โวยเจอคาตาปักธง เบอร์2บนโต๊ะกกต. อนค.ได้กลิ่นลัดคิว จ่อวินิจฉัยยุบพรรค คดีล้มล้างปกครอง
“พีระพันธุ์” ทางโล่งฝ่ายค้านไม่ขัดข้องนั่งประธาน กมธ.ศึกษาแก้ รธน. “อนค.-พท.” ขอให้ทำหน้าที่ เป็นกลาง “เทพไท” เหน็บทีเอ็งไม่ว่า ทีข้าอย่าโวย ปชป.เปิดรับความเห็น ปชช.ร่วมรื้อ รธน. “อนุดิษฐ์” แขวะ “บิ๊กตู่” เลิกเป็นอีแอบมาเป็น หน.พปชร.เองเลย “สมคิด” หยันเปลี่ยนโลโก้ป้องกันทิ่มแทงกันเอง “ธนกร” อ้างจัดทัพใหม่รับการเมืองดุ อนค.ปลุกคนลงถนน ตำรวจ สน.ปทุมวันออกหมายเรียก “ธนาธร” รับทราบข้อหาจัดแฟลชม็อบสกายวอล์ก ส่งหนังสือ “ชวน” จัดการ “ปิยบุตร-ช่อ-พิธา” “จตุพร” เตือนระวังซ้ำรอย 6 ตุลาฯ เลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่นเดือด พท.ร้อง กกต.ประจำจังหวัดสอบ จนท.ไม่เป็นกลาง เจอจะจะโต๊ะรับร้องเรียนปักธง พปชร.กาเบอร์ 2 โชว์หรา แม่เฒ่าวัย 86 ปี โวยกำนัน ต.บ้านเม็ง ปธ.กก.หน่วยเลือกตั้งกาบัตรแทน โดนแจ้งความกลับคืน “สมศักดิ์” เฉือนชนะ “ธนิก” 2 พัน กว่าคะแนน
จากกรณีพรรคพลังประชารัฐวางตัวเสนอชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและ กมธ.โควตาคณะรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะโหวตตามมติพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้านก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่ขอให้นายพีระพันธุ์ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง
ปชป.เปิดฟังความเห็น ปชช.แก้ไข รธน.
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า น่ายินดีที่ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกันจะนำปัญหาจากการใช้รัฐธรรมนูญ ข้อดีข้อเสียมาเริ่มพูดคุยเพื่อให้ตกผลึกในแนวทางที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าในคณะ กมธ.วิสามัญชุดนี้ จะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะทุกฝ่ายต้องเล็งเห็นถึงการแก้ไขที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ประเทศชาติ ที่สำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในวันข้างหน้า พรรคจะเปิดรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพต่างๆ กลุ่มเยาวชนเครือข่ายการเมือง ภาคเอกชนและประชาชนทุกคน ส่งข้อมูลมายังพรรคได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงจดหมาย ส่งมาที่เลขที่ 67 ถนนเศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ฝ่ายกฎหมายจะรวบรวมทุกความเห็นส่งต่อไป ยัง กมธ.สัดส่วนของพรรค เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมกันด้วยความตั้งใจเพื่อประโยชน์ประชาชนและเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ก้าวนี้เป็นก้าวที่สำคัญมากที่เราจะเดินไปพร้อมกัน
...
