ไลฟ์สไตล์
100 year

ฉายารัฐสภา “ดงงูเห่า” ตีตราวุฒิ สภาทหารเกณฑ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ธ.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

ปิยบุตรได้ดาวเด่น เอ๋ ปารีณา-ดาวดับ ชวนมนต์ชักเสื่อมใบมีดโกนขึ้นสนิม ‘พรเพชร’ ค้อนยาง

ถึงคิวสื่อสภาฯตั้งฉายารัฐสภา ยก “สภาล่ม” ซ้ำซากเหตุการณ์แห่งปี เจ็บจี๊ดฉายาสภาฯ “ดงงูเห่า” วุฒิฯเอาไปเลย “สภาทหารเกณฑ์” “ชวน หลีกภัย”-ใบมีดโกนขึ้นสนิม “พรเพชร” ได้ “ค้อนยาง” ไร้บารมี ผู้นำฝ่ายค้าน “ขนมจีนไร้น้ำยา” มวยคู่เอก “ปารีณา-เสรีพิศุทธ์” คู่กัดแห่งปี ตำแหน่งดาวเด่นยกให้ “ปิยบุตร” ส่วน “เอ๋ ปารีณา” นอนมาเป็นดาวดับ วาทะแห่งปี “ตัดพี่ ตัดน้อง” “สุทิน” ชี้ให้ฉายาเหมาะสมแล้ว แต่ป้อง “สมพงษ์” ยังมีน้ำยาอยู่ แค่เส้นเยอะไปหน่อย “เสี่ย หนู” อุ้ม “ศรีนวล” ให้ฉายาแม่นกขมิ้น สปน.เปิดสถิติคนร้องทุกข์ กว่า 8 หมื่นเรื่องในปี 62 ด้านสังคม-สวัสดิการสูงสุด “วิ่งไล่ลุง” ย้ายมาจัดที่สวนรถไฟ

ข่าวแนะนำ

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายารัฐบาลจนเกิดกระแสฮือฮามาแล้ว ล่าสุดผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ได้เผยแพร่ฉายาสภาฯประจำปี 2562 โดยหลายฉายาเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงได้อย่างแสบสัน อาทิ สภาผู้แทนราษฎรได้รับฉายา “ดงงูเห่า” ขณะที่ฉายาวุฒิสภาเป็น “สภาทหารเกณฑ์”

“สภาฯล่ม” ซ้ำซากเหตุการณ์แห่งปี

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากต้องเว้นวรรคการตั้งฉายารัฐสภาไปเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาในปี 2562 สื่อมวลชนประจำรัฐสภามีความเห็นร่วมกันที่จะตั้งฉายาสภาฯอีกครั้ง ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ยังคงเป็นการสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมืองแต่อย่างใด สำหรับฉายาสภาฯที่สื่อมวลชนได้ระดมสมองออกมานั้นมีบทสรุปดังนี้ เหตุการณ์แห่งปี “สภาฯล่ม” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 27-28 พ.ย. ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ปฐมเหตุเริ่มมาจากการที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน ที่ต้องนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่ปรากฏว่า ส.ส.รัฐบาลใช้เสียงข้างมากจนนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ แต่ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวต้องมีการนับองค์ประชุมก่อน ทว่ามี ส.ส.ร่วมเป็นองค์ประชุมเพียง 92 คน แม้จะนัดประชุมอีกครั้งในวันถัดไป แต่ก็ยังมี ส.ส.เพียง 240 คน ไม่ครบองค์ประชุม นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างภาพลักษณ์เสื่อมเสียให้กับสภาฯในยุคของ “ชวน หลีกภัย” ที่พยายามจะยกระดับมาตรฐานของสภาฯให้กลับมาเป็นความหวังของประชาชน

เจ็บจี๊ดฉายาสภาฯ “ดงงูเห่า”

