ข่าว
100 year

ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เชือดงูเห่า เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ลงดาบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ไม่ส่งลงเลือกตั้ง พ่วงเอาผิดอาญา ตู่ยันไม่ปรับครม. ถ้าศม.สนใจก็มา

พท.ตั้งโต๊ะถล่มผู้มีอำนาจกลัวถูกสอบน่าละอายทุ่ม 8 หลักซื้องูเห่า “สมพงษ์” จวกลุแก่อำนาจใช้ “มันนี่ โพลิติก” คุกคามตั้งกรรมการสอบ 3 ส.ส.ปันใจ ล้อมคอกจ่อลงโทษสถานหนักไล่ออก-ตัดสิทธิลงสมัคร ส.ส. สอบพบขายเสียงโหวตฟันคดีอาญา “ปิยบุตร” สวด ส.ส.ขัดนโยบายพรรคงดส่งลงเลือกตั้ง-ไล่ลาออก “สมศักดิ์” โต้ช่วยเหลือคดีแลกเสียงโหวต เชียร์ 3 ป.แผลงฤทธิ์จัดแถว ส.ส.รัฐบาล “บิ๊กตู่” ยิ้มทำงานเข้าขากันมากขึ้น ยังไม่ปรับ ครม.จีบเศรษฐกิจใหม่แต่ถ้าสนใจก็มาร่วมรัฐบาล “บี” ฟุ้งมีคุยกันบ้างแนวโน้มดี “มนูญ” แทงกั๊กสลับขั้ว ขอดูอยู่ไหนทำงานให้ประชาชนดีกว่ากัน “ชวน” สั่งสภาฯสอบปล่อย “ไวพจน์” เข้าสภาฯ “สุชาติ” ตีมึนยังไม่เห็นหมายศาล อนุ กมธ.แขวนงบฯผูกพัน 2 หมื่นล้านซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ อนค.โวย กกต.ตัดสิทธิส่งเอกสารสู้คดีเงินกู้พรรค ขู่ฟ้องกลับทั้งแพ่งและอาญา

พรรคเพื่อไทยตั้งกรรมการสอบ 3 ส.ส.สวน มติพรรคหนุนรัฐบาล ขีดเส้นสอบให้เสร็จภายใน 7-10 วัน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำอีก ต้องมีมาตรการลงโทษสถานหนักไล่ออกหรือตัดสิทธิไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ครั้งหน้า พร้อมเล่นงานทางอาญากรณีขายเสียงโหวต ขณะที่พรรคอนาคตใหม่งดส่งงูเห่าสีส้มลงรับเลือกตั้ง โทษฐานขัดนโยบายพรรค

พท.ฉะน่าละอายทุ่ม 8 หลักซื้องูเห่า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวกรณี ส.ส.ของพรรคโหวตสวนมติพรรคกรณีตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจของรัฐบาล คสช.และมาตรา 44 โดยนายสมพงษ์อ่านคำแถลงพรรคเพื่อไทยว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความกลัวการถูกตรวจสอบของผู้นำรัฐบาล ถึงขั้นกล้ากระทำสิ่งที่น่าละอาย ขัดต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และขัดต่อความถูกต้องชอบธรรม อย่างไม่สะทกสะท้านหวั่นเกรง ไม่ว่าจะนำจำเลยซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้มีความผิด ถูกออกหมายจับ เข้ามานั่งในสภาฯได้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดกล้าเข้ามาจับกุม หรือกรณีมีข่าวหนาหูว่ามีการใช้ผลประโยชน์ อิทธิพลและมีการกล่าวอ้างถึงการใช้เงินมากถึง 7-8 หลักเพื่อโน้มน้าวชักจูงให้ลงมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล และดิ้นรนที่จะไม่ยินยอมให้มีการตั้งคณะ กมธ.มาตรา 44 จนเกิดการถอยหลังทางการเมืองอย่างน่าอดสู

