นักการทูตมืออาชีพอย่าง “ดอน ปรมัตถ์วินัย”...ใครเล่าจะไปคาดคิดว่า ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคของเจ้ากระทรวงบัวแก้ว จะทำเอาคนไทยฟังแล้วคันหู อกสั่นขวัญสะเทือน และใครจะไปคาดคิดอีกเล่าว่า เนื้อหาใจความที่ออกจากปาก “ดอน ปรมัตถ์วินัย” ผู้มากประสบการณ์ด้านการต่างประเทศ จะเผลอไผลพูดเรื่องเช่นนี้ออกมาได้
ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเส้นทางชีวิตของบุคคลที่คนไทยอยากรู้จักมากที่สุด “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เขาเก่งกาจเกรียงไกร สร้างผลงานอะไรไว้บ้าง ก่อนจะถูกวิจารณ์กระหึ่ม ทีมข่าวไล่เรียงมาให้ดู...
ก่อนจะมีวันนี้...
สำหรับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) วัย 69 ปี เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนที่ 45 จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบ ก่อนเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 20
จากนั้น ได้ทุนรัฐบาล (ก.พ.) เรียนปริญญาตรี และปริญญาโท ในสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส อีกทั้งยังจบหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 6 ซึ่งคนในรุ่นนี้มีคนดังๆ ที่มีบทบาททางด้านการทหารและการเมืองอยู่หลายคน
...
เส้นทางการทำงาน สุดรุ่งโรจน์
เริ่มงานในกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2517 ในกรมการเมือง โดยถือว่าเป็นคนก้าวหน้าด้านการงานมาก ซึ่งผู้คนในแวดวงผู้บริหารระดับต่างประเทศ และในประเทศต่างรู้ดีว่า ชายผู้นี้มีอนาคตรุ่งโรจน์และมีเส้นทางที่สามารถไปได้อีกไกลแสนไกล เพราะด้วยความที่ ดอน เป็นคนทันสมัย ทันเหตุการณ์
ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงบัวแก้วมาแล้วมากมายก่อนจะมาถึงวันน้ี อาทิ เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็น 2 ชาติมหาอำนาจของโลก สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมสารนิเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ
นายดอนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2558 ใน “ครม.ประยุทธ์ 3” เป็นหนึ่งในนักการทูตไม่กี่คนที่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้ากระทรวงบัวแก้ว ในยุคที่กระทรวงย้ายจากฝ่ายความมั่นคงมาอยู่กับฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นคนกำกับดูแลอีกทอดหนึ่ง
นายดอน ปรมัตถ์วินัย ยังแข็งแกร่งไม่เบา เพราะสามารถยืนหยัดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่รัฐบาลชุด คสช. ต่อเนื่องมาถึง รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 หลังเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าทำงานได้เข้าตากรรมการ จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เลือกกลับมาดำรงตำแหน่งในรัฐนาวาเรือเหล็กบิ๊กตู่ ในโควตาของ 3 ป. ก่อนที่จะถูกฝ่ายค้านหมายหัวเป็น 1 ในผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปมช่วย บ.บุหรี่ยักษ์ใหญ่ ฟิลลิป มอร์ริส ในอีกไม่วันข้างหน้านี้
ผลงาน
ในช่วงที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทยได้ดำเนินความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และรัสเซีย อย่างต่อเนื่องในทุกมิติและอยู่บนหลักของความสมดุล นอกจากนี้ ประเทศยังส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ ไทยได้ส่งเสริมความสัมพันธ์และมีบทบาทเชิงรุกในด้านการค้าและการลงทุนกับภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางด้วย ซึ่งแอฟริกาเป็นตลาดสินค้าส่งออกอาหารของไทยที่สำคัญ โดยเฉพาะข้าว
กระทั่ง นายดอน ปรมัตถ์วินัย ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณีนายดอนให้สัมภาษณ์ว่า “อันที่จริงก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ม.ค. ทางสหรัฐฯ ได้ประสานมายังไทยเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่าเขามีเหตุว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ และก็มีการติดต่อกับอาเซียนอยู่แล้ว โดยแจ้งก่อนล่วงหน้า 1 วัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น”
ต่อมา น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีมีข่าวว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งให้ไทยทราบก่อนที่จะมีการปฏิบัติการในอิรักว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด
คำพูดบางคำ จะกระทบไปทั้งชาติหรือไม่ ยังไม่มีใครยืนยันได้
แต่อย่างน้อยก็ทำให้ฝีไม้ลายมือของจอมวิทยายุทธ์ถูกลบคมไปแล้วเรียบร้อย...