ไลฟ์สไตล์
100 year

วันนอร์เอาแน่ซักฟอก ประจาน คสช.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

อนค.ดิ้นสู้ยุบพรรค วิ่งไล่ลุงกระแสแรง

“วันนอร์” ยันจะอภิปรายย้อนไปถึงยุครัฐบาล คสช. ลั่นเวทีซักฟอกเป็นเวทีประจานความชั่วไม่มีข้อห้ามต้องพูดได้ พท.จวก “บิ๊กตู่” ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน อนค.จองกฐิน “บิ๊กป๊อก” เอื้อทุนจีน “สนธิรัตน์” มั่นใจ รมต.แจงได้ พปชร.เย้ยฝ่ายค้านรีบยื่น เพราะกลัว พปชร.เรตติ้งพุ่ง ถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 “เทพไท” พุ่งเป้าองค์กรอิสระ อนค.ขอเน้นหนักที่งบฯ กลาง “ช่อ” ย้ำไม่คิดล้มล้างการปกครอง อนค. ถกเครียดลุ้น 2 คดียุบพรรค วางยุทธวิธีสู้ทุกรูปแบบ “วิ่งไล่ลุง” ลงทะเบียนครบ 1 หมื่น โพลชี้กระแสแรงทิ้งกลุ่มเชียร์ไม่เห็นฝุ่น หนุนโละโควตา ผบ.เหล่าทัพนั่ง ส.ว.อัตโนมัติ เปิดเรตติ้ง “รัฐบาลเชียงกง” ตกต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ยังคงเป็นประเด็นงัดข้อกันระหว่างสองฝ่าย หลังแกนนำรัฐบาลออกมาขวางลำไม่ให้พรรคฝ่ายค้านพาดพิงย้อนหลังไปถึงรัฐบาล คสช. ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่พรรคฝ่ายค้านไม่สน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ประกาศลั่นเวทีซักฟอกเป็นเวทีประจานความชั่ว ต้องพูดได้ทุกเรื่อง

“วันนอร์” ยันจะซักฟอกถึงยุค คสช.

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายรัฐบาลพยายามตีกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรเป็นช่วงที่ทำหน้าที่ 5 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมี 2 ประเด็น คือ อภิปรายเรื่องการทำงาน ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายการทำงานที่ต่อเนื่องกันมาได้ ไม่มีกติกาข้อห้ามอะไร อีกเรื่องคือการอภิปรายพฤติกรรมของบุคคล เว้นแต่เคยมีการอภิปรายมาแล้วไม่ควรอภิปรายซ้ำอีก แต่รัฐบาลนี้ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว และยังไม่เคยถูกอภิปรายมาก่อน ดังนั้น เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับรัฐมนตรีสามารถพูดได้ ไม่มีรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมสภาห้าม ประธานสภาฯเป็นผู้พิจารณา ถ้าไม่ซ้ำซากก็อภิปรายได้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันมา 5-6 ปี

ลั่นเป็นเวทีประจานความชั่วพูดได้

เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลพยายามออกมาตีกันเป็นเพราะอะไร นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า รัฐบาลคงกลัว เพราะสิ่งที่บกพร่องมากคือการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แม้ตามรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถลงโทษได้ แต่พฤติกรรมสามารถพูดให้ประชาชนรับทราบได้ ไม่มีข้อห้าม และการทำงานที่ผ่านมาไม่มีสภาฯ ตรวจสอบ บริหารงานไม่เป็นธรรมก็เคยทำมาแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นการประจานความชั่วร้ายให้ประชาชนรับทราบ การพูดเพื่อประจานความชั่วนั้นไม่มีข้อห้าม เมื่อเขามาเป็นรัฐบาลต่อเราสามารถพูดได้

