ข่าว
100 year

"อนาคตใหม่" หรือจะเป็น "ผึ้งแตกรัง" ผวายุบพรรค ฉุดเสียงฝ่ายค้านอ่อนกำลัง

ไทยรัฐออนไลน์11 ธ.ค. 2562 16:41 น.
SHARE

ตามคาด ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้พรรคตัวเองจำนวน 191 ล้านบาท โดยมีเหตุอันเชื่อว่าเป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้มาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมือง ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ต้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92(3) ของกฎหมายพรรคการเมือง 

ขณะที่ "รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยระบุก่อนหน้านี้อย่างชัดเจนว่า พรรคอนาคตใหม่ มีโอกาสสูงที่จะถูกยุบพรรค ส่วนสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นได้วิเคราะห์ผ่าน "ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์" ว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ ณ ตอนนี้กกต.ได้ยกประเด็นเรื่องนิติกรรมอำพราง แยกเป็น 2 ส่วน 1. เจตนาลวง ไม่ทำตามสัญญากู้เงิน และ 2. มีเจตนาที่แท้จริง ในการไม่คืนเงินกู้เหล่านั้นตามสัญญากู้เงิน ซึ่งเป็นไปตามข้อห้ามตามมาตรา 72 เป็นการทำนิติกรรมอำพราง รับเงินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นความผิด มาตรา 66 เป็นการรับเงิน ทรัพย์สิน เกิน 10 ล้านบาท รวมถึงมาตรา 90 (3) นำไปสู่การยุบพรรค ส่วนตัวบุคคล นายธนาธร จะมีความผิดมาตรา 124 และมาตรา 125 ถูกดำเนินคดีอาญา

สำหรับขั้นตอนการวินิจฉัยยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ โดยปกติไม่น่าเกิน 30 วัน หากหลักฐานครบถ้วนสมบรูณ์ และไม่ต้องไต่สวนเพิ่มเติม ส่วนจะเหมือนกรณีพรรคไทยรักษาชาติ ใช้เวลา 5-7 วัน ก็อาจเป็นไปได้ เนื่องจากไม่ต้องไต่สวนเพิ่มเติม จากหลักฐานของ กกต.ที่มีความครบถ้วนแล้ว ซึ่งในส่วนพรรคอนาคตใหม่ อาจมีการยื่นโต้แย้งขอส่งหลักฐานเพิ่มเติม และขอขยายเวลา ทั้งนี้มองว่ากรณีคดีเงินกู้ มีพยานหลักฐานเป็นเอกสาร อาจไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติมอีก

ในส่วนสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งไม่ใช่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เชื่อว่าทางพรรคได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว หากถูกยุบพรรคต้องย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วัน หรือจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และส่งผลให้มีการขยับรายชื่อลำดับต่อไปในการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งประเด็นปัญหาเมื่อพรรคถูกยุบไปแล้ว อาจขยับรายชื่อลำดับต่อไปขึ้นมาไม่ได้ประมาณ 10 กว่าคน “ถามว่าส่งผลต่อสภาหรือไม่ ก็ไม่น่าเป็นปัญหา”

อย่างไรก็ตาม ให้จับตาดู ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่เหลือของพรรคอนาคตใหม่ จะเหมือน "ไพบูลย์ โมเดล" ย้ายไปพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว ทำให้มีสถานะเป็นเพียง ส.ส.เท่านั้น ไม่ชัดเจนว่าเป็นแบบแบ่งเขต หรือบัญชีรายชื่อ ในประเด็นนี้คงมีการพูดคุยของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ว่าจะเดินต่ออย่างไร แต่หากแกนนำไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ จะเกิดปรากฏการณ์ "ผึ้งแตกรัง" อาจไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลหมดปัญหาเสียงปริ่มน้ำ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่ที่แกนนำพรรคจะควบคุมได้หรือไม่ และส่วนตัวมองว่ายัง 50 ต่อ 50 จะย้ายไปพรรคร่วมรัฐบาล

“จะเห็นการโหวตในสภา หลายๆ ครั้งของอนาคตใหม่ มีอย่างน้อย 2-3 คน อาจย้ายไปพรรคร่วมรัฐบาล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ต้องการจะย้าย ซึ่งอาจเห็นอนาคตใหม่แบ่งเป็น 2 ส่วน และแน่นอนการยุบพรรคอนาคตใหม่ ส่งผลกระทบต่อพรรคฝ่ายค้านพอสมควร ทำให้เสียงหาย 80 เสียง ค่อนข้างมาก โอกาสฝ่ายค้านอ่อนแรงจะค่อนข้างเยอะ เหลือเพียงเพื่อไทยพรรคเดียวที่เป็นพรรคใหญ่ อีกทั้ง เพื่อไทย ไม่ต่อสู้เข้มข้นเหมือนอนาคตใหม่ และนับแต่นี้ให้จับตาดูอนาคตใหม่ที่เหลือจะไปตั้งพรรคใหม่ หรือย้ายเข้าเพื่อไทย แต่กำลังของฝ่ายค้านจะอ่อนลงอยู่ดี เพราะแกนนำหลักในอนาคตใหม่ไม่เหลือใคร ทั้ง ธนาธร ปิยบุตร และ ช่อ พรรณิการ์”

จากนี้ไปจะเห็นการเมืองนอกสภามีการเคลื่อนไหวมากขึ้น ในส่วนของอนาคตใหม่ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่พลังจะลดลง ไม่เหมือนอยู่ในสภา ดังนั้นจะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในการเดินเกมนอกสภา ส่วนความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่น่าจะเกิดขึ้น นอกจากจะเห็นการเดินสายไปเวทีต่างๆ ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ หรืออาจมีเวทีสัมมนาต่างๆ อาจหยิบยกกรณียุบพรรคอนาคตใหม่มาพูด คงไม่มีแรงกระเพื่อมอะไรใดๆ หรืออย่างมากแค่การยกป้ายเล็กๆ น้อยเท่านั้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนาคตใหม่ยุบพรรคอนาคตใหม่อนาคตใหม่ย้ายพรรคธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจข่าวร้อนพรรคอนาคตใหม่ยุบอนาคตใหม่ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้