สำหรับฉายาสภาผู้แทนราษฎร “ดงงูเห่า” การหายไปของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลากว่า 5 ปี ทำให้สภาฯถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนสมดั่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้ แต่จะด้วยผลกระทบจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ หรือเป็นนิสัยส่วนบุคคล ถึงได้เป็นช่องทางที่ทำให้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “งูเห่า” ไม่ว่าจะเป็นการประกาศตัวเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” เพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็ยุติการเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไปจนถึงการลงคะแนนสวนทางกลับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายครั้ง ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล ไปจนถึงการร่วมเป็นองค์ประชุมสภาฯก่อนจะลงมติล้มไม่ให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 ได้เป็นผลสำเร็จ ตราบใดรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำและต้องยืมมือฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ สภาฯคงไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนให้สมดังเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นเพียงดงงูเห่าที่คอยแว้งฉกกันเองเท่านั้น

ส.ว.เอาไป “สภาทหารเกณฑ์”

ส่วนวุฒิสภาได้ฉายา “สภาทหารเกณฑ์” รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มีวุฒิสภาแบบพิเศษขึ้นมา กล่าวคือแม้รัฐธรรมนูญจะหมวดว่าด้วยวุฒิสภา ที่ให้มีการลงคะแนนเลือกกันเองจากบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ แต่ใน 5 ปีแรกกลับให้ ส.ว.มาจากการเลือกของ คสช. รวมกับผู้บัญชาเหล่าทัพโดยตำแหน่งเป็นจำนวน 250 คน ไม่เพียงเท่านี้ ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวนไม่น้อยมาจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิก สนช. ที่ คสช.เคยแต่งตั้งอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ ส.ว.เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามา ที่ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก เท่านั้นแต่ยังมีอีกภารกิจ คือการสานต่องานของ คสช.ให้จบ โดยเริ่มให้เห็นแล้วจากการพร้อมใจเทคะแนนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และในอนาคต กำลังจะมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจต่อไป

“ชวน หลีกภัย” ใบมีดโกนขึ้นสนิม

ขณะที่ฉายาประธานสภาผู้แทนราษฎร “มีดโกนขึ้นสนิม” นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตำนานการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็น ส.ส.ที่มีพรรษาทางการเมืองมากที่สุด และมีบารมีเต็มเปี่ยมจนได้กลับเข้ามาเป็นประธานสภาฯอีกครั้ง แม้มีความตั้งใจจะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาในระบอบรัฐสภา แต่เอาเข้าจริงมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่เคยบาดลึกแหลมคมกำลังขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัด หลังจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ เช่น การวินิจฉัยเรื่องการนับคะแนนใหม่ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 จนนำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม ไปจนถึงการพยายามลอยตัวกับปัญหาต่างๆ อย่างความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ ทั้งที่เป็นผู้นำสูงสุดของสภา อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นมีดโกนขึ้นสนิมที่อาจฟันอะไรไม่ขาด เสียทีเดียว แต่หากใครได้โดนแล้ว แน่นอนว่ายังต้องรู้สึกเจ็บและต้องรีบฉีดยากันบาดทะยัก เพราะวาจาของนายหัวเมืองตรังยังเจ็บจี๊ดไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“พรเพชร” ปธ.วุฒิฯ–“ค้อนยาง”

สำหรับฉายาประธานวุฒิสภา “ค้อนยาง” เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนขึ้นมาเป็นประธานวุฒิสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย เคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาก่อน ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นได้เลือนหายไป ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา ดังเห็นได้จากการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณานโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมในฐานะรองประธานรัฐสภา จะถูก ส.ส.ลองของจนควบคุมการประชุมไม่ได้ โดยเฉพาะการปะทะคารมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นำมาซึ่งความวุ่นวาย กลางที่ประชุม แม้ประธานวุฒิสภาจะพยายามใช้ค้อนทุบบนโต๊ะ หวังให้เกิดความสงบ แต่กลับได้ผลตรงข้าม จึงเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าค้อนไม้ที่ถือไว้ในมือนั้นเป็นเพียงแค่ค้อนยางเท่านั้น