“เทพไท” ทำใจทีเอ็งไม่ว่า ทีข้าอย่าโวย
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการสภาฯเชิญคณะ กมธ.พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราช-อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในวันอังคารที่ 24 ธ.ค. เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมหมายเลข 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เกียกกาย ว่า วิปรัฐบาลนัด กมธ. ฝ่ายรัฐบาลประชุมภายในก่อนเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม หมายเลข 418 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา น่าจะซักซ้อมทำความเข้าใจการโหวตเลือกประธานและตำแหน่งต่างๆของคณะ กมธ.ชุดนี้ก่อน ไม่น่าจะเป็นปัญหาภายในของพรรคร่วมรัฐบาลอีกแล้ว พรรคพลังประชารัฐขอสิทธิพรรคใหญ่แกนนำรัฐบาลจะเสนอรายชื่อคนเข้ารับตำแหน่งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคพร้อมจะสนับสนุนเคารพการตัดสินใจตามเงื่อนไขที่พรรคพลังประชารัฐต้องการ แต่อยากจะเรียนว่าเมื่อถึงคราวที่พรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคเล็กจะขอใช้สิทธิตัวเองบ้าง ควรจะใจกว้างเคารพการตัดสินใจของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ส่วนตัวไม่ขัดข้องที่จะโหวตใครก็ได้ ขอให้เป็นรายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมาจะโหวตให้โดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใด จะได้เริ่มต้นทำงานทันที
อนค.ไม่ขัดคาด “โภคิน” รอง ปธ.คนที่ 1
นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ กล่าวว่าก่อนการประชุมวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะมาหารือกันก่อนว่าจะเสนอชื่อใครเป็นประธาน ฝ่ายค้านคงไม่เสนอชื่อใครไปประกบชิงตำแหน่งประธาน กมธ. เพราะดูแล้วน่าจะได้โควตารองประธาน กมธ.คนที่หนึ่ง น่าจะเป็นนายโภคิน พลกุล กมธ.ของพรรคเพื่อไทย ส่วนกระแสข่าวที่ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กมธ.ไม่ขัดข้อง นายพีระพันธุ์มีโปรไฟล์ดีไม่มีปัญหา น่าเชื่อถือ เชื่อว่าจะมีความเป็นกลางในการทำหน้าที่ แต่โดยตำแหน่งประธาน กมธ.คงไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้มากอยู่แล้ว ทำได้แค่คอยควบคุมการประชุมจะไปกำหนดทิศทางการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้
พท.ขอประธานทำหน้าที่เป็นกลาง
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมี 19 เสียงจาก 49 เสียง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเสนอชื่อบุคคลจากฝ่ายค้านชิงเป็นประธาน พรรคคงไม่ให้ความสำคัญกับตำแหน่งประธาน กมธ.จะรอดูสถานการณ์ในที่ประชุม หากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อประธานมาคนเดียวจะไม่เสนอชื่อแข่ง แต่ถ้าเสนอชื่อมา 2 คนจะเสนอชื่อแข่งด้วยจะเป็นใครจะพิจารณากันอีกครั้ง ส่วนข่าวพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯมาทำหน้าที่ประธาน กมธ.แล้วแต่เราไม่ขัดข้อง นายพีระพันธุ์ เป็นนักการเมืองอาวุโส เป็น ส.ส.และ รมว.หลายสมัย คงมีความพร้อมทำหน้าที่ประธาน หวังว่าถ้าได้รับเลือกเข้ามาจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง รับฟังเสียงของ กมธ.ทุกฝ่าย ส่วนรองประธาน กมธ.จะรอดูว่า กมธ.ชุดนี้จะมีรองประธานกี่คน พรรคเพื่อไทยจะเสนอนายโภคิน พลกุลหรือนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว
จี้ “บิ๊กตู่” เลิกแอบนั่ง หน.พปชร.เอง
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวถึงการจัดกรรมการบริหารใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นการเตรียมลุยการเมืองเต็มตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและพวกพ้องหรือไม่ว่า จากเดิมบุคคลสำคัญบางคน ไม่ได้ถูกมอบหมายทำหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง ทำให้ยังดูแลพื้นที่ขาดหายและทับซ้อน ครั้งนี้มีการจัดสรรบุคคลสำคัญขึ้นคุมพื้นที่กันอย่างชัดเจนทุกภูมิภาค จึงมองว่าเป็นการจัดทัพใหม่เพื่อเสริมจุดอ่อนให้โครงสร้างพรรคเข้มแข็งขึ้น เพื่อเป็นฐานลุยการเมืองเต็มตัวของกลุ่มผู้มีอำนาจ คงไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่เข้ามาแก้ปัญหาชั่วคราวอีกต่อไป ดังนั้น สิ่งที่คนในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)บอกมาตลอดว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจจึงไม่เป็นความจริง เมื่อถามว่า เห็นการจัดทัพเช่นนี้ คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ควรมาเป็นหัวหน้าพรรคเองเลยหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เมื่อความจริงปรากฏชัดเจนมาถึงขนาดนี้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรจะซ่อนตัวอยู่หลังพรรคการเมืองเฉพาะกิจนี้อีกต่อไป อุตส่าห์ปรับทัพมาถึงขนาดนี้แล้วน่าจะลุกขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญของพรรคเปิดหน้าทำการเมืองตรงไป ตรงมา ไม่มีอะไรจำเป็นต้องปิดบังกันต่อไปอีกแล้ว
