ข่าว
100 year

อนาคตใหม่งัดปมกองทัพบก ตอบโต้ ปล่อยกู้ 1.2 พันล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ธ.ค. 2562 05:32 น.
SHARE

บ.บิ๊กทหาร-ไร้ดอกเบี้ย กกต.แจง "ใบสั่ง" พัลวัน

กกต.โต้พัลวันตั้งธงฟัน “ธนาธร-กก.บห.-ยุบอนาคตใหม่” อ้าง “จรุงวิทย์” ชงความเห็นตามขั้นตอน ปัดไม่มีเหตุจูงใจเร่งเชือด “พงศกร” สวนหมัดเงินกู้พรรค ถูกต้องหลักฐานชัดตรวจสอบได้ ผิดกับ ทบ.ปล่อยกู้ 1.2 พันล้านบาทปลอดดอกเบี้ยให้ บ.บิ๊กทหารน่าสงสัยกว่า ฮึ่มระวังเจอฟ้องกลับ ม.157 “ชูศักดิ์” มั่นใจ “ธนิก” ไม่ขาดคุณสมบัติ ยกคำพิพากษาศาลชี้ขาดคดีที่ยโสธรมาหักล้าง ปชป.ป่วนไม่จบปล่อยข่าวลือ “เฉลิมชัย” ถอดใจวางมือ “เสี่ยต่อ” สวนข่าวเท็จลุยสู้ใจเกินร้อย “จุรินทร์” ขุดอดีตขู่จัดแถว ส.ส.โหวตสวนถูกเขี่ยพ้นพรรคร่วมฯ ฝ่ายค้านขอ 12 ชั่วโมงถกตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ รธน. “สุทิน” แย้มลากปมที่ดิน “ปารีณา” ขึ้นเขียงซักฟอก โอ่มีสตอรี่เรื่องใหญ่ไว้ลงแส้ “อนุดิษฐ์” เชื่อไม่มี ส.ส.ปันใจย้ายขั้ว “ธนาธร” ลุยบึงพลาญชัยวิ่งเพื่อประชาธิปไตย โดนปรับ 200 ลั่นลูกหลานต้องไม่เจอรัฐประหารอีก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งชี้แจงข้อครหาตั้งธงชี้นำดำเนินคดีเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ ก่อนวันพิจารณาตัดสินคดีเงินกู้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดย กกต.ออกเอกสารข่าวยืนยันไม่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองเร่งรัดคดี ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ทำถูกต้องมีหลักฐานชัดเจน ขณะที่การปล่อยเงินกู้ของกองทัพบก 1.2 พันล้านมีข้อน่าสงสัยมากกว่า

กกต.โต้ชี้นำ “จรุงวิทย์” แค่ชงความเห็น

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวกรณีการพิจารณาการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ หลังจากที่ น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ระบุว่า กกต.มีธงทางการเมือง หรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีเอกสารความเห็นของบุคคลระดับสูงของสำนักงาน กกต.ได้ชี้นำในสำนวนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยมีความเห็นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. แต่ กกต.มาเรียกพยานหลักฐานในเดือน ต.ค.เรื่องนี้สำนักงาน กกต.ชี้แจงว่าตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด กกต.ต้องมีความเห็นในสำนวนสืบสวน เพื่อเสนอความเห็นต่อ กกต. กรณีนี้เลขาธิการ กกต.ได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยการแสดงความเห็นในสำนวน เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบมิใช่การชี้นำในสำนวนสืบสวน รวมถึงเมื่อวันที่ 25 ก.ย.เลขาธิการ กกต.ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่ากรณีพรรค อนาคตใหม่กู้ยืมเงินยังอยู่ในขั้นตอนของอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหา หรือข้อโต้แย้งเพื่อพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อ กกต.ตามระเบียบต่อไป

ปัดไม่มีเหตุจูงใจทางการเมืองเร่งคดี

เอกสารข่าว กกต.ระบุอีกว่า ขณะเดียวกันยังรวมถึงการให้สัมภาษณ์ของประธาน กกต.ทั้งเมื่อวันที่ 11 ต.ค.และ 23 ต.ค. โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งมิได้มีการเร่งรัด และในวันที่ 18 พ.ย. กกต.ยังมีมติให้หมายเรียกขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งที่ขอให้บางส่วน และขอขยายเวลาส่งที่ยังไม่ได้จัดส่งไปอีก 120 วัน แต่วันที่ 26 พ.ย. กกต.มีมติอีกครั้งให้หมายเรียกขอเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ได้จัดส่งอีกครั้งในวันที่ 2 ธ.ค. แต่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้ส่งเอกสารภายในเวลากำหนด จึงถือว่าไม่ติดใจซึ่งจะมีการพิจารณาเอกสารเท่าที่มีอยู่ ดังนั้นการดำเนินการของ กกต.เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และให้โอกาสผู้เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องนี้ตามลำดับ มิได้มีความเห็นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่ได้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด

อนค.ยกเงินกู้ไม่น่าสงสัยเท่า ทบ.ปล่อยกู้

พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมพิจารณาคดีนายธนาธรให้พรรคกู้เงินในวันที่ 11 ธ.ค.ว่า ที่มีรายงานข่าวว่า การกู้เงินของพรรคอาจเข้าข่ายนิติกรรมอำพราง ถามว่า คำว่านิติกรรมอำพรางคือการได้เงินมาโดยมิชอบ หรือมีแหล่งที่มาโดยมิชอบ แต่การกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่กับนายธนาธร เรามีหลักฐานการกู้เงินชัดเจน กู้แล้วต้องใช้คืน พรรคใช้หนี้ตามสัญญาที่ระบุเอาไว้ ส่วนความผิดตามมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เกี่ยวกับรายได้ของพรรคการเมือง ตรงนี้ไม่มีการระบุข้อห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงิน ตามหลัก กฎหมายถ้าไม่มีข้อห้ามถือว่าทำได้ เรื่องการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ถือว่าชัดเจนและมีหลักฐานครบสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรน่าวิตก ผิดกับกรณีที่กองทัพบกได้อนุมัติปล่อยเงินกู้ 1,200 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยให้แก่บริษัท RTA Entertainment จำกัด ที่กองทัพบกถือหุ้นอยู่ 50% และอีก 50% ถือหุ้นโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทั้งที่บริษัทนี้มีทุนจดจัดตั้งเพียง 10 ล้านบาท ตรงนี้น่าสงสัยและน่าตรวจสอบกว่ากรณีของเราเยอะ

ขู่ กกต.มีพิรุธระวังเจอฟ้อง ม.157

พล.ท.พงศกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเอกสารหลุดจาก กกต.ถึงแนวทางการดำเนินการอาจให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค ตนคิดว่า กกต.ควรทำอะไรให้ตรงไปตรงมาและชี้แจงกรณีนี้ให้กระจ่าง ตอนนี้ยังดูหลักฐานในคดีนี้ไม่ครบและยังไม่ได้สืบพยานเลย แต่กลับมีเอกสารและข่าวหลุดออกมาแล้ว แบบนี้ทำให้คนสงสัยว่า กกต.มีธงในการตัดสินคดีหรือไม่ ที่ผ่านมา กกต.เรียกหลักฐานมาหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับคดีการกู้เงินเลย ตนขอแนะนำให้ กกต.ดำเนินการตามขั้นตอนแบบตรงไปตรงมา หากทำอะไรโดยที่ไม่สนใจขั้นตอน หลักฐานและการสืบพยาน ใช้แต่อำนาจที่มี ทางเราขอสงวนสิทธิที่จะฟ้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

“ชูศักดิ์” มั่นใจ “ธนิก” ไม่ขาดคุณสมบัติ

อีกเรื่อง ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาคุณสมบัตินายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ขาดคุณสมบัติในการสมัครเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า กกต.เขต 7 ขอนแก่น ให้การรับรองคุณสมบัติของนายธนิกแล้วแต่มีคนร้องเข้ามา กกต.จึงพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 11 ธ.ค. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ห้ามผู้สมัครไปสมัครในเขตอื่นพร้อมกันรวมไปถึงระบบบัญชีรายชื่อ ป้องกันไม่ให้ผู้สมัครจับปลาหลายมือ แต่บังคับใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา

ยกคำพิพากษาศาลกรณียโสธรหักล้าง

นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อม บัญชีรายชื่อถูกล้างไปแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักคน จะใช้ข้อห้ามนี้กับคนถึง 4 ปี โดยทำอะไรไม่ได้เลยถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ นายธนิกเกรงว่าจะมีปัญหาร้องเรียน จึงได้ยื่นลาออกจากระบบบัญชีรายชื่อของพรรคไปก่อนหน้านี้แล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และนายธนิกเองได้ยื่นหลักฐานทั้งหมดให้ กกต.กลางไปแล้ว ในอดีตเคยมีกรณีเช่นนี้ที่ จ.ยโสธร ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไปสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ฝ่ายตรงข้ามร้อง กกต. แต่ศาลพิจารณาว่าถอนออกจากระบบบัญชีรายชื่อ แต่ถูกห้ามลงสมัครในระบบเขต ดังนั้น กรณีนี้คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

“อนุดิษฐ์” ตอกทำหนังสือถาม กกต.แล้ว

ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี กกต.จะพิจารณาคุณสมบัตินายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค ดำเนินการอย่างรอบคอบ ทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต. และเทียบเคียงกรณีต่างๆ ประกอบกับข้อเท็จจริงเห็นว่าไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ที่สำคัญคือ กกต.พิจารณาหลักฐาน และรับรองการลงสมัครของนายธนิกแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบ โปร่งใสและเป็นธรรม เชื่อมั่นว่านายธนิกมีคุณสมบัติ

“ธรรมนัส” ให้สาบานเลือก “สมศักดิ์”

ที่หอประชุมโรงเรียนหนองเรือวิทยา อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานตอนบน พร้อม ส.ส.พรรคลงพื้นที่หาเสียงให้กับนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวปราศรัยชวนประชาชนดื่มน้ำสาบานเพื่อยืนยันจะให้การสนับสนุน พปชร. พร้อมกล่าวว่า ตนลงพื้นที่ภาคอีสานมากที่สุด เป็นรัฐมนตรีจากลูกชาวนา เข้าถึงเข้าใจทุกปัญหาทุกความต้องการ ถ้าอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงต้องเลือกผู้สมัครของพรรครัฐบาลจะมาช่วยแก้ปัญหาโดยเฉพาะความเป็นอยู่ครอบคลุมรอบด้าน มั่นใจนายสมศักดิ์จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.สำเร็จเติมเสียงของรัฐบาลให้ครบ 255 เสียงอย่างแน่นอน

