ตู่-สมคิด-วิษณุ-ดอน ขอ ‘ซักฟอก’ 6-10 ม.ค. 2 พรรคร่วม รบ.แบะท่า รับ 4 งูเห่า อนค.เข้าซบ

อนค.เล่นแรงวางตุ๊กตาตัวเงินตัวทองหน้าห้องประชุมร่วม กก.บห.-ส.ส.ก่อนลงมติเอกฉันท์ขับ 4 ส.ส.งูเห่าพ้นพรรค “ช่อ” รอ กกต.ตีความคิดคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ใหม่หรือไม่ 2 ส.ส.จันทบุรีซบพรรคเล็ก “จารึก” ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ หนีครหา ส.ส.ขายตัวกินกล้วย “ศรีนวล” เล็งซุกปีก ภท. “เฉลิมชัย” แบะท่า “กวินนาถ” จะมา ปชป.คุยกันได้ “ประวิตร” ปัดงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รับมือม็อบ “ประยุทธ์” ปลุกสังคมช่วยกันขวางพวกก่อหวอดไล่รัฐบาล เมินไม่อ่าน “ปู” โวยถูก ม.44 รังแกไม่เป็นธรรม อู้อี้ถ้าไม่มีความผิดมันก็ไม่ผิด กรมบังคับคดีร่อนเอกสารข่าวโต้ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดตามมาตรการบังคับทางปกครอง พท.จวกหยุดใช้ ก.ม.ทำร้ายศัตรูการเมือง ขู่ระวังกรรมตามสนอง “เหลิม” นั่ง ปธ.กรรมการกิจการพิเศษ คุมยื่นซักฟอก 6-10 ม.ค.63 ล็อกเป้า

เชือด “บิ๊กตู่-สมคิด-วิษณุ-ดอน”

พรรคอนาคตใหม่มีมติขับ 4 ส.ส.งูเห่าพ้นจากสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ โฆษกพรรคระบุเพื่อรักษาอุดมการณ์ของพรรคเอาไว้ ขณะที่ 4 ส.ส.แยกย้ายหาพรรคสังกัดใหม่ โดยไม่ได้เข้าไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐอย่างที่ถูกสังคมจับตา เกรงจะถูกข้อครหาเป็น ส.ส.ขายตัว

อนค.วางตุ๊กตาตัวเงิน—ตัวทอง 4 ส.ส.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ของพรรค เพื่อหารือถึงการทำงานประจำ สัปดาห์ รวมถึงการพิจารณามติจากที่ประชุมวิสามัญที่ให้ขับ 4 ส.ส. คือ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ออกจากพรรค โดยมีแกนนำและ ส.ส.ของพรรคเข้าประชุมพร้อมเพรียง อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมบริเวณหน้าห้องประชุม ที่ชั้น 8 อาคารไทยซัมมิท ปรากฏว่าเกิดเรื่องฮือฮาเมื่อพบตุ๊กตาตัวเงินตัวทองติดชื่อ 4 ส.ส.ที่ได้รับมติขับออกจากพรรคอย่างไม่เป็นทางการ มาวางไว้หน้าห้องประชุม ส.ส. โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำมาวางไว้

“ช่อ” ชี้เขี่ยงูเห่ารักษาอุดมการณ์พรรค

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวก่อนการประชุมว่า ข้อบังคับพรรคการขับ ส.ส.ออกจากพรรคจะไม่ใช่มติที่ประชุมวิสามัญแต่จะเป็นมติกรรมการบริหารร่วมกับที่ประชุม ส.ส. เพื่อมีมติเสียงส่วนมากขับ ส.ส. ที่ประชุมวันที่ 16 ธ.ค.เป็นตัวตั้งเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมามีปัญหากันเยอะ จึงส่งเรื่องร้องเรียนนับแต่เริ่มโหวตสวนมติพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย กมธ.วิสามัญการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 เราพยายามทำตามกฎระเบียบของพรรคมากที่สุด ให้คณะกรรมการวินัยสอบเรื่องการโหวตสวนมติพรรคและนำความลับของที่ประชุมไปเปิดเผย และให้สัมภาษณ์ทำให้เพื่อนสมาชิกและพรรคเสื่อมเสียชื่อเสียง นำไปสู่การภาคทัณฑ์ครั้งแรก แต่ยังกระทำผิดซ้ำจึงต้องมีมาตรการเพิ่มขึ้นและนำมาซึ่งการขับออกจากพรรค พรรคใดที่รับ ส.ส.เหล่านี้ไป ประชาชนจะตัดสินเองว่าที่ผ่านมามีแต่คนพูดว่าให้กล้วยรับกล้วย จะได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคืออุดมการณ์ของพรรค หากเสียงที่มีอยู่ไม่ได้เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค เราไม่จำเป็นต้องรักษาเสียงเหล่านั้นไว้

