ที่ประชุมสภาฯ ผ่านความเห็นชอบ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างรัฐสภา หลังจ่อขยายสัญญารอบที่ 5 “หมอชลน่าน” หวั่น ซ้ำรอยเสียค่าโง่เหมือนคดีคลองด่าน
วันที่ 20 ธ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ โดย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติทั่วไป ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มี นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติเรื่องแรก อภิปรายว่าต้องตรวจสอบบ้านตนเอง เพราะถูกสังคมตั้งคำถามว่าการก่อสร้าง และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าที่ต้องขยายสัญญาไป 4 ครั้ง รวมเวลาก่อสร้าง 2,000 วัน ให้ผู้รับจ้างเป็นเพราะมีเจตนาทำให้แบบมีปัญหาหรือไม่ เพื่อเป็นข้ออ้างให้ผู้ว่าจ้างขยายสัญญาผู้รับจ้างโดยไม่ผิดกฎหมาย
ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอญัตติเรื่องที่สอง อภิปรายว่า ความพยายามขยายสัญญาก่อสร้างรอบที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 62 - 31 ธ.ค.63 พบปัญหาสำคัญ คือ ผู้ปฏิบัติงานในรัฐสภาไม่ทราบและไม่แจ้งเหตุผลว่างานสร้างไม่แล้วเสร็จเพราะอะไร แต่ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ระบุว่า เป็นความผิดของทางราชการต้องขยายเวลาให้เอกชน ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดคือ 70% ทั้งที่ตามแผนงานต้องแล้วเสร็จ 95% ส่วนอีก 30% ที่ค้างอยู่พบว่ามีงานจุกจิกที่อาจทำให้งานก่อสร้างหลักเดินหน้าไม่ได้ จึงต้องตรวจสอบ จากนั้นที่ประชุมเปิดให้ ส.ส. อภิปราย ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าว
ทางด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอให้คณะกรรมาธิการศึกษาเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สภาฯ เสียค่าโง่ มั่นใจว่าการก่อสร้างที่ขยายสัญญารอบที่ 4 จะไม่แล้วเสร็จ และต้องต่อสัญญาครั้งที่ 5 ปัจจัยสำคัญ คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามมติ ครม. ดังนั้น สิ่งที่คณะกรรมาธิการต้องพิจารณาเพื่ออุดช่องโหว่ที่นำไปสู่การเสียค่าโง่ คล้ายกับคดีคลองด่าน ที่ปี 2549 ไม่มีประเด็นที่จะทำให้เสียค่าโง่ แต่หลังจากนั้นพบการขยายสัญญาและต่อสัญญา พบเงินทอนหมื่นล้านบาท ไม่อยากให้สภาฯ ต้องเสียค่าโง่ ทั้งนี้ ปัญหาที่อาจทำให้ต้องต่อสัญญารอบต่อไป คือ การขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ก่อนรับมอบงาน ทำให้มีงานที่ต้องซ่อมแซมและอาจถูกเรียกค่าเสียหายที่สภาฯ ต้องเตรียมงบประมาณเพื่อจ่ายในปี 63-64
...
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ส.ส. อภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมจึงได้มีมติ 254 เสียงเห็นด้วย และงดออกเสียง 2 เสียง ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยมีกรอบเวลาพิจารณาภายใน 60 วัน โดย นายชวน แจ้งว่า ให้เลขาธิการสภาฯ ศึกษากระบวนการใช้พื้นที่อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องเตรียมการไว้ในอนาคตด้วย.