ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : ปลุกพลังมวลชนต่อต้านเผด็จการ เยียวยาประชาธิปไตย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ม.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

“ทีมข่าวการเมือง” ได้ถือโอกาสการเปลี่ยนผ่านสู่ศักราชใหม่ เปิดหน้าสัมภาษณ์พิเศษบุคคลสำคัญทางการเมือง โดยคัดสรรบุคคลที่เป็นจิ๊กซอว์ “ชิ้นสำคัญ” ในสถานการณ์ทางการเมืองช่วงต่างๆ มาแง้มมิติทางความคิด มุมมองและตัวตน จากถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของบุคคลสำคัญชนิดเกาะติดกระแส

บุคคลทางการเมืองคนแรกปี 2563 ที่ “ทีมข่าวการเมือง” เลือกก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง” คนใหม่

เกือบ 2 ปีที่ก่อตั้งพรรค จากวันนั้นถึงวันนี้ นายธนาธร ขยับมุมคิดการมองประเทศไทย การเมืองไทยไปถึงไหน และอย่างไรในปี 2563 อย่างน้อยการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ย่อมส่งผลไม่มากก็น้อยต่อการเมืองไทย

ขอโฟกัสจับตาการต่อสู้ผ่านกิจกรรมต่างๆนอกสภาฯ การให้ความร่วมมือกิจกรรมวิ่งเชิงสัญลักษณ์กับกลุ่มต่างๆ การรณรงค์เปิดรับบริจาคเพื่อใช้หนี้หัวหน้าพรรค ที่สำคัญหากถูกตัดสินยุบพรรค สมาชิกพรรคต้องสมัครสมาชิกพรรคที่สำรองเอาไว้ในวันถัดไปทันที และมีโอกาสสูงไม่ยอมรับคำตัดสินในคดียุบพรรค พร้อมเปิดฉากต่อสู้ทุกรูปแบบ

โดย “ธนาธร” ได้เปิดแนวคิดไว้กับ ทีมการเมือง ถึงการถูกกระทำในทุกรูปแบบว่า กำลังใจดีขึ้นทุกวัน ไปไหนมาไหนทำตัวเหมือนเดิม ไม่มีบอดี้การ์ด มีแค่ผมและคนขับรถ

บางวันไปไหนไม่ทันก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปรากฏว่าไม่เก็บตังค์ผม ส่งให้ฟรี ขึ้นแท็กซี่ตามปกติ ทำให้ได้สัมผัสประชาชน คนเดินเข้ามาให้ดอกไม้ ส่งยิ้มให้ ขอจับมือ ขอถ่ายรูป บางคนเขียนข้อความมาหน้าไมค์ หลังไมค์ บ้างก็เดินเข้ามาชู 3 นิ้วพร้อมบอกว่า อย่าท้อแท้นะ

คุณคือความหวังของประเทศไทยที่เหลืออยู่ อย่าแพ้ไปก่อนนะ

นี่คือกำลังใจ เป็นแรงผลักดัน เป็นเครื่องยืนยันว่าทิศทางที่เรามามันถูกทาง ประชาชนให้ความไว้วางใจ

สิ่งที่เรายืนหยัดหนักแน่นอยู่ทุกวันนี้คือกำลังใจ พลังที่ถูกส่งมาจากประชาชน

คำว่าอย่าแพ้ไปก่อนหมายถึงอะไร นายธนาธร บอกว่า ประชาชนคงเห็นเราโดนกระทำ และเห็นเราเป็นความหวัง ถ้ายอม หยุดทำ ลาออก ความหวังของเขาคงจะเสียไป แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

ฉะนั้นภาระงานไม่ใช่ภาระของเราคนเดียว แต่กำลังแบกความหวังของคนอื่นไว้บนไหล่

จุดยืนทางการเมือง อุดมการณ์การเมืองของคุณธนาธร ต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับประชาชนกันอย่างไร นายธนาธร บอกว่า สิ่งแรกต้องหยุดการสืบทอดอำนาจ คสช.

