"บิ๊กโจ๊ก" ลั่น วันนี้ที่รอคอย ให้ข้อมูลป.ป.ช. มั่นใจเอาผิดได้ ย้ำ ขัดแย้ง กับคนในคลิปเสียง มาจากประเด็นไบโอแมทริกซ์ เผย "บิ๊กป้อม" ยังไม่ยกหูโทรหา เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

วันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบโครงการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลด้วยระบบไบโอแมทริกซ์ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. และโครงการรถไฟฟ้าอัจฉริยะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลค่านับพันล้านบาท ที่ไร้ประสิทธิภาพและมีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่รอคอยมานาน ซึ่งมาในฐานะเป็นพยาน และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พูด เพราะจากนี้จะเป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ในการไต่สวนข้อเท็จจริง และมั่นใจว่า ป.ป.ช. จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ชัดเจน รวมถึงการให้ข้อมูลเพิ่มเติมของคณะกรรมการตรวจรับ ซึ่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการ ที่มาในฐานะพยานในวันนี้ด้วย

...

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ การยกเลิกสัญญา ตัวเองเป็นผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพียงคนเดียวที่กล้ายกเลิกสัญญา เพราะมีความผิดปกติอย่างมาก โดยเฉพาะงบประมาณที่จากเดิมตั้งไว้ 1 พันล้านบาท กลายเป็น 2 พัน ล้านบาท และตอนแรกสถานีตำรวจภูธร ไม่อยู่ในแผนที่จะได้รับเครื่องไบโอแมทริกซ์ แต่เพราะงบประมาณที่มากถึง 2 พันล้านบาท ทำให้ได้รับการแจกจ่ายด้วย ซึ่งเครื่องเหล่านี้ปัจจุบันไม่ได้ถูกใช้งาน

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ยอมรับว่า ปัญหาความขัดแย้งกับคนในคลิปเสียงมาจากเรื่องนี้แหละที่ผ่านมา มีความพยายามนัดเจรจากับตัวเอง และทนายเพื่อให้จบ แต่ไม่เคยไปพบด้วยเพราะไม่สามารถยุติเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นคนกลางเคลียร์ใจนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพลเอกประวิตร และเชื่อว่า พลเอกประวิตร จะไม่มาสั่งการในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากได้รับการติดต่อจากพลเอกประวิตร ก็พร้อมคุยทุกเรื่อง แต่ยืนยันว่าจะไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย