ข่าว
100 year

อนาคตใหม่แฉหลักฐานเด็ด กกต.เล่นกล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

อนุไม่ยุบชุดใหญ่พลิกมติ ปล่อยถกงบให้จบวันเด็ก

ศาลรัฐธรรมนูญต่อลมหายใจ อนค.ขยายเวลาแจงคดีเงินกู้ 191 ล้านบาทได้ถึง 27 ม.ค. “ปิยบุตร” ท้ารบอ้างได้เอกสารเด็ดปูดอนุกรรมการ-ชุดสอบสวนทั้งคณะที่ 13 กับ 18 ยกคำร้องแล้ว พรรคกู้เงินไม่ผิด ม.66 พ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่ กกต.กระเหี้ยนกระหือรือจ้องยุบ ทำผิดกฎหมายลัดขั้นตอนงุบงิบงัด ม.72 ชงศาล รธน.เชือด ขอเปิดไต่สวนสู้ยิบตา จ่อร้องศาลทุจริตฟัน ม.157

“ธนาธร” กร้าวไม่กลัวโดนทำลายเกินหลักนิติรัฐ รับทราบข้อหาแฟลชม็อบ โดนเพิ่มอีกชุมนุมใกล้เขตพระราชฐาน “จรุงวิทย์” อ้อมแอ้มขอเช็กก่อนเอกสารจริงหรือปลอม โต้เป็นอำนาจหน้าที่ กกต.วินิจฉัย แนวร่วม “วิ่งไล่ลุง” คึกแห่รับเบอร์เสื้อ ต่อคิวยาวซื้อเหรียญปราบกบฏ “ธนวัฒน์” ลั่นวันจริงจัดไม่ได้ “บิ๊กป้อม” เสียคน อภิปรายงบฯวาระ 2-3 วันที่สามกร่อยสนิท วิปสองฝ่ายตกลงลากยาวให้จบ 11 ม.ค.

พรรคอนาคตใหม่ต้องลุ้นต่อสู้อย่างเข้มข้นกับคดียุบพรรค ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ล่าสุดนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อ้างว่าได้รับเอกสารหลักฐานการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการและชั้นสอบสวนของ กกต.มายืนยัน กกต.น่าจะทำผิดกฎหมาย ข้ามขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคำร้อง เตรียมขอให้ศาลเปิดกระบวนการไต่สวนเรียกพยานเอกสารมาต่อสู้กัน

อนค.มีเวลาแจงคดีเงินกู้ได้ถึง 27 ม.ค.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงความคืบหน้าคดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 66 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมืองเกี่ยวกับคดีเงินกู้ของพรรค ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องจาก กกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ในคดีกู้เงิน โดยให้เวลายื่นเอกสารภายใน 15 วัน จะครบกำหนดวันที่ 10 ม.ค. แต่ติดวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลาไปถึงวันที่ 27 ม.ค.63 ตนตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มีมติยื่นคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา ทำให้พรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถเตรียมข้อมูลเพื่อไปให้ปากคำได้

“ปิยบุตร” ปูดอนุ กก.-ชุดสอบสวนยกคำร้อง

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ล่าสุด ได้เอกสารการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการและชั้นสอบสวนของ กกต.มาทั้งหมด จึงรู้ว่า กกต.น่าจะทำผิดกฎหมาย ข้ามขั้นตอนกระบวนการที่กฎหมายกำหนด เพราะเมื่อมีผู้ร้องคดีคือ นายศรีสุวรรณ ยื่นคำร้องกล่าวหาว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่บริจาคให้พรรคเกิน 10 ล้านบาท ว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 66 ของกฎหมายพรรคการเมือง ต่อมา กกต.เรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องซึ่งกระบวนการทั้งหมดมีการพิจารณาเสร็จแล้ว จนวันที่ 13 ส.ค.2562 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 ของ กกต.ได้มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ระบุเหตุผลว่ามีการกู้เงินจริง ซึ่งพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้ และในอดีตพรรคการเมืองอื่นก็ได้กู้เช่นกัน โดยระบุว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ ถือเป็นหนี้สิน จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 66 กฎหมายพรรคการเมือง แต่ปรากฏว่า กกต.ไม่จบ กลับส่งเรื่องต่อให้สำนักสืบสวนสอบสวนเพื่อทำการไต่สวน และส่งให้คณะสืบสวนชุดที่ 18 พิจารณา และส่งเรื่องให้อนุกรรมการฯ โดยมีความเห็น 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องในคดีการกู้ยืมเงิน จากนั้น กกต.ได้มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