พท.จวก “บิ๊กตู่” ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลโดนปัญหาสารพันรุมเร้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นช่วงขาลงกู่ไม่กลับของรัฐบาล ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากรัฐบาลทำตัวเองทั้งนั้น ถึงวันนี้ที่อ้างว่าจะมีประชาชนออกมาเป็นเกราะป้องกัน เอาเข้าจริงน่าจะพากันออกมาขับไล่มากกว่า ขนาดโพลยังสะท้อนว่าพลังเงียบหันหลังให้รัฐบาล “วิ่งไล่ลุง” เรตติ้งกระฉูดทิ้งห่าง “เดินเชียร์ลุง” ไม่เห็นฝุ่น นี่คือสัญญาณและสิ่งบ่งชี้ว่าเวลาของรัฐบาลเหลือน้อยลงทุกที แถมต้องไปเจอด่านหินอภิปรายไม่ไว้วางใจงานนี้รอดยาก น่าจะเป็นอีกหมัดน็อก พล.อ.ประยุทธ์ จะทู่ซี้อยู่ไปเรื่อยๆเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ได้ คนเริ่มเบื่อนายกฯมากขึ้น ดังนั้นจะทำเป็นไม่สนใจ ไม่ฟังเสียงประชาชนไม่ได้

อนค.จองกฐิน “บิ๊กป๊อก” เอื้อทุนจีน

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การที่แกนนำรัฐบาลพยายามดักคอห้ามฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงย้อนอดีต คาดว่าคงวางตัว ส.ส.ไว้คอยประท้วงด้วย เมื่อถามว่าเรื่องที่จะเปิดแผล และสั่นคลอนรัฐบาลมากที่สุดคืออะไร นายวิโรจน์ตอบว่า คาดว่าจะเป็น พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในประเด็นเรื่องการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ควรติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งที่กรมควบคุมมลพิษ และกรมการกงสุล ออกมาบอกว่าจะยุติการนำเข้าขยะแล้ว และมีผู้ประกอบการเพียง 2 รายเป็นนักลงทุนจีน ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าขยะ ต้องตั้งคำถามว่าในเมื่อมีกฎหมายห้ามนำเข้าขยะ แต่ทำไมยังสามารถนำเข้า และเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น หมายความว่าต้องมีไอ้โม่ง หรือขาใหญ่เปิดทางให้ ในช่วงที่ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 อนุญาตให้เปิดโรงงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงผังเมือง จึงมีการขออนุญาตเต็มไปหมด จนเกิดธุรกิจขายใบอนุญาตขึ้น

“สนธิรัตน์” มั่นใจ รมต.แจงได้

ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า การที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องเก่าสมัยรัฐบาล คสช.มาอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น การอภิปรายถือเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา ส่วนจะเตรียมการอย่างไรขอดูรายละเอียดก่อนว่าจะยื่นเมื่อใด ใครจะถูกอภิปรายบ้าง และเนื้อหาอย่างไร เชื่อว่าผู้ถูกอภิปรายสามารถชี้แจงได้ ทั้งนี้พรรคร่วมรัฐบาลหารือกันตลอด เพราะเรา
ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐไม่หนักใจพร้อมรับมือ เพราะถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชี้แจงข้อเท็จอยู่แล้ว

เย้ยรีบยื่นกลัว พปชร.เรตติ้งพุ่ง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่ฝ่ายค้านรีบยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเวลานี้ ทั้งที่รัฐบาลเพิ่ง บริหารประเทศมาได้เพียง 5 เดือน ขณะที่สถานการณ์ต่างๆมีแนวโน้มดีขึ้น มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรม ที่สำคัญคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเดินหน้า เป็นความหวังกับประชาชน ฝ่ายค้านคงวิตกว่าคะแนนนิยมพรรคพลังประชารัฐจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์การยอมรับของประชาชนที่มีต่อพรรคเป็นอย่างดี ยิ่งสร้างความหวั่นไหวแก่ฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านต้องสร้างบรรทัดฐานที่ดี ขอให้อภิปรายบนพื้นฐานข้อมูล หลักฐานและ ข้อเท็จจริงอย่างสร้างสรรค์ ไม่สร้างวาทกรรมใส่ร้ายป้ายสี

ภท.คิดบวกมีโอกาสแจงผลงาน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลได้ทำงานอะไรไปบ้าง ส่วนข้อกังวลว่าจะมีการขุดคุ้ยแล้วทำให้เกิดความขัดแย้งนั้น ถือเป็นเสน่ห์ของระบอบประชาธิปไตย แม้ฝ่ายค้านจะไปขุดคุ้ยอะไรมา แต่ระบบตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของประชาชนไม่เหมือนเดิมแล้ว สามารถรับฟังชั่งน้ำหนักตรวจสอบข้อมูล จึงไม่มีอะไรที่น่าหนักใจ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นไม่ถูกอภิปราย ยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ ต้องรอให้ชัดเจนก่อนว่าจะอภิปรายใครบ้าง เราคงไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เพราะยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

ปชป.เชื่อ รมต.ซื่อสัตย์มีผลงาน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคทั้ง 7 คน เรามั่นใจในการทำหน้าที่ เพราะล้วนมีผลงานชัดเจน ที่สำคัญทุกคนยึดหลักซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตน สำหรับนโยบายประกันรายได้นั้น ฝ่ายค้านก็ยอมรับว่าเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์และทำได้ไว ทำได้จริง ประสบความสำเร็จ รัฐมนตรีทั้ง 7 กระทรวงไม่มีความกังวลใดๆ และพร้อมชี้แจง

มั่นใจร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ผ่านฉลุย

อีกเรื่อง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วันที่ 8-9 ม.ค.ว่า เชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพื่อนำเม็ดเงินลงไปบริหารประเทศ ขณะนี้ มีหลายโครงการที่ติดขัดเพราะไม่มีเงิน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเห็นด้วยที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่ให้ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็น ส.ว.โดยอัตโนมัตินั้น ต้องให้โอกาสคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้ศึกษาก่อน ส่วนจะแก้ในประเด็นใดบ้าง ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ รัฐบาลยืนยันว่าได้ทำตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา คือให้ศึกษารัฐธรรมนูญปี 60 เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่บอกว่ารัฐบาลมีธงจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสนธิรัตน์ตอบว่า พูดเช่นนั้นไม่ได้ ยังไม่รู้ว่า กมธ.จะแก้ในประเด็นใดบ้าง รัฐบาลมีหน้าที่เพียงทำความเข้าใจ

“เทพไท” พุ่งเป้าองค์กรอิสระ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นผู้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้จะใช้สิทธิ์อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยจะเน้นหนักในงบประมาณการจัดอบรมสัมมนา และการจัดหลักสูตรพิเศษของหน่วยงาน หรือองค์กรอิสระ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เพราะเห็นว่าเป็นการสร้างระบบอุปถัมภ์ หรือสร้างคอนเนกชันกันเท่านั้น อาจทำให้กระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบขององค์กรอิสระสูญเสียความเป็นอิสระ หรือความเป็นกลางได้ ไม่ควรมีหลักสูตรเหล่านี้ ยกเว้นหลักสูตรด้านความมั่นคง หรือหลักสูตรด้านการเมือง ทั้งนี้ มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯจะผ่านสภาฯ ได้แน่ 100% และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อยู่รับฟังตลอดการอภิปราย เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ นำไปใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงแก้ไขการบริหารประเทศต่อไป ที่ผ่านมาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำงานของสภาฯ เท่าที่ควร หวังว่าปีนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

อนค.ขอเน้นหนักไปที่งบฯกลาง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในส่วน ส.ส.พรรคอนาคต– ใหม่ คงมีประเด็นอภิปรายท้วงติงเรื่องงบกลาง การจัดซื้อเรือดำน้ำ การจัดซื้อรถถังยานเกราะสไตรเกอร์ หรือการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นต้น เท่าที่หารือกับพรรค เราจะพยายามไม่ฟุ้ง แต่จะเน้นหนักไปที่ประเด็นหลัก