“ชวน” นำสมาชิกสภาฯวางพานพุ่ม

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ส.ส. ข้าราชการรัฐสภา วุฒิสภา ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าและผู้แทนพรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา วางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระรูปต้นแบบพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณา ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้กับปวงชนชาวไทย

“ศุภชัย” เชื่อถกญัตติแก้ รธน.ไร้ปัญหา

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สอง กล่าวถึงการประชุมสภาฯวันที่ 11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาหรือมีประเด็นต้องวิตก การควบคุมต้องยึดข้อบังคับการประชุมสภาฯเป็นหลัก จะมี ส.ส.อภิปรายจำนวนมาก หากวันที่ 11 ธ.ค.อภิปรายไม่เสร็จจะต่อในการประชุมครั้งถัดไป อาจเชิญ ส.ส.ผู้เสนอญัตติทั้ง 6 ญัตติมาพูดคุยกันก่อน ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกออกหมายจับ ยังมีสถานะเป็น ส.ส. จะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ ตนไม่ทราบ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า สถานะของ พ.ต.ท.ไวพจน์คือนักโทษไม่เหมาะสมจะมาร่วมประชุมสภาฯ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของบุคคล

“วิษณุ” บอกส่ง 18 มงกุฎไปแทนหนุมาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หลังจากที่ประชุมสภาฯมีมติตั้ง กมธ.เรียบร้อยแล้วดำเนินการ ได้เลย เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มองกันว่ารัฐบาลไม่จริงใจ ไม่ส่งคนระดับบิ๊กเข้าไป นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าส่งคนแบบบิ๊กๆไป สื่อจะไปมองอีกแบบหนึ่ง อาจมองว่าส่งคนไปห้ำหั่นโรมรันพันตู สมมติส่งตน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อย่างนี้บิ๊กหรือไม่ แล้วเสียงวิจารณ์จะออกมาอย่างไร เริ่มต้น เขาก็ตีกันก่อนแล้วว่าไม่เอานายมีชัย นายบวรศักดิ์ นายวิษณุ ฉะนั้นก็ไม่ส่งระดับหนุมาน แต่ส่งระดับ 18 มงกุฎไป เมื่อถามว่า ทำไมจึงเรียก กมธ.ว่าอยู่ใน ระดับ 18 มงกุฎ นายวิษณุกล่าวว่า “อ้าวลูกน้องของหนุมานเขาเรียก 18 มงกุฎ พวกคุณไม่รู้เหรอ” เมื่อถามย้ำว่า 18 มงกุฎในความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ไม่จริงจัง เหมือนโจร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ในรามเกียรติ์คำว่าระดับบิ๊กคือ หนุมาน พาลี สุครีพ ชมพูนท แต่ถ้าระดับอื่นเขาเรียกว่าเป็น 18 มงกุฎ เป็นลิง 18 ตัวสวมมงกุฎ

“เทพไท” ชี้ ปธ.กมธ.พิสูจน์ พปชร.จริงใจ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอถือฤกษ์เอาวันรัฐธรรมนูญเป็นจุดเริ่มต้นการรณรงค์ศึกษา แก้ไข เปลี่ยนแปลง ให้รัฐธรรมนูญของไทยเป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากล ในวันที่ 11 ธ.ค.จะเป็นวันพิจารณาญัตติตั้งคณะ กมธ.ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในที่ประชุมสภาฯ ก่อนการประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เชิญผู้เสนอญัตติทุกคนเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทาง ระยะเวลาอภิปรายของผู้เสนอญัตติ ตนจะอภิปรายต่อจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผู้เสนอญัตติที่ 1 ตนจะนำเสนอ 3 ประเด็นคือ 1.จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ต่อรัฐธรรมนูญ 2560 2.ทำไมต้องมีเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 3.ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแก้ไขมาตรา 256 มาตราเดียว ส่วนตำแหน่งประธานคณะ กมธ.ชุดนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ต้องจับตาดูว่าส่งใครมาเป็นประธาน จะบ่งบอกถึงเจตนาของพรรคพลังประชารัฐว่าจริงใจในการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน ต้องการให้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อ 12 สำเร็จหรือไม่

สัญญาณดีตั้ง กมธ.ศึกษา รธน.ได้

พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประชุมสภาฯวันที่ 11 ธ.ค.เพื่อพิจารณาญัตติด่วนให้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ตามที่เราหาเสียงไว้ การตั้ง กมธ.ชุดนี้เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญ อยากให้ทุกพรรคทุกฝ่ายมาร่วมกันช่วยศึกษาว่ามีส่วนไหนต้องแก้ไขบ้าง หากตรงไหนดีเราจะคงไว้ แต่ส่วนไหนพบว่ามีปัญหาส่งผลกระทบและผลเสียเราควรแก้ไขให้ดีขึ้น ตอนนี้เราเป็นสภาฯที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เราควรว่ากันไปตามกติกาและขั้นตอน ผู้มีอำนาจไม่ควรใช้อำนาจมาปิดกั้นหรือกดดัน จากที่ดูกระแสจากหลายพรรคมีสัญญาณที่ดี เชื่อว่าการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน จะไม่ซ้ำรอยกับการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 ที่ถูกโหวตล่ม