คำร้องผิด ม.66 แต่งัด ม.72 จะยุบให้ได้

“มีข้อสังเกตว่าเรื่องนี้คณะกรรมการชุดที่ 13 และคณะกรรมการสอบสวนสำนวนที่ 18 ก็ได้สั่งยกคำร้องไปแล้วว่าไม่เข้ามาตรา 66 ที่คำร้อง แต่อยู่ดีๆ กกต.มีมติเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 แถมมาตรา 72 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้อนาคตใหม่ ระบุว่าผิดถึงขั้นยุบพรรคการเมือง จะไม่ให้คิดได้อย่างไรว่าคุณกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะยุบพรรคอนาคตใหม่ให้ได้ เพราะเป็นมาตราเดียวที่อ้างไปถึงการยุบพรรคทั้งที่ต้นเหตุคนร้องมาในมาตรา 66 แต่ กกต.แถมให้ว่าผิดมาตรา 72 ที่ผ่านมาเราสู้ในมาตรา 66 อยู่ดีๆ โผล่มามาตรา 72 ตอนสุดท้าย เหมือนมีคนมาบอกว่าต้องใช้มาตรานี้ถึงจะเข้าเป้าเพื่อยุบอนาคตใหม่ ผมจะร้องขอให้เปิดไต่สวนสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ กกต.แจงเหตุผลว่าใครร้องมาตรา 72 จะเล่นกันอย่างนี้หรือทั้งที่ กกต.เป็นองค์กรอิสระ” นายปิยบุตรกล่าว

ขอเปิดไต่สวน-ร้องศาลทุจริตฟัน ม.157

เมื่อถามว่าเอกสารมติของอนุกรรมการและมติของคณะกรรมการสอบสวนของ กกต.ที่มีมติให้ยกคำร้องตามมาตรา 66 ที่ได้มาเชื่อถือได้หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่าเป็นเอกสารภายในของ กกต.เอง หาก กกต.บอกว่าไม่ใช่เอกสารจริงก็ไปสู้กันในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะขอให้ศาลเปิดกระบวนการไต่สวนเรียกพยานเอกสารชุดนี้เข้ามาพิจารณากันในศาล จะได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณทำผิดขั้นตอนจริงหรือไม่ และถ้าทำผิดจริงเราจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มีความผิดถึงขั้นเข้าคุก ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดใช้องค์กรอิสระมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ปลุก จนท.กกต.เลิกทน-ปกป้ององค์กร

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาความน่าเชื่อถือของ กกต.ตกต่ำตั้งแต่เริ่มแรกที่ไปเชื่อมโยงกับ คสช.แล้ว องค์กรอิสระต้องอิสระจากคณะรัฐประหารและผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่อิสระจากประชาชนอยากให้ กกต.ทั้ง 7 คน ส่องกระจกแล้วถามตัวเองว่า มีจิตสำนึกหรือไม่ว่ากำลังทำอะไร ฝากถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ว่าอย่าทนอึดอัดกับพฤติกรรมเช่นนี้ ขอให้ออกมาปกป้ององค์กร โดยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

เลขาฯ กกต.ขอเช็กเอกสารจริง-ปลอม

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเอกสารหลุด เกี่ยวกับที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน พิจารณากรณีกล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยมิชอบ พร้อมกับรายละเอียดการไต่สวนพยานหลายราย รวมถึงความเห็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต.ที่มีความเห็นไปยัง กกต.ควรยกคำร้องกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ อย่างไร และจะมีการเผยแพร่เอกสารชี้แจงในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดในเอกสารส่วนนี้

ยันเป็นอำนาจ กกต.ส่งศาล รธน.ยุบ

เมื่อถามว่า ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต.เห็นควรว่ายกคำร้อง แต่ทำไมที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.จึงมีความเห็นควรส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่ข้อกฎหมายที่ยังไม่ตรงกัน และเรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่จะวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด โดยสรุปคือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย

ขู่เอาผิดคนเผยแพร่เอกสารลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่รัฐสภา เกี่ยวกับการดำเนินการของ กกต. กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยการแถลงข่าวข้างต้นยังคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง ยืนยันว่า กกต.ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามหน้าที่และอำนาจ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการนำเอกสารสำนวนการสืบสวนดังกล่าวข้างต้นไปเปิดเผย และพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลที่นำเอกสารราชการซึ่งเป็นชั้นความลับไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่มีอำนาจต่อไป

ปชช.เห่อรับเบอร์เสื้อวิ่งไล่ลุงคึกคัก

ส่วนความเคลื่อนไหวการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง คณะผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เปิดให้ประชาชนที่สนใจจะเข้าร่วมในกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ สามารถเดินทางมารับ bib หรือหมายเลขวิ่ง เสื้อวิ่งและของที่ระลึกได้เป็นวันแรก บรรยากาศตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคัก บริเวณรับลงทะเบียนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับพันคน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ต่างนำบัตรประชาชนและหมายเลขลงทะเบียนออนไลน์มาต่อคิวรับเลขวิ่งเสื้อวิ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ความมั่งคงทั้งทหารตำรวจเดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์จำนวนมาก

เหรียญปราบกบฏของที่ระลึกขายดิบขายดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนด้านนอกห้องประชุมมีการต่อคิวซื้อของที่ระลึก คือเหรียญปราบกบฏ เสื้อวิ่งไล่ลุง ถุงผ้าและสติกเกอร์สกรีนข้อความ “รักชาติแต่เบื่อลุง” มีประชาชนต่อแถวยาวจนล้นออกมาหน้าอนุสรณ์สถานฯเช่นกัน ทั้งนี้ ได้มีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ เดินทางมารับเสื้อและหมายเลขวิ่งด้วย สำหรับไฮไลต์ของการแจกของที่ระลึกครั้งนี้ มีประชาชนนำนกหวีดและสัญลักษณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.มาแลกเหรียญที่ระลึก ชื่อเหรียญปราบกบฏ ที่จัดทำโดยกลุ่มวิ่งไล่ลุงสร้างความฮือฮาให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมีการถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน

วันจริงจัดไม่ได้ตามปาก “ลุงป้อม” เสียคน

นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง กล่าวว่า การแจก bib วันแรกถือว่าเป็นไปตามเป้า ผู้ที่ยังไม่สามารถเดินทางมารับได้วันที่ 10 ม.ค. มารับได้อีกในวันที่ 11 ม.ค. จะสะดวกกว่าที่จะมารับหน้างานวิ่งที่สวนรถไฟในวันที่ 12 ม.ค. เพราะจะมีทีมงานคอยแจก bib ไม่มากนัก อาจทำให้วิ่งไล่ลุงไม่ทัน ทีมงานมั่นใจว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงสามารถจัดได้ตามที่กำหนด ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พูดไว้แล้วว่าสามารถจัดงานนี้ได้ คำพูดของคนเป็นผู้นำประเทศเป็นอมตะ ถ้าท่านจะเอาเครดิตตัวเองมาทิ้ง วันหนึ่งบอกจัดได้อีกวันบอกจัดไม่ได้ คงต้องมีคำตอบให้สังคมว่าเกิดอะไรขึ้น

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวถึงการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในต่างจังหวัด หลายแห่งผู้จัดงานถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้นว่า “มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้อง ไปตื่นกลัวมากเกินไป ควรเปิดโอกาสให้คนได้แสดงออก ได้เต็มที่จะดีกว่า ยิ่งไปแสดงท่าทีในการกีดกันก็ยิ่งทำให้กิจกรรมนี้เป็นที่สนใจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น”

“ธนาธร” มอบตัวคดีแฟลชม็อบ

เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ สน.ปทุมวัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ รวมทั้งหมด 5 คน เดินทางมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีแฟลชม็อบ ที่ชุมนุมบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62

