ฟาร์มไก่ ‘ปารีณา’ เขาสนฟาร์ม จ.ราชบุรี ยังเงียบเชียบ ไร้จนท.จากหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ รอกฤษฎีกาตอบข้อหารือ ขณะสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ยังอ้าง ไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ หวั่น คลาดเคลื่อน
จากกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกป่าสงวนกว่า 46 ไร่ ใกล้แม่น้ำภาชี และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ 682 ไร่ ก่อนกรมป่าไม้แจ้งความกับ บก.ปทส.ดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา และทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมรับมอบพื้นที่เขาสนฟาร์มจำนวน 682 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.62 ที่ผ่านมานั้น
จนเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐพบว่า บริเวณหน้าฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้นำป้ายประกาศไปติดบริเวณด้านหน้าประตูมีข้อความว่า “ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ที่ดินแปลงนี้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงขอประกาศเพื่อทราบโดยทั่วกันดังนี้ 1.ห้ามบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดิน 2.ห้ามขนย้ายวัสดุสิ่งของ หรือทรัพย์สินใดๆ ออกนอกบริเวณพื้นที่ ยกเว้นเป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.ก่อนเท่านั้นผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี”
...
โดยนับจากวันที่ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้นำป้ายไปติดตั้งจนถึงวันนี้ รวมระยะเวลา 34 วัน แต่ยังไร้วี่แววที่ทาง ส.ป.ก. หรือหน่วยงานใด จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนฟาร์มไก่ เพื่อนำพื้นที่มาจัดสรรให้กับเกษตรกร คนยากจน ที่ไม่มีพื้นที่ทำกิน และมีคุณสมบัติที่จะได้สิทธิ์ที่ดินทำกินอยู่อาศัยตามนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวว่า ได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับผู้บุกรุกครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ทุกราย โดยกำชับให้ ส.ป.ก. นำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน โดยอนุญาตให้ผู้มีคุณสมบัติซึ่งลงทะเบียนขอรับการจัดสรรสิทธิ์ไว้วางใจต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีเข้าทำกินได้เร็วที่สุด
ล่าสุดวันนี้ (13 ม.ค.63) ทางผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ได้เดินทางไปที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี เพื่อสอบถามในการดำเนินการเข้าฟาร์มไก่ ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี แต่นายสุรินทร์ หาญมนัสเวทย์ ปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี ไม่อยู่ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า นายสุรินทร์ ไปประชุม และทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ เพราะอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในข้อมูลได้ ซึ่งก่อนนี้หน้าเมื่อวันที่ (8 ม.ค.63) ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามทาง ปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี และได้รับคำตอบเช่นเดียวกันว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลได้เนื่องจากข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนมาก ทางกรมต้นสังกัด จึงกำชับไม่ให้ข้อมูล เกรงว่าอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในข้อมูลได้ ส่วนผู้ที่จะสามารถให้ข้อมูลในเรื่องนี้ได้ คือ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เท่านั้น โดยวันที่ (9 ม.ค.63) ทางกรมฯ ได้เรียกให้ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจ.ราชบุรี เข้าประชุมในช่วงบ่าย เพื่อวางแนวทางในการปฏิบัติงานในพื้นที่ “เขาสนฟาร์ม”
ต่อมา ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยพบว่าที่หน้าฟาร์มนั้นยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด ด้านในของฟาร์มไก่ไม่พบบุคคลอยู่ภายใน หน้าประตูทางเข้านั้นมีการล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนาถึง 2 ชั้น ส่วนบริเวณที่เป็นที่ตั้งกองขี้ไก่ก็ไม่มีแล้ว คาดว่าน่าจะมีการขนย้ายออกไปแล้วก่อนหน้านี้ และบริเวณที่เป็นฟาร์มวัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฟาร์มไก่นั้นขณะนี้ก็ไม่มีฝูงวัวอยู่แล้วเช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.ไวโรจน์ แน่นพิมาย ผกก.สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี กล่าวว่าทาง สภ.จอมบึง ได้มีการดูแลพื้นที่ปกติอยู่แล้ว และที่ผ่านมาทาง สภ.จอมบึง ยังไม่ได้รับการประสานงานเรื่องที่จะมีเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. หรือป่าไม้ จะเข้าพื้นที่ฟาร์มไก่ ถ้ามีการประสานมาเรื่องมา ทาง สภ.จอมบึง ก็มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องคดีเกี่ยวกับเรื่องฟาร์มไก่ และที่ดินของ น.ส.ปารีณา สำนวนได้ส่งไปที่ บก.ปทส.แล้ว
ส่วนด้าน นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี กล่าวว่า ทางกรมป่าไม้ ได้มีการดำเนินคดีโดยส่งฟ้องเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62 ที่สำนักงาน บก.ปทส. ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทาง บก.ปทส. ได้มีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลไปแล้วบางส่วน และได้มีการสอบปากคำพยานไปบางส่วนแล้ว โดยเฉพาะพยานของในส่วนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือ 682 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. ทางป่าไม้ได้ทำเรื่องหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ในพื้นที่ 682 ไร่ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. ทางกรมป่าไม้ยังมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการการกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมป่าไม้ได้นำข้อมูลเพิ่มเติมไปมอบให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างรอการตอบข้อหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะถือเป็นแนวทางใช้กฎหมายป่าไม้ ในพื้นที่ ส.ป.ก. ต่อไป ซึ่งมันก็จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการใช้กับกรณีการดำเนินคดีกับผู้ถือครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก. รายอื่นๆ ให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน