ข่าว
100 year

ป้อม-ธรรมนัส ไม่น่ารอดซักฟอก สุริยะ-อุตตม ด้วย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ม.ค. 2563 05:10 น.
SHARE

อนาคตใหม่ท้ายุบพรรค คุยมีสำรองอีก 3-7

“ธนาธร” มั่นใจบริสุทธิ์สู้คดีอิลลูมินาติ ท้ายุบได้ยุบไปเบนเข็มเดินสาย นอกสภาฯ อุบไต๋ชื่อพรรคสำรอง ซุ่มบ้านใหม่ไว้ 3-7 พรรครับมือถูกตามยุบซ้ำในอนาคต พท.ซัดข่าวปล่อยจีบร่วมรัฐบาล พปชร. เฉ่งปฏิบัติการไอโอดิสเครดิตฝ่ายค้าน “สุทิน” เผย 21 ม.ค. จ่อเคาะเป้าซักฟอก โวยข่าวปั่นเสี้ยมฝ่ายค้านแตกคอ “ประวิตร-สุริยะ-อุตตม-ธรรมนัส” ลุ้นระทึกติดโผเพิ่มชื่อลากขึ้นเขียง อนค.เน้นขยี้แผลทุจริต-ฝีมือบริหารห่วยแตก “คารม” โอ่มีข้อมูลเด็ดยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหน เชือดเน้นๆสาวไส้ รมต.สืบทอด คสช. “สนธิรัตน์” ปัดดีลลับแลกยกเว้นชื่อ “บิ๊กป้อม” หย่าศึกแชตไลน์หลุด “ปารีณา” ฉะ “ผู้กองมนัส” ยันไร้ขัดแย้งแค่พูดกันตรงๆภายใน รมช.เกษตรฯเมินต่อสายเคลียร์ ย้ำเข้าใจความรู้สึก แต่ต้องยึดข้อกฎหมาย ลั่นทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคำร้องของนายณฐพร โตประยุูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่หรือคดีอิลลูมินาติ แม้พรรคอนาคตใหม่ยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ได้เตรียมพรรคสำรองไว้แล้วหากถูกยุบพรรค

“ธนาธร” ยันบริสุทธิ์อุบไต๋พรรคสำรอง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังวินิจฉัยคำร้องของนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ (คดีอิลลูมินาติ) ในวันที่ 21 ม.ค.ว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ เชื่อว่ากระบวนการทำคดีที่ผ่านมามีมูลเหตุทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และผลออกมาเป็นอย่างไรจะยังเดินหน้าทำงานทางการเมืองกับประชาชนต่อไปและยังไม่ขอตอบเรื่องพรรคสำรอง แต่ยืนยันว่าได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงจะยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่มีความหมาย เพราะตนกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จะไปเดินสายนอกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรณรงค์เรื่องต่างๆทั่วประเทศแทน

โยน กกต.ตอบปม 4 ส.ส.ถูกขับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี โพสต์คลิปยืนยันว่าที่ประชุมวิสามัญของพรรคมีมติให้ขับ 4 ส.ส. ออกจากพรรค มีองค์ประชุมครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายว่า ยืนยันว่าการดำเนินการประชุมวิสามัญและการใช้เสียง ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และเข้าใจว่ามีผลตั้งแต่วันที่ลงมติ แต่ก่อนหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เรียกขอเอกสารการประชุม และมีหนังสือแจ้งเตือนมาอีกครั้งวันที่ 8 ม.ค. จึงต้องตรวจสอบเอกสารรายงานการประชุมและลายเซ็นผู้ที่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุมให้เกิดความเรียบร้อย ขณะนี้ได้สรุปเสร็จและส่งให้ กกต.แล้ว ส่วนกรอบเวลา 30 วันที่จะนับตั้งแต่ที่ประชุมมีมติ หรือวันที่ กกต.ได้รับเอกสาร ไม่สามารถตอบแทนได้ เรื่องดังกล่าวควรเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะออกมาให้ความชัดเจน

