ย้ำ จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 เน้นตามหลักสากล ต่อเนื่องปี 63 พร้อมคำนึงถึงเป้าหมายเป็นหลัก บอก การแสดงออกแล้วแต่สถานการณ์

วันที่ 23 ธ.ค. 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในการประชุมสัมมนาการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์บอลรูม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยคาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนมกราคม 2563 ซึ่งขณะนี้ IMF ลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกเหลือร้อยละ 3 ขณะที่ของประเทศไทยเชื่อว่าจะเหลือร้อยละ 2.6 สำหรับมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก เป็นการลดต้นทุนให้เกษตรกร กระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ และนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้


ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า สถานการณ์คลังยังเข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงความเชื่อมโยงกันว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเรื่องการลงทุนในประเทศ จึงฝากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงสร้างการรับรู้กับประชาชน โดยการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนถือเป็นการช่วยลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐและทำให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปี 2563 ภาครัฐต้องช่วยกันเร่งรัดการเบิกจ่าย จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลัง ขณะที่แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ต้องมีความต่อเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ส่วนงบประมาณขาดดุล ไม่น่ากังวล เพราะยังเชื่อมั่นในศักยภาพการบริหารจัดการ โดยรายจ่ายประจำในสัดส่วนที่สูงนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศแต่อย่างใด ขณะที่การเป็นสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องวางแผนสำหรับงบประมาณในอนาคต ต้องทำความเข้าใจยุทธศาสตร์เพื่อเป็นกรอบการจัดสรรงบประมาณปี 2564 โดยการกำหนดแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกันซึ่งต้องคำนึงถึงบริบทที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่

...


นอกจากนี้ ในส่วนของการหารือเพื่อจัดทำงบประมาณ จำเป็นต้องได้ข้อสรุปหรือแนวทางในการพิจารณาที่ต้องคำนึงถึงเป้าหมายเป็นหลัก ควรกำหนดตัวชี้วัดของแผนการจัดทำงบประมาณให้เป็นไปตามหลักสากล โดยต้องอธิบายให้ได้ว่างบประมาณถูกจัดสรรไปอยู่กับประชาชนกลุ่มใดบ้างในส่วนการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน พืชพลังงานต้องเพียงพอที่จะเป็นวัตถุดิบ โดยกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนการผลิตให้กับเกษตรกร เช่นเดียวกับการขึ้นทะเบียนกลุ่มต่างๆ ที่ต้องให้ความสำคัญเพื่อให้รัฐสามารถนำเงินไปสนับสนุนได้ ขณะที่ด้านการท่องเที่ยว ก็ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผนการบริหาร โดยตัวมัคคุเทศก์เองก็ต้องมีความสามารถด้านภาษาที่เหมาะสมจึงขอให้นำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาด้วยเพื่อให้การจัดทำงบประมาณมีความสมดุลในกาจัดสวัสดิการและการลงทุนเพื่อการวิจัยพัฒนา ทั้งนี้ ในเรื่องปัญหาภัยแล้ง นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องเข้าใจถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางการขยายเมืองโดยให้พิจารณาว่าพื้นที่เศรษฐกิจควรอยู่จุดใดเพื่อสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่แต่ไม่จำเป็นต้องย้ายเมือง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งในงาน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า การแสดงออกแต่ละวาระขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากร่วมในงานรื่นเริงก็ต้องสร้างบรรยากาศ แต่หากพบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ก็จริงจัง พร้อมขอว่าอย่านำมาปะปนกันจนเข้าใจผิดว่านายกรัฐมนตรีสนุกสนานในขณะที่ประชาชนยังมีปัญหาปากท้องเพราะเป็นคนละเรื่องกัน “สถานการณ์ต่างกันเยอะ ไม่ใช่เป็นนายกฯ ต้องทำหน้ามู่ทู่ตลอดเวลา ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใสได้นี่ บางทีมันต้องสดชื่นรื่นเริงก็ว่าไป อันไหนพิธีการก็อีกเรื่องหนึ่ง มันคนละบทบาท คนละเวลา คนละหน้าที่ ต่างคนต่างช่วยกันรักษาใจซึ่งกันและกัน”.