ข่าว
100 year

คลิป ส.ส. กดบัตรแทน พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

7 สีโชว์ทีเด็ด! เสียบทีละใบ วิปรัฐ-รีบชง ส่ง ‘ศาลรธน.’

“นิพิฏฐ์” แฉยิบ “นาที” บินไปจีน แต่ชื่อโผล่โหวตรายมาตรางบฯปี 63 ในสภาฯ ขู่เจ้าของบัตรส่อผิดอาญารู้เห็นเป็นใจให้ คนอื่นใช้สิทธิแทน เสี่ยงทำให้ร่าง พ.ร.บ.การเงินไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ วิปรัฐบาลชิงส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเป็นโมฆะหรือไม่ “วิรัช” ประสานเสียง “สุชาติ” อ้างเครื่องลงคะแนนมีน้อยกว่า ส.ส. โอดถูกตัดทิ้งขอจัดซื้อระบบลงคะแนนไฮเทค “ชวน” ติงนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯต้องไม่มีข้อเคลือบแคลง “วิษณุ” รับ พ.ร.บ.งบฯล่าช้าแต่ไม่เสียหาย ฉาวซ้ำอีกคลิปหลุด ส.ส.หนุ่มภูมิใจไทย-ส.ส.สาวพลังประชารัฐกดบัตรแทนคนอื่น บิ๊ก พปชร.สั่งรูดซิปปาก “อนุทิน” ทำขึงขังเฉ่ง “ฉลอง” จัดลำดับความสำคัญของงาน ห้ามเกิดขึ้นอีก “ภูมิธรรม” ย้ำข่าวปล่อยดิสเครดิตไร้ผล 7 พรรคฝ่ายค้านสามัคคีแน่นซักฟอกรัฐบาล เย้ย รมต.ตัวเป้าขาสั่น ดิ้นล้วงข้อมูลให้ควั่ก

จากกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูล ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ทั้งที่นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมช่วงที่มีการลงมติ ล่าสุดมีการแพร่คลิป ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐเสียบบัตรแทนกันออกมาอีก

“นิพิฏฐ์” แฉ “นาที ” บินไปจีนช่วงโหวตงบฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าขณะนี้มีข้อมูลการกดบัตรแทนกันของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พบ ว่านางนาทีและคณะเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองเจิ้งโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 11 ม.ค. โดยสายการบินไทยสมายล์เที่ยวบิน WE680 ช่วงเวลาเดียวกับการประชุมสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แต่กลับปรากฏชื่อนางนาทีลงคะแนนด้วย นางนาทีผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 15.28 น. วันที่ 11 ม.ค. แต่ตรวจสอบ ย้อนกลับไปถึงการลงมติพบว่าเวลา 15.46 น. ได้ลงมติในมาตรา 49 ว่าด้วยงบฯสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก มาตรา 48 ว่าด้วยงบฯสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค เวลา 15.19 น. มาตรา 47 ว่าด้วยงบฯสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เวลา 15.17 น. มาตรา 46 ว่าด้วยงบฯสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล เวลา 14.56 น. มาตรา 45 ว่าด้วยงบฯสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เวลา 14.51 น.

บี้ ภท.สละอวัยวะแลก ก.ม.งบฯไม่โมฆะ

“ผมเพียงแต่มาแถลงความจริงว่ากระบวนการตราร่างกฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วน ส.ส.จะดำเนินการอย่างไรแล้วแต่ ส.ส. เพราะผมไม่มีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ต้องการขอแถลงข้อเท็จจริงต่อประชาชน ไม่เพียงแต่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.การเงินไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เจ้าของบัตรอาจมีความรับผิดทางอาญารู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นใช้สิทธิแทนคน ผมกำลังพยายามคิดช่วยอยู่ว่าจะให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2563 ไม่เป็นโมฆะ แต่พรรคภูมิใจไทยต้องยอมเสียอวัยวะเพื่อรักษาร่างกาย ทั้งนางนาทีและนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ต้องยอมรับสารภาพว่าไม่ได้กดบัตรลงด้วยตัวเองในมาตราใดบ้าง เพื่อจะให้ศาลรัฐธรรมนูญแยกการพิจารณาออกมาได้และเพื่อไม่ให้กระทบเสียงส่วนใหญ่ของการพิจารณางบประมาณ แต่หากทั้ง 2 คนไม่ยอมรับเท่ากับว่าจะเป็นไปในแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้ว” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ซัด กกต.ไม่ตรงไปตรงมาคัดคนมีปัญหา

เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่านายนิพิฏฐ์ตรวจสอบเรื่องส่วนตัวเฉพาะนายฉลอง ไม่มีน้ำใจนักกีฬา นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ถ้ากติกามันแฟร์ๆตนไม่ว่าอะไร หรือพรรคภูมิใจไทยทำแบบนี้ทั้งประเทศ หมายถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาไม่สุจริต เก็บบัตร ประชาชน 4 หมื่นใบในเขตเลือกตั้งตน มีทั้งคลิปซื้อเสียง จ่ายเงินชาวบ้าน ที่ตนร้อง กกต.ก่อนวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 แต่ กกต.ยึกยักไม่ตัดสิน ตนร้องไป 3 เรื่อง ยกทิ้ง 2 เรื่อง เหลือเรื่องซื้อเสียงยังไม่คืบหน้าหรืออะไรมันไปตกหล่นที่ กกต. เมื่อถามต่อว่า หรือว่ามีการซูเอี๋ยระหว่าง กกต.กับพรรคภูมิใจไทย นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดเช่นนั้น แต่ข้อเท็จจริง ถ้า กกต.ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาคัดกรองคนเข้าสภาฯก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อคนที่เข้าสภาฯมาแบบนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจาก กกต.และกรณีตรวจสอบเรื่องเสียบบัตรแทนกันในสภาฯ ตนทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ ส.ส.แทนชาวบ้านที่ส่งข้อมูลมา

คลิปหลุด 2 ส.ส.พปชร.–ภท.กดบัตรแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีต ส.ส.พัทลุง ออกมาเปิดเผยข้อมูลกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน กรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุงและนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีชื่อปรากฏในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมช่วงที่มีการลงมติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. มีการเผยแพร่คลิปของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 รวม 2 ภาพ อ้างเป็นเหตุการณ์การลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 เป็นภาพ ส.ส.ชาย พรรคภูมิใจไทยคนหนึ่ง สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตรวจสอบพบว่าเป็นภาพนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ ถือบัตรลงคะแนนในมือหลายใบ ก่อนจะเสียบบัตรลงคะแนนเข้าไปในเครื่องลงคะแนนมากกว่าหนึ่งครั้ง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงลงมติเมื่อวันที่ 8 ม.ค.63

วิจารณ์แซ่ดไม่มีความรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกภาพเป็นคลิปเหตุการณ์ประชุมงบฯในวันที่ 10 ม.ค. ของ ส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐ สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตรวจสอบกับภาพนิ่งทั้งหน้าตาและชุดที่สวมใส่อยู่คล้าย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่วางบัตรลงคะแนนบนโต๊ะ 2 ใบ ก่อนจะหยิบบัตรลงคะแนนบนโต๊ะทีละใบเสียบเข้าไปในเครื่องลงคะแนนมากกว่า 1 ครั้งทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นพฤติกรรมการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่ ส่อแสดงถึงความไร้วุฒิภาวะและความไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของ ส.ส.หรือไม่

แกนนำ พปชร.สั่ง ส.ส.สาวรูดซิปปาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีคลิป ส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรากฏภาพเสียบบัตรมากกว่า 1 ครั้งช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ถูกจับตามองว่าเป็นการเสียบบัตรแทนกัน เข้าข่ายว่ามีความผิดหรือไม่ ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่หน้าตาคล้ายผู้ที่อยู่ในคลิปแต่ติดต่อไม่ได้ ตลอดช่วงบ่ายหลังตกเป็นข่าว แกนนำของพรรคได้หารือกับผู้ที่ปรากฏในภาพข่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก่อนจะมีการชี้แจง โดยสั่งกำชับให้ ส.ส.คนดังกล่าวอยู่เงียบๆไปก่อน