เผยบ้านใหม่ อนค.ซุ่มจัดไว้ 3-7 พรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเตรียมรองรับกรณีหากพรรคอนาคตใหม่ต้องคำวินิจฉัยถูกสั่งยุบพรรค ได้มีการเตรียมพรรคการเมืองสำรองเอาไว้แล้ว เท่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้มีการพูดคุยกันระบุว่าขณะนี้มีอยู่อย่างน้อย 3 พรรค โดยมีบางคนระบุว่ามีมากถึง 7 พรรคที่เตรียมไว้รองรับเผื่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต แต่แกนนำพรรคยังคงเก็บเป็นความลับ ไม่ยอมเปิดเผยว่ามีชื่อพรรคอะไรบ้าง แม้กระทั่ง ส.ส.หลายคนยังไม่ทราบ เพราะแกนนำเกรงว่าจะมีปัญหาและถูกจัดการเสียก่อน โดยสาเหตุที่แกนนำพรรคเตรียมพรรคสำรองไว้หลายพรรคเนื่องจากเป็นการวางแนวทางเอาไว้รองรับเผื่อในอนาคตจะถูกยุบพรรคอีก ไม่ว่าจากกรณีที่กฎหมายกำหนดเรื่องจำนวนสมาชิกพรรค สาขาพรรค หรือเงินทุนประเดิมพรรค หรือคดีต่างๆของกรรมการบริหารพรรค หากพรรคแรกที่ย้ายไปถูกยุบจะสามารถพาสมาชิกไปอยู่พรรคต่อไปได้ทันที ทำให้การดำเนินการทางการเมืองของพรรคไม่สะดุด

พปชร.ปัดดีลลับยกเว้นชื่อ “บิ๊กป้อม”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องดีลลับกับฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ คิดว่าเป็นการวิเคราะห์กันไปเอง เพราะขณะนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจใคร มีแต่เพียงรายชื่อที่ประเมินออกมาผ่านหน้าสื่อเท่านั้น เมื่อถามว่ามีรายชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากเลื่อนแบน 3 สารเคมีจะกระทบกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่ายังไม่มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย เพราะรายชื่อผู้ที่ถูกอภิปรายยังไม่มีความชัดเจน เมื่อถามว่าเตรียมการอย่างไร หากมีการอภิปรายเรื่องที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังเป็นเพียงกระแสข่าว ยังไม่มีความชัดเจน แต่รัฐบาลมีหน้าที่เตรียมความพร้อมในทุกประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริง

อ้าแขนรับ ส.ส.อนค.ถ้าพรรคถูกยุบ

เมื่อถามว่า หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ พรรคพลังประชารัฐพร้อมรับ ส.ส.ที่จะเข้ามาสังกัดหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบหรือไม่ หาก ส.ส.คนใดจะมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐต้องมาคุยกันเป็นกรณีไป ต้องดูถึงความเหมาะสมต่างๆ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรีที่ถูกพรรคอนาคตใหม่มีมติขับออก ขณะนี้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐหรือยัง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ส่วนความสมบูรณ์ของมติขับออกจากพรรคอนาคตใหม่สมบูรณ์หรือไม่ ให้ไปถาม กกต. แต่เชื่อว่าถึงอย่างไรสถานภาพความเป็น ส.ส.ของ พ.ต.ท.ฐนภัทรจะยังอยู่

รมต.เตรียมข้อมูลรับมือญัตติเชือด

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐมนตรีทุกคนของพรรคพลังประชารัฐมีความเชื่อมั่นในการทำงานที่ผ่านมาสำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจทางพรรคมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งการเตรียมข้อมูลที่มีการคาดหมายและประเด็นใหม่ รวมทั้งการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล ได้ประสานไปยังผู้บริหารพรรคที่เป็นรัฐมนตรีในการเตรียมข้อมูลรวมทั้งเอกสารหลักฐานหากมีการพาดพิงถึง อยากให้รอดูการเปิดเผยรายชื่อที่มีความชัดเจนก่อน

พท.ซัดข่าวปล่อยทาบร่วมรัฐบาล

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐประสานพรรคเพื่อไทยร่วมเป็นรัฐบาลว่า วิธีคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์จะช่วยหาคำตอบได้ไม่ยากว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าวปลอมนี้ คนได้ประโยชน์สูงสุดจาก ข่าวปล่อยนี้มีกลุ่มเดียว ปล่อยมาเพื่อกดดันพรรคร่วมรัฐบาล และหวังจะทำลายน้ำหนักของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำกันเป็นกระบวนการคล้ายไอโอของคนในองค์กรหนึ่งที่เป็นลมใต้ปีกพยุงรัฐบาล หวังจะให้เป็นไวรัสแต่กลายเป็นไวรัสเฟกนิวส์ ความเสียหายจะพุ่งเข้าใส่ตัวคนปล่อยข่าวเอง ถ้าจะสบายใจกับการปล่อยข่าวปลอบใจตัวเองเหลือเวลาให้สบายใจอีกไม่กี่วัน ไม่มีอนาคอนด้าที่พยายามปล่อยข่าว มีแต่งูเห่าที่เห็นตัวหมดแล้ว ประชาชนรอลงโทษ ที่สุดคนพวกนี้อาจเหลือเป็นได้แค่ไส้เดือนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีมวยล้ม แต่ต้องชนะน็อกอย่างใสสะอาด เราจะไม่ละทิ้งอุดมการณ์และความมุ่งมั่น ไม่ทำให้ประชาชนที่ออกมาไล่ลุงทั้งประเทศผิดหวัง พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต่อยอดจากวิ่งไล่ลุงนอกสภาฯ เป็นอภิปรายไล่ลุงในสภาฯ คนออกมาไล่มากขนาดนี้ ถ้าพ้น 6 เดือนแรกของปีไปได้ต้องถือว่าปาฏิหาริย์

จวกไอโอดิสเครดิตฝ่ายค้าน

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่ได้มีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกมาถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองนายกฯ และรัฐมนตรีบางคนไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนมากเสนอเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา และจะมีการประชุมสรุปเสนอรายละเอียดทั้งหมดวันที่ 20 ม.ค.เพื่อให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ เสนอต่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคหลังจากที่ได้ข้อสรุปโดยรวมทั้งหมดจะประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านแลกเปลี่ยนข้อมูลและสรุปรายชื่อผู้จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้ง ช่วงนี้มีคนปล่อยข่าวเป็นระยะดิสเครดิตเพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นการไอโอของใครเดาได้ไม่ยาก คงหนีไม่พ้นผู้ขาดภาวะความเป็นผู้นำ บริหารงานไม่ถูกวิธี และอยากสืบทอดอำนาจต่อไป

“สุทิน” สรุปชื่อ รมต.เป้าซักฟอก 21 ม.ค.

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าวันที่ 20-21 ม.ค. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมหารือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนบ้าง เรื่องอะไรจะยื่นอภิปรายวันที่เท่าไหร่ จะเหลือเพียงลำดับการอภิปรายที่จะหารือภายหลัง รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายของพรรคเพื่อไทยมี 5 คน ตามที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ และยังพิจารณาอยู่จะเพิ่มอีก 2-3 คน ยืนยันพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสามารถยื่นญัตติอภิปรายในสัปดาห์นี้แน่นอน ส่วนตัวมองอยากให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปายอย่างเต็มที่ อย่ามาจำกัดเวลา เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่สมาชิกพรรคบางส่วนอยากให้อภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย นายสุทินกล่าวว่า ชื่อของ พล.อ.ประวิตรอยู่ในกลุ่มที่พิจารณาเพิ่ม โดยจะเพิ่มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่รอบสุดท้ายที่สมาชิกพรรคจะเสนอเข้ามา

โอดถูกปั่นข่าวเสี้ยมให้แตกกัน

เมื่อถามว่า ใกล้ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีกระแสข่าวที่เป็นลบกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งการล็อบบี้ไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน และพรรคพลังประชารัฐจะชวนพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล นายสุทินกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง แต่อย่างใดและที่ปล่อยออกมาช่วงนี้เพราะต้องการดิสเครดิต ลดความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ และเสี้ยมให้เกิดความหวาดระแวงกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน

จ่อเพิ่ม “บิ๊กป้อม-สุริยะ-อุตตม-ธรรมนัส”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า รายชื่อรัฐมนตรีที่พรรคฝ่ายค้านจะพิจารณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มเติมจากรัฐมนตรี 5 คน ที่พรรคเพื่อไทยเปิดชื่อไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในประเด็นล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานด้านความมั่นคง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ประเด็นการแบนสารพิษการเกษตร นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ประเด็นความล้มเหลวการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ และเรื่องทุจริตในกระทรวง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประเด็นคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี และการตรวจสอบที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

