ข่าว
100 year

ลุ้นสลับขั้ว-ยุบสภา : ยุทธวิธีป่าล้อมเมืองล็อกเป้ากัปตันเรือเชียงกง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ม.ค. 2563 05:05 น.
SHARE

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้

ฝ่ายค้านมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (กกศ.) บอกชัดถ้อยชัดคำศึกครั้งนี้ไม่มีออมมือ

ยิ่งเป็นการอภิปรายครั้งแรกในรอบ 6 ปี ข้อมูลไหลเข้ามามาก เพราะผู้ใช้อำนาจเหลิงอำนาจ เกิดความประมาท ทำความผิดไว้ย่อมทิ้งร่องรอย

และได้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน กกศ. นายอดิศร เพียงเกษ กกศ. ผู้มีประสบการณ์เปลี่ยนแปลงรัฐบาล เข้ามาเสริมทัพเป็นครูช่วยติวเข้ม

ระหว่างวันอภิปราย กกศ.แยกเป็น 2 ทีม คือ บัญชาการอยู่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย 1 ทีมและประจำอยู่ที่รัฐสภา 1 ทีม เพื่อเสริมข้อมูล ประเมิน วิเคราะห์ และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หน้างานตลอดให้เหมาะสมกับสถานการณ์

มั่นใจหลังอภิปรายเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่ เหมือนประวัติศาสตร์ การเมืองกำลังซ้ำรอย ทั้งโรคร้อยเอ็ด โรคแจกกล้วย สุดท้ายผู้มีอำนาจในยุคนั้นไม่จีรัง พ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหลังถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ปัญหาภายในพรรคเพื่อไทย ระหว่างฝ่ายหนึ่งต้องการอภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับอีกฝ่ายหนึ่งพยายามดึงชื่อออกจากบัญชี อ้างเป็นข้อมูลเก่า

เรื่องนี้ไม่กระทบต่อศึกครั้งนี้ แค่เป็นความเห็นต่างในพรรคใหญ่ ถือเป็นเรื่องธรรมดา เราทำการบ้านเต็มที่ บางคนบอกว่ามีข้อมูลใหม่ เมื่อดูภาพรวมไปซ้ำรอยเดิมที่เคยถูกดำเนินคดีมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติชี้เป็นข้อยุติแล้ว พล.อ.ประวิตร จึงอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ถูกอภิปราย

ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกจองกฐินได้มีเกณฑ์เคาะยึดจากข้อมูลเป็นสาระสำคัญ ประกอบด้วย

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

และได้ร่างญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เว้นวรรครายชื่อรัฐมนตรีเอาไว้ อาจจะมีเพิ่มไม่น่าเกิน 3 คนในส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีแต่ละคนถูกอภิปรายเกี่ยวข้องกับประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือหลายประเด็น ประกอบด้วยการทุจริต ประพฤติมิชอบบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว

ขณะนี้ 20 ขุนพลเริ่มเก็บตัว ซักซ้อม จับเวลาให้เหมาะสมในแต่ละประเด็นก่อนขึ้นเวที ภายใต้กรอบอภิปรายไม่เยิ่นเย้อชัดเจน ตรงเป้าหมาย ผู้อภิปรายน้ำเสียงดุดัน หมัดหนัก

ที่สำคัญการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คือ ปมการทุจริต มีข้อมูล 2 ระดับคือ...

...เกรดเอมีข้อมูลพยานหลักฐานทุกอย่างเชื่อได้ว่ากระทำความผิดจริง ประพฤติมิชอบจริง ทุจริตจริง แน่นอนบางครั้งไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือภาพการรับเงินรับทอง

...เกรดเอบวก มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการรับประโยชน์กัน มีความต่อเนื่องร่วมทำเป็นขบวนการ ฉายภาพให้เห็นเป็นซีรีส์

ทุกเรื่องที่อภิปรายจะกลับมาที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมด นายกฯจะถูกอภิปรายหนักสุด

หากนายกฯการข่าวดีควรรีบถอยหรือหาทางออกก่อนถูกอภิปราย เพราะปลายทางการตรวจสอบครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจบลงด้วย...

...มิติสลับขั้วตั้งรัฐบาล

มิติเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาล

มิติการยุบสภาฯ

เหมือนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน กกศ. ระบุว่า ข้อมูลที่อภิปรายถ้าเป็นปุถุชนคนธรรมดา รับรองต้องมีสปิริตลาออกจากตำแหน่ง

ถ้าหน้าหนาเป็นพิเศษ ไม่ลาออก สุดท้ายดันทุรังบริหารประเทศต่อไปก็ไม่ได้ เพราะหมดเครดิต ไร้ความน่าเชื่อถือ

ภาพรวมทั้งหมดจะนำไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย บริหารจัดการเวลาอภิปรายให้เสร็จสิ้นเนื้อหาและกระบวนความ ข้อมูลของแต่ละพรรคไม่ให้ทับซ้อน ส.ส.พรรคไหนอภิปรายก่อนหลังต่อยอดข้อมูลซึ่งกันและกัน

เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลุดบ่วงพรรคเพื่อไทย แต่ยังติดบ่วงอภิปรายโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ท.ภราดร บอกว่า ถูกต้อง เราไม่ไปปิดกั้นพรรคอื่นที่มีข้อมูล

มีคนในรัฐบาลป้อนข้อมูลให้อภิปรายรัฐมนตรีบ้างไหม พล.ท.ภราดร บอกว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงข้อมูลได้มาจากทุกภาคส่วน รวมถึงคนในรัฐบาลที่สื่อสัญญาณเข้ามา ข้อมูลจะเด็ดหรือไม่ เมื่อมีการชี้เป้าหรือการขอร้อง ก็นำเข้า กกศ.พิจารณาว่ามีหลักฐานหรือข้อมูลหนักแน่นแค่ไหน

ข้อมูลการอภิปรายลากโยงไปถึงการบริหารราชการแผ่นดินในรัฐบาลยุค คสช.อย่างไรบ้าง พล.ท.ภราดร บอกว่า รายชื่อรัฐมนตรี 5 คนอยู่ในรัฐบาลยุค คสช.และต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน

ฉะนั้นย่อมมีความจำเป็นต้องปูพื้นฐานตั้งแต่เริ่มแรกและมาสัมฤทธิผลในรัฐบาลชุดใหม่

ฝ่ายค้านออกมาตีหน้ายักษ์ขู่ทุกวัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่หวั่นไหวใดๆ กลับไปห่วงกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาฯหวั่นกระทบต่อความมั่นคง พล.ท.ภราดร บอกว่า บ่งบอกว่ากังวลใจที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก แต่พยายามเก็บอาการและไปอ้างเหตุเหล่านั้นให้เป็นประเด็น

เหล่านั้นหากปล่อยไว้ต่อไปจะยกระดับของมวลชน ยิ่งเป็นดัชนีชี้วัดถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ถึงหวั่นไหวว่าหากถูกอภิปรายเกิดก่อนวิ่งไล่ลุงรอบ 2 รับรองปริมาณมวลชนเข้าร่วมล้นหลาม ถ้าเกิดหลังวิ่งไล่ลุงรอบ 2 รับรองวิ่งไล่ลุงรอบ 3 มวลชนเข้าร่วมล้นหลามกว่าครั้งที่ 2 ถือเป็นการพัฒนาการของภาคประชาชน

การสลับขั้วรัฐบาลหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยู่ใต้เงื่อนพรรคเพื่อไทยจับมือพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวปล่อยออกมาเป็นระยะๆ พล.ท.ภราดร บอกว่า ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐจับมือพรรคเพื่อไทยสลับขั้วเป็นรัฐบาล

จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีพรรคการเมืองอื่น อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ สลับขั้วจับมือพรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาลเพราะรับพฤติกรรมของผู้นำไม่ได้

ถึงวันนั้นแม้ต้องใช้เสียงส.ว.สนับสนุนโหวตเลือกนายกฯ เมื่อ ส.ว.เห็นพฤติกรรมความไม่ชอบธรรมของผู้นำ แม้แต่งตั้งมากับมือ ส.ว.จำเป็นต้องเลือกระหว่างรักบ้านเมืองหรือรักตัวบุคคล

แสดงว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกอภิปรายในครั้งนี้ พล.ท.ภราดร บอกว่า ขณะนี้ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่มี แต่พรรคฝ่ายค้านอื่นยังไม่ทราบ สุดท้ายอาจจะมี

ยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเน้นอภิปรายเฉพาะรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ พล.ท.ภราดร บอกว่า...

...ยุทธศาสตร์ต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการอภิปราย ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน

แม้จำนวนเสียงในสภาฯ ฝ่ายค้านสู้ไม่ได้ แต่สถานการณ์การเมืองจะแปรผันตามข้อมูลที่อภิปราย อย่างน้อยมีผลต่อกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในครั้งต่อๆไป

ขอฝากให้ประชาชนทั่วประเทศติดตามฟังการชำแหละอภิปรายไม่ไว้วางใจ รับรองโดนชาวบ้านที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

นับต่อจากนั้นสถานการณ์การเมืองภายในเวลาไม่ช้าย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

ถึงได้ย้ำตลอดต้องล็อกเป้า พล.อ.ประยุทธ์ให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ

รัฐมนตรีคนอื่นเป็นองค์ประกอบ เพื่อให้เกิดแรงผลักดันไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ฉะนั้นหลังการอภิปรายมีโอกาสสลับขั้วหรือยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองอภิปรายไม่ไว้วางใจภราดร พัฒนถาบุตรพรรคเพื่อไทยกกศ.เฉลิม อยู่บำรุงอดิศร เพียงเกษข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้