หากยังปล่อยให้คนทำรัฐประหารบริหารบ้านเมืองต่อไปได้ รับรองประเทศเดินต่อไปไม่ได้

เจอคดีข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยากทราบว่านิยามของคำนี้หมายความว่าอย่างไร และทำไมโดนข้อหานี้ นายธนาธร

บอกว่า ผมและอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่พรรคการเมืองมา...

...เคยเห็นการกระทำที่ส่อไปทางล้มล้างสถาบันไหม

ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น คือ การสร้างความเกลียดชัง การสร้างข่าวปลอมขึ้นมา โดยไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าตั้งใจล้มล้างสถาบัน เราไม่เคยเป็นพรรคการเมืองมาก่อน ไม่เคยมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีการทุจริต คอร์รัปชัน

มีเรื่องสถาบันกรณีเดียวที่เล่นงานเราได้

ขอเรียนว่ากลุ่มผู้มีอำนาจเข้าใจการทำงานการเมือง เรื่องอารมณ์ของสังคม ความเกลียดชังในสังคมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นผ่านเครื่องมือและกลไกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนแตกแยก เกลียดกลัว ระแวง ไม่ไว้วางใจกัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยใช้ไม่ได้ มีความวุ่นวาย

ถ้าประชาชนไม่เกลียดกลัวกัน ย่อมไม่มีเหตุผลต้องทำรัฐประหาร

ไม่มีเหตุผลต้องมี คสช. ไม่มีเหตุผลต้องสืบทอดอำนาจ

เกิดอะไรขึ้น ทำไมหวยออกที่พรรคอนาคตใหม่ ทำไมไม่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย นายธนาธร บอกว่า ไม่ทราบ ถ้าให้เดา พวกเราเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีจิตใจแน่วแน่

ที่ออกมาบอกว่าพอได้แล้วกับการสืบทอดอำนาจพอได้แล้วกับระบบระเบียบที่ต้องการฉุดรั้งแช่แข็งประเทศไทยไม่ให้ไปข้างหน้า

วันนี้ชัดเจน พวกเขากลัวพวกเรา เพราะเรามีความแน่วแน่เอาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย

หลังเลือกตั้งมีขวากหนามอะไรที่ทำให้เดินไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง นายธนาธร บอกว่า เครื่องมือกลุ่มอภิสิทธิ์ชน มีทหาร กองทัพ รถถัง ระบบข้าราชการ กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และมีขบวนการใช้สื่อออนไลน์-ออฟไลน์เป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชัง

แต่ผมไม่กลัว ไม่กังวล ขอเดินหน้าแสดงความจริงใจกับประชาชนให้มากที่สุด เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลับไปสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าและอำนาจสูงสุดกลับเป็นของประชาชน

สมมติพรรคอนาคตใหม่ได้อำนาจอยู่ในมือ จะขจัดขวากหนามเหล่านี้อย่างไร นายธนาธร บอกว่า กระบวนการที่สันติสุขที่สุดต้องทำให้รัฐสภา แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่นโยบายของพรรคเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ก็ปรับเป็นร่างกฎหมายผลักดันเข้าสู่สภาฯ เช่น การยกเลิกเกณฑ์ทหาร และนำไปรณรงค์

กระบวนการนี้สันติหรือรุนแรง ก้าวร้าวตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ผู้นำกองทัพไม่เกี่ยว เพราะเป็นนโยบายการเมือง ถ้าอยากมีส่วนร่วมกับนโยบายการเมืองขอให้ลาออก เพื่อตั้งพรรคใหม่และแข่งกันว่าจะเอาเกณฑ์ทหารหรือไม่เอาเกณฑ์ทหาร

อาวุธของผมไม่มีปืนสักกระบอก มีแต่ “สมอง-ใจ-ปาก-มือ-เท้า” เดินรณรงค์อย่างจริงจัง เข้าหาชาวบ้านและผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เปลี่ยนแปลงตามกลไกรัฐสภา