วิปฝ่ายค้านรอมติผ่าน–ไม่ผ่าน

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะหารือร่วมกันเพื่อมีมติอย่างเป็นทางการว่าจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ โดยจะรอพิจารณารายละเอียดและเนื้อหาประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านเคยท้วงติงตั้งแต่วาระแรก ได้รับการแก้ไขหรือไม่ และในรายละเอียดที่พบปัญหาได้รับการปรับปรุงแก้ไขมากน้อยหรือไม่ เช่น งบฯของกองทัพ ที่พบการจัดสรรซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก แต่ได้รับการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเพียงเล็กน้อย หรือการจัดสรรงบประมาณให้กองทุนต่างๆ ที่ขัดกับระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ว่าด้วยหน่วยรับงบประมาณ ที่ต้องเป็นนิติบุคคล แต่หลายกองทุนที่เสนอจัดสรรงบประมาณ ไม่มีลักษณะเป็นนิติบุคคล เป็นต้น ส่วนที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อย่าง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 และพรรคฝ่ายค้านอยากให้นายกฯแสดงความจริงใจเข้าร่วมรับฟัง
ข้อเสนอแนะจาก ส.ส.

“ช่อ” ย้ำไม่คิดล้มล้างการปกครอง

อีกเรื่อง น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในข้อกล่าวหากระทำการล้มล้างการปกครอง ในวันที่ 21 ม.ค. ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะพรรคอนาคตใหม่ได้ชี้แจงยืนยันความบริสุทธิ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วเป็นไปได้อย่างไร ที่พรรคการเมืองซึ่งตั้งขึ้นมาโดยมี กกต.เป็นผู้อนุญาต ผ่านการเลือกตั้ง และมี ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่ในสภาจนได้รับการชื่นชมจำนวนมาก จะกลายเป็นผู้ล้มล้างการปกครองไปได้ ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าการดำเนินการจะมีการตั้งธงทางการเมือง พยายามจะให้คดีนี้จบก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ เป็นสิ่งที่หลายคนวิจารณ์กัน

อนค.วางยุทธวิธีสู้ทุกรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคอนาคตใหม่ว่า ช่วงปลายเดือน ธ.ค.2562 แกนนำพรรคอนาคตใหม่ได้สรุปประเด็นปัญหา ข้อเสนอแนะตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา พร้อมยุทธวิธีการดำเนินงานในปี 2563 โดยได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่พรรคกำลังเผชิญ และระดมสมองถึงกิจกรรมที่ต้องทำทั้งก่อนและระหว่างการพิจารณาคดียุบพรรค โดยได้ข้อสรุปว่า 1.จัดกิจกรรมสู้นอกสภา โดยมอบหมายให้ทีมเฉพาะกิจไปหารือ และเริ่มกิจกรรมได้ทันที 2.จัดกิจกรรมรณรงค์การรับบริจาค เพื่อใช้หนี้หัวหน้าพรรค 191 ล้านบาท 3.ควรให้ความร่วมมือกิจกรรมการวิ่งเชิงสัญลักษณ์กับกลุ่มจัดงานวิ่งไล่ลุงวันที่ 12 ม.ค. 4.หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ขอให้สมาชิกพรรคเตรียมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคสำรองในวันรุ่งขึ้นทันที แต่ยังไม่ได้แจ้งชื่อพรรคสำรอง แต่ยืนยันมีพรรคสำรองแน่นอน 5.พรรคเคารพการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ยอมรับเหตุผลในการตัดสินยุบพรรค ดังนั้น หากมีการยุบพรรคจริงขอให้พวกเราต่อสู้ทุกรูปแบบ

ลุ้นระทึก 2 คดีร้อนเหตุยุบพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวิบากกรรมที่ต้องเผชิญกับ 2 คดีใหญ่ คดีแรก ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 ม.ค. กรณีถูกร้องว่าล้มล้างการปกครอง หรือเรียกว่าคดีอิลลูมินาติ อีกคดี กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 วรรค 1 (3) ประกอบมาตรา 72 กรณีทำสัญญากู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท โดยคดีอยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต.และพรรคอนาคตใหม่ชี้แจงข้อกล่าวหา คาดใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาก่อนวินิจฉัยยุบพรรคหรือไม่ต่อไป

“วิ่งไล่ลุง” ลงทะเบียนครบ 1 หมื่น

วันเดียวกันที่สวนครูองุ่น ซอยทองหล่อ 3 คณะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง นำโดยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ได้ตั้งโต๊ะเปิดลงทะเบียน “วิ่งไล่ลุง” เพิ่มเติมสำหรับผู้ประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ มีประชาชนผู้สนใจทยอยเดินทางมาลงทะเบียนต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ในจำนวนนี้มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาลงทะเบียนแทนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางไปต่างประเทศและ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มาลงทะเบียนด้วย ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ และสันติบาลอย่างใกล้ชิด นายธนวัฒน์กล่าวว่า มีผู้สนใจลงทะเบียนสมัครทางออนไลน์ครบ 10,000 คนแล้ว ส่วนที่มีข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในจังหวัดอื่นๆอีก 18 จังหวัดนั้น เป็นเรื่องของภาคประชาชนกลุ่มอื่นจัดกันเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเรา โดยช่วงเช้าวันที่ 6 ม.ค. พวกเราจะไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเชิญนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

ตร.พะเยารีบสกัดไม่ยอมให้จัด

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.บวร ไชยคำ ผกก.สภ. เมืองพะเยา ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จ.พะเยา สอบปากคำ นายไอดิน ประอินทร์ อายุ 19 ปี นายนราวิชญ์ อ่อนทอง อายุ 19 ปี และนายทิวา ธีวะวัฒนากุล อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่มาขออนุญาตจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง” บนถนนรอบกว๊านพะเยา ในวันที่ 12 ม.ค. โดยมีการเปิดเฟซบุ๊กชื่อ “พลังใหม่ประชาธิปไตยพะเยา” เชิญชวนให้สมาชิกลงทะเบียนร่วมกิจกรรม ซึ่งนายไอดินกับพวกปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรมดังกล่าว แต่ได้รับมอบหมายจากนายฟลุ๊ค รุ่นพี่ชั้น ปี 4 ให้มายื่นหนังสือขอจัดกิจกรรม ซึ่ง พ.ต.อ.บวร ได้แจ้งทั้ง 3 คนว่า ตำรวจไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมวิ่งได้ในวันดังกล่าวได้ เนื่องจากทางจังหวัดพะเยาได้มีการจัดกิจกรรมวันกำจัดขยะ หมอกควันและไฟป่า และยังพบว่าฝ่ายผู้จัดกิจกรรมยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตใช้สถานที่กับทางเทศบาลเมืองพะเยา ไม่ได้ขออนุญาต ผบก.ภ.จ.พะเยา ในการขอใช้ถนนทำกิจกรรมดังกล่าว

“วิ่งไล่ลุง” ทิ้งกลุ่มเชียร์ไม่เห็นฝุ่น

ขณะที่นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนจำนวน 1,258 ตัวอย่าง เรื่อง “วิ่งไล่ลุง-วิ่ง/เดินเชียร์ลุง 2563” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 40.86 เห็นด้วยอย่างมากกับกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เพราะเป็นเพียงกิจกรรมแสดงออกบนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง มีร้อยละ 12.24 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 12.00 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะอาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย และอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น ส่วนร้อยละ 31.32 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ส่วนความคิดเห็นต่อกิจกรรม “วิ่ง/เดินเชียร์ลุง” พบว่า มีเพียงร้อยละ 18.92 ที่บอกว่าเห็นด้วยมาก เพราะนายกฯทำให้บ้านเมืองสงบสุข เป็นกำลังใจให้นายกฯทำงานต่อไป ร้อยละ 9.30 ค่อนข้างเห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 17.65 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และมีถึงร้อยละ 49.76 ที่ไม่เห็นด้วยเลย เพราะไม่อยากให้ทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งสองฝ่าย กลัวบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย อยากให้บ้านเมืองสงบ และอยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่

หนุนโละโควตา ผบ.เหล่าทัพนั่ง ส.ว.