ผู้นำฝ่ายค้าน “ขนมจีนไร้น้ำยา”

ด้านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “ขนมจีนไร้น้ำยา” นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในภาวะที่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลูกไล่รัฐบาลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเสียงในสภาที่สูสีกับฝ่ายรัฐบาล ถึงขนาดที่ฝ่ายค้านเคยโหวตชนะฝ่ายรัฐบาลมาแล้วเมื่อครั้งพิจารณาญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ทว่าฝ่ายค้านยังไม่อาจแสดงศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านในอดีตหลายคนก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่ปรากฏบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อให้การทำงานของสภา เกิดความสมานฉันท์และเป็นที่จดจำ จึงไม่ต่างอะไรกับขนมจีนที่ดูน่ารับประทาน แต่เมื่อไร้น้ำยารสเลิศแล้ว ก็ทำให้ขนมจีนจานนั้นไม่ได้อยู่ในสายตา

วาทะแห่งปี “ตัดพี่ตัดน้อง”

วาทะนี้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ที่พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการนำเสนอนโยบายของคณะ รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เพื่อแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการ เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริตของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โดย พล.อ. ประยุทธ์ตอบโต้ว่า “เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่ให้เกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามมาลาฯผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง” จากการตัดพี่ตัดน้อง ในวันนั้นทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทวีความดุเดือดนับจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน

“ปารีณา–เสรีพิศุทธ์” คู่กัดแห่งปี

ปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ สองคนนี้เป็นมวยถูกคู่ แม้จะต่างวัยกันก็ตาม น.ส.ปารีณาถูกพรรคส่งมาเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ
มิชอบ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานฯ เพื่อคอยปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ ภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามเชิญนายกฯมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ แต่ น.ส.ปารีณาพยายามขัดขวางทุกวิถีทางถึงขั้นมีการผลัดกันยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายในคณะกรรมาธิการฯ จนงานอื่นเดินหน้าไม่ได้ และกรรมาธิการหลายคนทยอยลาออก เพราะไม่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดังนั้นการปะฉะดะของ ส.ส.สาวและอดีตนายตำรวจจึงมีแต่เพียงการวิวาทะเท่านั้น หาแก่นสารไม่ได้แต่อย่างใด

ตำแหน่งดาวเด่นยกให้ “ปิยบุตร”

จากคนที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนอกสภา แล้ววันหนึ่งก็ได้เดินเข้าสภาในนามพรรคอนาคตใหม่ เหตุผลหลักที่ทำให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หรือ “อาจารย์ป๊อก” ได้รับตำแหน่งดังกล่าว คือการเปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นประเด็นที่สังคมแสวงหาความชัดเจนจากรัฐบาลมาร่วมเดือน จนนำมาสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพียงเท่านี้ตลอดการทำหน้าที่อภิปรายในสภา ไม่ได้ใช้แต่เพียงวาทศิลป์เท่านั้น เพราะทุกถ้อยคำล้วนมีเหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ จึงทำให้คว้าตำแหน่งนี้ไปอย่างลอยลำด้วยความหวังว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ไปให้ตลอด

“เอ๋ ปารีณา” นอนมาเป็นดาวดับ

เมื่อมีดาวเด่นก็ต้องมีดาวดับ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น คือ “เอ๋ ปารีณา” เป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ส.เมืองโอ่งรายนี้ได้สร้างกระแสในแง่ลบผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ แม้จะแสดงบทบาทในการตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับเป็นคนที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบเสียเองในเรื่องการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ที่ จ.ราชบุรี ทั้งที่มีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความโปร่งใสกลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง ถึงขนาดกล่าวอ้างว่าได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวที่จะยุติการสัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนได้เทคะแนนให้กับ น.ส.ปารีณาด้วยหวังว่าจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต ส่วนฉายาคนดีศรีสภาไม่มีผู้เหมาะสม

