“ชวน” รับไม่ได้ เหตุจูบกลางสภา ย้ำ มีระเบียบก็ไม่ช่วยถ้าคนไม่สำนึก ทั้งที่พยายามทำให้สภามีมาตรฐานดีขึ้น เผย ประธานกรรมาธิการผู้มีความหลากหลายทางเพศ ยอมรับมีกรรมาธิการเตรียมมา
วันที่ 20 ธ.ค. 2562 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจูบกันกลางสภา หลังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT ภาคประชาชนยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ว่า ความจริงแล้วก็มีระเบียบ แต่ส่วนตัวมองว่า ระเบียบไม่สำคัญเท่ากับจิตสำนึกความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งจะเห็นได้จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสมในสภา 2-3 ครั้งที่ผ่านมา เป็นคนในที่พาเข้ามา โดยเมื่อวานนี้ นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้ สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้มาชี้แจงเพื่อเล่าข้อเท็จจริง ซึ่งตนเองได้สั่งให้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เชื่อว่า นางมุกดา ไม่ใช่คนที่จะทำแบบนั้น เพราะนางมุกดา เองยอมรับว่ามีกรรมาธิการที่เตรียมกันมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างร่างระเบียบให้ทันต่อเหตุการณ์ แต่ย้ำว่า ต่อให้มีระเบียบถ้าคนไม่มีความรับผิดชอบ ไม่สำนึกว่าสิ่งไหนควรไม่ควร ก็ใช้ไปบังคับไม่ได้ เช่น ระเบียบการแต่งตัวก็เช่นเดียวกัน เพราะ ส.ส. ยังไม่เคารพระเบียบที่ออกกันมาเอง ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้กรรมาธิการแต่ละคณะมีความระมัดระวังและมีบทเรียนมากขึ้นซึ่งเหตุการณ์นี้ เป็นคนในที่อาจจะตั้งใจสร้างข่าวขึ้นมาโดยใช้วิธีแบบนี้ พร้อมระบุว่า เป็นภาพที่ไม่ดีอย่างยิ่ง ทำให้ตนเองโดนผู้ใหญ่หลายคนโทรศัพท์มาหาด้วยความเห็นใจ ในขณะที่ตนเองพยายามทำให้สภามีมาตรฐานดีขึ้น ก็ยังหนีไม่พ้นคนบางกลุ่มที่พยายามทำให้ภาพสภาเสียหาย อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรืออาจจะคิดไปเองว่าเป็นการกระทำที่เหมาะสม ความจริงแล้วใครๆ ก็รับไม่ได้
...
นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวว่า หากทุกคนอ่านระเบียบและยึดตาม ปัญหาจะน้อยลง ขอให้คนในอย่าไปเอาสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับสังคมวัฒนธรรม อย่าไปเอาตัวอย่างต่างประเทศมาทุกเรื่อง เพราะบางเรื่องไม่เหมาะกับประเทศไทย และการที่ ส.ส. มีอิสระก็เป็นประโยชน์ในการสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่คนที่รับผิดชอบควรจะรู้ว่าตัวเองมีสิทธิและมีหน้าที่ด้วย ไม่ใช่เพียงปัญหาในสภา แต่มองว่าเป็นปัญหาทั้งประเทศที่ต้องสอนให้คนรู้จักหน้าที่พร้อมไปกับสิทธิ เพื่อป้องกันการแสดงออกสิทธิ แต่ไม่ได้แสดงหน้าที่ความรับผิดชอบควบคู่กันไป.