ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วิเคราะห์การเมือง : 3 ป.คลุกวงใน กู้เสียงปริ่มน้ำ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ธ.ค. 2562 05:03 น.
    SHARE

    เกมสกัดฝ่ายค้าน “เช็กบิล” ม.44 ย้อนศรเอาคืน คสช.

    หนาวจริง อุณหภูมิลดวูบ ไอเย็นแผ่ถึงคนเมืองกรุง สัมผัสได้

    เร้าบรรยากาศในห้วงเข้าใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    ในอารมณ์ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่เริ่มเร่งเดินหน้าสะสางงานคั่งค้าง เตรียมโปรแกรมเดินทางท่องเที่ยว วางแผนกลับบ้าน ฉลองห้วงเวลาแห่งความสุขกับครอบครัวเพื่อนฝูง

    ตามจังหวะสถานการณ์การเมืองยุ่งๆก็ลดโทนวุ่นวายลงโดยอัตโนมัติ

    ภายหลังช็อตเดิมพันร้อนๆที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนน 244 เสียง ต่อ 5 เสียง โหวตคว่ำญัตติด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44

    ปิดทางเกมเช็กบิลคณะรัฐประหาร

    สกัดเส้นทาง “ย้อนศร” ฝ่ายต้านอำนาจพิเศษล็อกเป้าถล่ม “พี่น้อง 3 ป.” ทวงแค้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้า คสช. ล่อเป้าพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รวมถึงพี่รองอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

    เดิมพันคอขาดบาดตายของ “ตู่-ป้อม-ป๊อก”

    แต่กว่าจะ “ล็อก” เสียงสกัดญัตติเช็กบิล ม.44 ได้ ก็เล่นเอาเหงื่อตกกีบไปตามๆกัน

    จากสัญญาณอันตรายจ่อคอหอยไวกว่าที่คิด พี่น้อง 3 ป. เจอฤทธิ์เดชของนักการเมืองที่แท็กทีมชงกฎหมายไล่เบี้ยย้อนหลังการใช้อำนาจพิเศษของ คสช. ไม่แค่เฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้น จุดสำคัญคือพวกเดียวกันเองอย่าง ส.ส.ประชาธิปัตย์ นับหัวแล้วถึง 6 คน ที่โหวตหนุนญัตติของทีมอนาคตใหม่

    ทำให้ฝ่ายรัฐบาลพลาดท่า แพ้แต้มแบบเฉียดฉิว

    ในเหลี่ยมเกมที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลต้องเปิดตำราข้อบังคับการประชุม แก้เกมกันแบบฉุกละหุก โดยการเสนอให้นับคะแนนใหม่โดยการขานรายชื่อ อ้างคะแนนที่ออกมาเฉียดฉิวเกินไป ในเหลี่ยมเขี้ยวฝ่ายค้านก็ยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมเหมือนกัน

    นั่นก็เป็นจุดที่มาของเหตุสภาล่มซ้ำซากติดต่อกัน 2 วัน

    และตามรูปการณ์ก็ฝั่งรัฐบาลที่เสียฟอร์ม เสียรังวัด เพราะกุมเสียงข้างมากในสภา

    แต่ปล่อยให้ปลายหอกแหลมคมพุ่งทะลุจ่อคอหอย “พี่น้อง 3 ป.”

    นั่นก็ไม่แปลกที่จะได้เห็น “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” ออกอาการนั่งไม่ติด แท็กทีมกระโดดเข้า “คลุกวงใน” ด้วยตัวเอง ลอยตัวอยู่บนหอคอยงาช้างไม่ได้อีกต่อไป

    ในอารมณ์แบบที่ไล่บี้กันทั้งวงใหญ่ วงเล็ก วงอาหารโต๊ะจีน

    ไล่ตั้งแต่ช็อตในที่ประชุม ครม.ต้นสัปดาห์ที่มีการเปิดฟลอร์ถกกันเรื่องรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำทำให้สภาล่มซ้ำติดต่อกัน 2 วัน ตามอาการที่ “บิ๊กตู่” พยายามสะกดอารมณ์ กลั้นต่อมฉุน พูดนิ่มๆกลางวง

    “แม้ไม่พอใจ เรื่องนี้อย่างมาก เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันแล้ว ไม่ใช่อยู่ดีๆคิดจะทำอะไรก็ทำ ถ้าผมอยู่ไม่ได้พวกคุณก็อยู่ไม่ได้”

