“จุรินทร์” อัดคนปล่อยข่าว รัฐจ่อดีด ปชป.ออกพรรคร่วม ไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพรัฐบาล บอกปรับครม.ขอแค่บอก แจง “พีระพันธุ์” ลาออกเหตุผลส่วนตัว ขออย่าโยง กก.บห.ชุดใหม่ทำงานล้มเหลว

วันที่ 10 ธ.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่าการลาออกเป็นเรื่องส่วนตัว และย้ำว่าไม่ได้มีปัญหากับหัวหน้าพรรค ยังให้ความเคารพนับถือเหมือนเดิม ส่วนที่เสียงวิจารณ์ว่าการลาออกนั้นเพราะมีปัญหาภายในพรรคนั้นจะด่วนสรุปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีสมาชิกหลายคนลาออกและสมัครเข้าพรรคเป็นปกติทุกยุคสมัย ไม่เกี่ยวว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ ถ้าถามตนเองก็ไม่อยากให้มีใครลาออก อยากให้ทำงานร่วมกับพรรคไปตลอด แต่เมื่อเกิดจากการตัดสินใจของแต่ละคน ก็ต้องเคารพ บางครั้งเค้าอาจมีเหตุผลส่วนตัว ส่วนพรรคอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแบบนี้มาทุกยุคสมัย พร้อมปฏิเสธว่านายพีระพันธุ์ลาออกเพราะจะไปนั่งตำแหน่งรัฐบาลที่อาจถูกริบไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้อนาคตเป็นคำตอบเพราะไม่ได้อยู่ในฐานะที่ตอบเรื่องนี้ได้

พร้อมกันนี้ขออย่าสรุปที่คนเก่าคนแก่ของพรรคเดินออกจากพรรคในยุคที่ตนเองเป็นหัวหน้าพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ที่เข้ามาแล้วพยายามปรับเปลี่ยนพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเดินหน้าไปสู่ความทันสมัยโดยไม่ทิ้งอุดมการณ์เดิม เรื่องนี้ให้คนที่ลาออกเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลจะดีที่สุด โดยไม่ต้องการให้นำกรณีที่มีบุคคลลาออกจากพรรคมาโทษพรรคอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคและคนที่ทำงาน และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่ายังมั่นคง พร้อมที่จะนำพาพรรคเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่

...

นายจุรินทร์ ยังระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับพรรคประชาธิปัตย์ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล และลดบทบาท ว่าไม่ขอชี้แจงเรื่องนี้ เพราะข่าวไม่ได้ออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะมาจากไหนก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าประสบการณ์การเมืองเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่อายุ 36 อยู่ร่วมรัฐบาลหลายสมัย เข้าใจกระบวนการการเมืองดี โดยการปรับ ครม.หากจะมีก็มีได้ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเป็นคนตัดสินใจ เพราะหากปรับจริงขอแจ้งมา พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อม ยินดีที่ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งการปล่อยข่าวรายวันสุดท้ายไม่ได้มีประโยชน์กับเสถียรภาพของรัฐบาลนี้ และจะทำให้พรรคแกนนำต้องเหนื่อยหนักเข้าไปอีก เพราะสุดท้ายพรรคแกนนำที่เป็นผู้ตั้งรัฐบาลต้องรับผิดชอบมากกว่าพรรคอื่นๆ ที่มาร่วมรัฐบาล พรรคอื่นๆ ก็เป็นพรรคลำดับสองที่มาร่วมรัฐบาลก็เท่านั้นเอง

พร้อมยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม ที่เป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการร่วมรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย.