ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : อาการน่าห่วงแต่ต้นปี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ม.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

เสริมความเป็นสิริมงคลตั้งแต่ต้นปี

ในแอ็กชันที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำทีม ครม.ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 63 รูป ก่อนประชุม ครม.นัดแรกปี 2563

ขอยึดคาถาตั้งมั่นทำความดีเอาชนะทุกสิ่ง ไม่สนใจคำพยากรณ์โหรหลายสำนักที่ฟันธงการเมืองปีหนูจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นยุบสภา

ท่ามกลางปัญหารุมเร้าอยู่มากมาย โดยเฉพาะช็อตเฉพาะหน้าเรื่องสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าเรื้อรังจากปลายปีที่แล้วต่อเนื่องถึงต้นปี 2563

ค่าเงินบาทแข็งไปแตะที่ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ธุรกิจส่งออกกระอักเลือดข้ามปี ได้รับผลกระทบรุนแรง เห็นแววปรับตัวหนีตายลอยแพคนงาน ลามไปกระทบภาคการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวอาจมาเที่ยวเมืองไทยลดลง เพราะเงินดอลลาร์แลกเงินบาทได้น้อยลง

ซ้ำเติมสภาวะเศรษฐกิจที่ซึมยาวอยู่แล้วให้ทรุดหนักไปอีก

สัญญาณไฟแดงทางเศรษฐกิจโชว์หรา หลังเปิดศักราชใหม่มาเพียงไม่กี่วัน

ในภาวะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ล่าสุดจะมีแนวโน้มดีขึ้น ค่าเงินบาทขยับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ยังต้องเฝ้าประคบประหงม จับตาความผันผวนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ตลอด

เช่นเดียวกับสถานการณ์การเมืองที่น่าห่วงไม่แพ้กัน มีเรื่องซีเรียสชุกตลอดเดือน ม.ค.2563

ที่เรียกน้ำย่อยก่อนเลยคือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 8-9 ม.ค.นี้ แม้จะไม่สาหัสหนักหนา แนวโน้มราบรื่นน่าจะผ่านไปได้ แต่งบฯกระทรวงกลาโหมเป็นเป้าล่อสะเทือนเครดิตกองทัพและรัฐบาล

แต่คิวที่ซีเรียสขึ้นมาหน่อยคือ อีเวนต์ “วิ่งไล่ลุง” ที่นัดรวมพลกันวันที่ 12 ม.ค.นี้ ตัววัดกระแสด่านแรกว่า “ม็อบไล่ลุง” จะจุดติดหรือไม่ ในฐานะช็อตนำร่องเกมมวลชนที่จะถูกยกระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยมีหัวเชื้อสำคัญอยู่ที่คดียุบพรรคอนาคตใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดชะตากรรมค่ายสีส้ม วันที่ 21 ม.ค.นี้ เป็นตัวกระพือหัวเชื้อ

หากผลออกมาเป็นลบ เกมลากมวลชนลงถนนลามต่อยาวแน่

ตามที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บิลต์อารมณ์กองเชียร์-กองหนุนที่มีอยู่แน่นพอตัวมาพักใหญ่ พร้อมเขย่าสร้างแรงสั่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลเชียงกงได้

อีกเรื่องเสียวไส้คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะเพิ่งออกสตาร์ต ตั้งแท่นประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปได้ไม่กี่นัด แต่ก็ตั้งท่าเขย่าอุณหภูมิเดือดได้ตลอดทัวร์นาเมนต์ อย่างที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จุดพลุไม่เห็นด้วยให้ผู้นำเหล่าทัพมานั่งโก้ในสภาสูง

รุ่นใหญ่ลุยเบิกร่องประเด็นร้อน เสนอตัดโควตาทหารให้อยู่ห่างจากการเมือง ไม่ญาติดีกับกองทัพ ได้ปั่นกระแสแก้รัฐธรรมนูญกันสนุก ยังไม่รวมประเด็นแสลงใจ ส.ว.จ่อตัดอำนาจไม่ให้โหวตเลือกนายกฯที่จะถูกจุดตามมา

ประเด็นร้อนแก้รัฐธรรมนูญจ่อคิวงอกรายวัน แนวโน้มได้แซ่บต่ออีกหลายยก มีสิทธิสะเทือนแผลในใจพรรคร่วมรัฐบาล

ปิดท้ายคิวเดือดปลายเดือน ม.ค. ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ฝ่ายค้านโหมโรงอย่างเข้มข้น จับ “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขึ้นเขียงซักฟอก แม้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะไม่มีชื่อขึ้นแบล็กลิสต์ในรอบแรก แต่คงไม่แคล้วมีชื่อถูกจับสแกนความโปร่งใส

3 พี่น้องตระกูล ป. เจอของจริง มาตรการตรวจสอบเลเวลสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติเต็มรูปแบบ มีสิทธิสะบักสะบอมเจ็บตัวพอสมควร

ถึงจะมีเสียงข้างมาก หรือได้กำลังเสริมงูเห่าช่วยโหวตเอาตัวรอดไปได้ แต่ถ้าข้อมูลหลักฐานของฝ่ายค้านมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เปิดแผลคนในรัฐบาลได้สำเร็จ อาการรัฐบาลก็น่าห่วง

แม้จะเอาอยู่เรื่องการบริหารเสียงในสภา แต่จะบริหารอารมณ์ประชาชนอยู่หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มรสุมหลายระลอกรอกระแทกใส่รัฐบาลเชียงกงตั้งแต่เดือนแรกของปี ถึงฝ่าคลื่นลมมาได้ แต่คงต้องจูนเครื่องและปะผุเรือเหล็กขนานใหญ่ มีโอกาสปรับ ครม.หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ลากเข้าสู่แรงกระเพื่อมภายในรัฐบาล ต่อรองชิงตำแหน่งกันวุ่นวายอีกรอบ ร่องรอยความขัดแย้งรอกำเริบ

ทั้งศึกในและนอกรัฐบาลตั้งเค้ารอปะทุ ถ้าคุมกันไม่อยู่ เรือเหล็กมีสิทธิอับปาง!!!

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาทำความดีมรสุมการเมืองความขัดแย้งทีมข่าวการเมือง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้