หยันเปลี่ยนโลโก้ป้องกันทิ่มแทงกันเอง
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากรายชื่อกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐที่ออกมา เป็นการจัดกลุ่มแบ่งโซนกันทำงานของกลุ่มต่างๆในพรรค เห็นชัดว่ามีหลายกลุ่มทำให้ต้องเปลี่ยนโลโก้พรรคที่มีเหลี่ยมมาเป็นวงกลม เพราะกลัวการทิ่มแทงกัน การเปลี่ยนโลโก้คงคิดจะทำให้ราบรื่นขึ้น เป็นปกติในการบริหารพรรคการเมืองคงไม่ไปวิจารณ์อะไรมาก ขอให้ พปชร.โชคดีแล้วกัน เพราะการเป็นแกนนำพรรคร่วมที่มีพรรคร่วมเกือบ 20 พรรคมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุม ที่สำคัญเมื่อจัดทัพจนคิดว่าดีแล้วไปดูคะแนนเสียงในพรรคให้ดี รวมถึงไปประสานงานกับพรรคร่วม อย่าให้มีปัญหาอีกเพราะหน้าที่ควบคุมองค์ประชุมสภาฯเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ควบคุมไม่ดีสภาฯล่มอย่ามาโทษฝ่ายค้าน
บี้ผู้มีอำนาจหาทางออกให้ประเทศ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า อีกไม่กี่วัน จะเริ่มต้นปีใหม่ ผู้มีอำนาจควรตั้งคำถามอย่างจริงจังว่าประเทศไทยควรก้าวไปทางไหน ปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานควรแก้ไขอย่างไร คีย์แมนหลักตั้งแต่รัฐบาล คสช.ต่อเนื่องมาปัจจุบันล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์ควรปรับเปลี่ยนทีมดูแลเศรษฐกิจหรือไม่ ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่มีท่าทีจะดีขึ้น ปัญหาความยุติธรรมสองมาตรฐาน ทำลายล้างหรือสกัดกั้นพรรคฝ่ายตรงข้าม เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชวนผู้คนมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมบนท้องถนน ความเป็นประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยน เป็นผลจากการร่างรัฐธรรมนูญที่มีเป้าหมายหลักสืบทอดอำนาจของ คสช. ขอเรียกร้องให้สังคมไทยทุกฝ่าย ช่วยกันคิดอ่านหาทางออกให้ประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยทั้งประเทศ
พปชร.จัดทัพรับ อนค.ปลุกคนลงถนน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 62 พรรคพลังประชารัฐปรับเพิ่มคณะกรรมการบริหารพรรคให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการรองรับสถานการณ์ทางการเมืองปี 2563 ที่คาดว่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพรรคอนาคต–ใหม่ประกาศจะนำประชาชนลงถนน ไม่ถูกต้องทางที่ดีควรนำปัญหาต่างๆเข้าแก้ไขในสภาฯ ไม่ควรนำมวลชนลงถนน สร้างความขัดแย้งให้ประชาชน จะส่งผลให้ประเทศชาติเสียหายเหมือนอดีต แต่เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์จะนำพาประเทศเดินไปข้างหน้าได้ อยู่ครบวาระแน่นอน เพราะรัฐบาลยังมีเสถียรภาพ เมื่อรัฐบาลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ตามนโยบายที่วางไว้ จะเป็นเกราะป้องกันรัฐบาลได้อย่างดี จะทำให้ฝ่ายค้านอ่อนกำลังลง สุดท้ายรัฐบาลจะมั่นคง ส่วนประชาชนจะมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
สน.ปทุมวันเรียก “ธนาธร” รับทราบข้อหา
วันเดียวกัน มีรายงานความคืบหน้าคดีแฟลชม็อบ สกาย วอล์ก คดีอาญาที่ 1050/2562 ของ สน.ปทุมวัน ว่า พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน ผู้กล่าวหา ได้ออกหมายเรียก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว คดีนี้ บช.น.มีคำสั่งที่ 390/2562 ลงวันที่ 14 ธ.ค. แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้า พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น.เป็นรองหัวหน้า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว พบว่าการจัดชุมนุมดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จึงได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 คน คือนายธนาธร และนายไพรัฏฐโชติก์ ให้มาพบด้วยเหตุที่ต้องหาว่า “ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ในวันศุกร์ที่ 27 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน
ส่งหนังสือ ปธ.สภาฯบี้ “พิธา–ช่อ–ปิยบุตร”
