ข่าว
100 year

ปิยบุตรวอนทหาร อย่ามองธนาธรเป็นภัยความมั่นคง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

รธน.60 เหมือนระเบิดเวลา โหรฟันธงปี 63 รบ.แน่นปึ้ก ‘ม็อบ’ ปลุกไม่ขน-แว้บหาย

“ปิยบุตร” ชี้ รธน.60 เป็นระเบิดเวลาที่รอวันถูกฉีก อยู่ที่จะถูกฉีกโดยทหารหรือประชาชน ขอทหารอย่ามอง เป็นภัยคุกคาม กระตุกผู้มีอำนาจอย่ามองตัวเอง-ธนาธรเป็นภัยคุกคาม ขอให้มองเป็นปรากฏการณ์เป็นตัวแทนประชาชน-คนรุ่นใหม่ รองโฆษก อนค.ตอกหน้า “เทือก” ตัวการทำชาติพังยังไม่สำนึก “ชวน” ไม่เอา ส.ว.โควตา ผบ.เหล่าทัพ แนะจีบ ส.ว.มาจับเข่าคุยกันเคลียร์ให้จบ พท.วาง 25 ขุนพลซักฟอกรัฐบาล “ท็อป วราวุธ” มั่นใจรัฐนาวา “ตู่ 2” ไปรอด โหร คมช.ให้รอดูคนคิดไม่ดีอยู่ไม่ได้ ปรับ ครม.พรรคร่วม รบ.แน่นปึ้ก อธิบดีป่าไม้ย้ำไม่มียื้อคดี “เอ๋ ปารีณา” รอให้ข้อมูลกฤษฎีกา

จับตาสถานการณ์การเมืองก้าวเข้าสู่ปี 2563 มีหลายปัจจัยร้อนรออยู่ ทั้งการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การเดินหน้าศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการเร่งพิจารณาคดีความทางการเมือง อันอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวนอกสภาตามมา

“ศิลปอาชา” เปิดบ้านรับปีใหม่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา พร้อมด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดบ้านพักซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 ให้นักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชาวสุพรรณบุรีเข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2563 กันเนืองแน่น นำโดยนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคชาติไทย– พัฒนา นำ ส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าอวยพร จากนั้น นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นตัวแทนข้าราชการนำกล่าวอวยพร

“หนูนา” ลั่นไม่ได้ ทส.ขอเป็นฝ่ายค้าน

นายวราวุธกล่าวว่า ตลอด 5 เดือนที่ทำงาน ร่วมกันมา ด้วยการทุ่มเทของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ทำให้คนชื่อวราวุธที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่าไร กลายเป็นรัฐมนตรีที่อยู่หัวตารางของสำนักโพล แสดงถึงศักยภาพของปลัดกระทรวงและข้าราชการทุกคน ปี 2563 เป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้รักษาเพดานบินได้ ให้ประชาชน 67 ล้านคน มีส่วนร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้ “วราวุธ” เป็นตัวเป็นตนได้ทุกวันนี้เพราะทุกคนและรากฐานที่มาจาก นายบรรหาร ศิลปอาชา บิดา

ขณะที่ น.ส.กัญจนากล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเป็นกระทรวงที่เรารักมาก เราตัดสินใจเลือกตั้งแต่เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะมีใครมาขอแลกกระทรวงก็ไม่ยอม หากไม่ได้ที่นี่ เราก็ไม่ไปอยู่ที่ไหน ยินดีจะเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล พรรคพร้อมเป็นลมใต้ปีกสนับสนุนนายวราวุธและของกระทรวงฯต่อไป

