“สุดารัตน์” ยก 3 เหตุผลติงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ของรัฐบาล ฟันธงแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แขวะ ประชาชนประสบภัยแล้ง แต่กลับไปซื้อเรือดำน้ำ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กภายหลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ไปเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยขอฟันธงว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในปีนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ทำได้แค่การเยียวยาระยะสั้น แต่จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ พร้อมให้เหตุผล 3 ข้อ ดังนี้
1. จัดงบลงทุนในการสร้างรายได้ใหม่สร้างงานใหม่ไว้น้อยมาก “ไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ” งบประมาณปีนี้รวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท รัฐบาลจัดสรรเป็นงบลงทุนเพียง 20% ก็คือประมาณ 600,000 ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าน้อยมากไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และยิ่งได้เห็นรายละเอียดของงบลงทุนจำนวน 600,000 ล้านบาทนี้ ก็พบว่างบประมาณจำนวนนี้มีภาระผูกพันไปแล้วกว่า 300,000 ล้านบาท จึงเหลือที่จะเป็นงบลงทุนใหม่เพียง 300,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนน้อยมากๆ ที่จะมาลงทุนเพื่อสร้างงานใหม่ สร้างรายได้ใหม่ให้กับประชาชน เทียบกับงบประมาณทั้งหมดจำนวน 3.2 ล้านล้านบาท
2. จัดสรรงบประมาณ “ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนัก” ทั้งที่ควรจะทุ่มงบประมาณของทุกกระทรวงมากระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนเป็นลำดับแรกก่อน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและใช้งบประมาณในโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ สร้างงานใหม่ หรือสร้างสินทรัพย์ใหม่ให้กับประชาชน แต่ในข้อเท็จจริงรัฐบาลกลับจัดสรรงบประมาณไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ที่จะต้องจัดซื้อในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังแย่แบบนี้ เช่น ในขณะที่ประชาชนในชนบทกำลังลำบากยากจน เพราะราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ และต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แทนที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไปพัฒนาแหล่งน้ำให้กับประชาชน รวมทั้งการลงทุนให้กับประชาชนปรับเปลี่ยนการผลิต รัฐบาลกลับจัดสรรเงินงบประมาณไปซื้อเรือดำน้ำเพิ่มอีก 2 ลำ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ในขณะที่เกิดภัยแล้งทั่วประเทศ มีความเหมาะสมและมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่จะต้องมาซื้อเรือดำน้ำในเวลาที่ประเทศและประชาชนกำลังต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้
...
3. ส่วนงบประมาณที่จัดมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแต่ละโครงการ “จัดแบบแค่เยียวยาปัญหาระยะสั้น” ไม่ได้มีโครงการที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริงในจำนวนที่มากพอและตรงจุด การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในปี 2563 ที่สะเปะสะปะเช่นนี้ โดยไม่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ที่ประชาชนออกมาแสดงพลังกันมากมายนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลเอง ถึงเวลาที่ต้องทบทวนตัวเองฟังเสียงประชาชน.