    พูดนิ่มๆแต่ประโยคแฝงบทแข็งกร้าวในที

    และที่ปกติจะสงบปากสงบคำ พล.อ.อนุพงษ์ยังร่วมฉะกลางวงด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า “ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลผมก็ช่วยดูแลบ้านเมือง ทำไมมาตอนนี้พวกผมชวนมาเป็นรัฐบาล แต่ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ทำแบบนี้ รู้มั้ยบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร”

    ซัดกันโต้งๆพุ่งเป้าโฟกัสไปที่พรรคประชาธิปัตย์แบบตรงๆ

    เพราะโดยสถานการณ์มันเชื่อมโยงจากอาการของคนแม่ธรณีบีบมวยผมที่เล่นบท “ลักปิดลักเปิด” อารมณ์แท้จริงคือชัง “บิ๊กตู่” หมั่นไส้ “พลังประชารัฐ” ที่ตัดแต้มฐานเสียงทั้งปักษ์ใต้และ กทม. แต่อีกใจก็ต้องแสร้งกอดจูบ เกาะขาร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ

    เพื่อโอกาสในการดึงคะแนนเสียง ตุนเสบียงเลือกตั้ง

    อย่างที่เห็นประชาธิปัตย์ใช้ 50 กว่าเสียง เคลมได้หมด ทั้งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนฯ ปาดหน้าเค้กกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอ ทั้งพาณิชย์ เกษตรฯ

    “บิ๊กตู่” ต้องยอมเสีย “ค่าโง่” นำมาซึ่งสภาพทีมเศรษฐกิจเขมร 3 ฝ่าย อาณาจักรใครอาณาจักรมัน ในภาวะเครื่องยนต์หลักส่งออกเจ๊งหนักจากสงครามการค้า แต่พาณิชย์ภายใต้การคุมของประชาธิปัตย์ ยังเน้นโปรโมตประกันราคาพืชผลเกษตรฯ ยางพารา ปาล์ม ข้าว มันสำปะหลัง ฯลฯ หวังดึงเสียงที่วูบหายกลับ

    เป้าหมายยังยึดโยงอยู่กับเกมการเมืองตามฟอร์มยี่ห้อประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะการพยายามดันชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขี่คอ “บิ๊กตู่” ชิงบทถือธงนำรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “ซือแป๋มีชัย”

    จุดแตกหัก “บิ๊กตู่” ไม่มีทางยอมเสียค่าโง่ โดน “อภิสิทธิ์” ตบหน้าซ้ำ

    ไฟต์บังคับตามอารมณ์ของผู้นำ ล้อกันกับประโยคร้อนที่ว่ากันว่า ลอยลมออกมาการคุยวงเล็กระหว่างพักเบรก ครม. ถ้าปล่อยสภาล่มซ้ำซากเป็นครั้งที่สาม

    “อย่างเบาก็ปรับ ครม.” หรือ “อย่างหนักก็ยุบสภา”

    อารมณ์ต่อเนื่องมาถึงงานมีตติ้งโต๊ะจีนแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ นั่งร่วมวงกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล

    ไล่ตั้งแต่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา

    เป็นช็อตแรกอย่างที่เป็นทางการ “ตู่-ป้อม-ป๊อก” นั่งโต๊ะร่วมวงนักการเมืองอาชีพ

    สลัดต่อมรังเกียจนักเลือกตั้งออกไปแทบไม่เหลือ

    ในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” เล่นบท “ลุงอารมณ์ดี” เดินทักทายรอบวงทุกโต๊ะ โอบกอดนายจุรินทร์ หยอกเย้าหัวหน้าพรรคเล็ก โดยขอให้ทุกฝ่ายลืมปมส่วนตัว ให้ยึดประโยชน์ร่วมกันในการนำพาบ้านเมืองไปข้างหน้า

    ตบ จูบ ลูบหลัง โอ้โลม แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเต็มที่

    ขณะที่อีกด้าน โดยการประสานงานแบบถึงลูกถึงคน วิปรัฐบาลตามประกบ ส.ส.แบบตัวต่อตัว เช็กหัวกันรายพรรค ขนาดที่รู้ล่วงหน้า ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ “โหวตสวน” ยังเฮี้ยวไม่เลิก

    ไม่สนมติพรรคให้โหวตตามมติวิปรัฐบาล

    และผลออกมาก็ตามโพยที่ “3 ป.” ต้องการเสียงโหวตล้มญัตติตั้งกรรมาธิการ “เช็กบิล ม.44”

    ที่ฮือฮาก็คือมี ส.ส.ฝ่ายค้าน 10 เสียง ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 3 เสียง พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 เสียง พรรคอนาคตใหม่ 2 เสียง พรรคประชาชาติ 1 เสียง

    อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมสภา ดันตัวเลขขึ้นไปถึง 259 เสียง

    “งูเห่า” ฝ่ายค้าน เลื้อยสวนทางกับ “จงอาง” รัฐบาล

    ในสถานการณ์ที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ 4 เสียง นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลงคะแนนหนุนให้ตั้งกรรมาธิการ “เช็กบิล คสช.”