ลั่นไม่กลัวจ้องทำลายไร้หลักนิติรัฐ

นายธนาธรกล่าวว่า ตำรวจตั้ง 4 ข้อหาขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอตั้งข้อสังเกตว่าเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอนอย่างนายไพรัฎฐโชติก์ ถูกเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมที่บ้าน 2 วันติด วันแรกไปถ่ายรูปบ้าน วันที่ 2 ส่งเจ้าหน้าที่ 5 คนมาพูดคุย ถ้าไม่กลัวเราจะไม่แพ้ คดีนี้ไม่มีความกังวลเพราะเป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย อย่างคดีเงินกู้ของพรรคในชั้นสืบสวนสอบสวนของ กกต.ยกคำร้อง แต่ กกต.ชุดใหญ่กลับหยิบมาพิจารณา และจากเดิมแจ้งผิดมาตรา 66 พอในชั้นศาลรัฐธรรมนูญกลับฟ้องมาตรา 72 ถึงขั้นยุบพรรค เป็นความตั้งใจทำลายพรรคอนาคตใหม่ไปไกลกว่าหลักนิติรัฐ ไม่เสียเวลาเสียสมาธิ จะต่อสู้จนกว่าจะได้ประชาธิปไตย

โดนเพิ่มข้อหาชุมนุมเขตพระราชฐาน

ต่อมาเวลา 17.30 น. ภายหลังการให้ปากคำประมาณ 2 ชั่วโมง นายธนาธรกล่าวอีกว่า ตำรวจ แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากพระราชวัง พวกตนปฏิเสธหมด จะมาอีกทีในวันที่ 3 ก.พ.เพื่อนัดส่งคดีกับทางอัยการ ยืนยันจะสู้ไม่ถอยไม่หมดกำลังใจ จะทำให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ องค์กรอิสระ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ 15 ปีแห่งความขัดแย้งขอถามกลับว่ามันลดลงหรือไม่ เราต้องเปลี่ยนข้อตกลงและสมดุลทางอำนาจใหม่ให้ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับได้ นั่นก็คือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าประชาชนไม่สู้ ผู้มีอำนาจจะไม่ยอมให้กุญแจ ปีนี้จะเป็นปีแห่งความกล้าหาญของประชาชน ซึ่งจะไม่ทนออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับตัวเอง วันเด็กแห่งชาติอยากเชิญชวนเยาวชนให้ออกมาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตคนไทยดีกว่าเดิม สำหรับวันที่ 21 ม.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยเรื่องพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง พวกตนตั้งพรรคการเมืองมาพร้อมสู้ในระบบ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังคงสู้ต่อไป

กองเชียร์นับร้อยให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศบริเวณ สน.ปทุมวัน มีการวางแผงกั้นเหล็กเป็นแนว โดยรอบพื้นที่ มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามา โดยให้เพียงสื่อมวลชนแขวนบัตรเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้ ส่วนมวลชนให้อยู่ข้างนอกพื้นที่ สน.เท่านั้น ซึ่งมีกองเชียร์กว่า 100 คน คอยส่งเสียงเชียร์และถือป้ายให้กำลังใจ

“อนุดิษฐ์” มั่นใจซักฟอกถึงน็อก รบ.

วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคเพื่อไทย ว่า สำหรับตัวผู้อภิปรายของพรรคลงตัวประมาณ 90% แล้ว อาจจะมีปรับเปลี่ยนบ้างกรณีที่เรื่องที่จะอภิปรายไปทับซ้อนกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนการอภิปรายทาง 7 พรรคร่วมจะมีการเคาะกันอีกครั้งว่าจะจัดสรรอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด สำหรับผู้ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย อาทิ ตน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม แต่ใครจะอภิปรายเรื่องใดบ้างนั้นขออุบไว้ก่อน สำหรับเนื้อหาในการอภิปรายก็จะเป็นไปตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ได้นำเสนอสื่อมวลชนมาแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนตัวมั่นใจเนื้อหาในการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นหมัดน็อกแน่นอน

ชี้ พท.สูญเสีย “สามารถ” ไขก๊อก

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคว่า ทราบข่าวเรื่องดังกล่าวจากเฟซบุ๊กของนายสามารถ ช่วงนี้ทำหน้าที่อยู่ที่สภาฯ จึงยังไม่ได้รับจดหมายอย่างเป็นทางการที่ส่งไปที่พรรค ส่วนตัวเคารพรักนายสามารถอย่างยิ่ง เพราะเป็น ส.ส.อาวุโส ที่มีความรู้มีประสบการณ์ มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม เป็นที่รักของสมาชิกและประชาชนทั่วไป ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาฯถือว่าเป็นบุคคลท่านหนึ่งที่ ส.ส.ทั้งสภาฯยอมรับ จึงถือว่าสูญเสียบุคลากรที่สำคัญยิ่งคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเคารพการตัดสินใจของนายสามารถ เชื่อมั่นว่าจะอยู่ที่ไหนย่อมทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชนได้