ลุอำนาจใช้มันนี่โพลิติกคุกคาม

นายสมพงษ์กล่าวว่า ปรากฏการณ์งูเห่าที่เกิดขึ้นในหลายพรรค ถือเป็นปฏิบัติการที่ไม่มีกติกา ขาดวินัย ไร้จิตสำนึก มุ่งแต่แสวงประโยชน์ฝ่ายตนให้เกิดขึ้นภายใต้กลไกอำนาจนอกระบบ เป็นการลุ แก่อำนาจ คุกคามด้วยอามิสสินจ้าง ทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะ เพราะขลาดกลัวการถูกตรวจสอบ จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่การรัฐประหารล่วงเลยมาถึงวันนี้ สังคมไทยมีบาดแผลและมีมลทินมากมาย ผลที่เห็นประจักษ์ชัดคือการเมืองไทยที่เคยก้าวหน้า เป็นการเมืองเชิงนโยบาย ยึดถือการรักษาพันธะสัญญาที่จะตอบสนองความต้องการเชิงนโยบายให้แก่พี่น้องประชาชน กลับต้องถอยหลังย้อนอดีตไปเกือบ 40 ปี เป็น “มันนี่ โพลิติก” ที่ใช้อำนาจอธรรมและเงินเป็นเครื่องมือ ทำให้ระบบรัฐสภาถอยหลัง ประชาชนหมดความไว้วางใจ บั่นทอนระบบรัฐสภาให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ขาดไร้จริยธรรม สร้างเงื่อนไขให้ผู้คนเห็นความเสื่อม จนอาจเกิดความชาด้านและปฏิเสธระบบรัฐสภาในที่สุด พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ความเสื่อมทรุดทั้งปวง เป็นผลที่เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวการถูกตรวจสอบ การใช้อำนาจเงินหว่านล้อมให้ ส.ส.งูเห่ายอมจำนน ด้านหนึ่งแม้จะสะท้อนภาพขาดจริยธรรมของ ส.ส. แต่เบื้องหลังคืออำนาจและกลไกการควบคุมที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันให้พรรคพวกของตน สืบทอดอำนาจของพวกตนเองได้ตลอดไป

เชื่อยังมีต่อเนื่องไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ภายใต้ผลพวงของการออกแบบรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการ สะท้อนถึงความสามารถในการพลิกพลิ้ว ทำผิดให้เป็นถูก การใช้กลโกงในการควบรวมอำนาจเช่นนี้ กลับยิ่งสื่อให้เห็นถึงรัฐบาลที่ไร้หลักการ ไม่สามารถใช้เหตุผลมาดึงความร่วมมือร่วมใจของคนทุกฝ่ายให้เกิดขึ้นได้จริง จึงต้องเล่นแร่แปรธาตุทุกวิถีทางดังที่เป็นอยู่ ยังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายและจะยิ่งเกิดขึ้นอีกต่อเนื่อง ด้วยเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะกระทำทุกวิถีทางปกป้องประโยชน์พวกพ้อง หนทางสำคัญเพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหานี้ รัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจต้องยินยอมและเร่งรัดให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่

ตั้ง กก.ลงโทษหนักไม่ส่ง ส.ส.–ฟันอาญา

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า พรรคจะดำเนินการ 1.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ส.ส.พรรคไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถ้าพบว่ากระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคสถานหนัก 2.จะเสนอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบของการใช้มาตรา 44 รวบรวมความคิดเห็นและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว ให้ประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็น พรรคได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ส.ส.ทั้ง 3 คนแล้ว มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธานใช้เวลาตรวจสอบ 7-10 วัน จะเรียกมาให้ เหตุผลโหวตสวนมติพรรค เสร็จแล้วส่งเรื่องให้หัวหน้าพรรคพิจารณา เบื้องต้นถ้าพบมีความผิดจะมีโทษหนักสุดไล่ออกจากพรรค หรือไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งต่อไป หากพบว่ามีการซื้อขายในการโหวตจะดำเนินการตามกฎหมายอาญา คาดว่าหลังจากนี้การซื้องูเห่าน่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น พรรคจึงต้องมีมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดงูเห่าในพรรคขึ้นมาอีก

จับตา พท.ส่อเปลี่ยน “เหลิม” คุมหางเสือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กรณี ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปลายเดือน พ.ย.สะท้อนความไม่พอใจการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ส.ส.บางส่วนโดยเฉพาะภาคอีสานเป็นห่วงว่าหากพรรคเพื่อไทยยังคงยึดแนวทางการทำงานเช่นเดิม พรรคจะมีปัญหาจึงเสนอให้เปลี่ยนตัวคนนำพรรค หลายคนเห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเหมาะสมจะมานำพรรคแทน ทำให้นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาที่ฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. ทั้งที่ไม่มีกำหนดการล่วงหน้า โดย ร.ต.อ.เฉลิมและนายวัน อยู่บำรุง และ ส.ส.เพื่อไทยที่ไม่ได้เดินทางไปนครดูไบเดินทางไปพบ คาดว่าจะพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวเพื่อกำหนดทิศทางของพรรคในอนาคตต่อไป