    โดยรูปเกมสะท้อน “พี่น้อง 3 ป.” ใช้เครื่องมือทุกอย่างกู้เสียงปริ่มน้ำ

    รับมือเหลี่ยมเขี้ยว อาการงอแง พรรคร่วมรัฐบาลแข็งข้อ

    ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่แก้ไขไม่ได้แล้ว แนวโน้มเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่ภายในแตกเป็นเสี่ยงๆ “นับแต้มชัวร์ๆ” ไม่ได้เลย จากปรากฏการณ์ขาเฮี้ยวโหวตสวนมติวิปรัฐบาล

    ต้องมีรายการ “เจาะยาง” กันเองแบบช็อตเว้นช็อตแน่

    เบื้องต้นน่าจะเป็นแค่ “อย่างเบา” ปรับ ครม.เวนคืนโควตาของประชาธิปัตย์ เพื่อการบริหารเสียงหนุนรัฐบาล พร้อมกับการกู้สถานการณ์บริหารทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ปล่อยให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดินเศรษฐกิจขาเดียว โดยการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นผ่านกระทรวงการคลังแค่นั้น

    วันหนึ่งก็ต้องถึงทางตัน สายป่านขาด

    พลาดเสียค่าโง่ จนเศรษฐกิจไปต่อไม่ได้ ถ้าถึงจุดนั้น “บิ๊กตู่” คือกัปตันทีมต้องรับผิดชอบเนื้อๆ

    อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามาถึงจุดนี้ฝ่ายคุม “กำลังสำรอง” เตรียมพร้อมเสียบตัวเลขที่หายไป

    อย่างน้อยๆก็ 10 เสียงที่เติมองค์ประชุมช่วยรัฐบาล โดยเฉพาะสถานการณ์ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ยืนยันเป็นมติพรรคในการช่วยให้สภาเดินหน้า ไม่ได้เป็นงูเห่าฝ่ายค้านแต่อย่างใด

    แต้มเริ่มไหลมาฝั่งรัฐบาล ธรรมชาติใครก็ไม่อยากเป็นฝ่ายค้าน

    เรื่องของเรื่องต้องยอมรับ “การข่าวแน่น” แต่จับมือใครดมไม่ได้ กับการที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ประจานดักทางตามฟอร์มอ้างการแจกกล้วย 8 หลัก ลาก ส.ส.ฝ่ายค้านไปหนุนฝั่งรัฐบาล

    พูดก่อนองค์ประชุมทะลุตัวเลขรัฐบาลไป 10 เสียงด้วยซ้ำ

    นี่ขนาดแว่วๆข่าววงใน “นกแล” ที่ “พี่ใหญ่” รับฝากเลี้ยงไว้ 20 เสียง ไม่โผล่หัวมาตามนัด ไม่อย่างนั้นตัวเลของค์ประชุมสภาฯหนุนฝั่งรัฐบาลมีหวังฮือฮากว่านี้

    อีกทั้งจุดพลิกผันมันยังอยู่ตรงช็อตส่งท้ายงานมีตติ้งโต๊ะจีน ในอารมณ์ฮึกเหิม “บิ๊กตู่” ประกาศมีวันนี้เพราะพี่ให้ กอดเอว “พี่ป้อม-พี่ป๊อก” กระชับอำนาจ 3 ป. สำคัญเหนือนักการเมืองที่ช่วยกันอุ้มเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง

    ยังเน้นอำนาจแบบทหาร ทั้งๆที่การเมืองต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารแต้ม

    ต่อให้มีเงิน มีอำนาจ แต่ไม่มีหลักประกันโดน ส.ส.หลอกกินฟรี

    ว่ากันว่า ถ้าให้ใจกันมากกว่านี้ ได้ท่อยี่ห้อ “เดอะซัน” กดปุ่ม “นกแล” เพื่อไทยที่รับฝากเลี้ยงไว้ทำงาน

    แต้มหนุนฝั่งรัฐบาลจะไหลมาเทมายิ่งกว่านี้.

    "ทีมการเมือง"

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณอนุพงษ์ เผ่าจินดาข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้