อนค.เน้นขยี้แผลทุจริต-รัฐบาลบ้อท่า

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้เรายังไม่ได้สรุปว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนและในประเด็นอะไรบ้าง โดยในวันที่ 21 ม.ค. จะมีการประชุมพรรคเพื่อหารือถึงข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ขณะนี้มี ส.ส.หลายท่านที่มีข้อมูลดีๆที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมของพรรค เพื่อให้พรรคตัดสินใจว่าจะเน้นไปที่บุคคลใดและประเด็นอะไรบ้าง แต่เบื้องต้นจะเน้นไปที่เรื่องการทุจริตและการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานรัฐบาล

โอ่มีหมัดเด็ดยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหน

นายคารมกล่าวอีกว่า ส่วนตัวจะเสนอขอเป็นผู้อภิปรายด้วย โดยตนได้รับข้อมูลและหลักฐานที่ไปค้นหามา ประกอบกับข้อมูลที่มีหลายคนส่งมาให้ เกี่ยวกับการเชื่อมโยงการเอื้อประโยชน์กัน ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. และเชื่อมโยงไปถึงการหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในการสืบทอดอำนาจ ข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวยังไม่เคยมีการเปิดเผยที่ไหนมาก่อนเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลเด็ดๆในการอภิปรายครั้งนี้แน่นอน โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมพรรคในวันที่ 21 ม.ค. เพื่อให้พรรคพิจารณา

เน้นสาวไส้ รมต.สืบทอดยุค คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐมนตรีที่เป็นเป้าหมายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคอนาคตใหม่ที่เตรียมจะประชุมกันในวันที่ 21 ม.ค. จะเน้นไปที่รัฐมนตรีหน้าเดิม ที่เคยดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาล คสช. อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ปัจจุบันเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่กลับบริหารงานได้อย่างย่ำแย่จนเศรษฐกิจซบเซาเสียหายต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดซื้ออาวุธของกองทัพที่ไม่โปร่งใส นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ที่มีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ตอบโจทย์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในเรื่องการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่จะเน้นการใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงในการอภิปรายตามนโยบายของพรรค

“เทพไท” ขอเปิดเวทีสร้างสรรค์

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าจากกระแสข่าวขณะนี้ มีการเปิดสงครามข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มข้น ก่อนยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เป็นผลดีต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่มีกระแสข่าว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย คัดค้านการเปิดอภิปรายฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หรือกระแสข่าวแกนนำพรรคเพื่อไทยแอบนัดจิบไวน์กับแกนนำรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวการขอเงินงบฯ 900 ล้านบาทแลกกับการไม่ใส่รายชื่อยื่นอภิปรายฯรัฐมนตรีบางคน ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวปล่อยดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์การเมืองโดยรวม จะทำให้ประชาชนขาดความไว้วางใจ ขาดความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบบการเมืองไทย อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ กอบกู้ศักดิ์ศรีและภาพพจน์ฝ่ายการเมืองให้เป็นที่ไว้วางใจของคนไทยทั้งประเทศ

อย่าย้อนยุคปี 21 ล็อบบี้ดึงชื่อญัตติตก

“อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีอิสระในการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเต็มความสามารถ ตีแผ่ความไม่ชอบมาพากล เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่และประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล โดยมีพยานหลักฐานหรือใบเสร็จมาโชว์ชัดเจน ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่ตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยโดยใช้ผลงานออกมาหักล้าง ยืนยันความบริสุทธิ์ในการทำงาน ชี้แจงและตอบคำถามแบบสร้างสรรค์ ไม่ควรจัดตั้งองครักษ์เพื่อตีรวนหรือขัดขวางการตรวจสอบ จะทำลายบรรยากาศการอภิปรายฯ อยากให้การอภิปรายสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา ไม่อยากเห็นการเมืองไทยเดินถอยหลังไปสู่ยุครัฐธรรมนูญปี 2521 หรือย้อนยุคการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เล่นเกมล็อบบี้ให้ถอนชื่อจนญัตติตกไป หรือทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น ทำลายกลไกตรวจสอบของฝ่ายค้านตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ” นายเทพไทกล่าว

“ราเมศ” โต้ ปชป.ไม่โกงจนต้องหนี

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่ากังวลกับเรื่องของพรรค พรรคให้ความเคารพการตัดสินใจของสมาชิกแต่ละคน แต่ต้องเดินหน้าทำงานให้ประชาชนและประเทศต่อไป ยืนยันว่าพรรคเป็นเอกภาพ ทุกคนเข้าใจตรงกันต่อเจตจำนงของหัวหน้าพรรค ไม่ต้องห่วง พรรคอยู่มาตั้งแต่นายณัฐวุฒิยังไม่เกิด การขึ้นหรือลง ทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ ที่กล่าวหาว่าพรรคเดินผิดพลาดคงไม่ใช่ เพราะพรรคที่เดินการเมืองผิดพลาดคือพรรคที่โกงชาติโกงแผ่นดิน จนหนีคดีกันหัวซุก หัวซุน และนายณัฐวุฒิคือหนึ่งตัวอย่างของพรรค การเมืองดังกล่าว

“สนธิรัตน์” ชี้ไลน์หลุดเคลียร์แล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงกรณีปัญหาแชตไลน์ หลุดดุเดือดระหว่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ว่า ได้มีโอกาสดูเรื่องนี้แล้วขอเรียนว่าแชตที่เป็นข่าวข้อขัดแย้งนั้น ความจริงแล้วเป็นเรื่องภายในของกลุ่มไลน์สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ทราบว่าหลุดไปได้อย่างไร ต้องถือว่าเป็นเรื่องภายในพรรค และไม่ได้เป็นปัญหาข้อขัดแย้ง น.ส. ปารีณาได้พูดออกมาแล้วว่าไม่ได้มีข้อขัดแย้ง ตนได้พูดคุยกับทั้ง 2 คนแล้วยืนยันว่าไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร เป็นเพียงการพูดคุยกันในพรรค จะสังเกตว่าพรรคเราพูดคุยลักษณะนี้กันอยู่ภายในพรรค เพราะเราพูดกันตรงๆ แต่ไม่ได้ถือเป็นความขัดแย้ง แต่เป็นความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตยในวิธีคิด แต่ไม่เคยมีความขัดแย้งไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพของพรรค หรือความไม่มีเสถียรภาพของเสียงรัฐบาลเลย พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่มีวินัย และชัดเจนเรื่องบทบาทของพรรคต่อสาธารณะ

ไม่ได้ลอยแพพรรคยังดูแล “ปารีณา”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐให้ความช่วยเหลือด้านคดีแก่ น.ส.ปารีณา นายสนธิตน์ กล่าวว่า หากพรรคช่วยเหลือ น.ส.ปารีณาจริง คงไม่มีแชตหลุดออกมา แต่พรรคดำเนินการตรงไปตรงมาในแต่ละเรื่อง เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐลอยแพ น.ส.ปารีณาหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ไม่ได้ลอยแพ พรรคดูแลบุคลากรของพรรคตลอด ยืนยันสิ่งใดที่พรรคต้องดูแลลูกพรรค เราดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตถือเป็นเรื่องภายใน กมธ.เป็นความขัดแย้งส่วนบุคคล เราให้อิสระในการทำงานของ ส.ส.ของพรรคพอสมควร ในส่วนของภาพลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐได้มุ่งทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ส่วนเรื่อง ตัวบุคคลคิดว่าเป็นเรื่องที่แต่ละคนมีบทบาทของตัวเอง ไม่อยากให้นำบทบาทของแต่ละคนมาเป็นบทบาทและภาพลักษณ์ของพรรค ยืนยันพรรคมุ่งหน้าทำงานและไม่มีภาพลักษณ์ที่เสียต่อพรรคแต่อย่างใด

