ข่าว
100 year

เบื้องหลัง "กรณ์ จาติกวณิช" ลาออกประชาธิปัตย์ รอยร้าวสนิมเนื้อใน บาดลึก

ไทยรัฐออนไลน์15 ม.ค. 2563 17:29 น.
SHARE

เป็นไปตามกระแสข่าวลือในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุด "กรณ์ จาติกวณิช" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคที่อยู่มานานกว่า 20 ปี ท่ามกลางความเสียดายของบรรดาสมาชิกพรรค และก้าวต่อไปของ "กรณ์" บนถนนสายการเมืองจะเป็นอย่างไร?

ต้องติดตามกับทางเลือกใหม่ที่เขาประกาศต้องฟังเสียงประชาชน "จะเดินหน้าสร้างทางเลือกทางการเมืองที่คนไทยแสวงหา เป็นการเมืองที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าแม้แต่จะพลั้งพลาด และเป็นการเมืองที่มั่นใจในศักยภาพของคนไทย เป็นการเมืองที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศในหลากหลายมิติ ด้วยความเชื่อว่าหากเราไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าท้าทายตัวเอง คนไทยจะลำบาก เพราะเราจะแข่งขันไม่ได้"

ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า การลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของ "กรณ์ จาติกวณิช" มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกพรรค โดยปัจจัยภายในสืบเนื่องจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรค และส.ส.ของพรรค หลังพื้นที่ฐานเสียงใน กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่เหลือที่นั่งแม้แต่เขตเดียว และจากการที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.ภาคใต้ ลูกหม้อของพรรค ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง ส.ส.ทางใต้ ทั้งถาวร เสนเนียม, นิพนธ์ บุญญามณี และเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งมีความสนิทกับจุรินทร์ ได้เป็นรัฐมนตรี

"กทม.ไม่ได้ที่นั่ง ส.ส.เลย ทำให้กรณ์ เห็นว่าฐานเสียงของประชาธิปัตย์สูญพันธุ์แล้วจาก กทม. จนพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ลาออกจากพรรค กระทั่งกรณ์ ลาออกเป็นรายต่อไป อีกทั้งเกิดจากปัจจัยภายนอก ในยุค Disruptive Politics ซึ่งการเมืองพลิกผันเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ดูล้าหลัง รวมทั้งวิธีคิด แม้จุรินทร์ เข้ามาเป็นหัวหน้าก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และระหว่างชวน หลีกภัย และจุรินทร์ ใครเป็นหัวหน้าพรรคกันแน่ อาจทำให้กรณ์ มองเช่นนี้ก็ได้ เพราะยุคการเมืองพลิกผัน ทำให้พรรคการเมืองที่ไม่เปลี่ยนวิธีคิด ล้าหลังถดถอย ไปไม่รอด เป็นอีกปัจจัยที่กรณ์ ลาออก อีกอย่างกฎหมายท้องถิ่น กทม.จะไม่มีสมาชิกสภาเขต หรือ ส.ข. อีกต่อไป เหลือเฉพาะสมาชิกสภากทม. หรือส.ก. เท่านั้น ทำให้ฐานเสียงเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยอยู่กับ ส.ข.หายไป"

ส่วนทางเลือกของกรณ์ หากเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มองว่ากรณ์ เคยเป็นมือเศรษฐกิจ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หากไปอยู่พลังประชารัฐจะทำงานซ้ำซ้อนกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจจะกลายเป็นความขัดแย้งในที่สุดได้ ดังนั้นมองว่ากรณ์ จะลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระน่าจะชัดเจนมากสุด ส่วนโอกาสจะชนะชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงไม่ง่าย หรืออาจมีหลายเหตุผล เพื่อต้องการล้างภาพความเป็นประชาธิปัตย์ หรืออาจมองว่าที่ผ่านมาคน กทม.มักโหวตเลือกผู้ว่าฯกทม.ในทิศทางตรงกันข้าม เช่น เมื่อพรรครัฐบาลเป็นเพื่อไทย ผู้ว่าฯกทม.ก็ต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่โหวตเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แต่ชั่วโมงนี้ หากลงชิงชัยผู้ว่าฯกทม. ก็ไม่สามารถสู้ชัชชาติได้

ขณะที่ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ในขณะนี้คงยังไม่เกิด เนื่องจากยังไม่มีเลือกตั้งใหม่ และการจะจับมือกับโจ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อดีต CEO แอร์เอเชีย ในการตั้งพรรค ก็ยังไม่เหมือนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในการสร้างปรากฏการณ์ แม้อดีต CEO แอร์เอเชียเป็นนักบริหาร ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจการเงิน แต่ยังไม่มีแรงส่ง ดังนั้นเชื่อว่ากรณ์ ยังไม่มีการรวมตัวกับบุคคลใดในการตั้งพรรคในเวลานี้

"มองว่ากรณ์ กำลังจะบีบภาพ ดีดตัวเองออกจากประชาธิปัตย์ สะท้อนให้เห็นว่ากรณ์ ได้ตระหนักถึงการผันผวนเปลี่ยนแปลงของการเมือง ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะโอกาสประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคการเมืองขั้วอำนาจเหมือนเดิมคงยาก และการเมืองได้เปลี่ยนไปแล้วระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพลังประชารัฐกับอนาคตใหม่ ส่วนความต้องการของกรณ์ ในการจะเป็นนายกฯ นั้นคิดว่าไม่มี เพราะที่ผ่านมากรณ์เข้าสู่การเมืองจากการชักชวนเข้ามา ไม่ได้คาดหวังเป็นนายกฯ เพียงแต่เข้ามาเพื่ออาสาทำงานให้กับบ้านเมืองเท่านั้น"

นอกจากนี้ หากมองอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ คงจะฟื้นได้ยาก เนื่องจากคนกรุงมีทางเลือกมากมายทั้งพลังประชารัฐ อนาคตใหม่ เพื่อไทย และอีกหลายๆ พรรค ส่วนพื้นที่ภาคใต้ของประชาธิปัตย์ จะสามารถอยู่ได้หากมีชวน หลีกภัย แต่หากชวน วางมือทางการเมืองอาจทำให้ประชาธิปัตย์ยิ่งถดถอยลงไป อีกทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมาสูญเสียที่นั่งในบางพื้นที่จนฟันหรอให้กับพลังประชารัฐ ซึ่งในอนาคตมองว่าประชาธิปัตย์จะกลายเป็นพรรคขนาดเล็ก ไม่ต่างกับพรรคกิจสังคม ทำให้อำนาจการต่อรองของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มกทม.ก็ลดลงตาม

"เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย จะถดถอยลงเช่นกัน แต่ขณะนี้มองว่าเพื่อไทยได้ถดถอยลงเร็วมาก กว่าที่เคยทำนายไว้ก่อนหน้าว่าเพื่อไทย จะล้าหลังถดถอยต่อเนื่อง เมื่อผ่านช่วงการเลือกตั้งไปแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง".

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรณ์ จาติกวณิชกรณ์ ลาออกประชาธิปัตย์ผู้ว่า กทม.ประชาธิปัตย์ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์กรณ์ ลงผู้ว่า กทม.ข่าวร้อนข่าวทั่วไป

Most Viewed