ข่าว
100 year

พิชัย ซัด นายกฯ ยิ่งพูดยิ่งผิด ชี้ รัฐขึ้นค่าแรง ยิ่งแสดงบริหารล้มเหลว

ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2562 12:31 น.
SHARE

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ชี้ ขึ้นค่าแรงแสดงถึงรัฐบาลบริหารล้มเหลว จัดหนัก“บิ๊กตู่” ยิ่งพูดยิ่งผิด ความรู้ด้านเศรษฐกิจยิ่งน้อย เย้ย เศรษฐกิจทรุด การเมืองย้อนยุค และสังคมเสื่อมทราม

วันที่ 7 ธ.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-6 บาททั่วประเทศ แสดงถึงความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตลอด 5 ปี เพราะการขึ้นค่าแรงดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ทั้งผู้ใช้แรงงานและทั้งนายจ้างพอใจเลย โดยผู้ใช้แรงงานคาดหวังว่า รัฐบาลจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-420 บาท ตามที่พรรคพลังประชารัฐได้หาเสียงไว้ ในขณะที่นายจ้างที่เป็นเจ้าของกิจการต้องรับภาระค่าแรงที่สูงขึ้น ทั้งๆ ที่บริษัทกำลังย่ำแย่ การค้าขายฝืดเคือง ธุรกิจทำท่าจะไปไม่รอด ซึ่งถ้ารัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดี เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามศักยภาพทุกปี และรัฐบาลทยอยขึ้นค่าแรงในระดับที่เหมาะสมทุกปี ตลอด 5 ปีผ่านมา ผู้ใช้แรงงานก็น่าจะมีรายได้ขั้นต่ำถึง 400 บาทแล้ว

ในขณะที่หน่วยธุรกิจ ถ้าเศรษฐกิจดี ค้าขายคล่องมีกำไร การขึ้นค่าแรงทีละขั้นทุกปี ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะจะมีกำไรมาแบ่งปันลูกจ้างผู้ใช้แรงงานได้ แต่ในปัจจุบันเศรษฐกิจก็แย่ การค้าขายก็ซบเซา การขึ้นค่าแรงจึงเป็นเหมือนการซ้ำเติมธุรกิจให้ทรุดลงอีก และอาจถึงกับต้องปิดกิจการได้

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ตอนที่พรรคพลังประชารัฐ หาเสียงค่าแรงขั้นต่ำที่ 400-420 บาท แสดงให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ที่มีรัฐมนตรีเศรษฐกิจของรัฐบาลลาออกไปบริหาร ไม่ได้รับทราบสถานะเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศเลย ซึ่งตนได้เคยทักท้วงไว้แล้วว่า อย่าเพียงแต่พูดหาเสียงแต่จะไม่สามารถทำได้เนื่องจากเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด 5 ปี อีกทั้งการลงทุนหดหาย การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ก็ไม่มี การจะขึ้นค่าแรงในธุรกิจเดิมที่ย่ำแย่อยู่แล้ว จะไม่สามารถทำได้ อีกทั้งจะยิ่งผลักให้นักลงทุนไม่มาลงทุนมากขึ้น แต่พรรคพลังประชารัฐ โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและเป็น อดีต รมว.อุตสาหกรรม ก็ยังปากแข็งยืนยันว่า ทำได้แน่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่พูดหาเสียง ทั้งนี้ การประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผิดพลาดยังคงเป็นอยู่ถึงปัจจุบันที่มีแต่นโยบายการแจกเงิน แต่ประเทศไม่ได้พัฒนา ซึ่งจะสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

ประเทศไทยจะต้องเร่งปรับเปลี่ยนการผลิตและการบริการให้มีการใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพื่อที่หน่วยธุรกิจจะสามารถขึ้นค่าจ้างแรงงานได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวัฏจักรการพัฒนาของประเทศรายได้สูงที่พัฒนาแล้ว ซึ่งต้องอาศัยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้

อดีต รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า หากปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยังสับสน วันหนึ่งบอกให้คนพูดเรื่องเศรษฐกิจมากๆ และยังบอกว่าประเทศที่เจริญแล้วประชาชนเขาจะพูดเรื่องเศรษฐกิจกันมาก แต่พอมาอีกวันบอกไม่อยากให้วิจารณ์เศรษฐกิจ เพราะจะทำให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจยาก ทั้งๆ ที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะช่วยกันวิจารณ์เศรษฐกิจเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ควรจะต้องรับฟัง เพราะความรู้ทางเศรษฐกิจของพลเอกประยุทธ์ มีน้อยถึงน้อยมากอยู่แล้ว อีกทั้งยังกล้าบอกว่า ตลอด 5 ปี ประเทศพัฒนาทุกด้าน ซึ่งสวนกับความเป็นจริง เพราะประเทศไทยเสื่อมถอยทุกด้านทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม โดยเศรษฐกิจทรุดต่ำอย่างหนักที่ทุกคนในประเทศรู้สึกได้ หุ้นก็ตกหนัก ด้านการเมืองยิ่งเสื่อมถอย ย้อนหลังไปในอดีตที่ยังมีการซื้อ "งูเห่า" จากพรรคฝ่ายค้าน และยังพยายามหนีการตรวจสอบ แม้กระทั่ง การตรวจสอบการใช้อำนาจเผด็จการด้วย ม. 44 ในอดีต ด้านสังคม ยิ่งเสื่อมทราม มีการใช้ความรุนแรง และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของคนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นผลของการเลียนแบบผู้นำที่เป็นตัวอย่างของความรุนแรงและการลุแก่อำนาจ

"พลเอกประยุทธ์ ยังมีการตำหนิว่า ประชาชนใช้จ่ายเงินแต่งตัวกันมาก และทำจมูก ทั้งที่เป็นสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ คงจะไม่ทราบและไม่มีความรู้ว่าธุรกิจเสริมความงาม มีมูลค่ามหาศาลปีละหลายหมื่นหลายแสนล้านบาทในประเทศไทย โดยมีทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ที่บินมาใช้บริการในประเทศไทย การตำหนิดังกล่าวแสดงถึงความไม่รู้เรื่องทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หากผู้นำยังมีวิสัยทัศน์ที่คับแคบ แถมยังแสดงความเห็นแบบไม่ไตร่ตรองก่อนพูด ก็จะเป็นการยากที่ประเทศไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและยากที่จะพัฒนาได้" นายพิชัย กล่าว... 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย นริพทะพันธุ์อดีตรมว.พลังงานประยุทธ์ จันทร์โอชาขึ้นค่าแรงรัฐบาลบริหารล้มเหลวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-420 บาทบริหารล้มเหลวข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้