“ธรรมนัส” เข้าใจแต่ปฏิบัติตาม ก.ม.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีแชตไลน์หลุดในกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่า เข้าใจความรู้สึกของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างดี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยราชการที่มีกฎหมายกำกับ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย “ถ้าผมไม่ดำเนินการเท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งการที่ทั้งผมและคุณปารีณาอยู่ตรงนี้ ถูกจับตาเป็นพิเศษจากสังคมอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราไปต่อต้านไม่ทำตามไม่ได้คือข้อกฎหมาย” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

เน้นทำงานเพื่อ ปชช.ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์อีกครั้งขณะลงพื้นที่ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ถึงกรณีที่มีแชตไลน์ต่อว่าจาก น.ส.ปารีณา ที่ไม่พอใจ ร.อ.ธรรมนัส ที่ไม่ให้การช่วยเหลือกรณีการดำเนินการเรื่องบุกรุกที่ดินใน จ.ราชบุรี ว่า ในส่วนของตนคงไม่มีอะไรจะชี้แจง เพราะได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน อาจจะทำให้ไม่ถูกใจนักการเมืองบางคน ที่มีแชตไลน์หลุดออกไปนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าหลุดออกไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้โทรศัพท์หา น.ส.ปารีณา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องไปคุยกัน ส่วนการทำงานไม่ได้หนักใจอะไร เน้นอยู่เสมอว่าต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้ทำงานเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

ศก.ตกต่ำทำคนผวาปลอดภัยน้อยลง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ณ วันนี้” จาก 1,365 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 15-18 ม.ค. พบว่า เสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 67.69 ระบุแย่ลง มีข่าวให้เห็นทุกวัน รุนแรงมากขึ้น มาจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ สังคมเสื่อมโทรม คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ร้อยละ 27.4 ระบุเหมือนเดิม เพราะสังคมมีปัญหามานาน แก้ไขยาก ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ร้อยละ 4.84 ระบุดีขึ้น สังคมตื่นตัว ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ภาครัฐมีมาตรการเข้มแข็งมากขึ้น เมื่อถามถึงปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ณ วันนี้สะท้อนอะไร ร้อยละ 53.87 ระบุสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ คนหมดหนทาง ต้องต่อสู้ดิ้นรน ยอมกระทำผิด ร้อยละ 24.46 ระบุสภาพสังคมเสื่อมโทรม มีความเหลื่อมล้ำสูง คุณภาพชีวิตแย่ ร้อยละ 21.36 ระบุรัฐบาลยังแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนต้องพึ่งพาตนเอง

วิตกโจรผู้ร้ายชุกชุมปล้นชิงทรัพย์

เมื่อถามถึงความวิตกกังวล ร้อยละ 42.20 ระบุค่อนข้างวิตกกังวล เพราะกลัวจะเกิดกับคนในครอบครัว สังคมมีภัยรอบด้าน ขณะนี้ร้อยละ 40 ระบุวิตกกังวลอย่างมาก เพราะมีข่าวให้เห็นทุกวัน คนจิตใจโหดเหี้ยมมากขึ้น อาวุธผิดกฎหมายหาซื้อได้ง่าย เมื่อถามถึงปัญหาที่วิตกกังวลมากที่สุด ร้อยละ 67.59 ระบุโจรผู้ร้าย จี้ปล้น ชิงทรัพย์ ร้อยละ 32.76 ระบุการใช้ความรุนแรง พกอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ร้อยละ 25.17 ระบุการแพร่ระบาดของยาเสพติด สิ่งที่อยากฝากบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 46.51 ระบุบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปรับปรุงบทลงโทษให้เหมาะสม ร้อยละ 43.41 ระบุตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิดทุกจุดให้ใช้งานได้จริง ร้อยละ 20.54 ระบุเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน

หลาน “เฉลิมชัย” เป็น ส.ส.แทน “กรณ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค. มีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในตำแหน่งว่าง โดยให้นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แทนนายกรณ์ จาติกวณิช ที่ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (8) ของรัฐธรรมนูญ 2560 สำหรับนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ ส.จ.เซ้ม เป็นเจ้าของโควเซ้มฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มไก่ชนชื่อดังระดับประเทศ และเป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เขต อ.ปราณบุรี เป็นบุตรชายนายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย พี่ชายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประวิตร วงษ์สุวรรณธรรมนัส พรหมเผ่าซักฟอกรัฐบาลสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจอุตตม สาวนายนข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้