เช่น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.27 ฉบับ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเดินต่อไปไม่ได้ ในไตรมาสแรกเสนอร่าง พ.ร.บ.สุราเบียร์เสรี ไม่เอาทุนผูกขาด ไตรมาส 2 เสนอร่าง พ.ร.บ.กระจายอำนาจ เพื่อยุติระบบราชการรวมศูนย์

พรรคอนาคตใหม่กระแทกสัญลักษณ์กลุ่มอนุรักษนิยม ทั้งกองทัพ ทุนใหญ่ การกระจายอำนาจ จึงถูกโบยตีจากความอยุติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ นายธนาธร บอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นวาระที่นำเสนอและเดินรณรงค์กับประชาชน

โดยไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้คะแนนเสียงหรือ ส.ส.เข้ามาเยอะ คิดอย่างนั้นพรรคเดินมาถึงจุดนี้ไม่ได้ เพราะไม่อยากประนีประนอมเรื่องเหล่านี้ สุดท้ายจะไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

แกนอุดมการณ์ของพรรคต้องเป็นหลัก และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมต้องยุติระบบราชการรวมศูนย์ ทำไมต้องปฏิรูปกองทัพ ทำไมต้องยกเลิกทุนผูกขาด

ฉะนั้นอย่าไปกลัว เขาต้องการให้เรากลัว เขาปกครองประชาชนด้วยความกลัว

เมื่อไม่กลัวก็ทำอะไรเราไม่ได้ เดินหน้ารณรงค์ต่อไปอย่างสันติ เพื่อพบและอธิบายกับประชาชน

หลายคดีคอพาดเขียงอยู่ มีโอกาสติดคุกสูง จะหนีออกต่างประเทศไหม นายธนาธร บอกว่า...

...ไม่หนี ไม่กลัว อย่าไปกลัว เอาผมติดคุกก็เอาเลย ตามสบาย

มีแต่ข่าวปล่อยจากกลุ่มอนุรักษนิยม โดยมีเป้าหมายเดียว คือทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองของผม โดยบอกว่าผมหนีๆๆ ทิ้งประชาชนสู้ อย่าไปเชียร์

ผมไม่หนี คุณกล้าเอาผมติดคุกก็วัดกันไป ผมก็กล้าติดคุก

เคยพูดตั้งแต่ในวันตั้งพรรคว่ามีโอกาสติดคุก เพราะต่อสู้กับการสืบทอดอำนาจของ คสช. ผมก็ยักไหล่สู้

ที่ผ่านมาคนที่มีต้นทุน ถ้ากล้าแสดงจุดยืนทางการเมือง ยืนยันในหลักนิติรัฐ นิติธรรมและประชาธิปไตย ประเทศต้องไม่มีเผด็จการอีกต่อไป พวกเขาก็อยู่ไม่ได้ แต่กลับปล่อยให้คนที่ไม่มีฐานะทางสังคมออกมาสู้ สังคมไทยถึงเละเทะและเดินมาถึงจุดนี้

วันนี้ปัญหาสำคัญที่สุด คนที่ถือลูกกุญแจไม่ยอมไขกุญแจ ทุกฝ่ายต้องส่งเสียงดังให้ไขกุญแจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเกลี่ยอำนาจและบทบาทของแต่ละฝ่าย ให้เป็นฉบับที่ทุกฝ่ายยอมรับ เคารพกฎหมายสูงสุด

เป็นทางรอดทางเดียวที่เหลืออยู่ของประเทศ และต่อไปห้ามรัฐประหาร ห้ามชุมนุมนำประเทศไปสู่ทางตัน

หากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญย่อมนำไปสู่ความขัดแย้ง เผชิญหน้าและขัดแย้ง

ฉะนั้นในปี 2563 เป็นคีย์และจุดสำคัญที่สุด ทุกภาคส่วนต้องส่งเสียงดังๆให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ไม่เช่นนั้นทุกฝ่ายพัง

และประเทศชาติพัง.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพรรคอนาคตใหม่บุคคลทางการเมืองผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้