“ท็อป” มั่นใจรัฐนาวาไปรอดแน่

นายวราวุธ ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปี 2563 ว่า แม้ที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่มีการลงคะแนนรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาไปได้ นี่คือสภาพทั่วไปของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อให้เป็นรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำหรือเสียงมากแค่ไหน ถึงเวลาลงคะแนนมักมีปัญหาตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าปี 2563 แม้จะเป็นปีมีภารกิจและความท้าทายของรัฐบาล แต่ด้วย การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค การทำงาน ของรัฐมนตรีทุกคนจะนำรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ห่วงจุดม็อบแล้วยิ่งบานปลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปี 2563 คาดการณ์ว่าจะมี การชุมนุมและอภิปรายไม่ไว้วางใจจะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า คิดว่า การชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิด ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่า การจุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอจุดมาแล้วจะคุมประเด็นไม่ให้บานปลายนั้นเป็นเรื่องยาก ตลอดสิบปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าท้ายที่สุดไปจบลงที่ใด น่าจะเป็นบทเรียนให้หลายฝ่ายว่าการชุมนุมประท้วงบนถนนไม่ก่อให้เกิดผลดีขึ้นเลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ถือเป็นปกติของสภาฯ ต้องให้กำลังใจฝ่ายค้านด้วย ตลอด 5-6 ปี ไม่มีสภา ไม่มีการตรวจสอบ จึงเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ นำข้อบกพร่องที่รัฐบาลต้องปรับปรุงมาถกกันในสภาฯ เป็นอีกเวทีหนึ่งที่จะ แลกเปลี่ยนความเห็นกันได้พอสมควร ส่วนประเด็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคชาติไทยพัฒนาเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 60 มีทั้งข้อดีและข้อควรปรับปรุง การจะแก้ไขต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนกระแสข่าวอดีต ส.ส.พรรค อนาคตใหม่บางส่วนจะย้ายมาอยู่ด้วยนั้น ยังเป็นแค่ กระแสอยู่ แต่ไม่พัดมาที่พรรคสักที ที่ผ่านมาทั้ง 4 คนน่าจะมีทิศทางชัดเจนแล้ว และไม่ได้มาอยู่ที่พรรคชาติไทยพัฒนา

“ปิยบุตร” ชี้ รธน.เป็นระเบิดเวลา

วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวขณะออกรายการ WAKE UP THAILAND ว่า เหตุการณ์ที่มีคนออกมาชุมนุมเพราะทนไม่ไหวแล้ว เราบังคับกันไม่ได้ เชื่อว่า ถ้าผู้อำนาจยังใช้วิธีการแบบนี้ตลอด คือไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว เหตุการณ์แฟลชม็อบเห็นว่าหลายคนไม่ได้เลือกอนาคตใหม่ บางคนไม่ได้ชอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บางคนเคยโหวตเลือกพรรคฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ จุดจบของรัฐธรรมนูญ 60 คือไม่ถูกฉีกโดยทหารก็ถูกฉีกโดยประชาชน จึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลาที่ตั้งเวลารอไว้อยู่ แต่ไม่รู้จะถูกฉีกโดยใคร ถ้าฉีกโดยทหารจะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชนไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ ผู้กำกับหนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะคุมไม่อยู่

ขอทหารอย่ามองเป็นภัยคุกคาม

เมื่อถามว่า ไม่อยากให้มีรัฐประหาร นายปิยบุตรตอบว่า ถูกต้อง ให้ทหารยึดและยึดเสร็จไม่รู้จะจบหรือไม่จบ หรือจะออกแบบประชาชนลุกฮือ ประเด็นคือคณะผู้ปกครองที่ครองอำนาจในปัจจุบัน ประเมินอย่างไร คิดว่าเขาต้องตั้งหลักก่อน 5 ปีกว่าที่ครองอำนาจมา เมื่อมีการเลือกตั้งเท่ากับสนามการเมืองเปิดแล้ว “คุณมี เค้กสิบชิ้น ผู้ชนะจะเอาไปทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ คุณต้องรู้บ้างว่าคุณแบ่งให้เค้าสัก 3 คุณเหลือเยอะอยู่นะ เพื่อให้มีรูระบาย ตั้งแต่เราเริ่มต้นความคิดชี้นำพรรคที่ตนคิด และคุยกันในหมู่แกนนำคือ เราจะทำให้การเมืองไม่แบ่งประชาชนเป็น 2 ฝ่าย แต่เราจะแบ่งเป็น underdog สู้กับชนชั้นนำผู้มีอำนาจ ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองผมและธนาธร เป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ เป็นตัวแทนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก”

ตอกหน้า “เทือก” ตัวทำชาติพัง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เลิกอ้างวายร้ายตัวเก่าตัวใหม่ ไม่มีตัวไหนๆอันตรายเท่าวายร้ายที่อ้างตัวว่ารักชาติ เมื่อไรจะเลิกชี้หน้าด่าคนอื่นว่าเลว ทั้งที่ตัวเองหาจุดดีไม่ได้ กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. อ้างว่ากลับมาทำงานการเมือง เพราะมีวายร้ายตัวใหม่เกิดขึ้น อยากบอกนายสุเทพให้เลิกอ้าง คนอย่างนายสุเทพถ้าไม่หากินกับการทำลายบ้านเมืองคงไม่รู้จะไปทำอะไร บ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของลุงกำนันและขบวนการชัตดาวน์ประเทศไทย ไม่ต้องอาสามาพิทักษ์บ้านเมือง เพราะร่องรอยความฉิบหายจากฮีโร่ที่ชื่อลุงกำนันยังคงอยู่ หยุดอ้างว่าตนเองรัก และโยนความเกลียดชังยัดเหยียดความชั่วช้าให้คนอื่น ตลอดชีวิตการทำงานทางการเมืองของคุณสุเทพ มีอะไรที่ควรจารึกบ้างว่าเป็นคุณประโยชน์ กับประเทศชาติ เสียงนกหวีดของคุณสุเทพในวันนั้น ทำชาติพังจนถึงวันนี้”

