ข่าว
100 year

"ระบอบประยุทธ์" ส.ส.พรรครัฐ-จัดให้

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

เพื่อไทย -ไม่กล้าไล่ กลัว 3 ส.ส.งูเห่า จะเลื้อยลงรูรัฐ

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่เสียเวลากับพวกไล่พวกเชียร์ ปลุกถึงเวลาคนไทยรวมพลังกันได้แล้ว ขัดข้องหมองใจให้คุยกัน ย้ำคนไม่ชอบยิ่งต้องรักขอเอาความดีเข้าสู้ “เทพไท” วิเคราะห์วิ่งไล่ลุง ชี้ คสช.บริหารล้มเหลว ปฏิวัติเสียของซ้ำสอง เกิดไฟขัดแย้งระหว่างระบอบ “ประยุทธ์” กับคนรุ่นใหม่ “นายกฯตู่” กลายเป็นศูนย์กลางต้องตัดสินใจถอดสลักด้วยตัวเอง “ธนาธร” เดินหน้าชวนประชาชนต่อสู้อย่าเอาแต่รอต้องร่วมเปลี่ยนแปลง “ช่อ” เชื่อไม่มีปะทะหมดยุคม็อบชนม็อบทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาล พท.จี้อย่าสองมาตรฐาน “หมวดเจี๊ยบ” บอกคนวิ่งเยอะกลัว “ลุงตู่” อยู่ยาวเศรษฐกิจพินาศ “เก่ง” บี้ลาออกช่วยชาติ ลุยซักฟอกต่อยอดในสภาฯ ขณะที่สนิมในพรรคเพื่อไทย แกนนำยังกุมขมับหมดปัญญาเลือกลงทัณฑ์ 3 งูเห่าโหวตสวนมติพรรค “ดอน” หลบกระทู้ปูดปมชักศึกเข้าบ้าน

การเมืองเห็นต่าง หลังจากคนแห่กิจกรรมวิ่งไล่ลุงและเดินเชียร์ลุงจัดขึ้นพร้อมกันวัดพลังมวลชนกันเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายเริ่มกังวลจะย้อนกลับสู่ความขัดแย้งรุนแรงอีกรอบ โดยเฉพาะนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ฟันธงเกิดคู่ขัดแย้งระหว่างระบอบ “ประยุทธ์” กับคนรุ่นใหม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังนิ่งไม่ออกอาการ ปฏิบัติภารกิจตามปกติ

นายกฯร่วมงานวัน ทภ.1 ครบ 110 ปี

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 110 ปี โดยอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 อาทิ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วม มี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ให้การต้อนรับ หลังเสร็จสิ้นพิธี พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ก่อนเดินทางกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ

เมินพวกไล่พวกเชียร์ไม่ใช่ศัตรูใคร

จากนั้นเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการยุวชนสร้างชาติ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ 500 คน จาก 7 มหาวิทยาลัยภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานโครงการกับสำนักปลัดกระทรวง อว. โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ขอให้ใช้พลังของหนุ่มสาวอย่างสร้างสรรค์ 5-10 ปีที่ผ่านมา หลายอย่างเกิดความเปลี่ยนแปลง ต้องลดผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนที่เกิดจากโลกดิจิทัล ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมโปร่งใส ทุกคนหวังดีต่อประเทศชาติทั้งสิ้น ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใครเลย ใครจะเชียร์จะไล่จะอะไร ทำอย่างไรให้ทุกคนร่วมมือขับเคลื่อนประเทศชาติไปข้างหน้า ดีกว่ามาเสียเวลากับเรื่องซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าแต่ก็เคารพความคิดของทุกคน

รวมพลังกันได้แล้วหมองใจก็คุยกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในโครงการยุวชนสร้างชาติ วันนี้ประเทศ ไทยเดินมาถูกทางแล้วขับเคลื่อนทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ไม่เช่นนั้นจะแบ่งแยกกันอยู่อย่างนี้ คนรวย คนปานกลาง คนจน กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ วันนี้ประเทศไทยถึงเวลาที่เราจะต้องรวมพลังกันได้แล้ว อะไรที่ขัดข้องหมองใจต้องคุยกัน ในต่างประเทศก็แก้ปัญหากันแบบนี้รบราฆ่าฟันกันยิ่งกว่านี้ เราต้องการจะกลับไปแบบนั้นกันอีกหรืออย่าเลย เอาความตั้งใจมาร่วมมือกันคิดกันทำจะดีกว่า ใครไม่มาไม่เป็นไรแต่วันหน้าเขาอาจจะเข้าใจและมาร่วมมือ ไม่อยากจะให้มีความขัดแย้งกันใดๆทั้งสิ้น เวลานี้โลกกำลังมีปัญหาหลายประการ เราไม่ควรจะมีปัญหาภายในเพื่อจะใช้สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้เป็นโอกาสของพวกเรา เราต้องเอาวิกฤติเหล่านั้นสร้างโอกาส

ยกเสาเอกพัฒนาชุมชนริมคลอง

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ท่าเรือวัดเสมียนนารี พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมรับฟังการบรรยายกิจกรรมโครงการ “คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง คืนสายคลองให้ส่วนรวม” พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ตามนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองของรัฐบาล และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน กทม. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะล่องเรือไปยังท่าเรือชุมชน

ประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร ระยะทาง 772 เมตร

เพื่อเป็นประธานพิธียกเสาเอกของชุมชนฯเยี่ยมชมนิทรรศการงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 9 ตารางวา และใบอนุญาตก่อสร้างชุมชนจำนวน 210 ครัวเรือน ให้แก่คณะกรรมการสหกรณ์เคหสถานประชาร่วมใจ 2 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานก่อนทำพิธีว่า หลายครัวเรือนขอบคุณนายกฯก็ขอบคุณที่ให้กำลังใจ หากไม่ได้รับความร่วมมือโครงการคงเดินหน้าไม่ได้ รัฐบาลตั้งใจพยายามเต็มที่เพื่อประชาชน วันนี้ดีใจที่ขับเคลื่อนได้ 210 ครัวเรือน

ก้มหน้าเอาความดีเข้าสู้คนไม่ชอบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขอร้องทุกคนต้องเข้าใจกันและกัน เดินหน้าร่วมกันเข้มแข็งไปด้วยกัน โครงการนี้มีความสำคัญ รักโลก รักสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น เป็นโครงการที่รับสั่งเสมอมา ขอให้ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน เพราะพระองค์ต้องการให้ทุกคนมีความสุข ทุกคนเป็นคนไทยเป็นพสกนิกรของพระองค์ทรงมอบหมายมาทุกเรื่อง เมื่อรับสั่งมาก็นำไปสู่การปฏิบัติ แต่หากขัดแย้งกันในสื่อไม่เกิดประโยชน์ ตนไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้ใครจะว่าอะไร ทำอะไรก็สุดแท้แต่จะมีวาสนาแค่ไหน งานนายกฯมีวาสนาน้อย อยู่ที่พวกเราประชาชนเป็นผู้กำหนดแนวทางประเทศ ดูว่าอะไรดีไม่ดี อย่าไปฟังสิ่งที่มันไม่ใช่แล้วก็เชื่อต้องคิดให้เป็น ที่นายกฯพูดเยอะเพราะคิดไว้เยอะ และทำไปเยอะ แต่หลายคนไม่ได้ฟังไปฟังอะไรที่ไม่ค่อยได้ประโยชน์ แต่ตนไม่เคยรังเกียจใคร ใครจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ยิ่งไม่ชอบตนก็ต้องยิ่งรักท่านให้มากขึ้น เอาความดี ทำต่อให้เขารัก และทุกคนต้องทำแบบนี้

ชื่นใจชาวบ้านรับลูกไม่มีใครทำได้เท่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ถามชาวบ้านว่า “มีใครทำเท่าผมบ้าง” เมื่อยังไม่มีเสียงตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวต่อว่า “ไม่มีใครกล้าตอบเลยหรือ” ก่อนที่ชาวบ้านพร้อมใจกันตอบ “ไม่มี” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอบให้ชื่นใจๆ ก่อนกล่าวขอบคุณและเดินลงจากเวที ไปมอบเครื่องอุปโภคและบริโภคให้กับชาวบ้าน และเดินไปยังบริเวณจุดยกเสาเอกและเสาโททำพิธีวางไม้มงคล ผูกผ้าสีและโปรยดอกไม้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดทั้งวัน