“ศรีนวล” ร้องผู้ตรวจฯคุ้มครองสิทธิ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ไร้สังกัดพรรค เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการฯ เพื่อขอให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตนในฐานะ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ กรณีพรรคอนาคตใหม่มีมติให้ขับพ้นจากการเป็น ส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 โดย น.ส.ศรีนวลกล่าวว่า ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. แต่ไม่ได้ทำหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตามหน้าที่ต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ตรงกับความเป็นจริง และต้องเปิดเผยข้อมูลให้สมาชิกตรวจดูได้ แต่ไม่มีให้ตรวจสอบได้ รวมถึงประวิงเวลาไม่แจ้งสถานะความเป็นสมาชิกของตนให้ได้ทราบ เพื่อจะได้หาพรรคสังกัดภายใน 30 วัน

กลัวเลย 30 วัน สังกัดพรรคใหม่ไม่ทัน

น.ส.ศรีนวลกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามแสวงหาข้อเท็จจริง ทำเป็นหนังสือด่วนมาก ลงวันที่ 27 ธ.ค.2562 ถึงหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายทะเบียนพรรค สำนักงาน กกต.และประธานสภาฯ ขอทราบข้อเท็จจริงว่ากรณีปรากฏบอกข่าวสาธารณะมีข้อเท็จจริงเป็นประการใด จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเกรงว่าจะกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 จึงยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการฯเพื่อพิจารณาส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตนในฐานะ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ

“สุทิน” ตื๊อขอถกงบฯต่อสัปดาห์หน้า

สำหรับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นวันที่ 3 ก่อนการประชุมเมื่อเวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาที่ฝ่ายค้านต้องการอภิปราย พ.ร.บ.งบฯปี 63 ว่า ดูแล้วว่าวันที่ 10 ม.ค.ก็ไม่จบ ขอว่าอย่าฝืนเลย ให้ยกไปประชุมวันพุธและพฤหัสบดีสัปดาห์หน้า จะได้คุณภาพดีกว่ามาเร่งรัดกัน อีกอย่าง ส.ส.พื้นที่จำนวนมากอยากลงพื้นที่วันเด็กวันเสาร์ที่ 11 ม.ค.จะให้มาอภิปรายอยู่ที่สภาฯทำให้พะวง ถึงเวลา 15.00 น.ดูแล้วไม่น่าจะลงมติได้ ไม่ใช่ถ่วงเวลาต้องดูกันด้วยเหตุผล มีคนบอกด้วยซ้ำว่า ส.ส.ฝ่ายค้านพูดน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาล เราพยายามให้จบเลยพูดน้อยลง หากรัฐบาลไม่ยอมจะบอกว่าไม่ได้คุณภาพ จะทำแค่พอเสร็จๆลวกๆไปคงไม่ดี เราจะแสดงตนเป็นปกติแม้ตกลงกันไม่ได้ ก็ยังไม่ติดว่าจะต้องไปตีรวนหรือล้มนับองค์ประชุม ถ้าไม่ได้จริงๆก็ต้องจำใจ

“ชวน” ติปัญหาอยู่ที่ กมธ.พูดมากกว่า ส.ส.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า ส.ส.หลายคนพูดดี แต่ กมธ.กลับมีปัญหาเองกลายเป็นว่าพูดมากกว่าสมาชิกและตั้งคำถามเสียเอง ทำให้เสียเวลามากกว่าปกติ แต่จะพยายามให้จบภายในวันที่ 10 ม.ค.แม้จะดึกแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ายังไม่เสร็จมีเวลาต่อได้อีก ไม่มีปัญหาอะไร แต่ช่วงเย็นวันที่ 9 ม.ค.ผู้คุมเสียง 2 ฝ่ายบอกว่าจะให้เสร็จภายในวันที่ 10 ม.ค.ขึ้นอยู่กับสมาชิกจะร่วมมือกันเพียงใด เห็นใจผู้คุมเสียงทั้ง 2 ฝ่าย บางพรรคร่วมมือบางพรรคก็ไม่ร่วมมือ คงไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.ตนถามว่าจะเลื่อนไปสัปดาห์หน้าจริงๆหรือ เขาตอบว่าพูดเล่นปกติเขาจะไม่ทำกัน ปกติถ้าพิจารณาไม่ทันจะต่อในวันที่ 3 แต่จะไม่เลื่อนไปสัปดาห์อื่น ที่ระบุว่าหากให้เสร็จวันที่ 10 ม.ค.จะไม่ได้เนื้อหาครบถ้วนนั้นอยู่ที่เราสรุปบางทีพูด 1 ชั่วโมงกับพูด 10 นาทีก็ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อและน้ำที่อภิปราย ปกติขั้นการแปรญัตติ กมธ.จะให้เหตุผลการตัดงบฯมากกว่าจะมาอภิปรายหลักการแบบวาระแรก

“สนธิรัตน์” วอนอย่ายื่นตีความ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอให้เลื่อนไปพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ต่อสัปดาห์หน้าเพราะวันที่ 11 ม.ค.ติดงานวันเด็กแห่งชาติ ส.ส.ต้องลงพื้นที่ วิป 2 ฝ่ายต้องหารือกันอะไรที่ตกลงกันแล้วควรเดินไปตามนั้น สภาฯจะได้เดินต่อไปได้ เท่าที่ทราบพยายามจะให้พิจารณาให้เสร็จในวันที่ 10 ม.ค. งบฯสำคัญมาก ต้องเข้าใจแม้ร่าง พ.ร.บ.งบฯจะผ่านสภาฯแต่กว่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณเดือน มี.ค.เม็ดเงินจะลงไปถึงข้างล่างได้ หวังว่าวิป 2 ฝ่ายจะพูดคุยหาข้อยุติกันได้ หากล่าช้าจะมีผลกระทบ แต่มีแผนรองรับไว้อยู่แล้ว เรากังวลใจในฐานะฝ่ายบริหาร ไม่อยากเห็นการยืดเวลาพิจารณาออกไป จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เศรษฐกิจแบบนี้เราต้องการทำงานต่อเนื่องรวดเร็ว ขณะนี้ล่าช้าอยู่แล้ว ไม่อยากให้ล่าช้าออกไปอีก ส่วนฝ่ายค้านจะยื่นองค์กรอิสระให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ถ้าไม่เกิดได้ก็จะดี ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น

เตือนงบฯผ่านช้าทุกคนต้องรับผิดชอบ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ในวาระที่ 2 และ 3 ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีเป้าหมายว่าจะให้จบภายในวันที่ 10 ม.ค. แต่หากไม่จบสิ่งที่ตามมาคืองบประมาณจะใช้ได้ช้า งบประมาณนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ที่จะได้นำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจที่เรากำลังย่ำแย่ ดังนั้นคิดว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบร่วมกัน หลังจบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาซึ่งมีเวลาจำกัด จึงเชื่อว่าในเดือนนี้ต้องจบ ไม่เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตามมา

อืด 4 ชม.งบฯศึกษาได้มาตราเดียว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายศุภชัย โพสุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 วาระ 2-3 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาทต่อเป็นวันที่ 3 เข้าสู่การพิจารณามาตรา 24 งบรายจ่ายกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 132,834,254,500 บาท ตามที่ กมธ. แก้ไข การอภิปรายในช่วงเช้าค่อนข้างเงียบเหงาและล่าช้า 4 ชั่วโมงอภิปรายได้มาตราเดียว ส่วนใหญ่ระบุว่าใช้งบฯไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่ตรงเป้าที่วางไว้ อยากให้บูรณาการมีประสิทธิภาพ ต่อมาเวลา 14.22 น. ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.แก้ไขด้วยคะแนน 250 ต่อ 68 งดออกเสียง 140 เสียง

