ส.ส.ลูกพรรค อนค.รอแกนนำเรียกคุยถกอนาคต ประกาศขอต่อสู้คดียุบพรรคในศาล รธน.เต็มที่ พร้อมร่วมหัวจมท้าย ไปไหนไปกัน ก๊วนงูเห่าเสียงอ่อยจากนี้ไปจะทำตามมติพรรค “สมชัย” อดีต กกต.สอนตีความ “เงินสกปรก” ชี้ ม.72 เป็นมาตรการสกัดเงินสีเทามาหนุนการเมือง เตือน กกต.เสียงข้างมากมีหนาว อาจโดนร้องวินิจฉัยมิชอบ “นิพิฏฐ์” ให้กำลังใจคู่แข่งสู้สมศักดิ์ศรี “อรรถวิชช์” แอบแซะอย่านำคนลงถนน เลขา กกต.ปิดปากเงียบไม่ยอมแจงเหตุผลยุบ อนค. อ้างไม่ได้อยู่ในที่ประชุม กกต.หวังศาลชี้ขาดให้สิ้นข้อสงสัย ข่าวสะพัด “พีระพันธุ์” คั่วเก้าอี้ที่ปรึกษานายกฯ ศาลรับฟ้อง “เอ๋” โพสต์หมิ่น“ช่อ”
หลังที่ประชุมกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีกู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ล่าสุด ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ออกมาประกาศ จะร่วมต่อสู้ และพร้อมอยู่ล่มหัวจมท้ายไปกับพรรค
ส.ส.อนค.รอเรียกคุยอนาคต
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีกู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 72 ว่า เรื่องนี้พรรคเตรียมสู้คดีเต็มที่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ มีทีมกฎหมายดูแลอยู่แล้ว ส่วนตัวเห็นว่าการกู้เงินไม่น่าจะเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 72 แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรไม่อาจก้าวล่วงได้ ในกรณีหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคนั้นทางพรรคยังไม่ได้วางแผนอนาคตว่าจะเอาอย่างไร ทราบว่าพรรคจะเรียกประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และอาจคุยเรื่องอนาคตของพรรคจะดำเนินการอย่างไร
...
พร้อมล่มหัวจมท้ายไปกับพรรค
“ไม่หนักใจหรือกังวลอะไร แต่หากพรรคถูกยุบจริงคงไม่สามารถพูดแทนสมาชิกพรรคคนอื่นได้ว่าจะย้ายไปอยู่พรรคใด แต่ส่วนตัวยืนยันพร้อมล่มหัว จมท้ายไปไหนไปกันกับพรรคอนาคตใหม่ หากพรรคมีมติอย่างไรพร้อมปฏิบัติตาม เพราะเข้ามาทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน” นายธีรัจชัยกล่าว
ก๊วนงูเห่าลั่นพร้อมทำตามมติพรรค
นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกมองเป็น ส.ส.กลุ่มงูเห่า โหวตสวนมติพรรคอนาคตใหม่ และมติพรรคฝ่ายค้านเกือบทุกเรื่อง กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าพรรคจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป เพราะไม่ได้ถูกเชิญเข้าประชุมพรรคเลย แต่ยืนยันว่าหลังจากนี้จะทำตามมติพรรคทุกอย่าง เพราะต้องให้กำลังใจกันทั้งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค
“สมชัย” สอนตีความ “เงินสกปรก”
วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “มติของ กกต. 5:2 มติเสียงข้างมากในฤดูหนาว” อ่านข่าวแจก 8 บรรทัดของ กกต.แล้ว จะเห็นว่าการลงมติของ กกต.ไม่พยายามพูดถึงเงินกู้เป็นเงินบริจาค เพราะเงินกู้คือเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค ดังนั้นจึงไม่สามารถไปเอาความผิดพรรคอนาคตใหม่ ว่าไปรับเงินบริจาคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ เหตุผลจึงออกมาในการอิง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 72 แต่หากพิจารณาสาระของมาตรา 72 อยู่ที่เงินที่บริจาค “ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ไม่ใช่เรื่องบริจาคเงินเกินกว่ากฎหมายกำหนด สาระของมาตรานี้เป็นการห้าม “เงินสกปรก” ที่จะเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมือง เช่น เงินบ่อน เงินซ่อง เงินค้าอาวุธสงคราม เงินค้าของหนีภาษี ฯลฯ ไม่ว่าจะบริจาคสักกี่บาทก็ตาม ถือว่าห้ามรับ เพราะเป็นการเอาเงินธุรกิจสีเทามาสนับสนุนฝ่ายการเมือง
เตือน กกต.เสียงข้างมากมีหนาว
นายสมชัยระบุอีกว่า คำถามจึงกลับไปที่ กกต.ว่า “แน่ใจแล้วหรือที่ใช้มาตรานี้ในการจัดการกับพรรคอนาคตใหม่ ท่านรู้แล้วใช่ไหมว่าเงินที่มาให้กู้ เป็นเงินสกปรก” ความหนาวจึงมาเยือน กกต.เสียงข้างมากที่ลงมติ หากจะมีการร้องกลับว่า กกต.ใช้วินิจฉัยโดยมิชอบ เพราะหาก กกต.ผิดจริง ความผิดจะตกกับเสียงข้างมากที่ลง ส่วน 2 เสียงที่ลงมตินั้น ถ้า 5 เสียงถูกต้องเขาไม่ได้ผลกระทบอะไร แต่ 5 เสียงผิด เอกสารการลงมติจะช่วยยืนยันว่าเขามิได้เห็นด้วยในเรื่องนี้ มติข้างน้อยที่ลงจึงเป็นเครื่องอำนวยให้อบอุ่นในหน้าหนาวนี้
“นิพิฏฐ์” ให้กำลังใจสู้สมศักดิ์ศรี
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ผมให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ แม้เราเป็นคู่ต่อสู้กันในทางการเมือง แต่เราไม่มีสาเหตุอะไรกันเป็นการส่วนตัว ผมเคารพและให้เกียรติคู่ต่อสู้เสมอ เหมือนที่ผมไม่ศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ผมก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับคนที่เป็นคอมมิวนิสต์ ผมเชื่อว่าทุกคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่ ได้มา เป็นเพราะประชาชนเชื่อและศรัทธาในแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มาด้วยการซื้อเสียงหนทางยังยาวไกล ขอให้สู้ตามกติกา ผลออกมาอย่างไร ถือว่าท่านได้สู้สมศักดิ์ศรีแล้ว”
“อรรถวิชช์” ขออย่านำคนลงถนน
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ เป็นการพูดที่ถูกต้อง แต่ถือเป็น “ประโยชน์อื่นใด” และถ้าเกิน 10 ล้านบาทมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 66 วรรคสอง พรรคการเมืองจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดเกินตามวรรคหนึ่งคือ 10 ล้านบาทไม่ได้ มีโทษตามมาตรา 125 ซึ่งในมาตรา 4 นิยาม คำว่า “ประโยชน์อื่นใด” ไว้ โดยรวมถึง “การให้ใช้ ทรัพย์สิน” และแน่นอนว่าเงินที่นายธนาธรให้กู้ 191 ล้านบาท คือ “ทรัพย์สิน” ดังนั้น โทษตามมาตรา 125 กรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง โดนแบน การเมือง 5 ปี ส่วนจะเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้หรือไม่ ต้องดูว่าเงินที่ยืมเอาไปใช้เลือกตั้ง มีเจตนาเอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่ ถ้ากรรมการบริหารรู้ทั้งรู้อยู่แล้ว
แต่ทำ ก็จะไปเข้ามาตรา 72 ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินโดยรู้ หรือควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย และมาตรา 92 (3) ระบุให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทั้งนี้ ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่ คิดว่าอย่านำคนลงถนนเลย ดูกันด้วยเหตุผลดีกว่า ถ้านายธนาธรและนายปิยบุตร คิดว่าให้พรรคยืมเงินก้อนโตแบบนี้ได้ ทั้งที่พรรคอื่นไม่ทำกัน มันก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่นเช่นกัน
เลขาฯ กกต.ปิดปากแจงยุบ อนค.