รายงานข่าวระบุอีกว่า ส่วนนายพิธา น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร เนื่องจากดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อยู่ในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การออกหมายเรียกผู้ต้องหาต้องขออนุญาตจากสภาฯที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก ประกอบกับระเบียบ ตร.กำหนดให้ ผบ.ตร.หรือรอง ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาลงนามในหนังสือขออนุญาตหมายเรียกนายพิธา น.ส.พรรณิการ์และนายปิยบุตร ต่อประธานสภาฯ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงร่างหนังสือถึง ตร. พิจารณาดำเนินการออกหมายเรียก ส.ส.ทั้ง 3 คนมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
“จตุพร”เตือนระวังซ้ำรอยเหตุ 6 ตุลาฯ
ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณีวิ่งไล่ลุง วิ่งเชียร์ลุง และอนาคตใหม่กับเวทีต่อต้านการชังชาติ มีแนวโน้มจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเรียกได้ว่านี่ คือโมเดล 6 ตุลาฯรัฐบาลไม่ว่ายุคสมัยใด หากคลั่งอำนาจจะมองโลกแคบ มองคนเห็นต่างเป็นศัตรูต้องกำจัด ท้ายสุดจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ กรณีนี้รัฐบาลตื่นตัวเกินเหตุจนจัดกิจกรรมคู่ขนาน รวมถึงการตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพวกชังชาติ ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยก็ควรต้องบอกให้พรรคร่วมรัฐบาลหยุด ขอสื่อสารไปยังรัฐบาลว่าขอให้ยุติการสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลตั้งเวทีปลุกความชิงชังจะเกิดปัญหาแน่ หวั่นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เหตุล้อมฆ่านักศึกษา ประชาชน อย่าบ้าคลั่ง 6 ตุลาคม 2519 หากยังปล่อยให้เกิดการปลุกปั่นความขัดแย้งนี้ ความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นจะมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งหายนะของชาติและพังรัฐบาลเอง
ลุ้นศาลนัดฟังยุบ อนค.ล้มการปกครอง
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจของพรรคระบุว่า “มาแรงแซงทางโค้งอีกคดี ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้เปิดไต่สวน เตรียมนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ ยุบพรรคอนาคตใหม่” คดีนี้สืบเนื่องวันที่ 19 ก.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของนายณฐพร โต–ประยูร ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิและยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกกันว่า คดีอิลลูมินาติ โดยศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องของพรรค ผู้ถูกร้องที่ขอให้เปิดไต่สวนพยาน และหลังจากนี้จะเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย คือศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวันอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ร่วมจับตาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมกันนี้ในโพสต์ดังกล่าวได้แนบเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตอบกลับคำร้องของพรรคด้วย
คนมองแฟลชม็อบเป็นสิทธิเสรีภาพ
นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ธนาธร ปลุกม็อบ” จาก 1,277 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 16-17 ธ.ค.พบว่าร้อยละ 30.62 ระบุว่า แฟลชม็อบที่ลานสกายวอล์ก ปทุมวันเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เป็นสิทธิเสรีภาพการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธและความรุนแรง ร้อยละ 16.76 เป็นการจัดชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ ร้อยละ 16.60 ระบุเป็นการจัดชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ ร้อยละ 15.74 ระบุเบื่อการชุมนุมบนท้องถนน ร้อยละ 14.57 เป็นจุดเริ่มต้นความแตกแยกและสถานการณ์ความวุ่นวายในอนาคต ร้อยละ 10.88 เป็นการชุมนุมเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสังคม ร้อยละ 10.34 เป็นการชุมนุมเพื่อปกป้องนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังโดนคดีความ ร้อยละ 4.31 ระบุเป็นเรื่องการไม่ยอมรับกฎหมาย กติกาในสังคม ร้อยละ 2.82 ระบุเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายการชุมนุม โดยร้อยละ 27.80 ระบุเห็นด้วยมากกับการจัดแฟลชม็อบดังกล่าว เพราะชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม เสรีภาพให้ประชาชน ร้อยละ 20.75 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 15.35 ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 28.35 ไม่เห็นด้วยเลย
เชื่อ อนค.ถูกยุบพรรคจริงแน่นอน
ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจกรณี “ข่าวลือหรือเฟกนิวส์ ณ วันนี้ที่ประชาชนสนใจ” จาก 1,082 กลุ่มตัวอย่างระหว่างวันที่ 17-21 ธ.ค. พบว่าข่าวลือล่าสุดที่ประชาชนได้ยิน ร้อยละ 64.34 เรื่องขึ้นภาษีผ้าอนามัย ร้อยละ 29.25 ยุบพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 24.34 ขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ร้อยละ 17.74 ม็อบขับไล่รัฐบาล ร้อยละ 14.72 ปรับ ครม.ยุบสภาฯ เมื่อถามว่าข่าวลือเรื่องใดที่เชื่อว่าเป็นความจริง ร้อยละ 38.40 ระบุยุบพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 26.80 ขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ร้อยละ 18.79 การปรับ ครม. ร้อยละ 16.18 ขึ้นภาษีผ้าอนามัย ร้อยละ 12.58 การออกมาประท้วงของประชาชน ส่วนวิธีการสยบข่าวลือที่ประชาชนควรทำ ร้อยละ 56.21 ระบุมีสติ มีวิจารณญาณ ไม่หลงเชื่อ ร้อยละ 28.97 ระบุตรวจสอบข่าว หาข้อมูลจากหลายที่ ร้อยละ 21.56 ระบุหยุดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นจริง สำหรับสิ่งที่รัฐบาลควรทำ ร้อยละ 42.09 ระบุจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ร้อยละ 38.90 ระบุมีการตรวจสอบข่าวที่ถูกต้องแม่นยำ และรีบออกมาชี้แจงทันที ร้อยละ 24.66 ระบุติดตามจับกุมผู้ปล่อยข่าว มีบทลงโทษอย่างจริง
“วิลาศ” ด่าชั่วจริงๆแอบเปลี่ยนมติพรรค
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ากรณีที่ประชุมสภาฯมีมติตั้งคณะ กมธ.วิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสนอชื่อตน ทั้งที่ในการประชุม ส.ส.พรรคเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. พรรคมีมติเสนอชื่อตน ที่ผ่านมาได้ปฏิเสธอย่างน้อย 4 ครั้ง
ขออยู่วงนอกตรวจสอบพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์อย่างอิสระ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคและ ส.ส.ยืนยันให้ตนทำหน้าที่นี้ จึงไม่ได้ปฏิเสธหลังพรรคมีมติและมีคนแจ้งให้ตนทราบแล้วในงานเลี้ยง ส.ส.พรรคคืนวันเดียวกัน ไม่รู้ว่าโจรตัวไหนสาดน้ำมนต์ให้เปลี่ยนตัว มีคนทักท้วงว่าพรรคมีมติแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงให้นายสุทัศน์ เงินหมื่น ผู้เสนอชื่อตนให้ถอนชื่อออก สุดท้ายนายสุทัศน์ยอมถอนโดยไม่ได้นำเรื่องนี้กลับเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงมติ ถือว่าขัดข้อบังคับพรรค กรณีตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษามาตรา 44 หัวหน้าและเลขาธิการพรรค ประธานวิปพรรคแถลงห้ามสมาชิกฝ่าฝืนข้อบังคับและมติพรรค แต่ตอนนี้กลับไม่ทำตามมติพรรคเสียเอง อยากรู้ว่า 3 คนนี้ถ้าเกี่ยวข้องต้องบอกคำเดียวว่าชั่วจริงๆ
ลุยสอบสัญญาสร้างรัฐสภาไม่มีมวยล้ม
นายวิลาศกล่าวอีกว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล 3 ข้อของพรรคคือ 1.ต้องรับนโยบายประกันรายได้ของพรรคเป็นนโยบายรัฐ 2.ต้องตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.หากมีการทุจริตพรรคจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที วันนี้เรายังไม่รู้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่มีการตั้ง กมธ.มาตรวจสอบ อยากรู้เพราะอะไรต้องเปลี่ยนชื่อตนออกจาก กมธ.ชุดนี้ ยืนยันจะตรวจสอบต่อแบบไม่มีมวยล้มต้มคนดู หลังจากแถลง ข่าวคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 4 เพราะส่อทุจริต มีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งออกมาระบุว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ส่งไลน์มาแจ้งว่าด่าลูกพรรคแล้ว และบอกว่าประธานสภาฯโทรศัพท์มาบอกด้วยว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค และเป็นคนที่ใช้ไม่ได้นั้น แต่ตัวประธานสภาฯออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ ขณะที่คนพูดกลับไม่รับผิดชอบใดๆ แสดงว่าต้องมีคนโกหก เป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรี แต่โกหกเรื่องเล็กๆน้อยๆ จะบริหารประเทศได้อย่างไร อยากเสนอเงื่อนไขเป็นสัตยาบันเพิ่มอีก 1 ข้อ คือขอร่วมรัฐบาลตลอดไปและยินดีรับใช้โจร จะใช้อย่างไร พร้อมเป็นขี้ข้าโจร จะได้ไม่ติดใจอีกเพราะชัดเจนแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงมติพรรคเหมือนไปรับคำสั่งใครมา ใครเป็นพ่อจึงต้องไปประพฤติตามเขา นับจากนี้จะตรวจสอบจริงจัง ถ้าพบการทุจริตหรือใครไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี จะเอาออกมาพูด
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นคึกคัก
สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 ครอบคลุมพื้นที่ อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี แทนตำแหน่งที่ว่าง โดย กกต.กำหนดให้วันที่ 22 ธ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง ประชาชนทยอยกันออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้า บางคนมายืนรอก่อนถึงเวลาเปิดหีบ เนื่องจากต้องการใช้สิทธิให้แล้วเสร็จก่อนจะเดินทางไปทำธุระส่วนตัว โดยเฉพาะนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย สวมเสื้อแดง เดินทางไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 วัดป่าศรีมัญจา ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี ขณะที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น และนายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง
แม่เฒ่าแจ้งความกำนันกาบัตรแทน
ส่วนที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เวลา 11.00 น. นางทัน พลเสน่ห์ อายุ 86 ปี นั่งรถวีลแชร์เข้าแจ้งความทั้งน้ำตาว่า เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ต.บ้านเม็ง ขณะเข้าไปใช้สิทธิในคูหาถูกกำนันทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งลงคะแนนแทน ทำให้รู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากกำนันได้กาเบอร์ที่ตนไม่ชอบ จึงเดินทางมาแจ้งความ
เจอแจ้งกลับโต้แค่เข็นรถให้
ด้านนายจักรธร โง๊ะบดดา กำนัน ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าได้เข็นรถเข็นของนางทันจริง แต่ไม่ได้เข้าไปในคูหาเลือกตั้ง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนกาบัตรให้นางทันแต่อย่างใด ถ้าไม่มีหลักฐานตนจะแจ้งความกลับ ต่อมานายจักรธรได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.บรรลุ สินนา สว.(สอบสวน) สภ.หนองเรือ ให้ดำเนินคดีกับนางทัน พลเสน่ห์ พร้อมเผยว่าช่วงเช้านางทันแจ้งความกล่าวหาว่าตนกาบัตรเลือกตั้งแทน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะไม่ใช่เรื่องจริง จึงได้ขออนุญาตประธาน กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งมาแจ้งความ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและขอความเป็นธรรม ยืนยันว่าไม่ได้กระทำการที่เข้าข่ายการทุจริตพร้อมให้ตรวจสอบ พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวัน เพื่อสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
สาวใหญ่รีดพับบัตรจนฉีกขาด
ขณะที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 บ้านหนองหอย ต.จรเข้ อ.หนองเรือ มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง โดย จนท.ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งให้ข้อมูลว่า ระหว่างที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งอยู่นั้น มีนางทองเพ็ชร นีระกุล อายุ 54 ปี เข้ามาลงคะแนน หลังกาเบอร์เสร็จระหว่างเดินเพื่อหย่อนบัตรลงหีบ นางทองเพ็ชรได้พับบัตรและรีดบัตรให้เป็นรอย จนบัตรมีรอยฉีกขาด แล้วหย่อนลงไปในหีบบัตร แต่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งพบเห็นบัตรเลือกตั้งฉีกขาด จึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
พท.ยื่นเอาผิด จนท.ไม่เป็นกลาง
ต่อมาเวลา 15.00 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำฝ่ายกฎหมายพรรค ยื่นหนังสือถึง กกต.ประจำ จ.ขอนแก่น ให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยระบุว่า กรณีมีผู้สูงอายุและผู้พิการเข้าไปใช้สิทธิ แต่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกกล่าวหาและร้องเรียนเข้าไปส่งผู้ใช้สิทธิและกาบัตรแทน อาจทำเกินกว่าอำนาจหน้าที่กฎหมาย กำหนด “เหตุการณ์ดังกล่าวพรรคเพื่อไทยไม่สบายใจ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีอิทธิพลเข้าไปครอบงำ บิดเบือนให้การเลือกตั้งไม่โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงมายื่นเรื่องต่อ กกต.ประจำจังหวัดให้ใช้อำนาจยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว หากสอบสวนแล้วพบว่ามีมูลความผิด ขอให้ กกต.มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกจากหน่วยเลือกตั้ง และพ้นจากหน้าที่ไปก่อน เพื่อเข้าสู่การสืบสวนสอบสวนนำไปสู่การวินิจฉัยต่อไป
อึ้งปักธงผู้สมัคร พปชร.เบอร์ 2 โชว์หรา
