ข่าว
100 year

พปชร.ย้ำ ผู้จัดงาน “วิ่งไล่ลุง” หมดชอบธรรม เหน็บ เปลี่ยนชื่อ"ไล่ตัวเอง"

ไทยรัฐออนไลน์7 ม.ค. 2563 09:51 น.
SHARE

รองโฆษกพปชร. ย้ำชัด ผู้จัดงานหมดชอบธรรมจัด “วิ่งไล่ลุง” ชี้ การเงินไม่โปร่งใส แอบแฝงประโยชน์ส่วนตัว แนะ เปลี่ยนชื่องานเป็น “วิ่งไล่ตัวเอง” เตือน ปชช.ทบทวนก่อนวิ่ง หวั่นถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ


วันที่ 7 ม.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ “อ้น” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่ผู้แทนจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง อ้างข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้รัฐธรรมนูญ และหยุดใช้อำนาจเพื่อพวกพ้องว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ ของผู้จัดงานเป็นข้อเรียกร้องที่หมดความชอบธรรม เพราะผู้จัดงานเองต่างหากที่ประพฤติตัวในแบบที่ตนเองเรียกร้องจากผู้อื่น คือ การใช้อำนาจพวกพ้องพรรคอนาคตใหม่ เพื่อประโยชน์ตนเองในการจัดงาน หากยังยืนยันที่จะจัดงานต่อไป ต้องเปลี่ยนชื่องานให้ถูกต้องเป็น “วิ่งไล่ตัวเอง” อีกทั้งยังจัดกิจกรรมก่อกวนความสงบ ยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย และยังน่าสงสัยว่าเป็นการหารายได้อย่างไม่โปร่งใส จากอุดมการณ์ประชาธิปไตยของผู้อื่น ไม่ชัดเจนว่าวิ่งเพื่อใคร ผู้ที่จะเข้าร่วมควรทบทวนอีกครั้งว่า งานนี้ใครได้ประโยชน์ไปมากที่สุด

น.ส.ทิพานัน กล่าวถึง เหตุผลประการแรกที่ผู้จัดงานหมดความชอบธรรมในการจัดงาน คือ ผู้จัดงานไม่มีความชัดเจนว่า จัดงานเพื่อการกุศล ผู้จัดกล่าวอ้างว่า รัฐขัดขวางการจัดงานนั้นเป็นการกล่าวอ้างที่บิดเบือน สาเหตุที่ไม่สามารถจัดงานบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นเพราะผู้จัดขออนุญาตผิดหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะประเด็นที่วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมไม่ชัดเจน อาจเป็นไปในทางการค้า ธุรกิจ หรือหาผลประโยชน์เพื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ เพราะผู้จัดไม่ระบุว่า รายได้จะบริจาคให้องค์กรมูลนิธิใด หนำซ้ำผู้จัดยังระบุว่า จะกันเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งต่อไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า เช่น ใน 100 บาท จะแบ่งบริจาคมูลนิธิ 1 บาท แล้วเก็บ 99 บาท ไว้โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งต่อไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นงานอะไร เพื่อใคร จัดเมื่อใด เพราะขณะนี้ประชาชนวิจารณ์มาว่า ผู้จัดงานอาจมีรายได้ถึง 6,000,000 บาท เข้าบัญชีตนเองจากการจัดงานครั้งนี้ที่เก็บเงินผู้ลงทะเบียน 10,000 คน คนละ 600 บาท แต่ระบบการจัดการยังคลุมเครือ บางคนโอนเงินแต่ไม่มีในรายชื่อ การตรวจสอบรายชื่อทำได้ลำบากต้องสอบถามทางข้อความอินบ็อกและใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้รับคำตอบ แจ้งว่าไม่จ่ายเงินก็ไปวิ่งได้ แต่ในเพจกลับบอกว่า ผู้ที่ไม่จ่ายเงินมีสิทธิ์แค่ยืนเชียร์ในพื้นที่จำกัดที่เตรียมไว้ ดังนั้นจึงทำให้สังคมสงสัยความโปร่งใสทางการเงินของการจัดงานครั้งนี้อย่างมาก

“งานวิ่งนี้ไม่ใช่งานวิ่งเพื่อสุขภาพตามที่ผู้จัดกล่าวอ้าง แม้จะมีกิจกรรมวิ่งมาเกี่ยวข้องแต่ก็ดูเป็นประเด็นรอง ใกล้วันงานแล้วรายละเอียดงานก็ยังไม่ชัดเจน กลับเอาเวลาไปทำกิจกรรมยั่วยุก่อกวนที่เกี่ยวกับการเมืองโดยไม่คำนึงถึงกาลเทศะและความเป็นเพื่อนมนุษย์ งานวิ่งของคน 10,000 คน จะถึงภายใน 5 วันนี้ ยังเพิ่งประกาศรับสมัครอาสาสมัครทำงานและจนขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องระยะทางวิ่ง เส้นทางวิ่ง ระบบความปลอดภัย จุดน้ำดื่มและอาหาร ห้องน้ำ ที่จอดรถ รายชื่อผู้ลงทะเบียนสำเร็จ ฯลฯ ความไม่ชัดเจนนี้จึงทำให้เห็นว่าผู้จัดไม่ได้มุ่งเพื่อกีฬาและสุขภาพของผู้เข้าร่วมงานเป็นหลัก เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ งานนี้จึงน่าจะเข้าข่ายเป็นกิจกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ซึ่งอาจต้องดำเนินการให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 เพื่อรับผิดชอบต่อผู้มาร่วมงาน และควรเปิดเผยรายละเอียดรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน เพราะในขณะนี้ในสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้จัดงานหารายได้จากอุดมการณ์ประชาธิปไตยของผู้อื่น นำเงินไปใช้ในการทำคลิปประชาสัมพันธ์เพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง” น.ส.ทิพานัน กล่าว

“ผู้จัดงานอ้างว่า คนอื่นใช้อำนาจเพื่อพวกพ้องและเรียกร้องให้หยุดทำ แต่ผู้จัดกลับทำสิ่งนั้นเสียเอง ข้อเรียกร้องนั้นจึงปราศจากความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง เพราะประชาชนเห็นว่า ผู้จัดงานคือตัวนายธนวัฒน์และนายทัตเทพที่เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เอง ได้ใช้อำนาจพวกพ้องเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง โดยใช้อำนาจ กมธ. การกฎหมายฯ ที่มี ส.ส. จากพรรคอนาคตใหม่มาดำเนินการเอื้อประโยชน์ เพราะ กมธ. ชุดดังกล่าว มีทั้งนายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน น.ส.พรรณิการ์ วานิช เป็นรองประธาน และนายรังสิมันต์ โรมเป็นโฆษก และกมธ. ชุดนี้ อาจเข้าข่ายดำเนินการสองมาตรฐานใช้อำนาจเอื้อต่องานนี้ โดยที่ น.ส.พรรณิการ์ ในฐานะรองประธาน กมธ. รับเรื่องร้องเรียนการจัดงานวันที่ 11 ธ.ค. 62 และใช้เวลา 1 วันออกหนังสือดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนทันที และเมื่อ 5 ม.ค. 63 น.ส.พรรณิการ์ ก็ได้ลงทะเบียนร่วมงานพร้อมทวีตเชิญชวนเข้าร่วมงานวิ่งดังกล่าว แม้แกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายคนจะออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ในความจริงการกระทำที่สังคมเห็นกลับสวนทาง ทำเหมือนปากว่าตาขยิบ ปากบอกไม่เกี่ยวข้องแต่การกระทำเป็นเสมือนเจ้าของงานเอง”


สำหรับข้อเรียกร้องที่ผู้จัดงานต้องการให้รัฐแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้น น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศชาติอยู่ในภาวะที่สงบแล้วและรัฐได้เร่งดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นโดยมุ่งวางฐานรากที่เข้มแข็ง การจัดงานนี้กลับจะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังเดินหน้าชะงักลงเพราะหากมีภาพความวุ่นวายที่สื่อออกไปว่าประเทศไทยไม่มีความสงบ ภาพลบนั้นก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้จัดงานที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบนี้ ผู้จัดงานจึงเป็นผู้ที่ถ่วงความเจริญของประเทศอย่างแท้จริง


ส่วนกรณีที่การจัดงานวิ่งครั้งนี้เพราะต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในขั้นตอนที่ กมธ. ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังดำเนินการแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะอ้างเหตุผลข้อนี้ และรัฐก็ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ดังนั้นข้อเรียกร้องที่ให้ผู้มีอำนาจเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงไร้น้ำหนัก หมดความชอบธรรม


รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นอกจากจะเห็นได้ชัดว่าผู้จัดงานหมดสิ้นความชอบธรรมในการจัดงานนี้แล้ว ผู้ที่จะเข้าร่วมควรพิจารณาให้ถ่องแท้ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมว่างานนี้เป็นเรื่องกีฬาเพื่อสุขภาพหรือผู้จัดต้องการก่อกวน ยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายโดยเอาการวิ่งมาบังหน้า เพราะในขณะนี้ประเทศชาติกำลังอยู่ในภาวะที่สงบ เศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น หากมีภาพความวุ่นวายอาจมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งจะหาผู้รับผิดชอบไม่ได้เพราะการจัดงานครั้งนี้ที่ไม่มีความโปร่งใสหลายอย่างทั้งตัวผู้จัดงานที่แท้จริง วัตถุประสงค์ของงาน การเงินและรายรับ-รายจ่าย ดังนั้นงานนี้ที่ไม่แน่ชัดว่าวิ่งเพื่อใคร วิ่งเพื่อพรรคการเมืองใด ผู้เข้าร่วมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคนอื่นได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิ่งไล่ลุงเดินเชียร์ลุงพปชร.พลังประชารัฐหมดชอบธรรมทิพานัน ศิริชนะแฝงประโยชน์ส่วนตัวข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้