ขณะที่นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวปฏิเสธที่จะชี้แจงถึงเหตุผลของ กกต. ที่มีมติเสียงข้างมาก เสนอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้อยู่ในห้องประชุม และเรื่องดังกล่าว กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไม่สามารถให้ความเห็นได้
หวังศาลชี้ขาดให้สิ้นข้อสงสัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องเสนอยุบพรรคอนาคตใหม่ยังอยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง คาดว่าใช้เวลาไม่นานส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ กกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงินข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธร และพรรคยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 62 ฉบับปัจจุบัน เขียนต่างจากเมื่อปี 2550 ที่กำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมืองในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่เป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้สิ้นสุดความ เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ส่วนที่ กกต.มีมติในคำร้องนี้เลยโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคมาชี้แจงก่อน เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 93 ที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ส่ง กกต.พิจารณาได้เลย
“บัญญัติ” ชี้ตั้งแน่ กมธ.ศึกษา รธน.
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 ธ.ค. จะพิจารณาญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้รัฐธรรมนูญได้เสร็จ และจะตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวได้ โดยแนวทางศึกษาที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอเป็นเงื่อนไขต่อการเข้าร่วมรัฐบาล คือการแก้ไขมาตราในหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ เพราะหากไม่แก้ไขจะไม่สามารถปลดล็อกเงื่อนไข เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่วนแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น ยังไม่ทราบว่าจะนำไปสู่แนวทางดังกล่าวหรือไม่ เพราะต้องหารือร่วมกันใน กมธ.อีกครั้ง
“ชวน” เรียกประชุมร่วมรัฐสภา
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า วุฒิสภาได้รับแจ้งจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ว่า จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อพิจารณาพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนฉบับที่ 4 และร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา โดยสาระสำคัญของพิธีสารมีเนื้อหาเกี่ยวกับห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติ เช่น การห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขที่มีระดับเกินกว่าที่ผูกพันไว้ภายใต้ความตกลงว่าด้วยมาตรการการลงทุนเกี่ยวกับการค้า เป็นต้น ขณะเดียวกันได้รับหนังสือจากนายกรัฐมนตรีถึงมติของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่คัดเลือกนายรัชนันท์ ธนานันท์ ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอนวุฒิสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อก่อน
สภาฯขอแปรงบฯเพิ่ม 3 พันล้าน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ได้พิจารณางบฯของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้าชี้แจง และมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมรับฟังแต่ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ สำหรับงบฯสำนักงานเลขาธิการสภาฯจำนวน 6,450 ล้านบาท จากเดิมเคยเสนอของบฯต่อสำนักงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ถูกสำนักงบประมาณปรับลดในส่วนงบฯระบบสาธารณู– ปโภค และระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กว่า 5,000 ล้าน บาท เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุ กมธ.ได้พิจารณาปรับลดวงเงินลงอีก 1,000 ล้านบาท อย่างไร ก็ตาม สำนักเลขาธิการสภาฯเตรียมแปรญัตติขอเพิ่มเติมวงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในงานด้านนิติบัญญัติ เช่น เบี้ยประชุม และงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่
กมธ.ข้องใจงานก่อสร้างสภาอืด
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ได้ซักถามเลขาธิการสภาฯในประเด็นการขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่รอบที่ 4 ได้รับแจ้งว่าความคืบหน้างานก่อสร้างจะเสร็จภายในเดือน ก.พ.2563 โดยห้องประชุมสุริยันที่ใช้เป็นห้องประชุม ส.ส. จะพร้อมใช้งานได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือน พ.ค.2563 ส่วนการติดตั้งระบบสาธารณูปโภครัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาจะแล้วเสร็จช่วงวันที่ 5 มี.ค.2564 แต่จะไม่มีผลกระทบต่องานโครงสร้างหลักที่ต่อสัญญารอบที่ 4 จากวันที่ 16 ธ.ค.2562-31 ธ.ค.2563 แน่นอน
นายกฯปลื้มสัมพันธ์ไทย–เดนมาร์ก
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล นายอุฟเฟอ โวล์ฟเฮชเชิล เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเพื่ออำลาในโอกาสครบวาระดำรงตำแหน่ง โดยนายกฯ ชื่นชมความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกันมายาวนาน ขอบคุณเดนมาร์กที่มีส่วนสนับสนุนรื้อฟื้นการเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ขอบคุณนักธุรกิจเดนมาร์กมาร่วมลงทุนและสร้างงานในไทย ขอเชิญชวนมาลงทุนเพิ่มเติมในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีในสาขาที่มีศักยภาพ และขอให้ดูแลนักลงทุนไทยในเดนมาร์กด้วย ขณะที่เอกอัครราชทูตเดนมาร์กขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือตลอดเวลา พร้อมสานต่อความร่วมมือให้ดีขึ้นในทุกระดับ
สะพัด “พีระพันธุ์” ที่ปรึกษานายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และความเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ท่ามกลางกระแสข่าวจะมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยจะไปช่วยงานรัฐบาล แต่ยังไม่ทราบตำแหน่งใด ขณะที่เจ้าตัวระบุไม่ได้คิดจะย้ายไปอยู่กับพรรคการเมืองใดหรือพรรครัฐบาล ขอพักผ่อนก่อนนั้น ล่าสุดมีกระแสข่าวว่านายพีระพันธุ์จะเข้ามาทำงานช่วยรัฐบาลในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
ติง “สมศักดิ์” อย่าตีกินปลดล็อกกระท่อม
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มีแนวคิดจะปลดล็อกพืชใบกระท่อมว่า เรื่องนี้ได้เสนอเป็นญัตติขอให้สภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ บรรจุอยู่ในวาระการประชุมสภาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และประธานสภาฯมีดำริที่จะให้นำญัตติที่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกันคือญัตติด่วนที่เกี่ยวกับกัญชา กัญชง และใบกระท่อมรวมพิจารณาเป็นญัตติเดียวกัน คาดว่าจะพิจารณาได้ประมาณต้นปีหน้า ส่วนการปลดล็อกใบกระท่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดี ถ้ามีความจริงใจที่ไม่ใช่แค่สร้างกระแสตีกินหวังคะแนน เสียง อยากเรียกร้องให้นายสมศักดิ์นำผลการศึกษาของ กมธ.ศึกษาปัญหาพืชใบกระท่อมผลักดันให้ ครม.ออกกฎหมายปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ประชาชนผู้บริโภคพืชใบกระท่อมได้รับความเดือดร้อนจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายปราบปรามยาเสพติด
ศาลรับฟ้อง “เอ๋” โพสต์หมิ่น “ช่อ”
ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป. อาญา ม.326, 328 กรณี น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา น.ส. พรรณิการ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ใน กทม.และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “ปารีณา ไกรคุปต์” ตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ การกระทำของจำเลยจึงมีมูลให้ประทับรับฟ้อง และนัดสืบพยานในวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. น.ส.ปรีณายื่นคำร้องพร้อมเงินสด 5 หมื่นบาท ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราวไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ
“นิพนธ์” รับ ก.ม.ภาษีที่ดินไม่พร้อม
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข้อกังวลเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดิน ที่กระทรวงมหาดไทยขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินออกไปเป็นเดือน ส.ค.2563 ว่า ยอมรับว่ามีข้อติดขัดเรื่องความพร้อม การเตรียมเอกสารและราคาประเมิน ความพร้อมของเจ้าหน้าที่และผู้ประเมินที่ดิน รวมถึงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ส่วนที่ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการยื้อเวลาช่วยนายทุนที่ถือครองที่ดินนั้นยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอนเพราะการบังคับใช้กฎหมายจะใช้พร้อมกันทั่วประเทศทุกฝ่ายต้องมีความพร้อมโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติต้องมีแนวทางทำงานเหมือนกันทั้งหมด ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการออกระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 ฉบับให้ทันภายในกรอบเวลาที่ขยายออกไปตามขั้นตอน