“เทพไท” ชูตั้งอนุฯรับฟังแก้ รธน.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญกล่าวว่า การทำงานของ กมธ.ชุดนี้ ควรสร้างเงื่อนไขการทำงานให้ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด โดยตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญอย่างน้อย 5 ชุด รับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน 5 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และ กทม. ทำงานคู่ขนานกับ กมธ. ดีกว่าปล่อยให้พรรคการเมืองออกไปเคลื่อนไหวกับมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างอิสระ อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ได้ ขอเรียกร้องทุกฝ่ายมีความจริงใจ ไม่ควรตั้งธงเพื่อเอาชนะคะคาน ส่วนการแก้ไขจะเป็นรายมาตรา หรือแบบตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับนั้น ต้องผ่านขั้นตอนแรก คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้สำเร็จก่อน อยากให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานกมธ.ฯ เปิดให้แสดงความเห็นจากทุกฝ่าย หลอมรวมความคิด ปรับทัศนคติ

“นิพิฏฐ์” เตือนปัญหาปากท้องแรง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษก กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญทันภายในปี 2563 หรือไม่ แต่คิดว่าจะตกผลึกมีข้อสรุปร่วมกันได้ภายในกลางปี 2563 ว่าควรแก้ด้วยวิธีใด และมีประเด็นใดบ้างที่ต้องแก้ไข ระหว่างที่ กมธ.ชุดนี้กำลังทำงานอยู่นั้น อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกว่าทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง จะไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ส่วนสถานการณ์การเมืองในปี 2563 จากนี้ไปคงร้อนแรงขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นไปสู่วิกฤติ ปัญหาที่มีความอ่อนไหวและส่งผลกระทบกับการเมือง คือปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจรัฐบาล ที่ผ่านมาใช้นโยบายและมาตรการหลายอย่างกระตุ้นเศรษฐกิจมามาก แต่ประชาชนรู้สึกว่ายังจนอยู่ ขณะที่รัฐบาลไม่ได้มีเงินมากให้ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างนี้ได้ตลอด คิดว่ารัฐบาลควรทำรากฐานเศรษฐกิจให้ดี อย่าไปกระตุ้นสิ่งที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น แต่ควรให้ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชน อาทิ การประกันรายได้ เป็นหลักประกันที่ดีกว่าการปล่อยให้ประชาชนรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินเพียงอย่างเดียว แต่ความไม่พอใจจากปัญหาเศรษฐกิจ คงไม่มีผลทำให้คนไปร่วมการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจนเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

จี้ “พีระพันธุ์” ส่งสัญญาณบวก

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในโอกาสขึ้นปีใหม่อยากเห็น กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งสัญญาณบวกให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว กว่า 5 ปีมานี้พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลนี้ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจบ้านเมืองได้ ตราบใดที่รัฐบาลไม่สร้างความเชื่อมั่นด้วยการทำให้กติกาบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยและมีเสถียรภาพ มั่นใจว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ.ฯ เป็นทั้งนักประชาธิปไตย นักกฎหมาย ทราบถึงหัวใจปัญหาดี จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและการเมืองมีเสถียรภาพโดยเร็ว รัฐบาลนี้ใช้เวลาบริหารประเทศมานานพอสมควร ควรปล่อยวางอำนาจได้แล้ว มิเช่นนั้นเศรษฐกิจจะดิ่งเหวจนยากฟื้นฟูเยียวยา จะเป็นตราบาปไว้กับ ครม.ชุดนี้ชั่วชีวิต อย่าได้หลงมัวเมาอำนาจ จนลืมนึกถึงความทุกข์ยากประชาชน

พท.วาง 25 ขุนพลซักฟอกรัฐบาล

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐระบุฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลเด็ดมาซักฟอกรัฐบาลว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย จัดเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไว้แล้ว 25 คน จัดหมวดหมู่ แบ่งลักษณะพฤติกรรม และการกระทำที่นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี ถึงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม “อิเหนาเมาหมัดแห่งรัฐเชียงกง” จะได้รู้ว่าการตรวจสอบโดยกลไกและเครื่องมือที่เข้มข้นของระบบรัฐสภา มีสภาพบอบช้ำแค่ไหน จะมาชี้นิ้วด่ากราด ส.ส.ในสภาเหมือนที่แล้วมาไม่ได้ ส.ส.ไม่ใช่ลูกน้องหรือกำลังพลในค่ายทหารใคร ส่วนบรรดา ส.ว.จะยอมรับว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์ก็สารภาพไป แต่งานนี้พี่เลี้ยงลงมาไม่ได้ ไม่มีตัวช่วย ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด

โวหลักฐานชัดล้มรัฐบาลได้แน่

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนรัฐมนตรีที่น้อยเนื้อต่ำใจได้กระทรวงเกรดซี เกรดดี งบน้อย อยากขยับขยายไปคุมกระทรวงเกรดสูงขึ้น ที่มีงบมากขึ้น รอลุ้นได้เลย เพราะข้อมูลซักฟอกที่อยู่ในมือพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาก ทั้งในส่วนพรรคแกนหลักและพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามแม้จะวางตัว 25 ขุนพล จับ 5 รัฐมนตรีขึ้นเขียงซักฟอก แต่เราไม่ปิดกั้นยังเปิดกว้าง ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯได้แน่นอน

เป็น “หนูราชสีห์” อย่าหวังพึ่ง รบ.

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้คนไทยก้าวเข้าสู่ปี 2563 อย่าง “หนูราชสีห์” คือฉลาด และพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาลอย่างเดียว เวลา 5-6 ปีมานี้พิสูจน์แล้วว่า “รัฐบาลประยุทธ์” ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของคนไทยได้ สภาพเศรษฐกิจปีที่ผ่านมามีอาการย่ำแย่คล้าย “หมูเป็นฝี” โครงการต่างๆนอกจากจะผลาญงบประมาณแผ่นดินมหาศาลแล้ว ยังไม่เกิดประโยชน์ ไม่ได้ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ได้แต่ผลาญงบประมาณไปวันๆ และโกหกชาวบ้านไปวันๆ เพื่อปกปิดความล้มเหลวของตัวเอง ที่น่าหงุดหงิดอีกเรื่องคือ ประชาชนกำลังจะโดนเก็บภาษีแปลกๆหลายรายการ เพื่อช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปของรัฐบาล ที่คาดว่าจะเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าในปีหน้า สะท้อนให้เห็นความถังแตกของรัฐบาล “เชียงกง” สมกับฉายาที่สื่อทำเนียบตั้งให้ คนไทยคงไม่สามารถฝากความหวังกับรัฐบาลประยุทธ์ได้ เพราะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะเอาตัวเองรอดไปได้สักกี่น้ำยังไม่รู้ จับมือกันหลวมๆ มีเพียงใยเส้นบางๆยึดโยงเอาไว้ คือคำว่าผลประโยชน์ร่วมกัน

“ชวน” ย้ำ ส.ส.วางตัวเคารพ ก.ม.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงภาพรวมการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติรอบปีที่ผ่านมาว่า สิ่งที่ย้ำตลอดคืออยากให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญในฐานะเป็นผู้ออกกฎหมาย ต้องทำหน้าที่อย่างมีเกียรติ เพื่อประโยชน์ประชาชน หลังจากไม่มีสภามา 5 ปี ไม่เฉพาะในประเทศเท่านั้นที่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ต่างประเทศก็มองเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยสามารถดำรงอยู่ได้ ตลอดไป ทุกฝ่ายต้องทำงานในหน้าที่ด้วยความสุจริต ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย อยู่ในกรอบข้อบังคับ แม้บางคนยังไม่เคยชิน แต่กว่า 1 ปีเริ่มเข้ารูปเข้ารอย หลายเรื่องเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะการรักษาเวลา งานค้างอาจยังมีอยู่บ้างแต่มีน้อย ทำให้ญัตติด่วนเหลือค้างสภาเพียง 6 เรื่อง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

กวักมือเชิญนายกฯเข้ามาสภา

นายชวนกล่าวอีกว่า จะพยายามทำให้งานในสภาเกิดประโยชน์ทุกฝ่าย โดยเฉพาะความร่วมมือจากฝ่ายบริหาร รวมถึงตัวนายกฯ หรือรัฐมนตรี เราพยายามเชิญชวนให้มาสภา อยากให้ตอบกระทู้ถามของ ส.ส. ขณะนี้กำลังหารือถึงการแก้ไขข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งกระทู้ถาม เพื่อไม่ให้ใช้เวลาสภามากเกินไป หลังจากมี ส.ส.หลายคนพยายามตั้งกระทู้ถามด้วยการอภิปราย ทำให้ใช้เวลานานมาก หรือกรณีข่าวประธานสภาฯ ออกระเบียบควบคุม แต่เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างคณะกรรมาธิการ เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการสามารถมาชี้แจงหลายคณะได้พร้อมกันภายในวันเดียวกัน โดยไม่ต้องมาหลายครั้ง