“ชูศักดิ์” ไม่มั่นใจรัฐบาลเอาด้วย

ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิปพรรคร่วมฝ่ายค้านหารือเตรียมพร้อมการประชุมสภาฯวันที่ 11 ธ.ค. มีวาระสำคัญการพิจารณาญัตติศึกษาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พรรคต้องหารือกันเพื่อกำหนดท่าทีการอภิปราย และการตั้งคณะ กมธ.ในการประชุมสภาฯคงมีการอภิปรายเรื่องดังกล่าว เพราะแต่ละพรรคเตรียมผู้อภิปรายไว้หลายคน คาดว่าวันที่ 12 ธ.ค. คงจะตั้ง กมธ.กันได้ เมื่อถามว่า มั่นใจในรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่าจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจ คงพูดอะไรชัดเจนไม่ได้ แต่ดูจากท่าทีเหมือนกับอยากให้ศึกษา 180 วัน แต่จะจริงใจถึงขนาดต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นไม่มั่นใจ

ยัน พท.ไม่มีใครคิดปันใจพลิกขั้ว

ต่อมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กระแสข่าวรัฐบาลเตรียมปรับ ครม.ยึดคืนรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อดึง ส.ส.ฝ่ายค้านมาสนับสนุนเพิ่มเสถียรภาพรัฐบาลว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องปกติของการบริหาร เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับการทำงานขาดประสิทธิภาพของรัฐมนตรี เพื่อปรับให้การทำงานดีขึ้น แต่ข่าวที่ออกมาดูเหมือนจะปรับเปลี่ยนเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลมากกว่า ไม่รู้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร กระแสข่าวจะดึง ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนไปร่วมรัฐบาล เชื่อเป็นแค่ข่าวปล่อยดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าเรามีอุดมการณ์และจุดยืนเหมือนเดิม ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอันขาด ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องยังเป็นแกนนำบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยคงไม่สามารถไปร่วมสังฆกรรมเพื่อสืบทอดอำนาจได้ เชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกคนจะยึดมั่นแนวทางเดียวกับพรรค กรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขอก้าวล่วงพรรคอื่น แต่ในฐานะนักการเมืองเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิตัดสินใจบนข้อมูลและอุดมการณ์ตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนเข้าหรือออกจากพรรค ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวดังกล่าว

ทีมสอบจ่อเรียก 3 ส.ส.สวนมติแจง

เมื่อถามถึงความแน่นแฟ้นในพรรคร่วมฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า มั่นใจในสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคน เชื่อว่าเราผ่านมาจนถึงจุดนี้ได้ ทุกพรรคและสมาชิกทุกคนมีภูมิต้านทานต่ออำนาจและแรงจูงใจของฝ่ายตรงข้าม เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าพวกเราจะยืนหยัดทำงานตรวจสอบรัฐบาลเพื่อประชาชนอย่างเข็มแข็งต่อไปแน่นอน ส่วนการสอบสวน 3 ส.ส.ของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคฝ่ายค้าน คณะกรรมการสอบสวนเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.กำหนดกรอบแนวทางตรวจสอบ อีกไม่นานจะเรียก ส.ส.ทั้ง 3 คนมา ส่วนที่ประชาชนบางส่วนไม่พอใจถึงขนาดเผาพริก เผาเกลือแช่ง น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย สะท้อนว่าประชาชนสนใจ คนที่ลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย การลงคะแนนที่ไม่เป็นไปตามมติพรรคเพื่อไทย ผู้สนับสนุนจึงเกิดความไม่พอใจพรรคเพื่อไทยก็ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการตรวจสอบ

โบ้ยข่าวปล่อย “เฉลิม” คุมข้อมูลซักฟอก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพรรคเพื่อไทย ดูแลภารกิจติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ทราบจากที่เป็นข่าวออกมาได้สอบถามหัวหน้าพรรคบอกว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ผู้ใหญ่หลายคนภายในพรรคบอกว่ายังไม่ได้พูดถึง ข่าวจากแหล่งข่าวพิสูจน์ไม่ได้ ไม่ทราบผู้ปล่อยข่าวมีเจตนาเปรียบเทียบบุคคลสำคัญในพรรคให้เกิดประเด็นขึ้นมาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นบุคลากรสำคัญของพรรค มีความพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของทุกคนในพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์หรือคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อมีเรื่องใด ได้ยกหูโทรศัพท์หา ร.ต.อ.เฉลิม ขอคำปรึกษาได้รับความเมตตาและได้รับคำปรึกษาที่ดีตลอด

ฝ่ายค้านขอ 12 ชม.อภิปรายตั้ง กมธ.

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าเรื่องนี้ต้องอภิปรายอย่างกว้างขวาง ต้องให้สมาชิกได้ใช้เวลาอภิปรายให้มากที่สุด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน มีสัญญาณว่าประธานสภาฯ นัดประชุมกับเจ้าของญัตติทั้งหมดวันที่ 11 ธ.ค.น่าจะเชิญไปคุยเรื่องการบริหารจัดการเวลา ต้องเรียนผ่านไปยังท่านเพื่อขออภิปรายอย่างครอบคลุมกว้างขวาง วันที่ 11 ธ.ค.น่าจะมีเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ไม่น่าจะพอต้องข้ามไปอีก 1 สัปดาห์

ลากปมที่ดิน “ปารีณา” ขึ้นเขียงซักซอก

นายสุทินกล่าวถึงท่าทีฝ่ายค้านต่อปัญหาที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีหลายคนถามกันมากว่าทำไมฝ่ายค้านไม่มีท่าที ไม่มีแอ็กชันเรื่องนี้ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เรากำลังจับตาเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด แต่ไม่พูดเพราะจะดูการทำงานของรัฐบาลว่าจะจบอย่างไร กำลังดูลีลารัฐบาล คิดว่าเป็นเรื่องชวนนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างยิ่ง วันนี้ได้เห็นการทำงานของรัฐบาลหลายอย่างเป็นข้อสังเกต อย่าคิดว่าฝ่ายค้านเพิกเฉย แต่เราเฝ้ามองเฝ้าดูอยู่ ขอฝากสังคมด้วยว่าเราไม่ละทิ้ง เบื้องต้นความผิดอยู่ที่ ส.ส. แต่ถ้าเดินต่อไปอีกช่วงหนึ่งจะลุกลามมาเป็นความผิดของรัฐมนตรีและรัฐบาล ถึงตอนนั้นฝ่ายค้านต้องแอ็กชันและลงแส้

ลั่นต้องโดนทั้งยวง โอ่มีสตอรีเรื่องใหญ่

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯกำกับดูแล ส.ป.ก.หรือไม่ที่ต้องถูกจับตา นายสุทินกล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องหลายคน ถ้าช่วยกันต้องโดนหลายคน ถ้าจะอุ้มกันก็ดีจะได้โดนกันไปทั้งทีม เรื่องนี้ทำงานเป็นคณะน่าจะโดนกันไปทั้งหมด จนถึงคนกำกับดูแลสูงสุด อยู่ที่ว่าเรื่องจบอย่างไรเราสนใจตรงนี้และดูลีลาไปก่อน เป็นเรื่องกระทบจิตใจชาวบ้านเขามองอยู่ ต้องตอบให้ชัดกว่านี้ ตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องตอบได้ไม่ชัดว่าทำไมคืนแล้วถึงจบ และเรื่องกฎหมายต้องดูให้ชัดเรากำลังศึกษาข้อกฎหมายอยู่ รัฐบาลควรทำที่สุดคือต้องคำนึงถึงความรู้สึกชาวบ้าน ต้องคำนึงถึงมาตรฐานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่เช่นนั้นต่อไปไม่ว่าใครก็เข้าไปรุกที่ได้ ทำมาหากิน 9-10 ปีพอได้กำไร พอจับได้แล้วก็คืนจบหรือ ควรอภิปรายหรือไม่ในเมื่อมันเป็นเรื่องขนาดนี้ถ้าปล่อยไปแสดงว่าเราละเลยเรื่องที่หายใจรดต้นคอรัฐบาลอยู่ แต่ยังมีอีกหลายเรื่อง เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เทียบกันไม่ได้กับเรื่องใหญ่เพราะเรื่องใหญ่มีเป็นสตอรี

อัดกระบวนการคัด ส.ว.ขัด รธน.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีไอลอว์เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. 250 คน น่าจะมีปัญหาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหา ส.ว. สำหรับให้ คสช.พิจารณาแต่งตั้งว่า มีความรู้ ประสบการณ์ด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง แต่พบว่ากรรมการทั้งหมด ล้วนเกี่ยวข้องใกล้ชิดโดยตรงกับ คสช.หลายรายที่ได้รับการสรรหาเป็น ส.ว.มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับกรรมการสรรหา ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาตามรายชื่อดังกล่าว อาจกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 (1) ประเด็นไม่เป็นกลางทางการเมืองชัดเจน กรรมการสรรหามีส่วนสรรหาตัวเองหรือพวกพ้องที่เป็นกรรมการสรรหาด้วยกัน ถือเป็นการกระทำขัดกันซึ่งผลประโยชน์ ขัดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อทุกอย่างไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์จึงเสียหายไปทั้งหมด

สับ “บิ๊กตู่” น่าละอายชงเองกินเอง

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว. กลาโหมและเครือข่าย รู้สึกละอายถึงที่มาที่ไม่สง่างามของตัวเองและพวกพ้องหรือไม่ ตอนมี ส.ว.เลือกตั้ง คนพวกนี้ทำลายเครดิตสารพัด โจมตีว่าเป็นสภาฯ ผัวเมีย ทั้งที่เสนอตัวให้ประชาชนเลือก แต่ ส.ว.ชุดนี้ชงเอง กินเอง ตบเอง ตั้งพวกพ้องญาติพี่น้อง เข้ามาหน้าตาเฉย เพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สืบทอดอำนาจ 249 เสียง จาก 250 เสียง จะไม่ให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความตกต่ำของการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญนี้ได้อย่างไร

“เจ๊หน่อย” ชวน ปชช.ร่วมเขียน รธน.

วันเดียวกัน แกนนำพรรคเพื่อไทย พากันโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคระบุว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบัน สร้างปัญหาและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง ทีมเพื่อไทย จึงขอชวนคนไทยมาร่วมกันเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ ไปด้วยกัน รัฐธรรมนูญเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ จะต้องเขียนขึ้นด้วยมือของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับที่เขียนด้วยเนติบริกรหน้าซ้ำ นักปฏิรูปหน้าเดิม ที่มีเป้าหมายเพื่อเน้นสืบทอดอำนาจแบบที่สาธารณชนจดจำกันอยู่ในเวลานี้

ไล่เครือข่าย รปห.ถอยได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค เรียกร้องให้เครือข่ายรัฐประหาร ที่เคยอ้างว่าจะเข้ามาสู่การเมืองเพียงชั่วคราว เพื่อระงับความขัดแย้งทางการเมือง รีบถอยออกไปจากการเมือง ยอมเปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่กินได้ ประชาชนอยู่ดีมีสุข ไม่ใช่อดอยากยากจนหรือไม่มีจะกิน เหมือนเช่นทุกวันนี้ ที่อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ไม่สามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจหรือเครือข่ายกลุ่มคนยกร่างมาได้เลย หรือสร้างวาทกรรมว่าควรแก้รัฐธรรมนูญทีหลังปากท้องมาก่อน บิดเบือนเอาตัวรอดรายวัน

ม็อบปทุมฯ เผาพริกเผาเกลือไล่ “ก้อย”

ช่วงสาย บริเวณริมถนนลำลูกกา (คลอง 4) ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีกลุ่มประชาชนถือป้ายขับไล่ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย มีนายสมชาติ นาคบรรจง เป็นแกนนำ อาทิ “คนปทุมฯ ไม่เอางูเห่า ออก...ไป” และ “มึงต้องลาออกจาก ส.ส.ทันที ออกไป ...” นอกจากนี้ ยังทำหุ่นฟาง 1 แทนรูป “ก้อย” พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยแปะติดไว้ จากนั้นย้ายไปชุมนุมที่บ้านนายสมชาติไม่ไกลกัน หลังนายสมชาติอ่านแถลงการณ์ว่าพฤติกรรม ส.ส.คนนี้ ขัดมติพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ยอมวอล์กเอาต์ ทำให้รัฐบาลชนะโหวตคว่ำญัตติตั้ง กมธ.ศึกษามาตรา 44 สนับสนุนอำนาจเผด็จการทรยศต่อประชาชนผู้สนับสนุนอุ้มชูมา เป็นพฤติกรรมงูเห่าไม่เหมาะสมกับ ส.ส.จึงมาขอคะแนนคืน ขอให้ลาออกจาก ส.ส.โดยเร็วเลือกตั้งใหม่ จากนั้นเผาหุ่นฟางเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง

“ธนาธร” วิ่งเพื่อ ปชต.โดนปรับ 200

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สวนสาธารณะบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนายคารม พลพรกลาง นายสุรวาท ทองบุ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรม “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” ท่ามกลางชาวร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมจำนวนมาก ก่อนเริ่มวิ่งเกิดความวุ่นวายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชี้แจงให้ยุติใช้เครื่องขยายเสียงในพื้นที่ของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ทั้งที่ได้ทำหนังสือขอและได้รับอนุญาตแล้ว แต่สุดท้ายเพิ่งจะมีหนังสือตอบกลับมาไม่ให้ใช้พื้นที่กระชั้นชิดมาก ตำรวจต้องดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรมตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 โทษปรับ 2 กรรม กรรมละ 100 บาท คือ 1.ใช้เครื่องขยายเสียงก่อนนายธนาธรมาถึง และ 2.นายธนาธรใช้เครื่องขยายเสียงรวมค่าปรับ 200 บาท

ลั่นลูกหลานต้องไม่เจอรัฐประหารอีก

นายธนาธรกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้เมื่อ 87 ปีที่แล้วเรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร แต่วันนี้ประชาชนสงสัยว่าตกลงเราปกครองประเทศด้วยระบอบประชา-ธิปไตยครึ่งใบหรือระบอบเผด็จการครึ่งใบ หรือระบอบประชาธิปไตยแบบลุงๆ เรามีรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญแล้ว 20 ฉบับ มากกว่าประเทศใดในโลก กลุ่มนายทหารเข้ายึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.2557 ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งแล้วเขียนใหม่ เพื่อให้ได้ครองอำนาจต่อไป ชัดเจนที่สุด ส.ว.250 คน ที่ประชาชนไม่ได้เลือก หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระต่างๆ ที่ประชาชนไม่เคยได้เลือก ถึงเวลาต้องลุกขึ้นมาบอกว่าเราไม่ยอมให้รัฐประหารยึดอำนาจเกิดขึ้นอีก ต้องแสดงพลังเราจะไม่ทนกับระบอบที่กดขี่แบบนี้ ลูกหลานต้องไม่เจอรัฐประหารอีก วันนี้มาเฉลิมฉลองด้วยการวิ่งร่วมกันเป็นสัญญาณบอกพวกเขาว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน จากนั้นนายธนาธร ร่วมวิ่งรอบบึงพลาญชัย พากันตะโกน “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ อนาคตใหม่สู้ๆ ธนาธรสู้ๆ” เป็นระยะ

“ปิยบุตร” ปลุกพลัง นศ.รื้อ รธน.เพื่อ ปชช.

ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ริมถนนศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นำนักศึกษาร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันรัฐธรรมนูญประจำปี 2562 เขียนข้อความลงในกระดาษและหมวกกระดาษ หัวข้อ “ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน เพื่อ?” และ “ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช.เพราะ?” มีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น มีแนวร่วม อาทิ นายจตุรภัทร บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ต่อมานายปิยบุตรไปที่ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น เปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “รัฐธรรมนูญกับปัญหาสิทธิมนุษยชน” ตอนหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันทุกคนรู้ว่าร่างขึ้นแก้แค้นและเอาคืน ส.ส.จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของประชาชน ทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญจากการสืบทอดอำนาจและรัฐประหาร เราต้องหาทางออกจากรัฐธรรมนูญปี 60 ให้ได้ วันนี้กระแสสังคม พรรคการเมืองหรือแม้กระทั่งนักการเมืองหลายพรรค มีการรณรงค์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาต้องหาทางแก้ให้ได้

“จุรินทร์” ไม่มีปัญหา “พีระพันธุ์” ไขก๊อก

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค ลาออกจากสมาชิกพรรคว่า ได้พูดคุยแล้วเมื่อคืนวันที่ 9 ธ.ค. เป็นการตัดสินใจเรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตน ยังเคารพกัน อวยพรขอให้โชคดี ทำงานกันมายาวนาน การเข้าออกในพรรคเป็นเรื่องปกติ และการลาออกของสมาชิกมีอยู่ทุกสมัย อย่าด่วนสรุปว่าพรรคกำลังมีปัญหา สมาชิกพรรคลาออก ไม่เกี่ยวข้องว่าไม่มีบทบาทในพรรค ทุกคนมีหน้าที่ต่างทำงานเต็มที่ ภายใต้อุดมการณ์พรรค จะเดินหน้านำพาพรรคไปอย่างมั่นคง ไม่อยากให้พอมีสมาชิกลาออกคนหนึ่งก็โทษพรรคที ไม่ยุติธรรมกับพรรคและคนทำงานกำลังพาพรรคไปข้างหน้า เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์ลาออกเพื่อที่จะไปเป็นรัฐมนตรีในพรรคอื่นหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่าไม่สามารถตอบได้จะเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบเอง ตอบแทนใครไม่ได้

ยันสัมพันธ์ ปชป.รบ.ยังแน่นปึ้ก

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ให้พรรคประชาธิปัตย์ออกจาก ครม.บางตำแหน่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอชี้แจงอะไร ข่าวไม่ได้มาจากตน เล่นการเมืองมานาน อยู่มาหลายรัฐบาล ทำมาทุกหน้าที่เข้าใจกระบวนการทางการเมือง การปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับนายกฯ หากปรับขอให้แจ้งมาพรรคไม่มีปัญหาพร้อมตัดสินใจ บางครั้งเกิดกระแสข่าวรายวันไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพรัฐบาล และตอบล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์แค่พรรคลำดับสอง พูดไปยิ่งทำลายสถานการณ์และยิ่งสร้างปัญหาให้กับพรรคแกนนำหลัก ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าหากตัดสินใจทำงานร่วมกับใครแล้วทำด้วยความจริงใจ จับมือเดินไปด้วยกัน การปรับยังไม่เกิด หากมีส่วนใดเกี่ยวกับพรรคขอให้แจ้งมา พรรคไม่มีปัญหาใดๆ พร้อมตัดสินใจได้ทันที มีหลักการตัดสินใจอยู่แล้ว

ย้ำแก้ รธน.ต้องนำไปสู่ภาคปฏิบัติ

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังมีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พรรคเข้าร่วมรัฐบาลมีเงื่อนไขหนึ่งคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม รวมถึงพรรคพลังประชารัฐยอมรับเงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้นคู่กับนโยบายประกันราคา เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯได้ข้อสรุปอย่างไร รัฐบาลต้องนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ชัดแล้วว่า จะแก้ไขมาตราอะไร ลงลึกขนาดนั้นแล้วศึกษามาครบแล้ว อย่างน้อยที่สุดหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขหมวดนี้ก่อน สุดท้ายรัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้เลย ต้องสะเดาะกุญแจดอกนี้ออกก่อน ประตูประชาธิปไตยถึงจะเปิดได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเริ่มต้นได้ เมื่อถามว่าการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรจบลงแค่การทำรายงานและส่งรัฐบาลเท่านั้นใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ต้องนำไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป นี่ก็ชัดแล้ว ไม่ได้ตอบอะไรไม่ชัด