ด้านนายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจความเห็นเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ กับ ผบ.เหล่าทัพ” จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 75.4 เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็น ผบ.เหล่าทัพไม่ต้องเป็น ส.ว.โดยอัตโนมัติ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมที่รับเงินซ้อนหลายทาง ตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพสำคัญสุด ทำตรงนั้นให้ดีที่สุดต่อชาติบ้านเมือง มีร้อยละ 24.6 ไม่เห็นด้วย ที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึงกลุ่มคนที่พูดแล้วทำให้รู้สึกว่าเศรษฐกิจแย่ที่สุด พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 43.7 ระบุเป็นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล รองลงมาคือร้อยละ 20.7 เป็นนักการเมืองฝ่ายค้าน ร้อยละ 12.8 เป็นนักวิชาการ ร้อยละ 2.6 เป็นหมอดู ที่น่าเป็นห่วงคือความรู้สึกถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ พบว่ากลุ่มคนที่เคยบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ลดฮวบลงจากร้อยละ 77.4 ในเดือน ต.ค.2562 มาอยู่ที่ร้อยละ 42.8 ในช่วงต้นเดือน ม.ค.นี้ แต่กระจายไปอยู่ในกลุ่มคนรู้สึกไม่ดี มีผลเสีย ร้อยละ 30.7

เรตติ้ง “รัฐบาลเชียงกง” ตกต่อเนื่อง

ขณะที่สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจดัชนีการเมืองไทย จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 2,481คน พบว่าในภาพรวมดัชนีการเมืองไทย ณ เดือน ธ.ค.2562 ตกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ได้คะแนน 3.89 จากเต็ม 10 โดยดัชนีเปรียบเทียบรายประเด็น ระหว่างเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ที่มีคะแนน ดีขึ้น มีเพียง 8 เรื่อง อาทิ เรื่องความสามัคคีคนในชาติ จาก 4.50 เป็น 4.56 การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาล จาก 3.39 เป็น 3.65 การแก้คอร์รัปชันจาก 3.40 เป็น 3.41 การมีส่วนร่วมของประชาชน และองค์กรอิสระ จาก 3.47 เป็น 3.58 ส่วนดัชนีที่แย่ลงมีมากถึง 16 เรื่อง อาทิ การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน จาก 5.22 เป็น 5.20 การดำเนินงานของ พรรคการเมือง จาก 4.33 เป็น 4.23 ผลงานรัฐบาลจาก 4.30 เป็น 4.14 ผลงานของนายกฯ จาก 4.10 เป็น 4.07 สภาพเศรษฐกิจโดยรวม จาก 3.34 เป็น 3.29 ค่าครองชีพ จาก 3.35 เป็น 3.29 เป็นต้น สำหรับข้อเสนอแนะทางการเมือง ส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลใส่ใจดูแลประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รองลงมา ให้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และอยากให้รัฐบาลและฝ่ายค้านควรร่วมมือกันทำงาน เห็นแก่ส่วนรวมเป็นสำคัญ

กมธ.วุฒิยื้อสอบประวัติตุลาการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา วันที่ 6 ม.ค. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดและกระทู้ทั่วไป และเรื่องตามระเบียบวาระ ทั้งนี้ มีวาระที่ พล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอขยายเวลาการพิจารณาออกไปเป็นรอบที่ 4 อีก 15 วัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 14 ม.ค. พล.อ.อู้ดให้สัมภาษณ์ว่า ที่สังคมมองว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวล่าช้ากว่าปกติ เพราะมีประเด็นการเมืองเกี่ยวข้องนั้น ยืนยันว่าการทำงานของ กมธ.ไม่มีใบสั่งทางการเมือง หรือปฏิบัติตามคำสั่งของบุคคลใด ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการขยายเวลาถึง 4 รอบ อาจเกี่ยวกับการตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่นั้น ไม่สามารถตอบในสิ่งที่ถูกตั้งข้อสังเกตได้ เพราะไม่ทราบ

จ่อรื้อกฎหมายภาษีที่ดินของ สนช.