“วิษณุ” เชื่อเดือน ก.พ.ได้ใช้งบฯ ปี 63

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ร่างงบประมาณ 2563 ว่าขั้นตอนจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาที่มีเวลา 20 วัน โดยจะประชุมในวันที่ 20 ม.ค. คงใช้เวลาเพียงวันเดียว และ ส.ว.ทำได้เพียงเสนอข้อสังเกตเมื่อพิจารณาเสร็จแล้วจะส่งมายังรัฐบาล ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 7 วัน คือภายในเดือน ม.ค. คาดว่าจะทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ภายในเดือน ก.พ. และจะเตรียมจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่เข้าสภาฯ ใน 2 เดือนข้างหน้า

ทำมึนไม่ตีความม็อบวิ่งไล่ลุง

นายวิษณุยังกล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ชุมนุมข่ายชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ว่า การแสดงสัญลักษณ์ไม่เป็นไร แต่ถ้าเข้าข่ายการชุมนุมตาม พ.ร.บ.สาธารณะ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้การชุมนุมสาธารณะถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์ทาง การเมือง ซึ่งการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองทำได้หลายอย่าง สื่อยืนยกนิ้วอยู่ตรงนี้เป็นการแสดงสัญลักษณ์ แต่เมื่อไม่ใช่การชุมนุมไม่ต้องขออนุญาต และไม่ต้องไปบอกใครแต่ถ้ารวมตัวกันหลายคนจะเป็นเรื่องของการชุมนุม เมื่อถามว่า การวิ่งไล่ลุงเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่มีการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองเข้าข่ายการชุมนุมหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ เจ้าหน้าที่ดูอยู่แล้ว อย่าให้ไปตอบชี้นำเลย

วอนอย่ายึด ปชช.เป็นตัวประกัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวต่างๆไม่ว่าจะเป็น วิ่งไล่ลุง หรือเดินเชียร์ลุง ถ้าเป็นไปตามกรอบของกฎหมายสามารถทำได้ แต่ต้องระวังการกระทบกระทั่งกันของทั้งสองฝ่าย ไม่อยากเห็นความขัดแย้งแบ่งข้างของคนไทย เพราะจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนบทเรียนในอดีต แม้ในตอนนี้ประเทศจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจบ้างแต่ยังดีกว่าเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมาอีก อย่างน้อยบ้านเมืองสงบ ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องจะสามารถแก้ไขได้ ขอฝากพรรคการเมืองบางพรรคด้วยว่า อย่านำประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง

“เทพไท” สับ คสช.ปฏิวัติเสียของ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและวิ่งเชียร์ลุงว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์กับกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้สถานการณ์ย้อนหลังกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ในขณะนั้นเป็นความขัดแย้งระหว่างระบอบทักษิณกับสังคมไทย แต่วันนี้ได้เปลี่ยนคู่ขัดแย้งใหม่มาเป็นระหว่างระบอบประยุทธ์กับสังคมคนรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมาได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การบริหารประเทศภายใต้ คสช.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถปลดล็อกความขัดแย้งของสังคมได้ ทำให้การรัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ไม่คุ้มค่า เป็นการยึดอำนาจที่เสียของอีกครั้งหนึ่ง ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยตามเป้าหมายที่ คสช.ประกาศไว้

แนะ “บิ๊กตู่” ถอดสลักปมขัดแย้ง

นายเทพไทกล่าวว่า วันนี้สถานการณ์การเมืองพัฒนามาเป็นการชุมนุมผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย นัดชุมนุมกันแบบครั้งคราว หรือแฟลชม็อบ สร้างแรงกดดันทางการเมืองไปเรื่อยๆจนกว่าสถานการณ์จะสุกงอม เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญที่มีการสืบทอดอำนาจจาก คสช. จะต้องเป็นผู้ถอดสลัก ความขัดแย้งและแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยตนเองให้ได้ วันนี้จุดศูนย์กลางความขัดแย้งทางการเมืองได้เปลี่ยนมาเป็น พล.อ.ประยุทธ์แต่เพียงผู้เดียว ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะถอดสลักแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ท่านและบริวารต้องไปขบคิดหาแนวทางแก้ไขหรือถอนตัวออกจากคู่ขัดแย้งให้เร็วที่สุดเพื่อให้สถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมคลี่คลายไปสู่สภาวะปกติตามที่ทุกฝ่ายปรารถนา