วิปฯ 2 ฝ่ายเคลียร์เวลาไม่ลงตัว

กระทั่งเวลา 15.00 น. การอภิปรายงบฯช่วงบ่ายยังคงจืดชืด ไม่มีแนวโน้มว่าการอภิปรายจะเสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่วางไว้ในข้อตกลง ตามที่วิปรัฐบาลแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะแล้วเสร็จภายใน 15.00 น. วันที่ 10 ม.ค. เพราะอภิปรายผ่านไปไม่ถึงครึ่งคือแค่ 25 มาตราจาก 55 มาตรา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกวิปรัฐบาล เปิดเผยว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล ได้หารือกับนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ถึงกรอบเวลา วิปรัฐบาลจะให้เสร็จสิ้นวันที่ 10 ม.ค.จึงได้ตัดชื่อ ส.ส.รัฐบาลที่ขออภิปรายออก แต่ฝ่ายค้านได้เติมชื่อ ส.ส.เพิ่มเติมจากที่ตกลงไว้

ฝ่าย รบ.ให้ลากยาวจบให้ได้ 11 ม.ค.

ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ฝ่ายรัฐบาลจะให้เสร็จภายในคืนนี้ แม้ฝ่ายค้านจะต่อรองขอให้ปิดอภิปรายเวลาตี 1 ถึงตี 2 แต่รัฐบาลไม่ยอม และให้อภิปรายลากยาวถึงวันที่ 11 ม.ค.ต่อไปจนกว่าจะพิจารณาเสร็จ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การพิจารณาดังกล่าวจะพิจารณาเป็นไปตามข้อตกลงเดิม หากไม่จบจะไม่หยุดพักจะพิจารณาไปเรื่อยๆ หน่วยงานที่เหลือน่าจะอภิปรายกันไม่มาก คาดว่าน่าจะจบในเวลา 24.00 น. ขึ้นอยู่กับสมาชิกจะอภิปรายมากน้อยเพียงใด หากมีจำนวนมากต้องอภิปรายต่อไปจนถึงวันที่ 11 ม.ค.จนกว่าจะจบแม้วันที่ 11 ม.ค. จะเป็นวันเด็กแห่งชาติ ที่ ส.ส.ต้องลงพื้นที่แต่ ส.ส.มอบหมายตัวแทนให้ไปร่วมงานได้ แต่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ
เป็นเรื่องภาษีของประชาชน

“พุทธิพงษ์” ปัดล็อบบี้ผ่านงบฯดีอีเอส

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) แถลง กรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกมธ.อภิปรายในสภาฯ ระหว่างการพิจารณางบฯของกระทรวงดิจิทัลฯ อ้างว่าได้รับข้อความจากบุคคลหนึ่งขอนัดดื่มกาแฟว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ตน หลังประชุมได้ถามนายวิโรจน์แล้วว่าบุคคลที่กล่าวนั้นเป็นใคร ได้รับคำตอบว่าเป็น ผอ.คนหนึ่งในกระทรวงดิจิทัลฯ และได้สอบถามแล้วเขาบอกว่าไม่ได้มีเจตนาไปล็อบบี้อะไร เพียงอยากแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ในโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือนไปในทางเสียหายว่ากระทรวงส่งคนไปเจรจาล็อบบี้ให้ กมธ.ผ่านงบฯดีอีเอส เราไม่เคยกระทำเรื่องดังกล่าว

กมธ.รุมหั่นทิ้งงบฯศาล รธน.

จากนั้นเวลา 19.30 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 31 งบประมาณของศาล โดย ส.ส.หลายคนอภิปรายขอตัดลดงบประมาณศาลรัฐธรรมนูญ โดย เฉพาะนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอให้ตัดงบฯศาลรัฐธรรมนูญทิ้ง 100% หรือ 108,074,100 บาท เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับการจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอให้ตัดงบฯศาลรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงบ้านพระยารัตนาธิเบศร์ เป็นพิพิธภัณฑ์วงเงิน 193 ล้านบาท กฎหมายให้พิจารณาตัดสินคดี ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ และยังมีงบฯจัดอบรมหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย 7.15 ล้านบาท มีผู้เข้าอบรม 55 คน เฉลี่ยหัวละ 130,000 บาท ส่วนใหญ่ เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ นักการเมือง ขอให้ตัดทิ้งทั้งหมดเพื่อไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญหาคอนเนกชันผ่านโครงการเหล่านี้ ในที่สุดที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้คงงบไว้ด้วยคะแนน 246 ต่อ 56 เสียง งดออกเสียง 145

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคอนาคตใหม่ข่าวหน้า1อนาคตใหม่ศาลรัฐธรรมนูญวิ่งไล่ลุงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจปิยบุตร แสงกนกกุล

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้