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า การเดินทางเข้าร้องเรียน ที่ กกต.ประจำ จ.ขอนแก่น เนื่องจากได้รับรายงานจากในพื้นที่ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีทุจริตเลือกตั้งเกิดมากมาย พรรคได้ทำหนังสือแจ้งผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ ผวจ. หน่วยงานความมั่นคง ประธาน กกต.ลงมาดูแลให้การเลือกตั้งโปร่งใส ตลอดทั้งวันที่ 22 ธ.ค. พบเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งจำนวนมาก พบเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบฝ่ายความมั่นคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่สนับสนุนพรรคใดเพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและยุติธรรม ระหว่างที่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือ นายธิราวุฒิ สายสุด พนักงานสืบสวนสอบสวนประจำ สนง.กกต.ประจำ จ.ขอนแก่น ยังพบ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปักธงสัญลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐ และมีข้อความกาเบอร์ 2 ไว้ที่โต๊ะทำงาน เหมาะสมหรือไม่ เจ้าหน้าที่เป็นกลางมากน้อย เพียงใด ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้แจ้งให้นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทราบแล้วและนายธนิกจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนด้วยตนเอง
“สมพงษ์” เฉ่ง กกต.รีบออกตัวป้อง
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ให้สัมภาษณ์โดยไม่เชื่อว่ากำนันทำความผิด อยากถามว่าในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีหน้าที่ผดุงความยุติธรรม รีบออกหน้าแก้ตัวแทนผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกแจ้งความว่ากระทำความผิด ละเมิดหลักความยุติธรรมและผิดจริยธรรมร้ายแรงเช่นนี้แล้ว ประชาชนจะแสวงหาความยุติธรรมได้จากที่ใด แทนที่จะรีบเร่ง แสดงออกให้สาธารณชนรู้ว่า กกต.เป็นที่พึ่ง เป็นผู้อำนวยความยุติธรรมด้วยการสั่งสอบโดยเร็ว ตลอดการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหาจำนวนมากที่สะท้อนให้เห็นความไม่เป็นกลาง การแสดงบทบาทของข้าราชการระดับสูงทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ทำหน้าที่อย่างโจ๋งครึ่ม ช่วยผู้สมัครฝ่ายพรรครัฐบาลกล่าวขานไปทั่วทั้งจังหวัด แต่ไม่ได้ แสดงท่าทีใดๆให้ประชาชนอุ่นใจ อยากฝากผู้มีอำนาจ ถ้าต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มโดยมิละอายต่อจริยธรรม ถ้าเช่นนั้นควรใช้วิธีการเยี่ยงนี้ทุกจุด จะได้พ้นจากความเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ยึดครองอำนาจสังคมโดยไม่ต้องละอายใดๆอีก
“อิทธิพร” พอใจภาพรวมเรียบร้อย
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่าพอใจภาพรวมการเลือกตั้ง ทุกหน่วยผ่านไปเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทำงานแข็งขัน คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้เวลา 22.00 น. ตลอดทั้งวันได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้งยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มีเรื่องร้องเรียนการแจกเงินหรือแจกทรัพย์ กกต.ประจำจังหวัดกำลังตรวจสอบมีมูลมากน้อยเพียงใด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ สอบสวนและไต่สวน ส่วนกรณีนางทัน พลเสน่ห์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 อำเภอหนองเรือ แจ้งความว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกาบัตรเลือกตั้งแทน เบื้องต้น กกต.จังหวัดตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการกระทำความผิดตามที่ถูกแจ้งความ แต่ยังต้องสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
แปลกใจโต๊ะ จนท.ปักธงเบอร์ 2 โชว์หรา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าไปร้องทุจริตเลือกตั้งที่ กกต.ประจำจังหวัดขอนแก่น พบว่ามีธงข้อความกาเบอร์ 2 ที่โต๊ะทำงานเจ้าหน้าที่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ทราบเรื่องแล้วส่วนตัวก็รู้สึกแปลกใจ แต่เบื้องต้น กกต.จังหวัดได้สอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการรายงานมา คาดว่าวันที่ 23 ธ.ค. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
“บิ๊กตู่” เปิดถนนคนเดินสีลม
เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ถนนสีลม กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลมอบความสุขให้ประชาชน เดิน กิน ชิม เที่ยว walking street @ silom มีรองนายกฯ และ รมว.เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาถนนสีลมอีกครั้งหนึ่ง การค้าขายบริเวณชายหาดและถนนต่างๆแต่ต้องไม่กีดขวางการจราจร เรากำลังหามาตรการรองรับให้มีระเบียบวินัย การจัดงานตั้งแต่เริ่มต้นมีการแสดงโขน ที่มีทั้งตัวดีและไม่ดี ทุกคนอยากเป็นตัวพระ ไม่มีใครอยากเป็นตัวร้าย เหมือนประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่อยู่เหนือกว่าพวกทั้งมวล ทั้งหมดนั้นคือชาติและประเทศไทย รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้ประเทศเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีชีวิตชีวา มีจิตวิญญาณ มีชีวิตแห่งความสุข ไม่ใช่ความขัดแย้ง