“ธนาธร” ซัดงบฯคร่ำครึไม่ตอบโจทย์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่มีการจัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “อนาคตงบประมาณไทย อนาคตใหม่ประชาชน” โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวตอนหนึ่งว่า งบฯต้องเป็นกลไกหลักแก้ไขปัญหาประเทศ 5 ข้อ 1.ความเหลื่อมล้ำ 2.สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ 3.การใช้งบฯไม่มีประสิทธิภาพ 4.ระบบรัฐราชการรวม และ 5.ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ วิสัยทัศน์ของพรรคอนาคตใหม่ คือ คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศ ไทยต้องเท่าทันโลก ต้องจัดสรรงบฯบนฐานคิดใหม่ 4 ประการ 1.เน้นการใช้งบลงทุน 2.ให้ท้องถิ่นตัดสินการใช้งบฯ 3.เปลี่ยนโครงการขนาดใหญ่ให้เป็นโครงการขนาดเล็กเพื่อตอบสนองประชาชนคนจนในพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ และ 4.จัดสวัสดิการถ้วนหน้า งบฯ 3.2 ล้านล้านบาทน่าจะพาประเทศสร้างสังคมได้ดีกว่านี้ พรรคจะนำข้อมูลที่ได้รับมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน ก.พ.รวมทั้งตั้งทีมตรวจสอบการใช้งบฯและติดตามการจัดทำงบฯปี 2564 นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย

ปลุก ปชช.เข้าร่วมเปลี่ยนแปลง

นายธนาธรกล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ทั้งในกรุงเทพฯและอีกหลายจังหวัดว่า เป็นความตื่นตัวของประชาชนทางการเมือง ทุกคนเห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้อยากจะมีส่วนร่วมทางการเมืองและต้องการระบายความอัดอัั้นตันใจ ส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจรับฟัง เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมาก เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดหลังการรัฐประหาร 2557 ขอให้กำลังใจประชาชนให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องและยุติธรรมเพื่อการมีประชาธิปไตยร่วมกัน ถ้าเราต่อสู้ไปด้วยกันการ เปลี่ยนแปลงที่เราฝันถึงที่จะทำให้ประเทศไทยไปข้างหน้าได้ หากเราไม่ตื่นตัวและมีส่วนร่วมทางการเมือง เราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง จงอย่ารอคอย การเปลี่ยนแปลง แต่จงเป็นส่วนหนึ่งของมัน

จนใจอภิปรายดีแพ้พวกมากลากไป

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณางบฯภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายวินัยการเงินการคลังและกฎหมายวิธีการงบประมาณเพื่อควบคุมการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล เช่น การควบคุมการก่อหนี้ผูกพันในอนาคต และกำหนดให้มีงบฯแบบบูรณาการอย่างเป็นทางการ เป็นต้น พรรคได้ตั้งทีมงานที่พิจารณางบฯหลายทีมมีกลุ่มอาสาเข้ามาร่วมกันศึกษาเอกสารหมื่นหน้า ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้เห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างหน่วยงานที่มาชี้แจงกับกรรมาธิการที่เป็น ส.ส.บางครั้ง ส.ส.ตัวใหญ่มากบางครั้งผู้มาชี้แจงก็ตัวใหญ่มาก การตัดงบฯตัดเป็นสัดส่วนไม่ได้ตัดเป็นราย รายการทำให้โครงการที่ไม่มีความจำเป็นยังคงอยู่ ในวาระที่ 2 พิจารณารายมาตรา แม้ว่าเราจะอภิปรายได้ดีแค่ไหนแต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เพราะเป็นพวกมากลากไป

“ช่อ” ลั่นหมดยุคม็อบชนม็อบแล้ว

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า งานวิ่งไล่ลุง มีคนทุกช่วงวัย ทั้งรุ่นคุณป้า คุณลุง คนทำงาน ไปยันเด็กมัธยมต้น ถ้าจะประเมินคิดว่ากลุ่มที่เป็นวัยรุ่นมี 60% ที่เหลือเป็นคนที่มีอายุอาจจะ 30-40% เป็นภาพของสังคมที่มีคนทุกวัยมาร่วม อย่างน้อยในวันที่ 12 ม.ค. ได้เห็นเรื่องที่ดีคือไม่มีฝ่ายใดพยายามจัดงานให้ชนในสถานที่เดียวกัน แม้จะชนวันเวลาแต่คน 2 กลุ่มไม่มีทางมาปะทะกันแน่นอน ภาพที่เกิดขึ้นอาจจะดูเป็นการวัดมวลชนกันแต่เป็นสัญญาณที่ดีว่า คงจะหมดสมัยแล้วที่จะนำมวลชนมาปะทะกัน ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น ความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น สิ่งที่เราอยากเห็นคือ อย่าเอาคนมาปะทะกันให้เกิดความรุนแรง อย่าไปใช้วาจาดูถูก ดูหมิ่น ยุยงกันไปมาทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกลียดกันมากขึ้น เพราะคนที่ความเห็นต่างกันมีแนวโน้มที่จะเกลียดกันง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างคือ รัฐบาลเองควรจะอำนวยความสะดวกให้แสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน

ปัดเขี่ยไฟขัดแย้งคนเร่งอยู่ที่ รบ.

เมื่อถามว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าในปี 2563 พรรคอนาคตใหม่พยายามจะเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการชุมนุม น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า “คนที่เร่งปฏิกิริยาน่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่า เพราะต่อให้ใครจะกระตุ้นประชาชนขนาดไหน มันกระตุ้นไม่ขึ้นหรอก หากไม่มีปัจจัยที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเดือดร้อนจริงๆ คุณดูสิ น้ำประปาก็เค็ม ฝุ่น PM 2.5 ก็เยอะ คนตกงานเป็นว่าเล่น มีคนฆ่าตัวตายรายวัน เราไม่เห็นข่าวแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ตอนนี้กลับมาอีก ปัญหาเหล่านี้รุมล้อมและทำให้คนรู้สึกว่าเราต้องการรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ ฉะนั้นคนที่จะเร่งปฏิกิริยากระแสของประชาชนคือรัฐบาลเอง”

วิป รบ.มีมติไม่ส่ง 3 ส.ส.อนค.ให้ ตร.

ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานกรรมการประ สานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีหนังสือขอตัว 3 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ไปสอบสวนทางคดีอาญาระหว่างสมัยประชุมสภาฯตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ตามมาตรา 125 ระบุไม่ให้ดำเนินคดีกับ ส.ส.ในระหว่างสมัยประชุม ในอดีตสภาฯไม่เคยส่งตัว ส.ส.ไปดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุมแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นเบื้องต้นคงไม่สามารถส่งตัว 3 ส.ส.ไปดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาฯจะลงมติอีกครั้งว่าจะอนุญาตหรือไม่ เบื้องต้นวิปรัฐบาลมีมติไม่อนุญาตให้นำ 3 ส.ส.ไปดำเนินคดีระหว่างเปิดสมัยประชุม เมื่อปิดสมัยประชุมหรือหลังวันที่ 28 ก.พ. เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเรียกตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่แล้วคดียังไม่ยุติ สภาฯต้องยึดหลักปฏิบัติตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ

“ภูมิธรรม” ตะเพิดพวกจ่อโหวตสวน

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า มีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายถูกยื่นอภิปราย 4-5 คน นายกฯจะถูกอภิปรายมากหน่อย โดยจะยื่นญัตติวันที่ 20 ม.ค.บวกลบ เพื่อไม่ให้ตรงกับวันตรุษจีน 25 ม.ค.เมื่อบรรจุญัตติจะทำให้เวลาการอภิปรายจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ. ส่วนปัญหา ส.ส.พรรคไม่โหวตไปในทิศทางเดียวกัน ถ้ามีสำนึกโดยรวม บุคคลหรือนักการเมืองใครก็ตาม ถ้าไม่สบายใจไม่สะดวกใจที่จะอยู่ในพรรคการเมือง ควรพิจารณาตัวเองลาออกไปเลือกหนทางใหม่ แต่ถ้ายังอาศัยร่มไม้ชายคาอยู่ หากทำอะไรที่ผิดมติของพรรค ในทางการเมืองถือว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

วางกรอบซักฟอกบริหารผิดพลาด

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมี 4 กรอบคือ 1.ประเด็นที่ความผิดสำเร็จแล้ว และยังคงส่งผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เช่น กรณีเหมืองทองอัครา 2.กลุ่มเครือข่ายใกล้ชิดผู้ถืออำนาจรัฐ หรือที่เรียกว่าเครือข่าย 3 ป. 3.กลุ่มรัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ เข้ามารื้อและปรับเปลี่ยนทำให้ประเทศชาติ ประชาชนเสียประโยชน์ และ 4.กลุ่มการบริหารงานที่ผิดพลาด ที่เกิดจากการกำกับนโยบายที่ผิดพลาด