“ชวน” บอกเคยเจอกันมาแล้ว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงกระแสข่าวปรับบางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ออก น่าจะลือกันไปเองมากกว่าตนก็ไม่ทราบ ฟังมาจากข่าวเหมือนกัน ต้องเอาใจช่วยพวกที่ยังอยู่ คนไปก็โอเค คนที่ดีมีคุณภาพแต่ออกไปเราก็เสียดาย แต่ต้องให้กำลังใจคนที่อยู่ พยายามให้ความเห็นใจกับคนที่อยู่ทุกคน เพราะเป็นสิ่งที่เราเคยเจอกันมา เมื่อถามว่าช่วงนี้พรรคประชาธิปัตย์มีข่าวลือมาก ล่าสุดมีกระแสข่าวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะวางมือทางการเมือง นายชวนย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า ท่านเลขาฯพรรคจะลาออกด้วยเรื่องอะไร ข่าวลือต้องมีมูลว่ามีสาเหตุจากเรื่องอะไร นายเฉลิมชัยเป็นคนหนึ่งที่ทำงาน ประสานงานให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างดี

“อู๊ดด้า” เตือน ส.ส.โหวตสวนถูกขับทิ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำชับ ส.ส.ของพรรคถึงหลักการและกติกาการทำงานร่วมกันในรัฐบาลว่า ต้องยึดมติวิปรัฐบาลเพราะเสียงข้างมากในสภาฯ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลในระบบรัฐสภา โดยได้ยกเหตุการณ์ในอดีตที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่ลงมติตามมติวิปรัฐบาล เช่นรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ที่พรรคความหวังใหม่โหวตสวน สุดท้ายก็ต้องเชิญออกจากพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ลงมติตามวิปรับบาล ก็ถูกออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน และย้ำว่า ตนไม่กลัวว่าพรรคจะถูกออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ต้องการบอกถึงการทำงานในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

ลือหึ่งคนสนิทอ้าง “เฉลิมชัย” วางมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.มีกระเเสข่าวลืออ้างแหล่งข่าวคนใกล้ชิดนายเฉลิมชัย ระบุนายเฉลิมชัยอยากวางมือทางการเมืองและด้วยปัญหาสุขภาพ เพราะเบื่อหน่าย เครียดมากตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนเผด็จการตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน เป็นจุดหักเหสำคัญของพรรคแตกแยกกันมากที่สุด ผลการเลือกตั้งเกือบสูญพันธุ์ใน กทม.และภาคใต้ มีปัญหารุมเร้าจากการเมืองในพรรคและทีมงานของพรรค ที่ส่งมาจัดการภายในกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งมี 4 รัฐมนตรีจาก 4 พรรคเริ่มมีรอยร้าวในการทำงาน จากการโยกย้ายข้าราชการ ส่วนใหญ่วิ่งเต้นกับผู้ใหญ่ทางสายใต้จะได้ดี การแบนสารพิษ 3 สาร การตัดลดงบฯกรมต่างๆที่รัฐมนตรีต่างพรรคดูแล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะมีการปรับ ครม.ต้นปีหน้าหรืออย่างช้าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะ ครม.เศรษฐกิจ มีการปรับเปลี่ยนแน่นอน ดึงคนนอกเข้ามาร่วมรัฐบาลเตรียมแก้ปัญหาในประเทศทุกมิติ ที่ผลจากเศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างเห็นชัดด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก

“เสี่ยต่อ” โต้ทันทีข่าวเท็จยันใจเกินร้อย

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุม ส.ส.พรรคพิจารณาวาระการประชุมสภาฯ มีนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี เป็นประธาน ระหว่างประชุมนายเฉลิมชัยได้กล่าวกับ ส.ส.ถึงข่าวลือหาว่าถอดใจมีปัญหาจะวางมือการเมืองเป็นข่าวเท็จ ไม่ทราบออกมาได้อย่างไร ใจตนเกินร้อย วันนี้ยังสู้ทุกอย่าง อ้างว่าข่าวมาจากคนใกล้ชิดไม่รู้ว่าเป็นใคร ยังแข็งแรงเข้มแข็งดี พร้อมสู้เดินหน้าพาพรรคกลับมาอยู่จุดที่เราเคยอยู่อีกครั้ง ไม่ต้องกังวลว่าจะถอดใจ ถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้วเต็มร้อยทุกเรื่อง ประชาธิปัตย์คือบ้าน อยากให้ทุกคนเดินไปกับตนให้เป็นหนึ่งเดียว อยากให้ทุกคนช่วยกันเดินไปพร้อมกันด้วยความเป็นหนึ่งเดียว

“ราเมศ” รู้ทันพวกไม่หวังดีปั่นข่าวแซะ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายเฉลิมชัยไม่เคยกล่าวว่าจะวางมือทาง การเมือง ตั้งใจทำงาน ไม่เคยคิดถอดใจ เรื่องเสียงใน สภาฯ และการทำงานของรัฐบาล นายเฉลิมชัยย้ำว่าพูดคุยกันเรียบร้อย ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ย้ำร่างกายแข็งแรงดีมากไม่ได้มีปัญหา คนปล่อยข่าวเชื่อว่าไม่หวังดีอาศัยช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล เลยอาศัยช่วงนี้ปล่อยข่าว เพื่อให้นายเฉลิมชัยเสียหายทางการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจยุบอนาคตใหม่พงศกร รอดชมภูกู้เงินกองทัพบกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้