“สุทิน” ชี้ฉายาสภาฯเหมาะสมแล้ว

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เห็นฉายาสภา “ดงงูเห่า” ที่สื่อตั้งแล้ว หากพูดในแง่หนึ่งก็เหมาะสมอยู่ เพราะมีเรื่องอื้อฉาวเรื่องงูเห่าอยู่ แต่น่าจะพูดว่า งูเห่าดงผู้ดี เนื่องจากสภามีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม เช่น พฤติกรรมการทะเลาะโต้เถียง เล่นนอกลู่นอกทางน้อยกว่าทุกยุค ที่มีการขว้างแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธาน แต่คราวนี้ไม่วุ่นวายประนีประนอมกันอยู่ แต่ยอมรับว่างูเห่าเป็นภาพหนึ่งของสภา ส่วนเหตุการณ์แห่งปีที่ยกเรื่องสภาล่มนั้น สะท้อนถึงการคุมเสียงของฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ ถ้ารัฐบาลเข้มแข็งมีความรับผิดชอบ จะไม่เกิดเหตุการณ์สภาล่มไม่เกิดฉายานี้ ส่วนฉายาวุฒิสภาสภาทหารเกณฑ์นั้น มีส่วนถูกไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์ หรือพลทหาร มีความหมายเดียวกัน เข้าใจได้ว่าเป็นสภาที่สั่งได้ทุกอย่าง เช่น การเลือกนายกฯก็ยกมือกันพรึบ ส่วนประธานสภาฯที่มองว่าเป็นมีดโกนขึ้นสนิมก็มีส่วนถูกส่วนตัวมองว่าขึ้นสนิมไม่พอ แต่เป็นเรื่องการตกยุคมากกว่า เพราะท่านจะย้ำคิดย้ำทำจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่เข้าใจเพราะความรับผิดชอบสูงด้านดีก็มีเยอะ แต่ถ้าจะเอาด้านลบมองว่าไม่เพียงแค่ขึ้นสนิม สมัยนี้เขาใช้เลเซอร์กันแล้ว ท่านอาจต้องปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัย

ป้อง “สมพงษ์” ไม่ใช่ขนมจีนไร้น้ำยา

นายสุทินกล่าวอีกว่า ส่วนฉายาประธาน วุฒิสภา “ค้อนยาง” นั้น มีความสัมพันธ์กับฉายาทหารเกณฑ์ คือมีเรื่องอะไรก็ผ่านให้ตลอด ส่วนฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่ว่าขนมจีนไร้น้ำยา อาจไม่ถูกเสียทั้งหมด เพราะนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นคนสุภาพ ปล่อยบทบาทให้คนในพรรคได้ทำบ้าง นายสมพงษ์ทำหน้าที่กำกับทิศทางได้ดีอยู่ อาจเป็นขนมจีนท่วมน้ำยา หรือน้ำยาน้อยไปนิด แต่ว่ายังมีน้ำยาอยู่เพียงแต่เส้นอาจจะเยอะ เนื่องด้วยนายสมพงษ์ไม่ค่อยแสดงออก เพราะด้วยบุคลิกเป็นคนอย่างนั้นเอง

“หนู” ให้ฉายา “ศรีนวล” แม่นกขมิ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงฉายาสภาฯ “ดงงูเห่า” ว่า ไม่มีความเห็น ใครเป็นงูเห่ายังไม่มี เมื่อถามว่าโลกโซเชียลระบุว่า น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ที่โดนพรรคอนาคตใหม่ขับออกคืองูเห่า นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่ น.ส.ศรีนวลคือคนที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่อยู่ดีๆ พรรคภูมิใจไทยไปชวนให้มา แต่ที่นี่น่าจะอบอุ่นกว่า และพรรคเรารับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ศรีนวลเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)มาตลอดชีวิต น.ส.ศรีนวลจึงไม่ใช่งูเห่า แต่เป็นนกขมิ้น อย่าไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ความเกลียดชังกันปีใหม่แล้วอะไรที่เคยขัดแย้งกันมาขอให้ลืมกันไป อย่าเอาความเห็นต่างๆมากระทบกระทั่งประชด ประชันกัน ไม่เกิดแรงบวก ปีใหม่นี้เราควรเริ่มปีด้วยประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ

บอกรับได้ทั้งคำชมคำวิจารณ์

เมื่อถามว่าสื่อสภาฯงดตั้งฉายาคนดีศรีสภาเพราะเห็นว่าไม่มีคนที่เหมาะสม นายอนุทินตอบว่า เป็นคนกลางๆก็พอแล้ว ดีเกินไปทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องระวัง คนจะคาดหวัง คนเราต้องมีดีบ้างเขี้ยวบ้าง ไม่งั้นก็หมู ความดีคือการตั้งใจทำงาน
รักประชาชน ความไม่ดีคืออย่าไปทำอะไรที่ทำลายบ้านเมือง อย่าไปโกง หรือทุจริต หรือเอื้อต่อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง สิ่งเหล่านี้แยกแยะกันได้อยู่แล้ว ต่อข้อถามว่า จะงอนสื่อสภาฯหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่าไม่ ตนรับได้ทั้งคำชมและคำวิจารณ์

ยัน “เสรีพิศุทธ์” ทำงานไม่มีอคติ

วันเดียวกัน น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำกระเช้าดอกไม้ไปมอบให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อขออภัยจากสิ่งที่เคยล่วงเกินในช่วงที่ ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยินดีให้อภัย เพราะการทำหน้าที่ในฐานะประธาน กมธ.ไม่ได้ทำเพราะความโกรธเคืองหรือมีปัญหาส่วนตัวกับใคร แต่เป็นการทำหน้าที่ตามหลักการกฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องการถวายสัตย์ฯไม่ครบของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่จำเป็นต้องสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต รวมทั้งการตรวจสอบเรื่องการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ที่เป็น กมธ.ป.ป.ช.ด้วยกัน เป็นการทำหน้าที่ตามการร้องเรียนของประชาชน ที่เห็นว่าการดำเนินคดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีความล่าช้า ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ปี 63 มาเริ่มต้นทำงานกันใหม่

น.ส.นภาพรกล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์รู้ดีว่าการทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อาจสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายที่ถูกตรวจสอบบ้าง แต่ใช้ความอดทนพยายามประคับประคองการทำงานของ กมธ.ให้เดินหน้าต่อได้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้น หากมีการกระทบกระทั่งกันบ้างควรให้อภัยกัน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีการขออภัยและให้อภัยในสิ่งที่เคยผิดพลาด ขอให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นการทำงานร่วมกัน ทั้งใน กมธ.ป.ป.ช. และในเวทีสภาผู้แทนราษฎร

พปชร.เหน็บฝ่ายค้านอย่าดีแต่โว

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีหลักฐานเด็ดน็อกรัฐมนตรีคาสภาฯได้แน่ ว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงฝ่ายค้านทุกเรื่อง เพราะมั่นใจว่าการทำงานที่ผ่านมาโปร่งใสตรวจสอบได้ ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และไม่มีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน แต่รู้สึกแปลกใจที่พรรคเพื่อไทยออกมาโหมโรงรายวันว่ามีหลักฐานทุจริตชัดเจน ทั้งที่รัฐบาลเพิ่งทำงานแค่ 5-6 เดือน ที่สำคัญนายกฯ ประกาศต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ เชื่อว่าวันนี้สังคมไม่ค่อยเชื่อถือพรรคการเมืองบางพรรคที่จะมาปราบโกง เพราะมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจนมีอดีตรัฐมนตรีถูกตัดสินให้จำคุกมาแล้ว หากพรรคฝ่ายค้านมีหลักฐานเด็ดก็ว่ากันไป แต่อย่าเป็นแค่ราคาคุย

กมธ.ศึกษา รธน.ถกแนวทางแก้ไข

อีกเรื่อง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวว่า เดิม กมธ.กำหนดการประชุมครั้งที่ 2 ไว้วันที่ 10 ม.ค.63 แต่เนื่องจากสภาฯจะประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ประธาน กมธ. จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 14 ม.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจพิจารณาข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

“สนธิรัตน์” ดี๊ด๊ารีบเคลมผลงาน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงผลโพล ระบุว่าติดอันดับ 1 สุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้าว่า ถือเป็นกำลังใจในการทำงาน ได้พิสูจน์สิ่งที่ตั้งใจทำงานมาตลอด 4 เดือน บังเอิญนโยบายกระทรวงพลังงานหลายด้าน สร้างความแข็งแรงรากหญ้าจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล หมุนเร็ว B 10 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ทำราคาปาล์มขึ้นเป็นประวัติการณ์ และได้สนับสนุนทำโรงงานไฟฟ้าชุมชน ควบคู่นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากโดยรวม ด้านนโยบายข้าวผลักดันค่าเก็บเกี่ยว ควบคู่กับนโยบายประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์ และกำลังนำนโยบายมารดาประชารัฐมาใช้ เราผสมผสาน นโยบายพรรคร่วมรัฐบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รบ.ชวนคนใช้เงินเคาต์ดาวน์

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจ–ประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) ออกแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ จัดกิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2020 เชิญชวนประชาชนชาวไทยและต่างประเทศออกมาท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย คาดว่าจะทำเม็ดเงินหมุนเวียนได้ถึง 2.38 หมื่นล้านบาท กระจายรายได้ไปพื้นที่ต่างๆ อาทิ สุโขทัย ลพบุรี ราชบุรี สระแก้ว กาฬสินธุ์ และพัทลุง สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี มั่นใจเป็นไปตามเป้าหมาย จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากกว่า 39.77 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.96 ล้านล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศ คาดสร้างรายได้กว่า 1.10 ล้านล้านบาท รวมรายได้ตลอดปีมากกว่า 3.06 ล้านล้านบาท

“ช่อ” ร่วมปีใหม่ม้งเพชรบูรณ์

ที่หมู่บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ร่วมงาน ประเพณีวันปีใหม่ม้ง มีนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น ส.ส.จากกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงร่วมกิจกรรมด้วย น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า วันนี้เมื่อปีที่แล้วเคยมาที่นี่พร้อมผู้สมัครตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีใครรู้จัก ผ่านไป 1 ปี ได้มาร่วมงาน ปีใหม่ม้งอีกครั้งรู้สึกดีใจมาก ที่เราภาคภูมิใจมากไปกว่านั้นคือ ในบรรดา ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ มีผู้แทนของชนเผ่าชาติพันธุ์ถึง 2 คน ได้แก่ นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อชาติพันธุ์ม้ง และนาย มานพ ที่เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ทั่วประเทศ แม้พรรคอนาคตใหม่จะเป็นฝ่ายค้าน แต่พยายามผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ อย่างเต็มที่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำได้คืองานของกรรมาธิการ อย่างคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ที่ตนเป็นรองประธาน เราได้ช่วยขับเคลื่อนผลักดันการให้สัญชาติกับพี่น้องประชาชนพลัดถิ่นที่ต้องการสัญชาติ เพราะเรารู้ว่าตราบใดที่คนยังไม่ได้สัญชาติ ไม่มีบัตรประชาชน สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยไม่มีทางได้มา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา หรือการรักษาพยาบาล สิทธิในฐานะประชาชนคนไทย แรกเริ่มจำเป็นต้องมี บัตรประชาชน นี่คือผลงานที่พรรคอนาคตใหม่ภาคภูมิใจ