จี้รัฐบาลอย่าใช้ ก.ม.สองมาตรฐาน

นายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ว่า การที่คนไทย 40 จังหวัดทั่วประเทศลุกขึ้นมาทำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เป็นสัญญาณที่บอกว่าเวลาของรัฐบาลเหลือน้อย จึงมีข้อเสนอ 5 ประการไปยังรัฐบาลว่า 1.อย่าสกัดกั้นประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด หากใครอยากลุกขึ้นมาวิ่งไล่ลุงก็ไปวิ่ง ใครอยากเดินเชียร์ลุงก็เดิน ไม่ใช้กฎหมายสองมาตรฐาน 2.เจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องวางตัวเป็นกลาง อำนวยความสะดวกประชาชนเท่าที่กฎหมายจะเอื้อได้ 3.รัฐไม่ควรมีเกมเลื่อนลดปลดย้ายข้าราชการฝ่ายปกครอง ไม่ว่าจะเป็น ผวจ. เช่น จังหวัดใดมีคนวิ่งไล่ลุงมากจะถูกปลดย้าย 4.อย่าผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู เช่น กิจกรรมวิ่งที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 2 ก.พ.นี้ ห้ามแทรกแซง ข่มขู่ กดดัน คุกคาม และให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเท่าเทียมทั้ง 2 ฝั่ง และ 5.ต้องรับฟังเสียงที่เห็นต่างเพื่อยกระดับคุณภาพการทำงานในช่วงเวลาที่เหลือน้อยของรัฐบาล

ชี้คนรุ่นใหม่กลัว “บิ๊กตู่” อยู่ยาว

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกิจกรรมวิ่งไล่ลุง จะเห็นว่า มีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่เข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างมาก สาเหตุน่าจะเกิดจากเงื่อนไข 3 ประการ คือ 1.ปัญหาสองมาตรฐานในสังคมไทย 2.ความล้มเหลวแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่บริหารมา 5-6 ปี คนไทยยากจนเป็นหนี้ท่วมหัวเป็นอันดับต้นๆของโลก และ 3.ปัญหาการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน คนรุ่นใหม่รู้สึกอึดอัดจึงออกมาแสดงพลัง เป็นห่วงอนาคตของประเทศมากกว่าห่วงความปลอดภัยของตัวเอง และสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่มือที่สาม แต่กลัวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่นานเกินไปจะยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังลงคลองเศรษฐกิจยิ่งพังพินาศ

ลาออกคือทางเลือกช่วยชาติ

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการพบประชาชนในหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้ยินเป็นเสียงเดียวกันว่าการค้าขายฝืดเคือง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย หลายครอบครัวเป็นหนี้ ความช่วยเหลือภาครัฐไม่ตอบโจทย์ ไม่สามารถช่วยให้ความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น จนเกิดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 6 ปี คนไทยยิ่งจนลง หลายครอบครัวเลือกจบชีวิตตัวเองดีกว่าทนกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่มีวันดีขึ้น ประชาชนออกมาวิ่งไล่ลุงแสดงว่า ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ทางออกเดียวหากเห็นแก่ชาติและประชาชนควรลาออกแล้วคืนอำนาจให้ประชาชนจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

ลุยซักฟอกต่อยอด “วิ่งไล่ลุง”

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีคนเข้าร่วมวิ่งไล่ลุงเป็นจำนวนมากเกินคาด สะท้อนว่ากระแสไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์จุดติดแล้ว นอกจากคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางเข้าร่วมจากหลากหลายสาขาอาชีพแล้ว สื่อต่างประเทศมาเกาะติดรายงานข่าว หลายสำนักมองกิจกรรมดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย ตอนนี้คนเห็นหมดแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ดีไปกว่านักการเมืองที่เคยกล่าวหา จึงมาวิ่งเพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำเจตนารมณ์ของกลุ่มวิ่งไล่ลุง ไปอภิปรายไล่ลุงในสภาฯต่อไป ตอกย้ำให้เห็นว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะอยู่บริหารประเทศท่ามกลางซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ

ไม่ขับ 3 งูเห่าเติมเสียงขั้วตรงข้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.โหวตสวนมติพรรค ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ แกนนำพรรคเป็นประธาน พิจารณาบทลงโทษ 3 ส.ส. ได้แก่ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี และนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.ที่โหวตสวนมติพรรค เป็นเรื่องที่แกนนำพรรคต้องคิดหนักว่าจะใช้มาตรการอย่างไรเพื่อเป็นการปรามไม่ให้ ส.ส.รายอื่นกล้าโหวตสวนมติพรรคอีก รวมถึงไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้ามใช้มาตรการขับออกจากพรรคเพราะ ส.ส.กลุ่มสามารถย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลได้ทันที เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่ทำมาแล้ว และพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยเพราะทำให้โมเมนตัมเสียง ส.ส.พลิกเปลี่ยนทันที ตอนนี้รัฐบาลพ้นจากภาวะเสียงปริ่มน้ำ ไปแล้ว ยิ่งถ้าพรรคเพื่อไทยขับออกอีก เสียงของรัฐบาลจะยิ่งเพิ่มพูนไปกันใหญ่ เกมต่อรองทางการเมืองจะเสียเปรียบมาก

กุมขมับแบนลงสมัครเสี่ยงแพ้ ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนมาตรการตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ครั้งหน้าก็ค่อนข้างเสี่ยงที่จะเสีย ส.ส.ในเขตนั้นๆไป เพราะ ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบทั้ง 3 ราย ต่างก็เป็น ส.ส.ที่มีความนิยมในพื้นที่ชัดเจนไม่ใช่ ส.ส.ที่พึ่งกระแสนิยมจากพรรคเพียงอย่างเดียว หากไม่ให้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยเท่ากับบังคับให้ไปลงสมัครในนามพรรคอื่น อาจทำให้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเพื่อไทยส่งลงแพ้ได้ โดยผลคะแนนเลือกตั้งปี 54 ที่มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือคะแนน ส.ส.และคะแนนพรรค ทั้ง 3 รายมีคะแนนใกล้เคียงกับพรรค บางคนคะแนนส่วนตัวสูงกว่าคะแนนพรรคด้วยซ้ำ จึงเป็นประเด็นที่แกนนำพรรคต้องคิดหนักเช่นกัน

เข้าใจ “พลภูมิ-ก้อย” บุญคุณค้ำคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับผลการสอบสวนได้ข้อสรุปเบื้องต้นพบว่า ในรายของนายพลภูมิ แกนนำพรรคเข้าใจได้ถึงแนวทางดำเนินการที่มีบุญคุณต่อกันในบางเรื่อง ที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จที่หลุดจาก ป.ป.ช.เพราะคดีขาดอายุความ ส่วน น.ส.พรพิมลเป็นเหตุผลเชิงคดีความเช่นกันแต่เป็นในส่วนของสามี แต่นายขจิตรค่อนข้างชัดเจนกว่าใคร แกนนำพรรคจึงคาดโทษขั้นเด็ดขาดเอาไว้

ฝ่ายไล่ฝ่ายเชียร์ระเบิดศึกโซเชียล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน บรรดาผู้สนับสนุน “วิ่งไล่ลุง” และ “เดินเชียร์ลุง” ต่างใช้ โซเชียลมีเดียดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม จนเกิดดราม่าในโลกโซเชียลตลอดวัน เริ่มจากผู้สนับสนุนวิ่งไล่ลุง แชร์ภาพ “เพจเชียร์ลุง” ที่ไปนำภาพกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟมาลงในหน้าเพจเชียร์ลุงเคลมเป็นภาพเดินเชียร์ลุงแอดมินเพจเชียร์ลุง ออกมาโต้ว่า เพจถูกแฮ็กมีคนนำภาพนี้ไปแปะหน้าเพจ จากนั้นโต้กลับ โดยนำยอดคนที่เข้าเดินเชียร์ลุง 2.4 หมื่นคน มาลงหน้าเพจ พร้อมข้อความเย้ยหยันว่า “ภาษามวย เรียกว่าชนะ” ต่อมาผู้สนับสนุนวิ่งไล่ลุงแชร์ภาพนกหวีดและสัญลักษณ์ของ กปปส.ที่นำมาแลกเหรียญปราบกบฏของกลุ่มวิ่งไล่ลุง ตามด้วยภาพคนมาเต็มสวนรถไฟแปะเทียบกับภาพเดินเชียร์ลุงคนบางตา พร้อมภาพคนเดินเชียร์ลุงกำลังทำท่าเตะป้ายในกิจกรรมผลไม้พิษมาตัดแปะเทียบกับภาพสมัยม็อบ กปปส.บุกไปเตะป้ายหน้า สตช. พร้อมเหน็บแนมว่า “ยังเป็นเหมือนเดิม” เพจเชียร์ลุงตอบโต้ด้วยการลงภาพของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่ฉายให้คนร่วมงานจำนวนมากมาให้ลูกเพจดู แอดมินยังประกาศว่า ถูกฝ่ายวิ่งไล่ลุงนำภาพส่วนตัวไปประจานบนโซเชียล ระบุเป็นการคุกคามผู้เห็นต่าง และประกาศว่าจะจัดการพวกเกรียนที่ชอบมาก่อกวนในเพจให้หมด

