"ยุบสภา" ไม่พูดให้โง่! นั่นเป็นวาทกรรมการเมืองอีกชุดหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดอีกก็ถูกอีก เพราะทำให้การเมืองสั่นไหวและละเอียดอ่อนยิ่ง

ไม่ใช่แค่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ฝ่ายค้านที่มีความพยายามจะสอยรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา

ก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกันเท่าใดนัก

เรื่อง “ยุบสภา” นั้นย่อมเกิดผลกระทบในทางการเมือง แสดงถึงเสถียรภาพที่ไม่มั่นคงเลยไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่อไปในทางไม่ค่อยดีนัก

ล่าสุด สำนักโพลแห่งหนึ่งได้สำรวจความเห็นประชาชน แม้จะชื่นชมรัฐบาลขยันขันแข็งในการทำงานบริหาร

แต่ที่ “สอบตก” ก็คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ตรงนี้ต่างหากที่รัฐบาลพึงตระหนักให้มากๆ ซึ่งเป็นภาพลบที่จะต้องหาทางแก้ไขให้รวดเร็วกว่านี้

ที่เห็นอยู่ก็คือการสร้างความเป็น “เอกภาพ” ของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

นายกฯที่ระบุว่าการเมืองไม่ยุ่งก็ควรใช้เวลาหันมามุ่งเน้นเรื่องนี้เป็นหลักไม่ใช่ปล่อยให้รัฐมนตรีว่ากันเอง

หลังจากปัญหาตั้ง กมธ. ม.44 คลี่คลายจนทำให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก็ตาม แต่หาใช่ว่าสภาพการเมืองจะไม่มีปัญหาขึ้นมาอีก

เพราะนั่นยังเป็นภาพลวงตามากกว่า

ที่สำคัญยิ่งก็คือภาพลักษณ์ทางการเมืองของนักการเมืองไทยยังย่ำเท้าเหมือนเดิมไม่ต่างกับที่ผ่านมาแม้แต่น้อย

ทำให้เห็นชัดว่าทำให้ไทยยังเสื่อม จริยธรรมทางการเมืองเน่าเฟะ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธา

แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกฎกติกาที่เข้มข้นกว่าหลายฉบับที่ผ่านมา แต่ในระนาบเดียวกันนั้นต้องยอมรับว่าได้สร้างปัญหาขึ้นมาอีก

...

การแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เป็นปัญหาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างกรณี “งูเห่า” เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้พรรคการเมืองเกิดความวุ่นวายไม่สามารถคุม ส.ส.ได้

“งูเห่า” นั้นเป็นเรื่องของจริยธรรมทางการเมืองที่ไม่ควรเกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นก็จะต้องมีมาตรการลงโทษรุนแรงให้เข็ดหลาบ

เพราะเป็นผลได้เสียการเมืองทั้งระบบ แม้ฝ่ายรัฐบาลที่หวังผลแห่งชัยชนะเป็นด้านหลัก แต่ก็ต้องคำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมอีกด้วย

ไม่ใช่เอาไปโม้เอาไปคุยข่มฝ่ายตรงข้าม

การบริหารประเทศในระยะต่อไปนี้ถือว่าสำคัญยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเรียกศรัทธาจากประชาชน ด้านหนึ่งอย่าไปสร้างพฤติกรรมที่ผิดๆให้เกิดขึ้นมาอีก มีแต่จะต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและให้ความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

การสร้างความสมานสามัคคีของคนไทยทุกกลุ่ม การเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก็เป็นเรื่องที่จำเป็น

เหล่านี้ล้วนทำให้เป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศจะต้องใส่ใจด้วย

การเมืองในปัจจุบันที่เห็นกันอยู่นั้นค่อนข้างจะเปราะบาง พร้อมจะเกิดแรงปะทะกันได้ตลอดเวลา หากไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการทางการเมือง

การบริหารจัดการการเมืองจึงมีความจำเป็นที่จะต้องคิดคำนึง.

“สายล่อฟ้า”