มติเอกฉันท์ขับ 4 งูเห่าพ้นพรรค

จากนั้นเวลา 15.00 น. น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมกรรมการบริหาร พรรคและ ส.ส.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขับ 4 ส.ส.ออกจากพรรค ขั้นตอนต่อไปพรรคจะทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าตัว กกต.และรัฐสภา ทั้ง 4 คนจำเป็นต้องแสวงหาพรรค ใหม่ภายใน 30 วัน ไม่เช่นนั้นจะสิ้นสภาพการเป็น ส.ส. ยืนยันว่ามติดังกล่าวจะเป็นทางที่ดีขึ้นของพรรค และอยากให้ประชาชนจับตาดูว่าพรรคไหนจะรับ 4 ส.ส.นี้ไว้ เมื่อถามว่าตุ๊กตาตัวเงินตัวทองที่วางไว้หน้าห้องประชุม ใครเป็นผู้นำมาวางไว้ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบจริงๆว่าใครเป็นผู้นำมาวาง แต่ถือเป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ สะท้อนถึงความไม่พอใจสูงภายในพรรคเอง เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเสียงส่วนใหญ่ไม่พอใจกับ ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค และตอนนี้ถือเป็นทางออกที่ดีของพรรค

รอ กกต.ตีความคิดคะแนนใหม่

น.ส.พรรณิการ์กล่าวถึงการคำนวณคะแนนเสียงเมื่อขับ 4 ส.ส.ออกไป ว่า เรากำลังคำนวณทิศทางว่า กกต.จะตีความอย่างไร เพราะทั้ง 4 คน เป็น ส.ส.เขต คะแนนรวมประมาณ 1.6 แสนคะแนน โดยเราคิดไว้ 2 ทางคือ 1.คะแนนดังกล่าวยังเป็นของพรรค รวมเป็น 6.2 ล้านคะแนนเหมือนเดิม ส.ส.พึงมีจะเป็น 81 คน ขณะนี้พรรคมี ส.ส. 80 คน ขับออกไป 4 คน เหลือ 76 คน จึงต้องเลื่อนลำดับปาร์ตี้ลิสต์ให้ครบ 81 คน โดยไปตัดปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคอื่นออกเพราะ ส.ส.ในสภาต้องมีแค่ 500 คน 2.กรณีที่ กกต.ตีความว่า คะแนนไปกับ ส.ส.ด้วย เมื่อหักไปเรายังมี ส.ส.พึงมี 78 คน ต้องเลื่อนปาร์ตี้ลิสต์มาอีก 2 คน เรื่องนี้เมื่อเทียบกับบรรทัดฐานที่พรรคต้องดำเนินการถือว่าคุ้มค่า และคงต้องทำเรื่องไปยัง กกต.ว่าจะตีความเรื่องนี้อย่างไร

“จารึก–ฐนภัทร” ซบพรรคเล็ก

นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ยอมรับมติพรรค จากนี้ไปคงจะอยู่กับ พรรคเล็กๆพรรคหนึ่ง คงไม่ไปอยู่พรรคใหญ่ คนจะครหาว่ากินกล้วยเป็นงูเห่า ตอนนี้กระแสเรื่องนี้มาแรง ทาง จ.จันทบุรี พื้นที่ของตนมีคนรักเยอะ ถ้าเรากินกล้วย เราขายตัวให้อำนาจเงินครอบงำ ประชาชนจะเสียความรู้สึก เสื่อมศรัทธา คงไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ อาจอยู่พรรคที่จดทะเบียนไว้กับ กกต.แล้ว แต่ยังไม่มี ส.ส. ขออุบชื่อพรรคไว้ก่อน ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรีแล้ว คาดว่าจะไปกับตน เหตุผลที่ถูกขับมีหลายเรื่อง เราระหองระแหงกันมาเรื่อย ยอมรับว่าดื้อไม่ยอมฟังมติพรรค ครั้งแรก โหวตสวนมติพรรค จากนั้นไม่ให้ร่วมประชุม กลายเป็นปมด้อยของพรรค พออภิปรายในสภาฯเขาบอยคอต จึงน้อยใจไม่สนพรรค ขอโหวตตามชอบใจ ตาม ความรู้สึกไม่น่าจะขับออก เมื่อทราบก็ตกใจ คะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะออกมา ส.ส.เขาจะหายหรือไม่ ไปคิดว่า ตนจะไปเข้าพรรคใหญ่ แต่คาดผิด เราไปอยู่พรรคเล็ก วันก่อนไปร่วมงานพระราชพิธี ได้คุยกับ ส.ส.หลายคน ให้ไปบอกเลขาธิการพรรคว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซนแล้ว พรรคโดนอย่างนี้เราก็เห็นใจ บุญคุณพรรคมีกับเรา จะทำตามมติพรรคทุกอย่าง แต่อยู่ๆขับเราออก ไม่รู้จะพูดอย่างไร

“ศรีนวล” แย้มสนใจร่วมชายคา ภท.

นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปอยู่กับพรรคใด รอให้ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.มีมติส่งหนังสือมาก่อนถึงจะตัดสินใจยังมีเวลา 30 วัน เมื่อถามว่าสนใจพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นางศรีนวลกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ไปพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่ทำเนียบฯ สนใจเรื่องงานสังคม พรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้ พร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมติที่ประชุมพรรค เมื่อขับเราออกแล้วสบายใจก็ไม่เป็นไร เราแค่ออกจากพรรคยืนยันจะยังคงไปประชุมสภาฯ ยังพูดคุยกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้เหมือนเดิม

“เสี่ยหนู” ยันไม่คิดจีบเก็บตกงูเห่า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 4 งูเห่าพรรคอนาคตใหม่จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับใคร ก่อนหน้านี้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เคยมาพบตนที่ทำเนียบฯมาประสานโครงการที่ค้างคาของกระทรวงสาธารณสุขในเขตเลือกตั้ง ยังไม่ได้คิดอะไรถึงขนาดนั้น การเมืองยังไม่ได้อยู่ ในเงื่อนไขที่ต้องขาดโน่นนี่ ยังไม่รู้เลยต้องขอเช็กก่อนว่ามีกฎระเบียบอะไรหรือไม่ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่แล้วว่าต้องหาพรรคสังกัดภายใน 30 วัน คงมีขั้นตอนอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปซีเรียส ปีใหม่แล้ว การที่จะเพิ่มเข้ามา 4 คนแล้วมีอะไรดีขึ้นหรือไม่ แน่นอนว่าอย่างน้อยเขาไม่ได้อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ไม่ต้องไปคิดอะไร เมื่อถามว่าถ้ามาอยู่พรรคภูมิใจไทยจริง จะทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำงาน ความเข้มแข็งอยู่ที่ผลงาน พรรคภูมิใจไทยมาทำงาน เอาผลงานเอาการทำงานเป็นหลัก เรื่อง การเมืองเป็นเรื่องรอง เราต้องรู้ตัวเองว่าไม่ได้เป็น พรรคใหญ่หรือพรรคหลัก ถ้าสังเกตอยู่ในระเบียบวินัยมาตลอด โหวตเมื่อไหร่ทำตามมติพรรคร่วมรัฐบาลทุกครั้ง ไม่มีปัญหาตรงนี้คือจุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย

“เฉลิมชัย” พร้อมรับ “กวินนาถ” เข้า ปชป.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่สนใจเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคยังไม่มีการคุยกัน แต่ไม่เป็นไร ถ้าเขามีอุดมการณ์เดียวกันก็อยู่ด้วยกันได้ ต้องพูดคุย การเมืองต้องเปิดกว้าง แล้วแต่ว่าจะคุยกับใครเพราะอุดมการณ์ แนว ความคิดให้คุยกับใครก็ได้ มันต้องอยู่กับตัวเขาอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้แต่ประเภทว่าให้เราไปดูด เราไม่ เอาไม่ทำ เพราะเราเป็นสถาบัน แล้วแต่ถ้าเขาพึงพอใจว่าแนวทางจุดยืนและอุดมการณ์เราเป็นอย่างนี้ ถ้าพร้อมจะร่วมก็โอเคไม่มีปัญหา

งูเห่าเลี้ยวไป ภท. “บิ๊กป้อม” ไม่มีปัญหา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มที่ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จะย้ายมาสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล หลังถูกขับออกจากพรรคว่า “ต้องไปถามเขาดูว่าจะมาหรือยัง มาหรือยังล่ะ” เมื่อถามว่าหากทั้ง 4 คนจะมาพรรค พปชร.พร้อมรับใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวต้องดูต้องถามลูกพรรคดูด้วย ขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณอะไรมา เมื่อถามว่าหากเขาไปพรรคภูมิใจไทยไม่เป็นไรใช่หรือไม่ เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประวิตรไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้า

“บิ๊กตู่” ระบุอยู่ที่สมัครใจอยู่กับใคร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ถูกขับออกจากพรรค หากมาเข้าร่วมทำงานรัฐบาลว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองจะไปพิจารณากันเอาเอง 4 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ต้องไปหาพรรค เพื่อที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนจะสมัครใจไปอยู่กับใครก็แล้วแต่เขา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า กรณี 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกขับออก ย้ายไปอยู่พรรคใหม่จะส่งผลต่อการคำนวณ ส.ส.พึงมีหรือไม่ว่า ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ต้องไปถามกับ กกต.

อดีต กรธ.ยันไม่ต้องคิดคะแนนใหม่

นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลง ส.ส.ในพรรคที่มาจากการลงมติไล่ออกจากพรรค เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 พรรคมีมติให้ ส.ส.พ้นจากการสังกัดพรรคได้ และให้สิทธิ ส.ส.ที่ถูกลงมติให้พ้นพรรค หาสังกัดใหม่ได้ภายใน 30 วัน แต่จะไม่มีผลให้พรรคได้การเติมเต็ม ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ จะใช้เฉพาะกรณีเดียวคือการกระทำที่ทุจริตการเลือกตั้งภายใน 1 ปีนับจากวันเลือกตั้งทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 94 กำหนดเท่านั้น เมื่อคุณไล่ ส.ส.ออกจากพรรค จะอ้างสิทธิให้คำนวณ ส.ส.พึงมีใหม่ของพรรคไม่ได้ เพราะคุณไปไล่เขาออก ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง เมื่อ ส.ส.ถูกขับให้พ้นพรรคไม่มีผลอะไรทำให้คะแนนที่เคยได้เปลี่ยน อย่านำการขับ ส.ส.ออกหรือการย้ายพรรค และการทำให้เกิดการคำนวณคะแนนใหม่มาปนกัน