อย่าร่วมคนจ้องป่วนทำปีใหม่เซ็ง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ อย่าให้ใครมาทำให้บรรยากาศช่วงปลายปีมีปัญหา ใครที่จะทำให้มีปัญหาขอร้องว่าอย่าไปร่วมกับเขา เพราะใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ต้องไม่ทำอะไรที่เสียหาย เราไม่ต้องไปฟัง ตนไม่ได้ว่าใครเดี๋ยวจะมาหาว่าตนว่าเขา ที่ทำคือทำให้ประเทศชาติและประเทศไทยให้มีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น รู้ตอนนี้หาเงินลำบาก ตนมีเงินเดือน ถ้าไม่อยู่ตรงนี้เกษียณไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะค้าขายเป็นหรือไม่ ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และตนให้เกียรติทุกคนจะได้ทำงานกันได้ ต้องไม่มีใครได้หรือเสียประโยชน์ทั้งหมด แต่คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ เจตนารมณ์ของนักการเมืองทุกคน ทุกพรรคคือการร่วมมือกันเดินไปข้างหน้า ถ้าไม่สู้ก็ไม่ชนะในทุกเวที โดยเฉพาะในเวทีเศรษฐกิจ อย่าเอาแต่ด่าข้าราชการ ถ้าคนไหนถ้าไม่ดีแจ้งมา ใครไม่ดีเอาออกไป ขอถามว่าไว้ใจตนและ ครม.หรือไม่ แต่ขอให้เขาทำงานก่อน
“สนธิรัตน์” รายงานแต้มนำไม่มาก
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้เดินชมร้านค้าต่างๆที่มาร่วมกิจกรรม มีประชาชนขอถ่ายรูปจำนวนมาก โดยก่อนเปิดงานนายสนธิรัตน์ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐได้รายงานพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐยังมีคะแนนนำผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยอยู่ไม่มาก
“สมศักดิ์” เฉือนชนะ “ธนิก” 2 พันแต้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 อย่างไม่เป็นทางการ หลังจากนับไปจนครบทั้งหมด 118 หน่วยเลือกตั้ง ปรากฏว่าที่เขตหนองเรือ นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ 19,873 คะแนน นายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ได้ 25,040 คะแนน ขณะที่ อ.มัญจาคีรี นายธนิกได้ 18,086 คะแนน ส่วนนายสมศักดิ์ ได้ 15,111 คะแนน สรุปแล้วนายสมศักดิ์ อดีต ส.ส.รุ่นเก่าจากพรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไป 40,151 คะแนน โค่นนายธนิก อดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 37,959 คะแนน เฉือนชนะไปเพียงแค่ 2,192 คะแนน
เลขาฯ พปชร.ปลื้ม 1 ส.ส.เติมเสียง รบ.
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขต 7 จ.ขอนแก่น ว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนพี่น้องชาว จ.ขอนแก่น เขต 7 ที่ไว้วางใจพรรคพลังประชารัฐ พรรคจะทำหน้าที่ในฐานะที่พี่น้องประชาชนชาวขอนแก่นเพิ่มคะแนนเสียงให้กับรัฐบาล แก้ปัญหาต่างๆของประเทศชาติให้ดีที่สุด ต้องขอขอบคุณกำลังใจที่มีต่อพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครของพรรค เมื่อถามว่ามองเหตุผลที่พรรคพลังประชารัฐคว้าชัยชนะครั้งนี้อย่างไร นายสนธิรัตน์ตอบว่า คิดว่าตัวผู้สมัครเป็นส่วนหนึ่งเพราะนายสมศักดิ์ คุณเงิน เป็นคนอยู่ในพื้นที่ เป็น ส.ส.หลายสมัยและเป็นคนที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ยอมรับความเป็นผู้แทนที่ดีมาโดยตลอด บวกกับช่วงที่อยากเห็นรัฐบาลมั่นคงมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เขต 7 ขอนแก่น จึงให้โอกาส
พท.รับสภาพพ่ายเล็กน้อยเสียพื้นที่
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังทราบผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่น อย่างไม่เป็นทางการว่า ผล การเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยแพ้พรรคพลังประชารัฐเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คงต้องรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต.ต่อไป แต่ขอบคุณประชาชนในทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ แม้ไม่มีโอกาสมีตัวแทนไปทำหน้าที่ ส.ส.ให้ประชาชนเขต 7 จ.ขอนแก่น แต่นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น จะยังลงพื้นที่ในฐานะนักการเมืองคอยรับใช้ประชาชนในพื้นที่ เขต 7 ต่อไป หวังว่าหากมีการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนเขต 7 จ.ขอนแก่น จะให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย