ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เผย ชาวนาได้เฮ ส่งท้ายปี "จุรินทร์-พาณิชย์" เคาะส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว งวดที่ 8 รอบนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4 ชนิด ได้รับเงินชดเชย
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รายงานเอกสารถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่า สถานการณ์ราคาข้าวในรอบปัจจุบันนี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4 ชนิด ได้รับเงินชดเชย "ส่วนต่าง" จากโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยมีเพียงข้าวเปลือกเหนียวไม่ได้เหมือนเดิม เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันรายได้
นางมัลลิกา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2562 คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง โดยมีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 8 ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 4 ชนิด คือ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ส่วนข้าวเปลือกเหนียว ไม่จ่ายชดเชยส่วนต่าง เพราะราคายังสูงกว่าราคาประกัน ตัวเอกสารนี้เป็นประกาศให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน
สำหรับการชดเชยส่วนต่าง เกษตรกรที่แจ้งเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 22-28 ธ.ค.2562 จะได้รับการชดเชย โดยมีรายละเอียด ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ราคาตลาดเฉลี่ยตันละ 7,772 บาท ได้รับส่วนต่างตันละ 2,227 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาตลาดตันละ 9,516 ได้รับส่วนต่างตันละ 1,483 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาตลาดตันละ 14,628 ได้รับชดเชยตันละ 371 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาตลาดตันละ 13,734 บาท ได้รับชดเชยตันละ 265 บาท
...
ผลจากการคำนวณส่วนต่างงวดที่ 8 นี้ จะทำให้เกษตรกรบางรายได้รับเงินชดเชยสูงสุด คือ ข้าวเปลือกเจ้า จะได้รับเงินสูงสุด รวม 66,836 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมได้เงินสูงสุด รวม 37,087 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ได้เงินสูงสุด รวม 5,198 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ได้เงินสูงสุดรวม 4,243 บาท
นางมัลลิกา กล่าวว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนโดยการสำรวจจากโพลต่างๆ ว่า เป็นนโยบายที่สามารถทำให้เกิดรูปธรรมได้เร็วที่สุด เพราะนายจุรินทร์ สามารถผลักดันตั้งแต่เป็นนโยบายในการร่วมรัฐบาลและลงมือทำจนเกิดผลเป็นรูปธรรม เสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยการโอนเงินส่วนต่างให้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยบัญชีธนาคารของเกษตรกรโดยตรง ขณะนี้ดำเนินการครบทั้ง 5 ชนิดพืชที่อยู่ในโครงการ และยังเดินหน้าต่อเนื่อง
"นายจุรินทร์รู้สึกขอบคุณนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้ความร่วมมือเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ประกันรายได้ข้าวเปลือก จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละ 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท ครัวเรือนละ 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละ 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละ 16 ตัน แต่ถ้าเกษตรกรปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด จะได้สิทธิไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของข้าวชนิดที่กำหนดไว้สูงสุด" ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2563 รัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ทั้งข้าว ปาล์ม ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด ร่วมกับมาตรการเสริมเพื่อผลักดันราคาผลเกษตรกรให้สูงขึ้น และจะทำให้จำนวนงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับโครงการนี้ลดลง และขณะนี้ นายจุรินทร์ ยังมีแผนเดินหน้าการผลักดันตัวเลขการส่งออก โดยเฉพาะพืชผลการเกษตร ในปี 2563 ไปทั่วโลก และวางแผนด้านมาตรการเสริมสำหรับการช่วยเหลือพืชผักผลไม้ชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากโครงการประกันรายได้อย่างเต็มที่ ต่อไป.