“ศรีสุวรรณ” ร้องยุบ อนค.จัดม็อบป่วน

ส่วนความเคลื่อนไหวการจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้น วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 18 ธ.ค. เวลา 10.30 น. จะไปยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้เอาผิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารพรรคหลายคน กรณีเป็นแกนนำจัดชุมนุมที่ลานสกายวอล์ก หน้าหอศิลป์เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. สะท้อนถึงการใช้มวลชนกดดันรัฐบาล ไม่คำนึงถึงระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อีกทั้งไม่มีการแจ้งให้หัวหน้าสถานีตำรวจ สน.ปทุมวัน รับทราบตามมาตรา 10 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และสถานที่ชุมนุมอยู่ใกล้เขตพระราชฐานรัศมีไม่ถึง 150 เมตร ฝ่าฝืนมาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ที่สำคัญอาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 45 ที่ห้ามพรรค การเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการหรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจมีความผิดตามมาตรา 92 (3) กฎหมายให้ กกต.มีอำนาจไต่สวน หากพบว่าฝ่าฝืนให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นได้และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น จึงจะไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ดำเนินการวินิจฉัยกรณีดังกล่าวต่อไป

“นิพิฏฐ์” สวน กกต.ยุบ อนค.ไม่ได้

เมื่อเวลา 07.30 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ยุบพรรคอนาคตใหม่ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู” ใจความว่า มีความเห็นตรงกับพรรคอนาคตใหม่ว่าทางกฎหมายแล้วเห็นว่า ยุบไม่ได้ด้วยเหตุผลคร่าวๆ คือ 1.ความผิดของพรรคอนาคตใหม่ เป็นความผิดตามมาตรา 66 มิใช่มาตรา 72 เป็นกรณีรับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท มีเพียงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ไม่มีโทษยุบพรรค หากข้อเท็จจริงเป็นตามมาตรา 66 ก็เอาโทษตามมาตรา 72 มาลงไม่ได้ เจตนามาตรา 72 เป็นคนละเจตนากับมาตรา 66 แต่จะเป็นการบริจาคหรือการกู้ยืมก็เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยใหม่เหมือนกัน เพราะนายธนาธรบอกว่าให้พรรคกู้ แต่ กกต.วินิจฉัยว่าเป็นการบริจาค เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางไปโน่น การบริจาคกับการให้ยืม (กู้) ผลทางกฎหมายต่างกัน 2.วิธีการแจ้งข้อกล่าวหากับวิธีการไต่สวนของ กกต.น่าจะมีปัญหาการแจ้งข้อกล่าวหาและกระบวนการไต่สวนอยู่ หาก กกต.พลาดมีสิทธิหนาวได้เหมือนกัน ทำคดียุบพรรคมาหลายคดี เรื่องนี้ฟังดูแปร่งๆอยู่เหมือนกัน 3.ลองทำวิจัยเอาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายนี้ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดูเขาจะตอบอย่างไร เขายังมีความคิดทางกฎหมายบริสุทธิ์ ยังไม่มีอวิชชามาปิดบัง

ตำรวจพร้อมรับมือแฟลชม็อบ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำกิจกรรมแฟลชม็อบว่า บช.น.กำลังพิจารณาเรื่องการฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะตามกระบวนการเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนข้อหาอื่นๆยังไม่ทราบ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามระบบอยู่แล้ว ส่วนการจัดงานวิ่งไล่ลุงต้องดูว่าเป็นไปตามกฎกติกาหรือไม่ การข่าวยังไม่พบว่าจะมีกลุ่มแปลกปลอมเข้ามาสร้างสถานการณ์ แต่หากเกิดมีการชุมนุมขึ้นมาจริงๆต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน

“บิ๊กป้อม” ปัดงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรับมือ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.ว่า ยืนยันว่าไม่มี ยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะไปประกาศที่ไหน ไม่ได้เตรียมการรับมือม็อบ ไม่รู้ใครจะแสดงออกอะไร ส่วนการจัดแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เชิญตนไปร่วมด้วย ถามว่าตนจะวิ่งไหวหรือไม่ ขนาดเดินยังไม่ไหวเลยจะให้ไปวิ่ง และไม่ได้ส่งหน่วยงานความมั่นคงไปเกาะติดสถานการณ์ ส่วนการสั่งจับตากลุ่มเสี่ยงในที่ประชุมทางไกลกับฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัด เตรียมมาตรการดูแลช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะขึ้นมาเราป้องกันไม่ให้เขาขึ้นมา เมื่อถามว่าแสดงว่าเขาจะขึ้นมาก่อเหตุนอกพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตกล่าวว่า ใช่ เราเตรียมการเอาไว้

ชิ่งยึดทรัพย์ “ปู” มาถามอะไรผม

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อถูกอำนาจของมาตรา 44 ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ต้องไปถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาถามอะไรผม”

“อนุพงษ์” ค้านวิ่งไล่ลุงมีทางอื่นเดินได้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ว่า ยืนยันไปแล้วว่าบ้านเมืองเรายังมีปัญหาอีกมาก สถานภาพการเมืองตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็น เรามีหนทางที่จะเดินไปได้ ไม่จำเป็นต้องไปเดินบนถนนหรือก่อม็อบ ทำอะไรก็แล้วแต่ไม่เห็นด้วย เรามีความลำบากยุ่งยากมาเยอะแล้ว มีบทเรียนมากมาย ตามกฎหมายต้องขอใครก็ไปขอในส่วนนั้น ถ้าไม่ขอจะมีความผิดทางกฎหมายตามมา มันไม่ดีและทำให้เกิดเงื่อนไข ถ้าจะทำอะไรควรทำให้ถูกต้อง ตามหลักการควรจะไปใช้ช่องทางอื่น ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่เห็นด้วยที่จะใช้มาตรการปลุกคนไปลงถนน

“บิ๊กตู่ ”นวดคลายเส้นหลังบ่นปวดหัว

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประชุมนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม “ผลงานนักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2562” จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) อาทิ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบรังสีทรงกรวย และรถมินิบัสอะลูมิเนียมสัญชาติไทย ผลิตตัวถังแบบปั๊มขึ้นรูปลดรอยต่อ โดยนายกฯได้ลองขึ้นไปนั่ง ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และ ผอ.โรงเรียนการแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์และทีมสาธิตการนวดไทยเข้าพบนายกฯ หลังยูเนสโกขึ้นทะเบียนนวดไทยเป็นมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเรียบร้อย ทั้งนี้ นายกฯได้ให้หมอนวดแผนไทยนวดให้ตรงบ่าและไหล่ ขอให้นวดแรงๆพร้อมบ่นว่า ฉันปวดหัวแต่เช้า ปวดหัวทุกวัน เส้นตึง นวดแล้วรู้สึกสบายดี หายปวดหัวไปตั้งเยอะ เพราะปวดหัวตั้งแต่เช้า รัฐบาลทำงานทุกวันทั้งปี เดินไปข้างหน้า ส่งต่องานให้ได้ ไม่ใช่ทำงานวันนี้แล้วจบ ทุกเรื่องต้องทำต่อไป”

เมินไม่อ่าน “ปู” ครวญ ม.44 รังแก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯได้พูดกับหมอนวดไทยหลังแนะนำให้นายกฯลดจำนวนพระที่ห้อยคอลงบ้างว่า “เมื่อก่อนนี้ห้อยพระหลายองค์เต็มคอในช่วงหนุ่มๆที่ไปออกรบ จะถอดองค์ไหนก็ไม่กล้า แต่ตอนนี้ห้อยพวงเล็กแล้ว” การนวดไทยขอให้ระมัดระวังเพราะเปิดแข่งขันกันมากเกิน บางครั้งแต่งกายไม่สวยงามตามวัฒนธรรม แต่งอีกแบบส่อเจตนาให้เสียชื่อเสียง ขอร้องกันด้วย และต้องควบคุมมาตรฐานแพทย์แผนไทย ขณะที่นายอิทธิพล กล่าวว่า ก่อนนี้ไทยได้รับการรับรองจากยูเนสโกเรื่องโขน วันนี้รับรองนวดไทย และอนาคตจะขอขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้ง ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายกฯได้ขอให้นวดให้นายอนุทินด้วย ซึ่งนายอนุทินรีบปฏิเสธโดยปล่อยมุกเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานว่า “ของผมต้องนวดหน้าด้วยฝ่าเท้า”

ผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่า ได้อ่านข้อความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกกลั่นแกล้งด้วยมาตรา 44 หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ไม่ได้อ่าน ไม่ใช่เรื่องของผม” ก่อนเดินขึ้นประชุม ครม.ทันที

อู้อี้ถ้าไม่มีความผิดมันก็ไม่ผิด

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหลังประชุม ครม.ถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้มาตรา 44 ว่า “เรื่องนี้ผมไม่ตอบ มันเป็นเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ถ้าไม่มีความผิด มันก็ไม่ผิดอยู่แล้ว”

ปลุกสังคมช่วยกันขวางม็อบไล่ รบ.

เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้ามองในแง่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวก็ชุมนุมได้ แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายลูกหรือ พ.ร.บ.การชุมนุม พ.ร.บ.การจราจรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจกฎหมายลูกเลยเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ทำงานโดยกฎหมายลูก กฎกระทรวง ถ้าไม่ขัดกฎหมายลูก ไม่มีใครขัดข้องอยู่แล้ว ไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้า เกิดอะไรขึ้นมาอีกแล้วจะไปโทษใคร ประชาชนที่เดือดร้อนต้องออกมาพูดบ้างว่าขอร้องเถอะคุณ อย่าทำกันเลย ต้องมีมาตรการทางสังคมมาช่วยกัน อย่าย้อนกลับไปเรื่องเก่า วันนี้กับวันก่อนคนละวัน คนละสถานการณ์กัน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เรามีกฎหมายใหม่แล้ว ส่วนที่ถามว่าผู้จัดงาน “วิ่งไล่ลุง” ส่งเทียบเชิญตนไปร่วม เรื่องวิ่งตนไม่ตอบขี้เกียจตอบ เรื่องการเมืองทำใจได้แล้ว แต่อะไรไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่จำเป็นอย่ามาถาม เหมือนตีปิงปองสู้กันเด้งไปเด้งมา ไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ตนลดแรงไปเยอะ

ขู่จัดการพวกอุปโลกน์เฟกนิวส์

นายกฯกล่าวว่า ส่วนที่ขณะนี้มีข่าวเฟกนิวส์ค่อนข้างมากว่า อย่างกรณีฝ่ายการเมืองกล่าวหารัฐบาลเก็บภาษีผ้าอนามัยในอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจข่าวนี้ปล่อยจากฝ่ายการเมือง ตอนนี้กำลังพิจารณาใครเสนอข่าวเฟกนิวส์แล้วมีผลกระทบแค่ไหน ถ้ามีผลกระทบมากต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำก็เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ วันๆหนึ่งมีเฟกนิวส์ 20-30 เรื่อง ไม่ใช่อุปโลกน์ขึ้นมา อย่างกรณีเฟกนิวส์ระบุภริยาตนเป็นมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม ก็เห็นกันอยู่ว่าภริยาตนไปใส่บาตร กราบพระ ไหว้พระ และตนก็เป็นไทยพุทธ ตรงนี้ไม่เป็นธรรมกับตนและครอบครัว

“วิษณุ–สมศักดิ์” โยนกรมบังคับคดีแจง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ พล.อ.ประยุทธ์ใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์ ทำร้ายครอบครัวว่า ได้อ่านที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์แล้ว แต่ไม่ขอตอบ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีการขายทอดตลาดก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์นั้น เรื่องนี้คนที่จะตอบคือกรมบังคับคดี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับนักการเมืองผู้ใหญ่ หากตนให้รายละเอียดไม่ครบถ้วนจะเสียหาย ได้สั่งการให้อธิบดีกรมบังคับคดีออกมาให้ข้อเท็จจริงหรือแถลงข่าวให้ครบถ้วนว่ารายละเอียดว่าเรื่องเป็นมาอย่างไรใครเป็นเจ้าของเรื่อง จะได้ตอบคำถาม

“ภูมิธรรม” จี้หยุดทำร้ายคนเห็นต่าง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้ทราบข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องทยอยสูญเสียบ้านและทรัพย์สินที่มีมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง และเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรง บางส่วนคือสินทรัพย์ที่รับตกทอดมาจากบุพการีด้วยความสะเทือนใจ กรณีนี้เป็นตัวอย่างสำคัญสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างและศัตรูทางการเมืองอย่างมีอคติชัดเจน เป็นการใช้อำนาจมาตรา 44 ที่เลือกปฏิบัติ เร่งรีบเป็นภาพสะท้อนส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน ใช้การข่มขู่คุกคามคนฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้กฎหมายและอำนาจพิเศษอย่างอัปยศ ขอถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรมตามปกติหรือไม่ กรณีนี้ต้องถูกบันทึกและจดจำในประวัติศาสตร์ไทย ไม่เคยมีนายกฯคนใดที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดีเช่นนี้ ขอให้หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์หยุดทำลาย คนเห็นต่าง หยุดใช้อำนาจกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม คืนความยุติธรรมและความถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ไร้อคติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ย้อนระวังกรรมคืนสนองตัวเอง

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่ดูเนื้อหาข่าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาระบุว่าถูกยึดทรัพย์โดยไม่เป็นธรรม มันก็เป็นเรื่องแปลกไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยทำงานร่วมกันมา ใกล้ชิดกัน แทบจะเดินตามก้น สนิทสนมเดินตามกันแทบจะเป็นเงา อย่างที่เห็นภาพตอนที่ตรวจน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 แต่พอเกิดการยึดอำนาจ อะไรๆกลับกลายเป็นไม่ดีไปเสียหมด อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมในบ้านเราถูกมองว่ามีปัญหาในการปฏิบัติ องค์กรอิสระที่อยู่ภายใต้ คสช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมีแรงกดดันจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างไร คนในสังคมก็พอรู้กันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้กฎหมายโดยไม่ยุติธรรม อะไรที่ใช้ไม่ได้ สมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามครรลองจะดีกว่า แต่เราคงจะไปหวังอะไรจากผู้มีอำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม คงยาก ในวิถีพุทธเขาสอนให้คนเราอย่าไปสร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน โดยเฉพาะคนที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดสักวันมันจะย้อนเข้าตัวเอง ถึงวันนั้นแล้วถ้าเป็นตัวเองที่โดนบ้างจะรู้สึกอย่างไร

กบค.เคลียร์ขายสมบัติ “ปู” ตาม ก.ม.

