ข่าว
100 year

สถานการณ์โลก-การเมืองภายใน “เขย่า” เศรษฐกิจ : โจทย์คนไทย ฝ่ามหาวิกฤติ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ม.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

ปีหนูดุเอาเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นศักราช

ฉากสงครามอ่าวเปอร์เซียภาค 2 จ่อระอุ จากเกมบู๊ดุดันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา สั่งโดรนติดขีปนาวุธล่าสังหารนายพลกัสเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษหรือกองกำลังคุดส์ ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดอันดับสองของประเทศอิหร่าน กลางกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

“คาวบอยทรัมป์” จุดชนวนเลือด

สร้างความโกรธแค้นให้ชาวอิหร่านและกลุ่มประเทศมุสลิมพันธมิตรลุกฮือประท้วงเดือดดาล

ตั้งฆ่าหัวล่าสังหาร “โดนัลด์ ทรัมป์” สูงถึง 2,400 ล้านบาท

และเป็นไปตามคาดไล่หลังไม่นาน กองทัพอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดมิสไซล์จำนวนหลายสิบลูก ถล่มที่ตั้งฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ของสหรัฐฯที่อยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศอิรัก

ตอบโต้กันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

แนวรบอ่าวเปอร์เซีย ตะวันออกกลาง ตึงเครียดระดับสูงสุด

แม้จะมีจุดผ่อนดีกรี เมื่อผู้นำสหรัฐฯยังดึงจังหวะไม่ตอบโต้การโจมตีของอิหร่านด้วยกำลังทหาร แต่ใช้การยกระดับคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแทน

แต่ขึ้นชื่อว่า “คาวบอยทรัมป์” เอาแน่เอานอนไม่ได้

ท่ามกลางความหวาดผวาไปทั่วโลก สถานการณ์ความขัดแย้งจะบานปลาย กลายเป็นสงคราม เบื้องต้นราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันทีจากความกังวลที่อิหร่านเป็นผู้ผลิตส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ทองคำพุ่งพรวดจากการเก็บตุนแทนเงินสกุลต่างๆเพราะไม่ชัวร์กับวิกฤติที่กระตุกต่อมผวานักลงทุนทั่วโลก

ซ้ำสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังพลิกคว่ำพลิกหงายจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน

สงครามการค้า สงครามเลือด สถานการณ์โลกปั่นป่วน

ประเทศไทยหนีไม่พ้นโดนแรงตกกระทบเต็มๆ

เพิ่มโจทย์หนักๆทางเศรษฐกิจเข้าไปอีกเด้ง

แถมในจังหวะต้องเผชิญภาวะภัยแล้งที่ส่อเค้าหนักสุดในรอบสิบปี สถานการณ์แบบที่น้ำประปาในกรุงเทพฯและปริมณฑลออกรสเค็ม เพราะโดนน้ำทะเลหนุนแม่น้ำเจ้าพระยามาถึงจุดสูบน้ำทำประปา

กระตุกต่อมผวา ประชาชนไม่กล้าดื่มเพราะหวั่นเป็นโรคไต

น้ำอุปโภค บริโภค ยังขาดแคลน นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงน้ำในภาคการเกษตรที่ภาวะแล้งขั้นรุนแรง ลามหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน นาข้าว พืชไร่ ส่อยืนต้นตาย

วิกฤติฉุกเฉินแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องสั่งตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขวิกฤติน้ำ

นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานบัญชาการด้วยตัวเอง

พร้อมๆที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เสนอวงเงินงบประมาณจำนวน 3,079,472,482 บาท โดยเป็นการใช้งบฯปี 2562 ไปพลางก่อน เพื่อใช้ในโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63

ต้องรีบกู้สถานการณ์ ประคองความเสียหายจากภัยแล้งรุนแรง

เพราะมันจะลามเป็นลูกโซ่กระทบเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะภาวะปากท้องชาวบ้านจากสถานการณ์ที่ผู้คนต่างจังหวัดเริ่มหนีภัยแล้งเข้ามาหางานทำใน กทม.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องยอมรับ รัฐบาลไม่ได้นิ่งรอสถานการณ์

เห็นได้จากการที่นายกรัฐมนตรีได้เรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลถี่ยิบตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาถึงช่วงเปิดทำการต้นปี

ผุดมาตรการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ประคองผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย

ลุยเศรษฐกิจขาเดียวผ่านกระทรวงการคลัง

“อุตตม” ชง “สมคิด” ปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านที่ประชุม ครม.แบบรายสัปดาห์

สู้กับอุปาทานหมู่ เสียงโห่การแก้เศรษฐกิจของรัฐบาลเขย่าขวัญทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ดี ตามจังหวะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ก็ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รอขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา

ซึ่งก็น่าจะทันเวลาที่รัฐบาลตั้งปฏิทินไว้จะใช้งบประมาณใหม่ได้ทันเดือนกุมภาพันธ์

นั่นจะทำให้ฟันเฟืองต่างๆขยับขับเคลื่อนเลื่อนไหล เพราะกฎหมายงบประมาณคือน้ำหล่อเลี้ยงหลักทางเศรษฐกิจ ที่ติดปัญหาความล่าช้าจากการยื้อเกมตั้งรัฐบาล

ตามสถานการณ์ ต้องพึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในเป็นหลัก

“บิ๊กตู่” และมือเศรษฐกิจต้องแสดงฝีมือในเชิงบริหารเต็มที่ อย่างน้อยก็ทำให้เห็นความตั้งใจ ใส่ใจในการตั้งรับสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน

ภายใต้โจทย์โคตรหินที่มรสุมเบียดแทรกกันเข้ามาแทบหายใจไม่ทัน

คนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เรียกได้ว่า “มหาวิกฤติ”

เกมกู้เศรษฐกิจจ่อปากเหวต้องเจอแรงกระแทกจากการเมืองพุ่งเข้าใส่

ด้านหนึ่งก็แข่งกับไฟร้อนทางการเมืองภายนอกประเทศ สงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน จ่อเปิดสงครามเลือด ซ้ำวิกฤติสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนแผ่นดินใหญ่

อีกด้าน การเมืองภายในประเทศก็อุ่นเตาเร้าอุณหภูมิ ร้อนขึ้นทุกขณะ

ตามจังหวะ 12 มกราคม อีเวนต์การเมืองแรกของปี

กิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง” ที่นัดรวมพลออกสตาร์ตกันที่สวนรถไฟ เขตจตุจักร

ในสถานการณ์ไม่กั๊กไม่เม้ม “ไพร่ห้าพันล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค เปิดหน้าเป็นคนเชียร์แขก

เรียกระดมพลกองหนุนร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ล้มอำนาจ คสช.

ตามอาการห้าวเป้งแบบที่ผู้จัดงานอีเวนต์บุกถึงทำเนียบรัฐบาลยื่นเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้เข้าร่วมกิจกรรม

ตอกย้ำด้วยการบุกถ้ำเสือกองบัญชาการกองทัพบก ยื่นหนังสือเชิญ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เบอร์หนึ่งคุมกำลังฝ่ายความมั่นคงให้ร่วมอีเวนต์ “วิ่ง ไล่ ลุง”

สะท้อนเจตนา “ยั่วยุ” กระตุกหนวดเสือในที

มันคือเกมอำนาจเชิงสัญลักษณ์ของฝ่ายต้านอำนาจ “คสช.”

เป้าหมายแห่กระแสไล่ “นายกฯลุงตู่” กระจายไปทั่วประเทศ

แต่อีกมุมมันก็ปฏิเสธไม่ได้ เหตุผลการ

“วิ่งไล่ลุง” มันนัวเนียทับซ้อนกับสถานการณ์ต่อรองคิวยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดช็อตแรกวันที่ 21 มกราคม

ตัดสินปม “อิลลูมินาติ” ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ

และนั่นยังไม่น่าหวาดเสียวเท่าคดีที่นายธนาธรปล่อยเงินกู้ 191 ล้านบาทให้พรรคอนาคตใหม่ใช้ในการเลือกตั้งใหญ่ ไม่อยู่ในข่ายรายได้ของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

ว่ากันว่า ลุ้นจบก่อนหรือหลัง 24 มีนาคม 2563 เพราะมันจะเกี่ยวกับการนับปาร์ตี้ลิสต์

“วิ่ง ไล่ ลุง” กวดกันมากับ ปมคดีที่วิ่งชน “ธนาธร” กับทีมอนาคตใหม่

ถ้าผลออกมาเป็นลบกับ “ไพร่ห้าพันล้าน” ม็อบโดนลากลงถนนแน่

ขณะที่อีกด้านก็ตีคู่ขนานกันเลย ฝ่ายหนุนพล.อ.ประยุทธ์ นัดโหมกิจกรรม “เดิน เชียร์ ลุง” ที่สวนลุมพินี โดยมีตัวจี๊ดระดับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

“มือกำจัดขยะแผ่นดิน” นำเป็นตัวชูโรงเองเลย

ปะทะ หักเหลี่ยม หักมุมคิดกันแบบ 180 องศา

สถานการณ์วนกลับมาจ่อฉากฝันร้ายหลอนๆ ม็อบป่วนเมือง ปั่นเกมมวลชนเผชิญหน้า

เสี้ยมประชาชนคนไทยตะลุมบอนกันเอง

ล้ออารมณ์แบบไทยๆ สังคมขี้เบื่อ ชอบเอามันสะใจ แต่ปั่นม็อบติดแล้วไม่รู้จะเอาลงอย่างไร

สุดท้ายปลายทางก็คือความสูญเสียเลือดเนื้อชีวิต

ซึ่งรอบนี้จะหนักกว่าเดิมหลายเท่า เพราะไม่มีใครเอาอยู่ ไม่มีใครยอมฟังใคร

ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้รากประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แต่ ณ จุดนี้ยังเป็นแค่ภาพมโนที่เห็นเหตุการณ์อนาคตข้างหน้า ยังมีเวลาที่คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพวกถือหางคู่ขัดแย้งจะหยุดคิด เบรกอารมณ์ตั้งสติกันให้ดีๆ ทั้งกองเชียร์ “ธนาธร” กับกองหนุน “ลุงตู่”

จะลากประเทศกลับไปลงเหววิกฤติแบบเดิมอีกหรือไม่

ซึ่งหนทางเดียวที่จะฝ่า “มหาวิกฤติ” ที่โหมกระหน่ำเมืองไทยทั้งนอกและในประเทศ

มันอยู่ที่คำว่า “ปรองดอง” คำเดียวเท่านั้น

คำสั้นๆพูดง่ายๆแต่คนไทยวันนี้ สะกด “โคตรยาก”.


"ทีมการเมือง"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองโดนัลด์ ทรัมป์ประยุทธ์ จันทร์โอชาปัญหาเศรษฐกิจธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้