นิพิฏฐ์ โพสต์สวน กกต. ชี้ ยุบอนาคตใหม่ไม่ได้ ท้าทำวิจัยให้ นศ.เนติบัณฑิตยสภาตอบ พ่วงเหน็บ "อ.ปิยบุตร" หากใช้กฎหมายปกป้องตัวเองไม่ได้ ลูกศิษย์-ลูกหา หายไปเยอะนะอาจารย์
วันที่ 17 ธ.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ "ยุบพรรคอนาคตใหม่ ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู" ใจความว่า ใครว่า ตนมีความเห็นตรงข้ามกับพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวล่ะ มิใช่เลย ตนมีความเห็นเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ดังนั้น บางครั้งความเห็นทางกฎหมายก็ตรงข้ามกัน บางครั้งก็ตรงกัน อันความเห็นกกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่นี่ ตนก็มีความเห็นตรงกับพรรคอนาคตใหม่ ว่า ทางกฎหมายแล้วตนเห็นว่า ยุบไม่ได้ ด้วยเหตุผลคร่าวๆ คือ 1. ความผิดของพรรคอนาคตใหม่ เป็นความผิดตาม มาตรา 66 มิใช่ความผิดตามมาตรา 72 คือ เป็นกรณีที่รับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งมีเพียงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เท่านั้น ไม่มีโทษยุบพรรค หากข้อเท็จจริงเป็นตามมาตรา 66 ก็เอาโทษตามมาตรา 72 มาลงไม่ได้ เจตนาของมาตรา 72 เป็นคนละเจตนากับมาตรา 66 แต่จะเป็นการบริจาค หรือการกู้ยืมก็เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยใหม่เหมือนกัน เพราะนายธนาธร บอกว่า ให้พรรคกู้ แต่ กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการบริจาค เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางไปโน่น การบริจาค กับการให้ยืม (กู้) ผลทางกฎหมายก็ต่างกัน
2. วิธีการแจ้งข้อกล่าวหา กับ วิธีการไต่สวนของ กกต. ในความเห็นของตน (เท่าที่อ่านจากข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย) น่าจะมีปัญหาในการแจ้งข้อกล่าวหาและกระบวนการไต่สวนอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้ หาก กกต.พลาด ก็มีสิทธิหนาวได้เหมือนกัน ตนทำคดียุบพรรคมาหลายคดี เรื่องนี้ ฟังดูแปร่งๆ อยู่เหมือนกัน
นายนิพิฏฐ์ ระบุต่อว่า 3. ลองทำวิจัย โดยเอาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายนี้ ให้นักศึกษาในขั้นเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู ว่าเขาจะตอบอย่างไร ตนว่าน่าสนใจและจะเป็นงานวิจัยที่น่าจะโด่งดังที่สุดในแวดวงกฎหมาย ที่ตนเสนอให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบ เพราะเห็นว่า เด็กเหล่านี้ยังมีความคิดทางกฎหมายบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่มีอวิชชาเข้ามาปิดบัง ถ้าตนเป็นพรรคอนาคตใหม่ ตนจะลงทุนเลือกเด็กหัวกะทิ สัก 3 รุ่น รุ่นละ 30 คน ให้ลองตอบดู และนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่ให้เด็กปริญญาตรีตอบ เพราะมันยากและซับซ้อนมากไป ถ้านักศึกษาเนฯ ตอบตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แสดงว่า วิธีคิดของนักกฎหมายเมืองไทยมีปัญหา อาจต้องรื้อการเรียน-การสอนกฎหมายในประเทศนี้กันใหม่
...
และ 4. มีนักกฎหมายที่เขียนเรื่องนี้ และแสดงความเห็นไว้ดีมาก ขอย้ำว่า ดีมาก อยู่ 2 คน คือ 1. อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. 2. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด อาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความและพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ท่านอัยการเขียนได้ดีจนไม่อ่านไม่ได้แล้ว ตนอ่านแล้วทั้ง 2 ท่านเห็นว่า มีเหตุมีผลครบถ้วนกระบวนความ ก็ต้องรอว่ากกต.จะมีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่กกต.ก็ไม่น่าออกมาเปิดเผยและสู้กันข้างนอกอีกแล้ว ตอนนี้ ได้แต่นั่งมองว่า มือกระบี่ทางกฎหมายระหว่าง กกต.กับพรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายไหนจะแหลมคม ฟาดกระบี่เข้าเป้ากว่ากัน แต่เรื่องนี้พลาดไม่ได้ เดิมพันสูงมาก มีเสียวทั้ง 2 ฝ่าย อันวิชากฎหมายนั้นเปรียบเหมือนอาวุธ ใช้ทำร้ายคนอื่นก็ได้ ใช้ป้องกันตัวเองก็ได้ อยากรู้จริงๆ ว่า อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล สามารถใช้ความรู้ทางกฎหมายป้องกันตัวเองได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ลูกศิษย์ลูกหาหายไปเยอะนะอาจารย์