ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : โฟกัสที่ "พี่ใหญ่-พี่รอง"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ม.ค. 2563 05:05 น.
SHARE

อารมณ์ “ลาน” อาการ “เกร็ง” กับเสียงด่าเกินเหตุ

สถานการณ์แบบที่สังเกต “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปลี่ยนจากอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ดีๆ เป็นหงุดหงิดทันทีที่เดินเข้าบูธอีเวนต์ก่อนประชุม ครม.ของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่นำเสนอผลงานการพัฒนาระบบบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันที่จะนำไปใช้ในภาคเหนือ

ชิงออกตัว ต้องเข้าใจรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5

พร้อมวอนขอร้องทุกฝ่ายอย่าโจมตีรัฐบาล ยืนยันให้ความสำคัญและแก้ปัญหาฝุ่นควันได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ขออย่ามองว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน

อาการของผู้นำถึงจุด “สะท้าน” ผวาสังคมพาลด่ารัฐบาลทุกเรื่อง

และเหมือนจะเป็นแฟชั่น ด่า “บิ๊กตู่” แล้วดูฉลาด ไม่ตกยุค ไม่ตกเทรนด์

ตามจังหวะโหนกระแส ร่วมด้วยช่วยแห่อีเวนต์ “ไล่ลุง” ของ “คึกรายวัน” นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุด “แกว่งปาก” กระแทก “บิ๊กตู่”

ซัด “ระบอบประยุทธ์” ต้นตอขัดแย้ง

ไล่ให้พิจารณาตัวเอง ถอยออกจากปมปัญหาก่อนม็อบไล่ม็อบเชียร์ชนกัน

“หนึ่งเสียงเท่ากับศูนย์” ของ “รัฐบาลอิสระ” ยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยกระดับอาการ “แว้งใส่” ผู้นำรัฐบาลด้วยกันเองแรงขึ้นทุกขณะ เหมือนจะอ่านเกมขาดล่วงหน้า สถานการณ์การปรับ ครม.ที่น่าจะเกิดขึ้นหลังคดียุบพรรคอนาคตใหม่และจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ปรับสมการตัวเลขในสภาผู้แทนฯย้ายข้างกันใหม่

ประชาธิปัตย์ในปีกแนวร่วมของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งรวมถึงนายเทพไท ที่ว่ากันว่านับหัวแล้วประมาณ 20 เสียง อาจไม่จำเป็นกับรัฐบาล “ระบอบประยุทธ์” อีกต่อไป

เพราะจะเหลือประชาธิปัตย์อีกกว่าครึ่งที่พร้อมไปต่อกับทีม “บิ๊กตู่”

คอยดูพวกโหนกระแสไล่ลุงในพรรคร่วมรัฐบาล จะโดนลุงไล่อัปเปหิพ้นเรือเหล็ก

เรื่องของเรื่อง โดยเงื่อนไขสถานการณ์ไม่ต้องรอนาน พล.อ.ประยุทธ์น่าจะหยั่งได้ถึงธรรมชาตินักการเมืองอาชีพอย่างลึกซึ้ง ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ในยามเผชิญภาวะยากลำบาก

พิสูจน์ “มิตรแท้” กับ “เพื่อนเทียม”

โดยเฉพาะกับสัญญาณการตีธงอภิปรายไม่ไว้วางใจของ “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย แบไต๋ชัดๆ

“ล็อกเป้า” จัดหนัก “บิ๊กตู่” เป็นหลัก

ตามสถานะเบอร์หนึ่งฝ่ายบริหาร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คุมตำรวจดูแลความมั่นคง

เหมารวมยัดข้อหาทุกกระทงว่างั้นเถอะ

ไม่นับชื่อที่โดนจับมัดพวงพ่วงกับ “บิ๊กตู่” ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มือเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

ล้วนแต่โควตาพิเศษของนายกรัฐมนตรี

งานนี้ “เหมาเข่ง” เชือด “มือบริหารอาชีพ” เจาะยางพวกที่ไม่มีฐาน ส.ส.เป็นกองกำลังคุ้มกัน

เขย่า “ศูนย์กลาง” ยุทธศาสตร์บริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ และนั่นยังแฝงเหลี่ยมสางแค้นพวกแปรพักตร์ “นายใหญ่” ไล่จองเวร “สมคิด-วิษณุ” ไม่เลิกรา

ที่แน่ๆ ถ้าทีมโควตาพิเศษของนายกฯแกว่งในเวทีเชือด “บิ๊กตู่” ก็สะเทือนด้วย

และที่ยังกั๊กไม่ปิดกล่อง จังหวะดึงเช็งต่อรอง แลกกล่อง แลกของ กับมุกเขี่ยลูกเข้าเหลี่ยม

ยั่วเกม “แทงหลัง” ในพรรคร่วมรัฐบาล

อารมณ์แบบที่นักข่าวตั้งคำถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจ่อเพิ่มชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เข้าบัญชีอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีการแบนสารพิษทางการเกษตร

จะทำให้พรรคภูมิใจไทยสวิงไปหนุนฝ่ายค้านหรือไม่

โดยที่เซียนเขี้ยวระดับนายสมศักดิ์รีบดักคอดักทาง เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยแยกแยะออก

แต่ที่น่าจับตาสุดก็คิวของ “พี่ใหญ่” กับ “พี่รอง” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ชื่อผลุบๆโผล่ๆ

ว่ากันว่า ใครติดโผ ใครหลุดโผ จัดเป็นคลาสสิกเคส “เกมอำนาจพี่น้อง 3 ป.”

ชิงพื้นที่ยืนทางการเมือง ยึด “ขาลอย” จากอำนาจท็อปบูต.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองประวิตร วงษ์สุวรรณอนุพงษ์ เผ่าจินดาประยุทธ์ จันทร์โอชาระบอบประยุทธ์เทพไท เสนพงศ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้