อยากคิด กฎหมายไม่ใช่คณิตศาสตร์ หากเป็นคณิตศาสตร์คงคิดง่ายๆได้ว่า มีคน 500 คน ไม่ได้ลงคะแนนเอง 3 คน ตัด 3 คนออกไป แล้วฝั่งไหนมีเสียงมากกว่าว่าตามนั้น ไม่มีปัญหา แต่นี่เป็นกฎหมายเราจึงจะคิดแบบนั้นไม่ได้ สุดท้ายต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาเช่นไร

ปชป.รอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อมี ส.ส.กดบัตรแทนกัน ทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ผิดไปจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ ส.ส. 1 คน ย่อมมี 1 สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน ประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนี้คือ กระบวนการตรา พ.ร.บ.งบฯ 63 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้น เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯจะนำขึ้นทูลเกล้าฯไม่ได้ แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาให้โดยเร็วเพราะเป็นเรื่องสำคัญ และทุกฝ่ายต้องรอผลการวินิจฉัยของศาล ว่าจะตกไปทั้งฉบับ หรือเฉพาะมาตรา ที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับ

กระทุ้งพวกยึดหลักกูอย่าแถ

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “หน้าที่ผู้แทน คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้” กรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันที่เป็นข่าวฉาวโฉ่ มีพวกที่ยึดหลักกูกำลังแถเพื่อพวกตัวเอง แต่เชื่อว่าแถอย่างไรก็ไปไม่รอด สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้แยกออกได้เป็น 3 กรณี คือ 1.กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า มีผีในสภาฯ ตัวไม่อยู่แต่กลับถอดวิญญาณมาร่วมลงคะแนนในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. คือนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของพรรคและเป็นแม่ทัพภาคใต้ โดยยังมีคดีแจ้งทรัพย์สินเท็จอยู่ระหว่างพิจารณาชั้นอุทธรณ์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

สังเวชวาทกรรม ส.ส.พปชร.

นายเชาว์กล่าวว่า 2.การลงคะแนนเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ของนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรค ภูมิใจไทย มีคลิปภาพออกโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่าถือบัตร 2 ใบ แม้ไม่มีภาพต่อเนื่องว่ามีการเสียบบัตรทั้ง 2 ใบหรือไม่ แต่ที่เห็นชัดเจนว่ามีบัตร 2 ใบพร้อมลงคะแนนได้ ขัดหลักการที่ ส.ส. 1 คน มี 1 เสียงเท่านั้น 3.การลงคะแนนวันที่ 10 ม.ค. มีคลิปภาพจากโทรทัศน์ช่องเดียวกัน ว่า น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ใช้บัตร 2 ใบ เสียบบัตร 2 ครั้ง มาให้เหตุผลภายหลังว่าช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเดียวกันลงคะแนน และใช้วาทกรรมว่า “ไม่ใช่การเสียบบัตรแทนกัน แต่เป็นการช่วยเพื่อนเสียบบัตร” ทั้ง 3 กรณีปัญหา มีลิ่วล้อรัฐบาลออกมาปกป้องเล่นคำเอาสีข้างเข้าแถช่วยเหลือ ส.ส.เหล่านี้ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพหลักการเปลี่ยนได้เพื่อพวกตัวเองอย่างน่าสังเวช

ฉะลิ่วล้อบิดเบือนโทษ “นิพิฏฐ์”

นายเชาว์กล่าวต่อว่า คิดว่าสังคมต้องยึดหลักให้มั่น ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15-18/2556 กรณีร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.เป็นโมฆะ และคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557 ที่ให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เป็นโมฆะ หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ร่างกฎหมาย 2 ฉบับตกไป คือพฤติกรรมการเสียบบัตรแทนกันที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดไปแล้วเป็นบรรทัดฐาน และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ตอบคำถาม ส.ส.พลัง– ประชารัฐชัดเจนแล้วว่า การให้เพื่อนเสียบบัตรแทนผิดแน่ๆ ปัญหานี้จึงรับฟังยุติได้ว่ามีการลงคะแนนแทนกันแน่นอน แม้ตัวละครจะเปลี่ยนไปแต่ไม่ได้มีผลทำให้หลักการนี้เปลี่ยนแปลงไปด้วย หลักการต้องคงอยู่ จึงจะถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง ตนไม่ต้องการเห็นเศรษฐกิจสะดุดเพราะการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า แต่จะนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อเอาตัวรอดจากการกระทำผิดกฎ– หมายไม่ได้ ที่สำคัญสังคมไทยควรขอบคุณนายนิพิฏฐ์ที่เปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ จนทำให้ได้เห็นความตกต่ำด้านจริยธรรมของ ส.ส.บางคน ที่ต้องกลับไปทบทวนปรับปรุงพฤติกรรมตัวเอง เพราะนอกจากทำให้สังคมเสื่อมทรามแล้วยังจะกลายเป็นการเติมเชื้อแห่งความขัดแย้งเพิ่มขึ้นด้วย

พท.แนะนายกฯรีบเคลียร์ให้ชัด

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำลังอยู่บนทางสองแพร่งกับปัญหาเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเลือกแนวทางแบบศรีธนญชัยของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบันได้ หรือจะยึดตามบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัยเอาไว้แล้ว หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเชื่อตามคำแนะนำของนายวิษณุจะทำให้การวางแผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าวเกิดความผิดพลาด และอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์ คือความรับผิดชอบทางการเมือง ขอเรียกร้องให้ท่านเร่งสร้างความกระจ่างให้ได้ว่า ส.ส. 4 คนเป็นใคร ถ้าไม่ทำความชอบธรรมของรัฐบาลจะยิ่งหมดลงไปเรื่อยๆ และเท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์เริ่มนับถอยหลังทางการเมือง ตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้เลย

ชี้เจตนาทุจริตถือว่าผิดทุกกรณี

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยหลักการ ส.ส. 1 คน มี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่านั้น ไม่มีสิทธิมอบให้ผู้อื่นใช้สิทธิแทนได้ ดังนั้นการเสียบบัตรแทนกันทำไม่ได้ มีความผิดในทุกกรณี ขอวิงวอนว่าอย่าพยายามหาทางออกแบบศรีธนญชัย ตีความให้ผิดไปจากเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลักความสุจริต เรื่องนี้ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริต มีความผิดและมีโทษตามกฎหมาย และถือว่ากฎหมายดังกล่าวตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มีผลเป็นโมฆะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง เพราะเคยมีแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว

“ระวี” จี้ ส.ส.มือเสียบรับผิดชอบ

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ ส.ส.ที่กระทำผิด ไม่ว่าคนให้คนอื่นลงคะแนนให้ หรือคนที่ลงคะแนนแทนเพื่อน ควรยอมรับผิด และแสดงความรับผิดชอบ ตามกฎหมาย ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร ขอให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันแก้วิกฤติ ปัญหาในครั้งนี้อย่ามัวแต่เล่นเกมกัน ขอให้นึกถึงปัญหาปากท้องประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบจากการล่าช้าของการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะหมวดเงินลงทุนที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นเพียงความผิดของบุคคล พ.ร.บ.งบฯไม่เป็นโมฆะการแก้ปัญหาอาจแก้ไขไม่ยาก แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าโมฆะ รัฐบาลยังสามารถแก้ไขได้ โดยเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสภาใหม่ และ ส.ส.ทั้งสภาร่วมกันแก้วิกฤติร่วมกันเร่งพิจารณา คาดว่าใช้เวลา 1 เดือนน่าจะจบได้แต่ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของ ส.ส.ทั้งสภา

“ศรีสุวรรณ” จ่อยื่น ป.ป.ช.ฟัน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 27 ม.ค. จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการไต่สวนเอาผิดนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 แต่กลับมีชื่อร่วมลงมติ รวมถึงพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ปรากฏเป็นคลิปทางสื่อมวลชน พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 อันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ 7 และข้อ 8 ประเด็นที่ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้น อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (7) ได้

วิป รบ.จัดแถว ส.ส.รอลงคะแนน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่น ป.ป.ช. ให้ดำเนินการสอบสวนและเอาผิด ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า ใครจะไปยื่นตรวจสอบถือเป็นสิทธิของเขา ไม่กังวล ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน และหากจะโดนตรวจสอบคงต้องโดนกันหมด เพราะเรื่องช่องเสียบบัตรลงคะแนนที่ไม่เพียงพอยังเป็นปัญหาอยู่ จากนี้คงต้องแก้ปัญหาเบื้องต้น อาจให้ ส.ส.ยืนรอต่อคิวกัน เพื่อเตรียมเสียบบัตรลงคะแนนให้พร้อม ส่วนของพรรคต้องย้ำเตือน ส.ส.ให้ระวัง

ฝ่ายค้านรอสรุปชื่อ รมต.ขึ้นเขียง

วันเดียวกัน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทยทั้งในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์ และคณะกรรมการกิจการพิเศษของพรรคเพื่อไทย จะประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณากลั่นกรองสรุปในทุกด้าน ทั้งเนื้อหาสาระ ตัวบุคคลที่จะถูกอภิปราย บุคคลที่จะอภิปราย และเงื่อนเวลาการอภิปราย จากนั้นช่วงเย็นจะนำไปพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อหาข้อสรุป ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อมูลใหม่เข้ามาเรื่อยๆ เช่น เรื่องการแก้ปัญหาฝุ่น การแก้ปัญหาภัยแล้ง ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเบื่องต้นมี 5 คนตามที่พรรคเพื่อไทยเปิดไปก่อนหน้านี้ แต่มีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายพิจารณาเพิ่มเติม 4 คน

อนค.จองคิว “บิ๊กป้อม–ธรรมนัส”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับรายชื่อในข่ายที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ว่าจะพิจารณายื่นอภิปรายเพิ่มเติม 4 คนนั้น ประกอบด้วย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นด้วยกับเป้าอภิปรายของพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่จะอภิปรายในเป้า 5 คนที่วางไว้ แต่พรรคอนาคตใหม่แสดงความจำนงขออภิปรายเพิ่มเติมตรงกับรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยพิจารณาอยู่ คือ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส

“เทพไท” แย้มปลดล็อก รธน.256

อีกเรื่อง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า มีประชุมไปแล้ว 4 ครั้ง โดยได้ศึกษาแนวทางแก้ไขไว้ 3 ประเด็น คือ 1.แก้ไขเฉพาะมาตรา 256 เท่านั้น 2.แก้ไขรายมาตรา เฉพาะมาตราที่เป็นปัญหา 3.แก้ไขเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนแนวทางการแก้ไขมาตรา 256 ก่อน เพื่อปลดล็อกเปิดประตูไปสู่การแก้ไขมาตราอื่นในโอกาสต่อไป ให้แก้ไขได้ง่ายในอนาคต หรืออาจแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อตั้ง ส.ส.ร.ในภายหลังได้

จี้ผู้มีอำนาจไฟเขียว ปชต.เต็มใบ

นายเทพไทกล่าวอีกว่า แต่การแก้ไขจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในรัฐบาลปัจจุบัน ที่แปลงร่างมาจาก คสช. เพราะกุญแจดอกสำคัญอยู่ที่เสียงของ ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 หากได้รับสัญญาณไฟเขียวจากผู้มีอำนาจ การแก้ไขคงสำเร็จอย่างง่ายดาย เพราะจุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ขณะนี้การสืบทอดอำนาจประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ หัวหน้า คสช.ได้รับโหวตให้เป็นนายกฯตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้แล้ว น่าจะเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ และสามารถเขียนบทเฉพาะกาลให้มีผลบังคับใช้หลังจากรัฐบาลชุดนี้หมดวาระไป หากผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้ใจกว้าง และเห็นความสำคัญของรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ก็ควรสนับสนุนให้ดำเนินการได้สำเร็จ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศการเมือง หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน ระหว่างรัฐบาลที่เปลี่ยนผ่านมาจาก คสช. กับฝ่ายประชาธิปไตย เป็นรัฐบาลมาจากอำนาจพิเศษ 5 ปี รวมกับเป็นรัฐบาลเลือกตั้งอีก 4 ปี น่าจะเพียงพอกับการสืบทอดอำนาจแล้ว และควรปลดปล่อยประเทศให้กลับไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเต็มใบเสียที

อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ “ปู่ชัย”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกันที่บ้านพักโรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ญาติได้เคลื่อนย้ายศพนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค. ออกจากบ้านมายังศาลาด้านหน้าที่มีการจัดตกแต่งสถานที่ไว้เรียบร้อย โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารดน้ำศพ โดยมีบรรดารัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจ และประชาชน ทยอยเข้ารดน้ำศพต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีชาวช้างหรือคนเลี้ยงช้างจาก จ.สุรินทร์ มาร่วมเคารพศพด้วย ต่อมาเวลา 16.00 น. มีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก– รัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพเพื่อประกอบพิธี ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว และเวลา 18.00 น. มีพิธีสวดอภิธรรมศพ โดยครอบครัวจะเปิดให้ประชาชนเข้าเคารพศพตั้งแต่เวลา 10.00 น.ของทุกวัน และในเวลา 19.00 น. มีพิธีสวดอภิธรรมศพไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. จากนั้นวันที่ 1 ก.พ. จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสียบบัตรแทนกันพ.ร.บ.งบประมาณ 2563ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญชวน หลีกภัยเอาผิด ส.ส.ข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้