อีกเรื่อง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปทบทวนและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 6 ม.ค. จะนำ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ผ่านโดย สนช.เข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมาธิการฯ เพราะมีข้อร้องเรียนมากทั้งจากประชาชนผู้เสียภาษี ทั้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงความไม่พร้อมในการออกกฎหมายลำดับรอง อีกทั้งสาระของ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีปัญหาในการตีความหลายประเด็น คณะอนุกรรมาธิการฯจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างรอบคอบ เพื่อนำผลการศึกษารายงานขอความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมีข้อสังเกตไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปปฏิบัติต่อไป หากพบว่ากฎหมายฉบับนี้มีข้อบกพร่อง โดยเฉพาะเกิดความไม่เป็นธรรมกับประชาชนโดยส่วนรวม และกระทบกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ อาจถึงขั้นเสนอให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงใหม่ทั้งฉบับต่อไป

นายกฯจี้จัดระเบียบดอนเมือง

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ติดตามปัญหาการจราจรคับคั่งที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยสั่งการให้กระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานดอนเมือง เร่งจัดระเบียบการจราจร บริเวณชานชาลาผู้โดยสารขาออก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการสนามบินดอนเมือง และเร่งระบายการจราจรหน้าอาคารผู้โดยสารให้คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทางท่าอากาศยานดอนเมืองจัดให้มีช่องทางเดินรถพิเศษขวาสุดเพื่อความคล่องตัว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่จราจรทุกประตูทั้งอาคาร 1 และอาคาร 2 เร่งระบายรถ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ช่วยยกกระเป๋าสัมภาระให้ผู้โดยสาร ทำให้เร่งระบายรถรวดเร็วยิ่งขึ้น มีปริมาณรถสะสมน้อย และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

“ลดาวัลลิ์” ฉะรัฐผลักภาระ ปชช.

วันเดียวกัน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต และร้านสะดวกซื้อ งดให้ถุงพลาสติกกับลูกค้า ให้ลูกค้านำถุงผ้าหรือภาชนะอย่างอื่นมาใส่สินค้าเอง แม้จะเป็นเรื่องที่ดีลดปริมาณขยะจากถุงพลาสติกแต่มีข้อกังขาทำไมไม่ให้ผู้ผลิตหรือร้านค้ารับภาระในการจัดเตรียมถุงกระดาษที่เป็นวัสดุรีไซเคิลไว้บริการลูกค้า หลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ก็ทำเช่นนี้ ที่น่าสนใจคือมีการผลิตถุงกระดาษ ถุงพลาสติกใส่ของจากธรรมชาติ เช่น มันสำปะหลังที่ย่อยสลายง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากรัฐบาลส่งเสริมจะช่วยให้มันสำปะหลังมีราคาสูงขึ้น และใช้มาตรการจูงใจให้ผลิตและจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง เมื่อต้นทุนของร้านค้าลดลงจากการไม่ต้องให้ถุง หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายถุงผ้า เหตุใดจึงไม่มีการพูดถึงราคาสินค้าที่ไม่ได้ลดลงเลย การลดการใช้ถุงพลาสติกนั้นเห็นด้วย แต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลที่สร้างภาระให้ประชาชน โดยที่พ่อค้าร้านขายของได้ประโยชน์ รัฐบาลคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

“พี่ศรี” จ่อร้อง สคบ.ห้างเอาเปรียบ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อได้ลดต้นทุน แถมมีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร ทั้งที่เป็นหน้าที่ของร้านค้าที่ต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรีมิใช่มาขูดรีดเอากับ ลูกค้า และดูเหมือนภาครัฐเพิกเฉย ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 61 การดำเนินการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการเอาเปรียบและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอย่างร้ายแรง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคมาตรา 4 ประกอบมาตรา 10 (1) (9) เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคดังกล่าวโดยเร็ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1วันมูหะมัดนอร์ มะทาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรัฐบาล คสช.ซักฟอกวิ่งไล่ลุง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 26 พฤศจิกายน 2563 เวลา 01:44 น.