ไม่เอา ส.ว.โควตา ผบ.เหล่าทัพ

นายชวนกล่าวว่า ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต เมื่อครั้งยกร่างรัฐธรรมนูญเคยพบกับรองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและให้ข้อมูลว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่มาจากตัวบุคคล ต้องแยกให้ออกจากกัน การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญควรรับฟังทุกฝ่ายรวมทั้งวุฒิสภา ถ้ามุ่งไปที่บทบาทวุฒิสภา แน่นอนว่าบางคนคงไม่เห็นด้วยและต่อต้าน ถ้าคิดจะแก้จริงๆก็อย่าไปคิดล้มเลย ต้องเอาวุฒิสภามาคุยด้วยว่าจะปรับให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือเอาบางส่วนออกไป เช่น การบรรจุให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องเป็น ส.ว. ที่โดยหลักไม่เคยมีการระบุ ส.ว.โดยตำแหน่งแบบนี้ ถ้าจะเลือกคนเข้ามาควรเป็นระบบอื่น ในทางประชาธิปไตยไม่ควรไปกำหนดให้ทำอย่างนั้น

ให้ทุกฝ่ายจับเข่าคุยเคลียร์กันจบ

นายชวนกล่าวต่อว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่อย่าไปคิดเรื่องล้ม ควรมาร่วมมือกันเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีประสิทธิภาพ มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ควรคุยให้เข้าใจกันและกำหนดไว้ในกฎหมายต่อไป พูดง่ายๆคือ หลายกลุ่มอาจมีปัญหาที่กระทบเขา แต่เมื่อคุยกันและทำความเข้าใจกันได้ ความขัดแย้งนั้นอาจเบาลง จะไปหวังให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าลดลงมาก็สามารถหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมได้ หากเราไม่ปรับเลยการแก้ไขจะทำไม่ได้ เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ในฐานะประธานรัฐสภาจะเป็นคนกลางประสาน ส.ส.และ ส.ว. ให้มาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชวนตอบว่า อยู่ที่ กมธ.วิสามัญฯ ไม่ได้อยู่ที่ประธานรัฐสภา เพราะ กมธ.ฯ อาจไปเชิญ มารับฟังและให้ความเห็น

ประชาธิปไตยต้องมีประสิทธิภาพ

เมื่อถามว่า ความหวังว่าสภาจะเป็นที่พึ่งประชาชน แต่ในทางกลับกันเกิดองค์ประชุมล่ม และการใช้เอกสิทธิ์โหวตสวนมติพรรค นายชวนตอบว่า โดยหลักแล้วคนของรัฐบาลต้องเคารพกติกาการร่วมรัฐบาล เหตุสภาฯล่ม 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นความจงใจของฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ครบองค์ประชุม เหตุที่เกิดขึ้นไม่ถือว่าร้ายแรง มีปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ร่วมลงคะแนน คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลรู้ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร เมื่อถามว่าพอยืนยันได้หรือไม่สภาจะเป็นที่พึ่งประชาชน เพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง นายชวนตอบว่า ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่จะมาขอให้ตนทำผิดทำนองครองธรรม เราหวังดีต่อกันเพื่องานของบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะอยู่ได้ก็ต้องมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมในเผด็จการ ทันใจดี แล้วเป็นที่มาของความหายนะในที่สุด ต้องทำให้การปกครองนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นที่พึ่งประชาชนได้

ยันรัฐบาลไม่เคยก้าวก่ายงานสภา

นายชวนยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่า จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ 2 ครั้ง เพราะในปี 2563 จะมีสมัยประชุมสภาปีที่ 1 และปีที่ 2 คงต้องรอดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด สำหรับความรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุม ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบมากกกว่า ถ้า ส.ส.รัฐบาลรู้ว่ากติกาเป็นอย่างนี้และรับผิดชอบในหน้าที่ งานจะเดินไปได้ และยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยมายุ่งกับรัฐสภา ไม่เคยมาขอให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันกลับเป็นสภาที่ขอร้องไปด้วยซ้ำให้นายกฯมาร่วมประชุมสภา และรัฐมนตรีถ้าไม่จำเป็นจริงๆอย่าขาดประชุม เว้นแต่มีภารกิจสำคัญ เมื่อแต่ละฝ่ายรับผิดชอบก็เดินหน้าไปได้ อย่าหนีปัญหา

