เรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่?

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและครอบครัว กับการจากไปของบิดา พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา วัย 97 ปี

อดีตเคยร่วมขบวนการ “เสรีไทย” สายจุฬาฯเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีรายชื่ออยู่ในอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นไว้เพื่อระลึกถึงนิสิตกลุ่มนี้ที่ได้อาสาสมัครร่วมรบ

พ.อ.ประพัฒน์นั้นจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

สถานการณ์ที่ต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่องว่าจะเดินหน้าไปทางไหน ยังคงเป็นภัยสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

หลังจากที่อิหร่านได้ประกาศว่าจะให้ค่าหัว “ทรัมป์” หากปลิดชีพตัดหัวไม่ว่าที่ไหนก็ตามด้วยวงเงิน 2,400 ล้านบาท

ล่าสุดสภาอิหร่านได้เห็นชอบประกาศให้ “ทรัมป์” เป็น “ผู้ก่อการร้าย”

ตอบโต้ที่ “ทรัมป์” อ้างว่าการลอบสังหาร “กัสเซม โซไลมานี” ผู้บัญชาการทหารของอิหร่านเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เช่นกัน

นี่ก็เป็นเหลี่ยมคูเพื่อสร้างความชอบธรรม

แต่ที่เมืองไทยก็มีอะไรเด็ดๆ ให้ได้ดูได้ชมไม่น้อย เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายลอบยิงใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกฯ

อดีตคือนายตำรวจดัง เคยดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. พร้อมควบตำแหน่งรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีอำนาจเต็มๆ ในการปราบปรามแบบครอบจักรวาลก็ว่าได้

ในฐานะนายตำรวจคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งรับผิดชอบงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในรัฐบาล คสช.

...

พูดง่ายๆ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่ต่างไปจาก “ผบ.ตร.น้อย” ก็ว่าได้

ต้องยอมรับว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์สร้างผลงานเอาไว้อย่างยอดเยี่ยมในขณะนั้นเนื่องจากทำงานรวดเร็ว ถึงลูกถึงคนและมีผลงานให้ปรากฏ

ทว่าข้าราชการนั้นเมื่อมาจากการเมืองก็ต้องไปเพราะการเมือง ถูกโยกย้ายจากตำแหน่งใหญ่ในวงการสีกากีไปประจำอยู่ที่ทำเนียบแทน

จากนั้นก็เงียบหายไปแบบไร้ร่องรอยดมกลิ่นไม่เจอ

หากจำกันได้เมื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เข้าไปรับตำแหน่ง ผบช.สตม.ใหม่ๆและกำลังจะพัฒนาหน่วยงานนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกิจการตรวจคนเข้าเมือง

มีเครื่องมือทันสมัยที่เรียกให้ง่ายๆจะได้จำกันได้คือเครื่องสแกนใบหน้าสำหรับบุคคลที่จะเข้าออกประเทศ

อุปกรณ์นี้มีการตกลงซื้อขายกันเอาไว้แล้ว รอเพียงแค่การลงนามระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย โดย ผบช.สตม.เป็นผู้ลงนามโดยตำแหน่ง

ปรากฏว่า “บิ๊กโจ๊ก” ไม่ยอมลงนามรับเครื่องดังกล่าว อ้างว่าไม่มีประสิทธิภาพ

เท่านั้นแหละ...เรื่องแดงขึ้นมาทันที

เพราะมันเกี่ยวพันไปถึงหลายบุคคลที่เริ่มเจรจาและตกลงที่จะซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นต้องเสียหน้าและเสียอะไรที่ควรจะได้ไปด้วย

ก็เลยกลายเป็น “ชนวนร้อน” ฟาดกันในทางลึกรู้กันวงในสีกากีเป็นอย่างดี จนกระทั่งเป็นเรื่องตอกย้ำการเตะโด่ง “บิ๊กโจ๊ก” ไปทำเนียบอีกด้วย

การยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ที่สุรวงศ์นั้น จะเป็นฝีมือใครหรือเป็นแผนแยบยลแค่ไหนก็ตาม แต่เหตุนั้นแน่ใจว่าเครื่องสแกนใบหน้านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องแน่

หวังขยายผลหรือข่มขวัญก็สมใจนึกกันไปแล้ว...

“สายล่อฟ้า”