“ดอน” หนีกระทู้ปูดปมมะกัน-อิหร่าน

ที่รัฐสภามีการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ถามนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กรณีนายดอนให้สัมภาษณ์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาแจ้งให้ไทยทราบล่วงหน้า กรณีการสังหารผู้นำทหารของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นายดอนแจ้งว่า ติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ และไม่แจ้งว่าจะมาตอบได้เมื่อใด ทำให้กระทู้ถามด้วยวาจาดังกล่าวตกไป แต่ผู้ยื่นตั้งกระทู้ถามสามารถตั้งคำถามได้อีกในครั้งต่อไป ต่อมานายคำนูณโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เสียดายที่นายดอนไม่สามารถมาตอบกระทู้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของวิกฤตการณ์โลก และลดทอนความน่าเชื่อถือรัฐบาล กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องกระทบต่อประโยชน์ชาติและประชาชน สุ่มเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเข้าสู่วิกฤติโลกโดยไม่จำเป็น จะพิจารณาอีกครั้งว่า จะยื่นกระทู้ถามด้วยวาจาอีกครั้งในวันที่ 27 ม.ค.หรือไม่

16 ม.ค. 2 กมธ.เรียกบัวแก้วแจกแจง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กมธ.ทหาร สภาผู้แทน ราษฎร ที่มี พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส. กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้เชิญปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติ ผอ.สำนักข่าวกรอง เข้าชี้แจงต่อปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในวันที่ 16 ม.ค. เวลา 09.00 น. และ กมธ.ต่างประเทศ ที่มีนายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน จะเชิญปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้าชี้แจงถึงกรณีความขัดแย้งสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่ส่งผลต่อประเทศไทยในวันที่ 16 ม.ค.เช่นกัน

มั่นใจศึกสหรัฐฯ-อิหร่านไร้ผลกระทบ

นายปณิธาน วัฒนายากร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ(กมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านว่า ฝ่ายเศรษฐกิจของตนชี้แจงว่าในชั้นนี้ยังไม่กระทบอะไรต่อประเทศไทย แต่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง และดูว่าการพูดคุยเจรจาจะสำเร็จหรือไม่อย่างใกล้ชิด ระยะยาวการพูดคุยในเรื่องการไม่สะสมอาวุธนิวเคลียร์จะสำเร็จหรือไม่ ตรงนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจการลงทุน ทั้งนี้รองนายกฯรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้สั่งให้เฝ้าระวังมาตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ประมาทไม่ได้ ดูเรื่องคนเข้า-ออก เฝ้าระวังผู้ต้องสงสัยที่เข้าออกอยู่ 2-3 ประเทศในภูมิภาค แต่ถือว่ายังไม่มีอะไรในขณะนี้

ส.ว.เร่งเดินเครื่องแผนปฏิรูป ปท.

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.โฆษก กรรมาธิการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.เชิญผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน ส.ว.อาจพิจารณาจากแผนการปฏิรูปประเทศเดิม มุ่งเน้นประเด็นที่สำคัญและเร่งด่วน โดยพิจารณาจากโครงการ Big Rock หรือ Quick Win เพื่อให้การติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ที่ประชุมยังพิจารณาเตรียมความพร้อมรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ (เดือน ก.ค.-ก.ย.62) ที่ ครม.จะเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 21 ม.ค.นี้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระบอบประยุทธ์ข่าวหน้า1วิ่งไล่ลุงเดินเชียร์ลุงคสช.ประยุทธ์ จันทร์โอชาส.ส.งูเห่าข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้