อวยพรฝ่าฟันอุปสรรคพ้นปี 63

นายชวนกล่าวอวยพรเนื่องเทศกาลปีใหม่ว่า สถานการณ์บ้านเมือง ประชาชนอยู่ในฐานะยากลำบากหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาพืชผลการเกษตรมีปัญหาหลายปีมาแล้ว เชื่อว่าฝ่ายบริหารรับรู้และพยายามแก้ไขปัญหา ขอให้กำลังใจประชาชนขอให้มีความมุ่งมั่น มั่นคง อย่าท้อถอย ปัญหาเป็นเรื่องปกติของชีวิต อย่ายอมแพ้ เราต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด ขอให้กำลังใจทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกระดับ ให้สู้ปัญหา ปรับตัวเอง ยึดแนวทางการดำรงชีวิตอยู่ด้วยความพอเพียง และประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด หลายเรื่องที่รัฐบาลช่วยเหลือ ประชาชนอย่าเอาความช่วยเหลือไปในทางฟุ่มเฟือย ขอให้กำลังใจทุกฝ่ายทำหน้าที่ประสบความสำเร็จ ประชาชนสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ตลอดปี 2563

เปิดแผนปี 63 เน้นแก้ปากท้อง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปี 2563 รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นมาตรการแก้ปัญหาปากท้อง 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.กลุ่มเกษตรกร มุ่งสร้างเกษตรครบวงจร และเกษตรบีซีจี นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ใช้ตลาดนำการผลิต ควบคู่ไปกับแผนบริหารจัดการน้ำ แผนการทำเกษตรแปลงใหญ่ และการใช้นวัตกรรมช่วยลดต้นทุนการผลิต มุ่งไปสู่นโยบายรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรผ่านมาตรการที่เหมาะสม 2.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ปรับและกำหนดเกณฑ์ขึ้นทะเบียน และพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบคลุม นำข้อมูลสวัสดิการแห่งรัฐ 14.6 ล้านคน คัดกรองให้ได้ผู้มีรายได้น้อยจริง สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต 4 ด้าน คือ สวัสดิการขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะทางอาชีพ การหางานให้ทำ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมและส่งต่อการจ้างงาน 4.กลุ่มลูกจ้าง ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดภาระค่าครองชีพ ดูแลในรายที่ถูกเลิกจ้างงาน และ 5.กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพ

พปชร.ขอการเมืองลดขัดแย้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มั่นใจรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง ช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนภาคการเมืองอยากวิงวอนทุกฝ่ายช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้ทุกพรรคการเมืองใช้เวทีสภาฯ แก้ปัญหาความขัดแย้ง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะวิกฤติปัญหาทางการเมือง

“กรณ์” กระทุ้ง รมต.ต่างคนต่างทำ

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจปีหน้า 2563 ท้าทายแน่นอน การที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต่างคิดเองทำเองอย่างขยันขันแข็ง ไม่ช่วยอะไรมากนัก หากยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนสอดคล้องกัน มีคนถามว่าที่บาทแข็งแสดงว่าเศรษฐกิจต้องดีไม่ใช่หรือ คำตอบคือไม่ใช่เสมอไป และตอนนี้ไม่ใช่แน่นอน เหตุผลหลักที่บาทแข็งเป็นเพราะดุลบัญชีเดินสะพัดเราเกินดุลอย่างมาก อาทิ ล่าสุดเดือน พ.ย. เราเกินดุล 3.4 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่การส่งออกติดลบกว่า 7% เป็นเพราะการนำเข้าเราลดลงมากกว่า คือกว่า 9% เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะที่ลดหนักที่สุดคือการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงมาก โดยเฉพาะยานยนต์ลดลงกว่า 21% เทียบกับปีที่แล้ว การใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเราลดลงเหลือเพียง 63.2% ซึ่งตํ่ามาก และการบริโภค ภายในประเทศก็ลดลง

อย่าเอาแต่โทษเงื่อนไขภายนอก

นายกรณ์กล่าวว่า ที่น่าจะเป็นตัวช่วยเร็วๆนี้คือการใช้เงินภาครัฐ ปีนี้งบประมาณออกช้า ทำให้เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา การใช้งบรัฐลดลงเกือบ 30% อาทิตย์หน้างบประมาณปี 63 จะผ่านสภาแล้ว สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ปัญหาคืองบส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายประจำ ผลกระทบจริงๆจึงค่อนข้างน้อย เราโทษเรื่องเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ฯลฯ ได้ แต่เราต้องยอมรับว่าปัญหาทั้งหมดไม่เป็นเพียงเพราะเงื่อนไขจากภายนอก ถ้าเป็นเช่นนั้นประเทศอื่นก็ควรมีปัญหาเหมือนเรา แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราช้ากว่าเกือบทุกประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่าปัญหาเราเป็นปัญหาโครงสร้างที่ยังไม่มีใครแก้ไขจริงจัง โครงสร้างนี้ทำให้การพัฒนา อำนาจ และการเข้าถึงทรัพยากรกระจุกตัว คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนขับเคลื่อน ต้องแก้ตรงนี้โดยเร็ว จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดนวัตกรรม และเกิดการลงทุน เอาใจช่วยรัฐบาล มีรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่มีแนวคิดที่สอดคล้องกับสิ่งที่ตนอยากจะเห็น

โหร คมช.ให้ดูคนคิดไม่ดีอยู่ไม่ได้

ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคมช. กล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองในปี 63 อาจกระทบกระทั่งกันบ้าง มีการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มคน แต่มีกำลังไม่มาก ไม่หนักหนา ปลุกปั่นไม่ขึ้นวูบเดียวก็หายไป เป็นแค่นักการเมืองที่เข้ามา เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็พยายามปลุกหาพรรคพวกมาทำลายล้างกัน สุดท้ายความจริงจะถูกเปิดออกมา ขณะที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีอะไรน่าหนักใจ เมื่อถามว่า คดีทางการเมืองที่จะมีการตัดสินในปี 63 จะมีผลต่อสถานการณ์การเมืองแค่ไหน นายวารินทร์ตอบว่า ไม่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เป็นการตัดสินตามกฎหมาย บนความถูกต้อง กฎหมายคือกฎหมาย คนที่คิดไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง ขอให้คิดให้ดี เพราะบ้านเมืองปัจจุบันสงบแล้ว คนที่ต้องโทษก็ต้องได้รับโทษ ให้คอยดูบางคนที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เราอาจไม่ได้เห็นอีกเลยในบ้านเมืองเรา เหมือนในอดีตคนที่สร้างความวุ่นวายให้กับชาติบ้านเมือง จะอยู่ไม่ได้

ปรับ ครม.พรรคร่วม รบ.แน่นปึ้ก

เมื่อถามถึงการปรับ ครม. นายวารินทร์ตอบว่า การปรับ ครม.มีแน่นอน ภายใน 3-6 เดือนอย่างที่เคยกล่าวไว้ ปรับเพื่อความเหมาะสมเพราะบางคนหมดหน้าที่ แต่ไม่ปรับใหญ่ถึง 20 ตำแหน่ง แต่ปรับหลายตำแหน่งเหมือนกัน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันต่อไป และจะมีบางพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาล และ 3 ป. ยังอยู่ทำหน้าที่ ส่วนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไม่มีปัญหา สุดท้ายแล้วทุกคนนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า กลุ่มที่เคยอยู่ตรงข้ามจะเข้ามาสนับสนุนมากขึ้นกว่าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีหน้าที่ต้องทำต่อไป และอยู่ครบเทอม เพียงแต่ต้นปี 1-2 เดือนอาจมีเรื่องยุ่งอยู่บ้าง ทั้งกับตัวนายกฯและคณะรัฐบาล ทั้งการทำงานหรือปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากเป็นตามวัย หลังจากมรสุมผ่านพ้นไปทุกอย่างจะค่อยดีขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจ

กมธ.ตั้งแท่นสืบสภาใหม่ล่าช้า

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า กมธ.จะตรวจสอบใหม่หมดทุกขั้นตอน เพื่อดูว่าเหตุใดการก่อสร้างถึงล่าช้ากินเวลานานกว่าสัญญามาก รวมถึงการขยายเวลาแต่ละครั้งมาจากเหตุใด กมธ.ชุดนี้มีทั้งอัยการสูงสุด สภาวิศวกร มืออาชีพด้านก่อสร้าง ขอให้มั่นใจว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และดูว่าสัญญาจ้างเขียนอย่างไร เพื่อดูเรื่องค่าปรับที่สูงถึงวันละ 12.8 ล้านบาท การขยายเวลาก่อสร้างจนถึงวันนี้รวมแล้วมากกว่า 1,800 วัน หากคิดค่าปรับต่อวันจะมีมูลค่าเท่าใด ดังนั้น การขยายเวลาที่ผ่านมามีความโปร่งใสแค่ไหน มีปัจจัยอะไรทำให้รัฐสภาไม่เร่งดำเนินการคิดค่าปรับ การก่อสร้างเกือบ 3,000 วัน ไม่มีโครงการใดใช้เวลานานขนาดนี้ การก่อสร้างถึงวันนี้เหลืออีกร้อยละ 30 ถึงจะสมบูรณ์ เชื่อว่าไม่มีทางเสร็จในปี 2563 ใครได้ประโยชน์ กมธ.จะนำออกมาเปิดเผยทั้งหมด