กมธ.ชง พ.ร.ก.ระงับใช้ ก.ม.ภาษีที่ดิน

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประธานกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีปัญหาการ บังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ที่จะมีผลบังคับใช้ ในต้นปี 2563 ว่า กฎหมายดังกล่าวเพิ่งผ่านเมื่อเดือน มี.ค.2562 ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเวลาเตรียมการ แค่ 9 เดือน จึงเกิดความวุ่นวายในหลายด้าน ที่สำคัญ คือ ปัญหาการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานท้องถิ่น แม้กระทั่ง กทม.ที่น่าจะมีความพร้อมมากที่สุด ยังไม่ สามารถรับมือได้ ยิ่งช่วงเดือน เม.ย.2563 ที่ต้องแจ้ง รายการสิ่งปลูกสร้างน่าจะเกิดความวุ่นวายขนานใหญ่ เพราะยังไม่มีความพร้อม ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ บางส่วนเห็นว่าอาจต้องออก พ.ร.ก.มาระงับการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไปก่อน หรือแก้ไขในบางส่วนที่เป็นปัญหา ทราบว่า กทม.ควักเงินถึง 500 ล้านบาท ในการศึกษาการบังคับใช้ กฎหมายนี้ แต่ยังไม่สามารถจัดการให้ลุล่วงไปได้

ด้านสังคม–สวัสดิการร้องทุกข์สูง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จัดทำรายงานสรุป ผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ และเสนอ ความคิดเห็นช่องทางการร้องทุกข์ 1111 (5 ช่องทาง) ประจำปีงบประมาณ 2562 ว่า มีประชาชนยื่นเรื่อง ร้องเรียนทั้งหมด 80,319 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 72,899 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 90.76 เปอร์เซ็นต์ รอผล การพิจารณา 7,420 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 9.24 เปอร์เซ็นต์ พบเรื่องที่ร้องทุกข์มากที่สุด คือ สังคมและสวัสดิการ 48,880 เรื่อง การเมือง-การปกครอง 7,936 เรื่อง เศรษฐกิจ 7,601 เรื่อง การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ ของรัฐ 7,331 เรื่อง กฎหมาย 4,793 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,659 เรื่อง และ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวก 119 เรื่อง

“วิ่งไล่ลุง” ย้ายมาจัดที่สวนรถไฟ

ด้านความเคลื่อนไหวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ล่าสุด ทางกลุ่มผู้จัดได้เปลี่ยนป้ายโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ พร้อมประกาศให้ผู้สนใจทราบว่า มีการย้ายสถานที่ ไปจัดที่สวนรถไฟแทนถนนราชดำเนินแล้ว แต่ยังคง เป็นวันที่ 12 ม.ค.2563 ตามเดิม นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง กล่าวว่า เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกังวลใจ กับการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงมาก โดยเฉพาะเส้นทางการวิ่ง ทางทีมงานเชื่อว่าหากตัดสินใจจัดงานบนถนน ต่อไป สุดท้ายงานจะล่ม จึงติดต่อไปยัง กทม.ขอใช้ สถานที่สวนรถไฟ และได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มีการจ่ายเงินค่าใช้สถานที่ไปแล้ว เพื่อความสบายใจและให้งานนี้จัดต่อไปได้ ดีกว่าเดินหน้าไปแล้วสุดท้ายงานล้ม ขณะนี้ได้ชี้แจงให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วม พร้อมเตรียมวางแผนทีมงานใหม่ ส่วนการยื่นหนังสือเชิญผู้นำรัฐบาล พรรคการเมือง วันที่ 3 ม.ค. จะไปยื่น หนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ฉายารัฐสภาสภาล่มชวน หลีกภัยพรเพชร วิชิตชลชัยปารีณา ไกรคุปต์เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 เวลา 05:29 น.