ช่วงเย็น กรมบังคับคดีออกเอกสารชี้แจงการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกรณีจำนำข้าว ความว่า การยึดทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทยอยขายทอดตลาดไปแล้วนั้นเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท และตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 เรื่อง การคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ได้ กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ใช้มาตรการ บังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครอง ที่หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปีการผลิต 2548/2549 จนถึงปีการผลิต 2556/2557 ทำให้กรมบังคับคดีมีหน้าที่ต้องดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่กระทรวงการคลังได้ร้องขอให้ดำเนินการ

พท.ชง “เหลิม” นั่งปธ.กก.กิจการพิเศษ

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคได้แต่งตั้งตนและคณะรวม 10 คน เป็นคณะกรรมการกิจการพิเศษ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.เฉลิม ประธาน 2.นายภูมิธรรม เวชยชัย 3.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองประธาน 4.นายอดิศร เพียงเกษ 5.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล 6.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด 7.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ 8.นายวัฒนา เตียงกูล กรรมการ 9.พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการและเลขานุการ และ 10.นายไพรัช ชัยชาญ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เมื่อถามว่าหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการพิเศษว่า จะเข้ามาขับเคลื่อนเน้นหนักแทนคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่ใช่ เป็นคนละเรื่องกัน เราไม่มีหน้าที่ขยายพื้นที่ ตั้งสาขา หรือรณรงค์ในส่วนของพรรค แต่เราจะทำงานเป็นเรื่องๆตามกิจกรรมของพรรค

ยื่นซักฟอก “บิ๊กตู่–สมคิด–วิษณุ–ดอน”

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ภารกิจแรกของคณะกรรมการกิจการพิเศษ จะทำหน้าที่ดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สาเหตุในการยื่นญัตติอภิปรายคือ 1.เป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุด โดยใช้ สนช.เป็นเครื่องมือและแปลงร่างเป็น ส.ว. 2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ล้มเหลว ทำให้มีคนจนมากขึ้น 3.เป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าบอกว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะมาจากการสืบทอดอำนาจโดยตรง 4.การแก้ปัญหายาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ และ 5.ปล่อยให้คนในรัฐบาลทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงวันที่ 6-10 ม.ค.63 ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ โดยนายวิษณุจะเป็นเป้าสำคัญ ที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพราะ ป.ป.ช.ตรวจสอบชี้มูลแล้วว่าไม่มีความผิด การอภิปรายคงล้มรัฐบาลยาก แต่รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ และเชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกับรัฐมนตรีบางคนได้

“ประวิตร” ปัดล็อบบี้หลุดโผเชือด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไม่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ายังไม่ทราบ เมื่อถามว่าได้มีการดีลกับฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “ดีลกับใคร ดีลเรื่องอะไร เพราะผมไม่ได้คุมกระทรวงอะไร โดยทำงานด้านความมั่นคง ขณะนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรผิด” เมื่อถามย้ำว่าได้มีการส่งลูกน้อง ไปพูดคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า “ลูกน้องใคร ลูกน้องคุณหรือเปล่า” ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุว่ากองทัพบกปล่อยเงินกู้ให้บริษัทอาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดยไม่คิดดอกเบี้ย ไปกู้เมื่อไหร่ตนไม่ทราบ ต้องให้กองทัพบกไปตรวจสอบ แต่เชื่อว่าไม่มี กองทัพบกจะปล่อยกู้ให้บริษัทได้หรืออย่างไร ถามว่าจะไปเอาเงินมาจากไหนปล่อยกู้ ยกเว้นเงินที่มาจากงบประมาณ

ยัน “บิ๊กตู่” ไม่คิดนั่ง หน.พปชร.

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงข่าวเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคว่า ยังไม่มี ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวต้องดูลูกพรรคก่อน ไปถามไปเปลี่ยนคนทำงานเขาได้อย่างไร เมื่อถามว่าจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะเปลี่ยนอะไร ไม่เปลี่ยนอะไรทั้งหมดแหละ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่มานั่งเป็นหัวหน้าพรรคเองหรือ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “โอ้ย ไม่ไปหรอก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ส่วนตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค แผนปรับโครงสร้างพรรคเพื่อให้มันเข้มแข็งขึ้น ไม่มีอะไรหรอก ทำให้กลุ่มต่างๆมีบทบาทมากขึ้น รวมกันทำงานด้วยกัน ส่วนกรณีสหกรณ์ครูขอนแก่นยื่นร้องเรียนดีเอสไอกล่าวหานายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคยักยอกทรัพย์ ตอนนี้ยังไม่มีความผิด เป็นเรื่องส่วนบุคคล นายเอกราชที่ต้องตอบเอง

“สมศักดิ์”รอ 20 ธ.ค.รู้เรื่องปรับ กก.บห.

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงข่าวการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีชื่อนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เป็นเลขาธิการพรรค และมีชื่อตนเป็นกรรมการบริหารพรรคแล้วแต่ผู้ใหญ่ พรรคอาจกำลังคุยกันอยู่ ตนไม่ได้ต้องการอะไร แล้วเรื่องการเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะเคยถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาแล้ว ใครจะมาเป็นผู้บริหาร เป็นเลขาธิการพรรค ไปพูดแทนใครไม่ได้ เบื้องต้นทราบว่าจะเพิ่มกรรมการบริหารพรรค แต่รายละเอียดยังไม่ทราบ วันที่ 20 ธ.ค. ถึงจะมีการคุยกันว่าอะไรเป็นอย่างไร

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีชื่อตนไปนั่งเป็นคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ด้วย เพิ่งกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ จ.ขอนแก่น ขอดูอีกที ตนไม่ได้มองว่าเป็นการปรับโครงสร้างใหม่ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ประธานภาค เป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้ง เช่น ตนเป็นประธานการเลือกตั้งภาคเหนือ เป็นการเสริมการทำงานในพื้นที่ภาคเหนือเท่านั้น เป็นเรื่องของการเสริมทัพเท่านั้น ไม่ใช่การปรับ

ตั้ง “พีระพันธุ์” นั่งที่ปรึกษานายกฯ

น.ส.ไตรศุลีกล่าวด้วยว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง เป็นที่ปรึกษานายกฯ รวมถึงอนุมัติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้แก่ นายวิทยา ยาม่วง เป็นประธานกรรมการ ขสมก. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ นายสุเมธ สังข์ศิริ นางปาณิสรา ดวงสอดศรี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง นายภาณุทัด แนวจันทร์ และนายจำเริญ โพธิยอด เป็นกรรมการ ขสมก. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.เป็นต้นไป

เผย “บิ๊กตู่” ต่อสายชวนมาช่วยงาน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 2 วัน นายกฯให้คนใกล้ชิดติดต่อมา อยากให้มาช่วยทำงาน ได้บอกไปว่าหากไปช่วยงานเรื่องบ้านเมืองตนพร้อมจะช่วยหากให้ไปช่วยจริง ตนอยากช่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองขอไม่ไป เพราะขณะนี้พรรคการเมืองต้องปรับการทำงานทั้งหมด การลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ออกมา มีรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมเสนอชื่อนายพีระพันธุ์ เข้าไปเป็น กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัดส่วน ครม.ด้วย โดยถูกจับตาว่าอาจจะเสนอชื่อเข้าชิงประธาน กมธ.ชุดดังกล่าวด้วย

ส.ส.แห่จองอภิปรายญัตติแก้ รธน.

เมื่อเวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาญัตติด่วนการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวันที่ 18 ธ.ค.ว่า ไม่แน่ว่าจะอภิปรายญัตติดังกล่าวจบและตั้ง กมธ.หรือไม่ เพราะมีการเสนอชื่อผู้อภิปรายเข้ามาเรื่อยๆ ทราบว่าวิปรัฐบาลเสนอชื่อผู้อภิปรายเพิ่มเข้ามาเช่นกัน ในฐานะประธานสภาฯจะเปิดโอกาสให้อภิปรายได้มากที่สุด เท่าที่ดูยังไม่มีใครเห็นค้านญัตติดังกล่าว เนื่องจากเป็นญัตติของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส่วนการประชุมสภาฯนัดพิเศษ วันที่ 20 ธ.ค. เวลา 09.30 น. จะพิจารณาญัตติทั่วไปที่ค้างอยู่กว่า 100 ญัตติ จะนำญัตติเนื้อหาลักษณะเดียวกันมารวมเป็นหมวดเดียวกัน เช่น ญัตติกองทุนกู้ยืม ญัตติการก่อสร้างอาคารรัฐสภาให้แล้วเสร็จมากที่สุด

ยอดสมัคร “วิ่งไล่ลุง” ทะลุ 8 พัน

นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิติคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯแกนนำคณะผู้จัดงาน “วิ่งไล่ลุง” เปิดเผยว่า งานวิ่งไล่ลุงได้รับผลตอบรับดีเกินคาด เดิมตั้งเป้าไว้จะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 2 พันคน ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนออนไลน์แล้วกว่า 8 พันคน เบื้องต้นการเตรียมงานยังไม่พบอุปสรรคอะไร เจอแต่ผู้ไม่เห็นด้วยเข้ามาด่าทอในเพจ กังวลเรื่องการขออนุญาตจัดงาน เนื่องจาก บช.น.ให้ข่าวว่าทางกลุ่มยังไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตทั้งที่ความจริงส่งหนังสือขออนุญาตไปตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. มีเลขรับหนังสือเป็นหลักฐาน หากยังไม่มีการตอบรับมาจะไปติดตามสอบถามที่บช.น.ในสัปดาห์นี้ ส่วนการทำหนังสือเชิญตัวแทนพรรคการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้มาร่วมในงาน จะเริ่มไปส่งหนังสือเชิญในสัปดาห์หน้า

“เดินตามลุง” รอถกผู้ใหญ่ 19 ธ.ค.

ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้ชื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อว่า “เชียร์ลุง” มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน ที่จะจัดกิจกรรม “เดินตามลุง” คู่ขนานกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ได้ประกาศเชิญชวนในโลกออนไลน์ผ่านเพจของกลุ่มใช้สโลแกนว่า 12 ม.ค.63 พบกันตัวเป็นๆที่ลานพระรูป ร.6 สวนลุมฯ เวลา 08.00 น. พร้อมโชว์โลโก้กิจกรรมบนเสื้อยืดและเข็มกลัดที่ระลึกเตรียมไว้แจก เปิดรับลงทะเบียนทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 9-13 ธ.ค.ที่ผ่านมาเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามกับแอดมินเพจ “เชียร์ลุง” ถึงรายละเอียดจัดงานได้คำตอบว่า จะมีการประชุมร่วมกับผู้ใหญ่คนดังอีกหลายคนวันที่ 19 ธ.ค.ก่อน