“ชวน” ชี้นำ ก.ม.ทูลเกล้าฯต้องไร้ข้อกังขา

เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลสอบการเสียบบัตรแทนกันของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ว่า ได้รับรายงานจากนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯแล้วถึงผลสอบในระดับหนึ่ง ผลปรากฏชัดเจนว่ามีการเสียบบัตรแทนกันจริง เมื่อวันที่ 22 ม.ค. วุฒิสภาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 เสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือส่งนายกฯข้อบังคับการประชุมสภาฯเก็บร่างกฎหมายดังกล่าวไว้ได้ 3 วันเพื่อรอว่าจะมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 จะเข้าชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ไม่อยากชี้นำเพราะเป็นสิทธิ ส.ส.จะเข้าชื่อ แต่กฎหมายที่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ควรมีปัญหา และต้องไม่มีอะไรเคลือบแคลงสงสัย กระบวนการอาจจะเสียเวลาไปบ้างแต่ก็ดีกว่ามาเคลือบแคลงกันทีหลัง กรณีเสียบบัตรแทนกันจะทำให้ร่างกฎหมายตกไปทั้งฉบับหรือไม่นั้น เคยเกิดขึ้นกรณีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ปี 2557 ขณะนั้นนอกจากการเสียบบัตรแทนกันแล้วยังมีประเด็นอื่นๆที่เป็นเหตุให้ร่างกฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“สุชาติ” โบ้ยส่งงบฯไม่พอเฝ้าระวังยาก

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ว่า ทราบว่าพรรคต้นสังกัดได้ตั้งกรรมการสอบสวน จะทำให้งบฯปี 63 เป็นโมฆะหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าศาลวินิจฉัย ได้กำชับให้เฝ้าระวังอยู่แล้ว แต่มีข้อจำกัดเรื่องการจัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ เนื่องจากไม่มีงบฯ ห้องประชุมสุริยันยังก่อสร้างไม่เสร็จ ต้องมาใช้ห้องประชุมจันทราของวุฒิสภา มีจำนวนเครื่องเสียบบัตรลงคะแนนไม่เพียงพอต่อจำนวน ส.ส. ทำให้ ส.ส.จำนวนหนึ่งต้องใช้เครื่องเสียบบัตรแสดงตนร่วมกันในการลงมติคราวเดียวกัน จึงเฝ้าระวังการออกเสียงแทนกันยาก

โอดขอซื้อระบบไฮเทคแต่ถูกตัดทิ้ง

นายสุชาติกล่าวว่า สำนักเลขาธิการสภาฯทำร่างแผนงบประมาณ เพื่อใช้ติดตั้งระบบออกเสียงลงคะแนน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีระบบการลงมติที่ทันสมัยด้วยการแสดงตนหรือยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมือแก้ปัญหาเสียบบัตรแทนกันได้มีประสิทธิภาพ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับงบฯถูกตัดออกไป ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เห็น และอาจส่งผลเสียหายทำให้งบฯปีนี้ที่ล่าช้าอยู่แล้วยิ่งล่าช้ามากขึ้นไปอีก อยากให้เข้าใจว่าจะโทษฝ่ายสภาฯอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราได้ทำเต็มที่เต็มความสามารถในการร้องของบประมาณที่จำกัดดังกล่าวแล้ว แต่ถูกตัดออกไปจำนวนมาก

วิปรัฐบาลชิงส่งศาล รธน.ตีความ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และตัวแทนวิปพรรคร่วมฯ อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปฯ นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลงว่า วิปรัฐบาลทำเรื่องขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯนำร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ด้วยปรากฏว่ามี ส.ส.ลืมบัตรลงคะแนนประจำตัว และปรากฏว่ามีการลงมติในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในขณะที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในที่ประชุมสภาฯ เห็นว่าอาจทำให้การตราร่างกฎหมายนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ร่างกฎหมายนี้เป็นไปด้วยความถูกต้องของรัฐธรรมนูญและตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ จึงได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกเท่าที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของทั้งสองสภาฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนี้ 1.กระบวนการตราร่างกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 120 หรือไม่ 2.หากมีปัญหาจะมีปัญหาทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและถ้าร่าง พ.ร.บ.นี้ตกไปจะถือว่าสภาฯพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่แล้วเสร็จภายใน 105 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 หรือไม่ 3.หากร่างกฎหมายตกทั้งฉบับหรือบางมาตราที่มีปัญหาจะดำเนินการอย่างไร

อ้างดื้อๆเครื่องลงคะแนนน้อยกว่า ส.ส.

เมื่อถามว่า ประสานนายกฯเพื่อชะลอการทูลเกล้าฯหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ.นี้ตกทั้งฉบับ ต้องมีการรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่ นายวิรัชกล่าวสั้นๆว่า ไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่า วิปรัฐบาลแถลงระบุว่า ส.ส.ลืมบัตรและมีการเสียบแทนกัน แต่ล่าสุดมีสื่อทีวีเผยแพร่คลิปเป็นกลุ่ม ส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.ชายพรรคภูมิใจไทย มีลักษณะใช้บัตรหลายใบเสียบบัตรแทนกันอีก นายวิรัชตอบว่า ยังไม่ทราบเรื่อง ช่องเสียบบัตรในห้องประชุมสภาฯขณะนี้ ไม่เพียงพอกับจำนวน ส.ส.ที่มีมากกว่า เมื่อถามอีกว่า คนคนเดียวเสียบบัตรได้หลายครั้งใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ขอดูข้อเท็จจริงก่อน

“เสรีพิศุทธ์” เชื่อเสียบบัตรแทนเกิน 2 คน

ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาฯ กล่าวถึงการเสียบบัตรแทนกันว่า พรรคที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจง และสภาฯต้องตอบคำถามเรื่องนี้ เพราะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.งบฯปี 63 ขณะนี้พบ ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันเพียง 2 คน แต่ความจริงอาจจะมีมากกว่านั้นก็ได้ อยู่ที่ว่าสภาฯจะตรวจสอบหรือไม่ ถ้าตนเป็นประธานสภาฯจะตรวจสอบแน่นอน ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยตีตกร่างรัฐธรรมนูญประเด็นการแก้ไขที่มาของ ส.ว.ที่ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญไปว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่ คงไปตอบแทนไม่ได้

“เทพไท” ชงออก พ.ร.ก.งบฯ 63 ทดแทน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าเทียบเคียงกับกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ อาจทำให้ พ.ร.บ.งบฯปี 63 สุ่มเสี่ยงจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะได้เช่นกัน เป็นปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างมาก จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน เป็นไปได้มากที่สุดคือรัฐบาลต้องออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อให้ใช้งบฯได้ทันต่อเวลา เชื่อว่าทุกฝ่ายยอมรับได้ เพราะมีเหตุผลเพียงพอ เมื่อประกาศใช้บังคับแล้วค่อยนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาฯภายหลัง

“อนุทิน” ขึงขังเฉ่ง “ฉลอง” จัดลำดับสำคัญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเสียบบัตรแทนว่า พรรคมีมติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีข้อมูลว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง โหวตลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 แต่เจ้าตัวไม่อยู่ในที่ประชุมเพื่อหามาตรการต่อไป รวมถึงกรณีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีชื่อในองค์ประชุมแต่อยู่ที่ประเทศจีน ประเด็นที่นายนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย ส.ส.ภูมิใจไทยเสียบบัตรแทนกัน ไม่ขอแสดงความเห็น ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ได้กำชับการโหวตลงคะแนนในสภาฯเป็นเรื่องสำคัญ ได้ตำหนินายฉลองไปแล้วเรื่องการจัดลำดับความสำคัญว่าควรทำหน้าที่โหวตในสภาฯหรือทำเรื่องส่วนตัว ให้ไปดูสภาพอาการเจ้าตัวเองว่าเป็นอย่างไรหลังถูกตำหนิ เมื่อถามว่านายกฯไม่พอใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบเพราะยังไม่ได้คุยกัน มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าที่พรรคจะต้องทำ แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร

กำชับลูกทีมห้ามเกิดเหตุซ้ำรอย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมสภาฯ พรรคภูมิใจไทยได้เรียกประชุม ส.ส.ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารรัฐสภา มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมอย่างเคร่งเครียด นายอนุทินได้ตำหนินายฉลองในที่ประชุมที่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ กำชับว่าอย่าให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก กว่า ส.ส.แต่ละคนจะได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯได้ยากลำบาก ขอให้จัดลำดับความสำคัญเรื่องการทำงาน ส่วนกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขอให้ดำเนินการจริงจัง หากพบว่าผิดจริงให้เสนอเรื่องมาที่ตนนายอนุทินยังได้กำชับ ส.ส.ทุกคนว่าอย่าลืมบัตร ให้ดูกรณีที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างและปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“เฉลิมชัย” เชื่อ ภท.ไม่โกรธปม “นิพิฏฐ์”

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกันว่า ให้เป็นเรื่องสภาฯ จะถูกต้องหรือไม่สภาฯต้องตรวจสอบ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่กังวลพรรคภูมิใจไทยจะโมโห ไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นงานสภาฯ เมื่อถามว่า จะเคลียร์กับภูมิใจไทยอย่างไร นายเฉลิมชัยตอบว่า รอผลสอบก่อนเพื่อความเป็นธรรม ไม่ได้หนักใจเชื่อว่าคุยกันในพรรครู้เรื่อง พรรคมีระเบียบข้อบังคับ ไม่ใช่จะทำอะไรส่งเดชได้ ต้องรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คงมีความคิดและความรับผิดชอบ ยังมั่นใจลูกพรรคเชื่อฟังผู้บริหารพรรค

“บิ๊กป้อม” โยนสภาฯไปเคลียร์เอง

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายฯ กล่าวถึงข้อกังวลการร้องเรียน ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในที่ประชุมสภาฯ ระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 หากส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะทำให้งบฯออกมาล่าช้าหรือเป็นโมฆะว่า ไม่รู้ เป็นเรื่องของสภาฯ เป็นเรื่องทางกฎหมาย ให้สภาฯว่าไป ตนไปตอบอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยให้ควบคุมสมาชิกให้มากกว่านี้หรือไม่ หลังทำให้เกิดผลกระทบขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า สื่อก็ไปพูดไปบอกกับเขาสิ จะให้ตนไปบอกอย่างไร เมื่อถามว่า รู้สึกน้อยใจกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่น้อยใจหรอก

“วิษณุ” รับทำให้งบประมาณล่าช้า

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ยอมรับว่าก่อนประชุม ครม.ตนได้คุยกับนายกฯ เป็นการส่วนตัวถึงเรื่องนี้แบบไม่ได้เป็นทางการ รอให้ข้อเท็จจริงชัดเจนก่อน ความช้านั้นมีแน่ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้เสียหายอะไร เราได้คิดเอาไว้แล้วว่าถ้าช้าเราจะทำอย่างไร แต่ยังบอกไม่ได้ รอให้ชัดเจนก่อน นายกฯไม่ห่วงอะไร ตนอธิบายให้ฟังแล้ว ควรต้องทำให้ชัดเจนก่อนนำทูลเกล้าฯ อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนทำ ส.ส. ส.ว.หรือรัฐบาลก็ทำได้ แต่ถ้า ส.ส.ทำน่าจะเหมาะกว่า อันดับแรกก่อนยื่นศาลต้องตรวจสอบก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อจะทราบว่าต้องแก้ด้วยวิธีไหน สภาฯตรวจสอบมาก่อนจะได้ทุ่นเวลาในศาลด้วย ประธานสภาฯมีอำนาจอยู่แล้ว

ฝ่ายค้านเข้าชื่อตรา ก.ม.งบฯมิชอบ

ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อ 84 คนยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 148 (1) ว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ตราขึ้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย มีชื่อเห็นชอบตั้งแต่มาตรา 31 จนถึงวาระที่ 3 แต่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในที่ประชุม กระบวนการตรากฎหมายน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การทำหน้าที่ ส.ส.ตามมาตรา 114 ต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติมอบหมายหรือครอบงำใดๆ และมาตรา 115 ได้ปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต ประกอบกับมาตรา 120 ที่บัญญัติการออกเสียงลงคะแนนว่า 1 เสียงต้องเป็น 1 สิทธิลงคะแนนแทนกันไม่ได้ ต่างจากคำร้องฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นเพียงการออกเสียงแทนกันในมาตรา 120 แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลโดยตรง เป็นความรับผิดชอบของสภาฯเรื่องกระบวนการ จะคาดหวังให้รัฐบาลลาออกคงเป็นไปไม่ได้

เชื่อไม่เป็นชนวนพรรคร่วมฯขัดแย้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงข้อกังวลกรณีร้อง ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน หากส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อาจทำงบฯปี 63 ออกมาล่าช้าหรือเป็นโมฆะว่า เป็นเรื่องของสภาฯ นายกฯระบุรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารไม่ไปก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนที่มองว่าต้นเรื่องมาจากการคนในในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันคือนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ร้อง คงเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องระดับพรรค ไม่คิดว่าจะขยายใหญ่จนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

ทำเนียบฯติดโคมเต็งลั้งรับตรุษจีน

สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายกฯเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยไม่มีวาระงานประชุมใดๆ ขณะที่บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้นำโคมจีนเต็งลั้ง มาประดับบริเวณประตูทางเข้า-ออก รอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2563 และเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นปีที่ 3 แล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ประดับเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเพื่อเป็นการอวยพรให้คนไทยเชื้อสายจีนมีความสุข สดชื่น สำหรับโคมเต็งลั้งหรือโคมตรุษจีน ตามความเชื่อของคนจีน ถือเป็นเครื่องชี้นำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้คนในบ้านนี้มีความสุขความเจริญความร่ำรวย มีแสงสว่างโชติช่วงชัชวาล โดยโคมเต็งลั้งนี้จะประดับไปจนหมดเทศกาลตรุษจีน

“ภูมิธรรม” ย้ำข่าวปล่อยเขย่าฝ่ายค้าน

อีกเรื่อง นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการเจรจาระหว่างแกนนำรัฐบาลกับแกนนำพรรคเพื่อไทยตัดชื่อรัฐมนตรีบางรายออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า คงเป็นเพียงขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทย ดิสเครดิตการตรวจสอบของฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นดีลไม่ให้มีการอภิปรายรัฐมนตรีบางคน หรือการไปแลกรับผลประโยชน์จากโครงการภาครัฐต่างๆ เป็นปกติที่มักออกมาดิสเครดิตฝ่ายค้านช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจเสมอ การตัดสินใจยังมีพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค ทุกพรรคมีสิทธิเห็นด้วยหรือคัดค้านการเสนอรายชื่อผู้ถูกอภิปรายด้วยเหตุผล ยังไม่ได้สรุปว่าจะอภิปรายใครหรือไม่อภิปรายใครบ้าง แต่ชัดเจนว่า 7 คนขึ้นไปแน่นอน จะทราบชัดเจนวันที่ 29 ม.ค.ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติฯว่าจะมีใครบ้าง

เย้ย รมต.ขาสั่นพั่บๆดิ้นล้วงข้อมูลควั่ก

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า หลังเกิดกระแสต่างๆ ในระดับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้สื่อสารกันโดยตลอด ทุกคนยังมั่นใจในพรรคเพื่อไทยว่าจะประสานงานให้การอภิปรายมีประสิทธิภาพสูงสุด หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าใจบริบทการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็นเวทีสังหารทางการเมืองสำหรับรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเกิดขบวนการดิสเครดิตให้หวาดระแวง แต่ไม่ทำให้มีปัญหา หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคุยกันเปิดเผยโปร่งใส หนักแน่นสามัคคีกันดี เขาหวังผลแต่ไม่เกิดผล ทุกคนมีประสบการณ์รู้อยู่แล้วว่าจะมีอะไรอย่างนี้ จนเชื่อได้ว่าข่าวคงออกมาจากซีกรัฐบาลที่ต้องถูกมองว่าเป็นจำเลยหลัก ในรัฐบาลไม่เป็นเอกภาพมีพรรคร่วมรัฐบาลมากถึง 19 พรรค ต่างคนอยากมีบทบาทประสงค์เข้าไปมีตำแหน่งหน้าที่หรือบางคนบางกลุ่มอาจไม่สบายใจ ที่เห็นคนอื่นได้ตำแหน่งที่ตัวเองอยากได้ และเท่าที่ทราบตอนนี้หลายคนในรัฐบาลปากกล้าขาสั่นพยายามจะเจาะล้วงข้อมูลว่ามีรัฐมนตรีคนใดจะถูกอภิปรายบ้าง และทุกคนก็พยายามเอาตัวรอด ไม่อยากให้โดนตัวเอง แต่การจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายใคร ไม่ได้ตัดสินตามอำเภอใจของใคร มีหลักการในการพิจารณาอยู่ ว่ารัฐมนตรีมีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารแผ่นดินหรือไม่ หรือสร้างความเสียหาย ตลอดจนพฤติการณ์แสวงหาในทางมิชอบหรือไม่

“ธนกร ”หยันแค่โปรโมตละครหลังข่าว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้รัฐบาลกลัวเงา ร.ต.อ.เฉลิมจึงต้องขย่มว่าด้วยความเคารพผู้อาวุโส แต่ ร.ต.อ.เฉลิมสำคัญตนผิด รัฐบาลไม่ได้กลัวการตรวจสอบ ไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่เคยกลัว ร.ต.อ.เฉลิม วันนี้ ร.ต.อ.เฉลิมเปรียบเสมือนรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้ว ต้องแสดงบทบาทให้นายใหญ่เห็น โหมโรงทุกวันเหมือนกับโปรโมตละครหลังข่าว ข้อมูลล้วนเป็นเรื่องเก่าไม่ได้เกิดในรัฐบาลชุดนี้ หวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านจะเน้นเนื้อหาสาระ ข้อมูลหลักฐานมานำเสนอเพื่อให้ประชาชนตัดสิน ไม่เน้นวาทกรรมหรือสาดโคลนใส่กัน