“พินิจ” วอนอย่าไปจุ้นปมฮ่องกง

อีกเรื่อง นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเมืองในปี 2563 ว่า ขอให้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ยึดผลประโยชน์ประชาชนและประเทศเป็นหลัก ส่วนกรณีที่เป็นข่าวมีนักการเมืองไทยบางคนถูกตั้งข้อสังเกตว่าไปเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมในฮ่องกง ขอเรียกร้องอย่าไปยุ่งหรือแทรกแซงการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเป็นการประท้วงที่ไม่ชอบธรรม ขอประณามผู้อยู่เบื้องหลังและผู้ชุมนุม และขอให้กำลังใจพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการฮ่องกง และเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยและกฎหมายของฮ่องกง ขอให้ฮ่องกงกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว เพื่อเรียกร้องความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกกลับคืนมา

กรมป่าไม้รอให้ข้อมูลกฤษฎีกา

วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้าการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกากรณีการถือครองที่ดิน ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐว่า คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่มีการตีความการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ว่าจะอยู่ในอำนาจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือกรมป่าไม้ แต่พูดคุยด้วยวาจาว่าเร็วๆนี้ จะเชิญกรมป่าไม้ไปให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตการถือครองที่ดินดังกล่าว ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อใด ส่วนการดำเนินคดีต้องดูไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย จะไปเอาความสะใจของสังคมที่ต้องการให้เป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ส่วนจะดำเนินการเอาผิดครอบคลุมไปถึงนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณาด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่ต้องไปดูตามข้อกฎหมาย

ลุยกวาดล้างนายทุนรุกป่าม่อนแจ่ม

นายอรรถพลยังกล่าวถึงกรณีการจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า ยืนยันว่าพื้นที่ม่อนแจ่มจะกวาดล้างแน่นอน ตอนนี้ในพื้นที่ไม่มีการต่อต้านเพราะทราบดีว่าเป็นการบุกรุกผิดกฎหมาย เราเอาจริง วันที่ 6 ม.ค.2563 จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่ ขณะนี้มีการออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกที่ป่าสงวนโดยไม่มีการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การเยียวยาจะให้เฉพาะผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รีสอร์ตถูกรื้อ จากการตรวจสอบผู้ครอบครองพบว่าเป็นเพียงนายทุนเท่านั้น ยืนยันว่าการเข้ายึดคืนพื้นที่ป่าสงวนที่ม่อนแจ่ม ไม่ได้ทำเพื่อกลบข่าวการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา เรื่องการกวาดล้างคนรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต้องทำจริงจัง ถ้าไม่ทำจริงจังพอเงียบไปคนเหล่านี้จะกลับเข้าไปอีก เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือจากพื้นที่โดยเฉพาะท้องถิ่น เรื่องการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสถานที่ไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากพื้นที่ม่อนแจ่มแล้วจะขยายการเอาผิดไปยังพื้นที่รอบๆ อ.แม่ริมอีก

ใช้มาตรฐานเดียวไม่เอื้อใคร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ภาพรวมการทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ผ่านมา เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำงานตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนที่เป็นห่วงว่าจะละเว้น ละเลยไม่เอาใจใส่ แต่เราแสดงให้เห็นแล้วว่าเอาจริงไม่ว่าจะเป็นคดีของใคร ใช้มาตรฐานและกฎหมายเดียวกัน บางครั้งการรุกพื้นที่หลวงนั้นทำง่าย ตรงกันข้ามกับเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไปรื้อถอนดำเนินการตามกฎหมายทำได้ยาก เพราะมีขั้นตอนกฎหมาย จะให้ถูกใจประชาชนไปรื้อถอนเลยจะเกิดปัญหาฟ้องร้องกันอีก ยอมรับว่าประเด็นเรื่องที่ดินอาจดำเนินการได้ไม่เร็วหรือถูกใจทุกคน ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย แต่รอบคอบในการทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายวราวุธตอบว่า กระทรวงฯทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อาจไม่รวดเร็วทันใจ แต่ให้ความมั่นใจว่าสิ่งใดที่ถูกคือถูก สิ่งใดที่รุกป่าคือรุกป่า และได้ดำเนินการในส่วนที่ไร้ข้อกังขาไปแล้ว บางส่วนยังรอคำตอบจากส่วนราชการ เมื่อได้ความชัดเจนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ปิยบุตร แสงกนกกุลรัฐธรรมนูญ 2560ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพรรคอนาคตใหม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแฟลชม็อบข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้