“จารุวรรณ” ยื่น กก.ข้อมูลข่าวสารสู้คดียุบ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล น.ส.จารุวรรณ ศรันย์เกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อประธานกรรมการข้อมูลข่าวสาร ผ่านเจ้าหน้าที่ขอให้เปิดเผยเอกสารสามรายการเกี่ยวกับกรณี กกต.ส่งฟ้องคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่โดยไม่ยอมอนุญาตให้คัดลอกสำเนาเอกสาร สำเนาคำวินิจฉัย สำเนาหนังสือการลงมติของคณะกรรมการ กกต. สำเนาการสืบสวนไต่สวนของเจ้าพนักงาน โดย น.ส.จารุวรรณกล่าวว่า ที่ผ่านมาไปที่ กกต. 3 ครั้งแล้วเพื่อขอคัดสำเนาคำวินิจฉัยและเอกสารต่างๆ ล่าสุดวันที่ 10 ม.ค. กกต.ส่งจดหมายมาว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ให้ยึดตามหนังสือที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งมายังพรรคอนาคตใหม่ที่มีเพียงมติของ กกต. 7 คน แต่ไม่มีสำเนาเอกสารใดที่จะนำไปใช้สู้คดี กกต.ปฏิบัติผิดขั้นตอนตามกฎหมาย จงใจปิดบังข้อมูลไม่ให้ตนต่อสู้คดีได้ อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ จึงมาอุทธรณ์ต่อกรรมการข้อมูลข่าวสารวันนี้ ว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องต่อสู้คดีต่อไป

อนค.แจ้ง กกต.ขับ 4 ส.ส.ถูก ก.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือสอบถามไปยังพรรคอนาคตใหม่กรณีมีมติขับ 4 ส.ส. คือนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ว่า องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกพรรคอนาคตใหม่วันที่ 16 ธ.ค.62 และมติที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ของพรรควันที่ 17 ธ.ค.62 ที่ขับทั้ง 4 คน พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคถูกต้องตามข้อ บังคับพรรคและกฎหมายหรือไม่ ตามที่ น.ส.ศรีนวลได้ยื่นคำร้องไว้ที่สำนักงาน กกต.ได้รับหนังสือแจ้งจากพรรคอนาคตใหม่ส่งทางไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว แจ้งว่าองค์ประชุมและมติขับถูกต้องตามข้อบังคับพรรคและกฎหมาย การแจ้งยืนยันมติดังกล่าวของพรรคอนาคตใหม่ เท่ากับมติขับ 4 ส.ส.ดังกล่าวมีผลนับตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. กรณี น.ส.กวินนาถและนายจารึก ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.ไปก่อนจะมีหนังสือยืนยันจากพรรคอนาคตใหม่ จึงไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อน น.ส.ศรีนวลเปิดเผยว่า ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วก่อนครบ 30 วัน อยู่ระหว่างจัดการเอกสารและได้รายงานตัวต่อสภาฯแล้ว

กกต.มึนใบดำคำนวณแต้มใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณากรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพาก ษาเพิกถอนสิทธิสมัคร (ใบดำ) นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์เป็นเวลา 10 ปี มีผลให้ต้องคำนวนจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ ที่ต้องตัดคะแนนของนายชาติชาย 19,711 คะแนนออกจากคะแนนรวมของพรรคประชาธิปัตย์ สำนักงาน กกต.เสนอว่า วิธีการคำนวณต้องยึดจำนวน ส.ส.พึงมีจากผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.เป็นหลัก ไม่ใช่คะแนนปัจจุบันที่แต่ละพรรคมีการเพิ่มลด ส.ส.จากการย้ายเข้าหรือเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ ที่ประชุม กกต. เห็นว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบจะนำไปหารือในที่ประชุมคณะที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.ปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม หากใช้สูตรคำนวณเดิมยึดจำนวน ส.ส.พึงมีจากผลเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.จะทำให้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ลดลง 1 คน และไปเพิ่มที่พรรคไทรักธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสียบบัตรแทนเสียบบัตรแทนกันนิพิฏฐ์ อินทรสมบัตินาที รัชกิจประการประชุมสภาฉลอง เทอดวีระพงศ์ข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้