“ปิยบุตร” ไล่งูเห่าลาออก–ไม่ส่ง ลต.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่โหวตไม่ตรงกับมติพรรคว่า รัฐธรรมนูญรับรองเรื่องเอกสิทธิ์ ส.ส.ในการลงมติไว้ ในอดีตมี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรคอยู่หลายครั้ง แต่เรียกมาพูดคุยและให้ชี้แจง แต่กรณีที่โหวตสวนมติพรรคทั้งที่มติพรรคทำตามนโยบายที่หาเสียงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพรรคชูนโยบายจัดการมรดก คสช.และมาตรา 44 นี่ถ้าสมาชิกพรรคได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หมายความว่าประชาชนเลือกคุณตามนโยบายพรรค ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคจึงต้องพิจารณาตัวเองว่าคุณได้รับการเลือกตั้งด้วยตัวคุณเอง หรือได้รับเลือกตั้งจากนโยบายที่แหลมคมของพรรค หรือทรัพยากรของพรรคที่ลงไปทุ่มหาเสียงที่ผ่านมา ถ้าคิดตรงนี้ได้ควรทบทวนว่าจะโหวตสวนมติพรรคแบบนี้เรื่อยไปหรือไม่ แน่นอนที่สุดหากยังโหวตไม่ตรงตามมติพรรค ครั้งต่อไปคงส่งเลือกตั้งกันไม่ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องส่งคนที่ไม่เชื่อในนโยบายของพรรคอีกแล้ว จริงๆควรจะลาออกจากพรรคไปด้วย แต่เข้าใจว่าหากลาออกจะเสียที่นั่งตัวเอง ส่วนพรรคจะขับออกจากสมาชิกหรือไม่อย่างไร จะพิจารณากันในคณะกรรมการบริหารและที่ประชุม ส.ส.ต่อไป

ลุยต่อจับมือ ปชช.จัดการมรดก คสช.

นายปิยบุตรกล่าวถึงกรณีการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และมาตรา 44 ไม่สำเร็จว่า กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่ตนเป็นประธาน ยืนยันมีขอบเขตอำนาจหน้าที่จะไปพิจารณาประกาศ คสช.ได้ จะตั้งคณะกรรมการเดินหน้าพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป นี่คืองานในสภาฯ ขณะที่งานนอกสภาฯพรรคจะเดินหน้าทำงานกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจาก ประกาศ คสช.และการใช้อำนาจมาตรา 44 เราจะ ผนึกกำลังกับภาคประชาชน ประชาชนตั้งใจที่จะจัดตั้งคณะกรรมการภาคประชาชนทำกันเอง พรรคจะร่วมเดินกับพี่น้องประชาชน รณรงค์ยกเลิก ทบทวน แก้ไขประกาศ คสช.ใน 5 ปีที่ผ่านมา ฉะนั้นเสียงข้างมากที่ใช้เทคนิคกลไกสภาฯขอนับคะแนนใหม่ทำให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ไม่ได้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการมรดกของ คสช. เราจะเดินหน้าทำงานต่อไปทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ

“เทพไท” กระทุ้งยกเครื่องวิป รบ.ใหม่

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาฯระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้มาตรา 44 ว่า เป็นบทเรียนการทำงานระหว่างวิปทั้งสองฝ่ายที่ต้องหารือและปรับปรุงรูปแบบการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต อยากเสนอให้วิปฝ่ายรัฐบาลปรับปรุงการทำงาน 2 ส่วน คือ 1.ปรับปรุงตัวบุคคลและทีมงานในวิปรัฐบาล 2.ปรับปรุงวิธีการทำงานและวิธีคิดของวิปรัฐบาลใหม่

แยกญัตติให้ชัดต้องให้เกียรติ ส.ส.

นายเทพไทกล่าวอีกว่า วิธีการทำงานของวิปรัฐบาล เรื่องการลงมติในญัตติหรือร่างกฎหมายของรัฐบาล ต้องแยกแยะญัตติหรือกฎหมายเป็น 2 ส่วน 1.ถ้าเป็นกฎหมายเสนอโดยรัฐบาลและเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน กฎหมายความมั่นคง หรือกฎหมายอื่นใดที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมือง หากแพ้โหวตในที่ประชุมสภาฯ ส.ส.รัฐบาลทุกคนต้องลงคะแนนตามมติวิปรัฐบาลโดยเคร่งครัด 2.หากเป็นญัตติหรือกฎหมายที่ ส.ส.เสนอควรเป็นเอกสิทธิ์ของผู้เสนอญัตติจะลงคะแนน วิปรัฐบาลต้องตรวจสอบกลั่นกรองญัตติ หรือกฎหมายทุกฉบับก่อนเสนอหรือก่อนประธานสภาฯบรรจุวาระการประชุม และต้องกำหนดมติหรือธงไว้ล่วงหน้าแจ้งให้ ส.ส.รัฐบาลทราบ ถ้าไม่เห็นด้วยควรแนะนำให้เจ้าของญัตติขอถอนญัตติหรือถอนร่างกฎหมายออกก่อนเข้าวาระพิจารณาในสภาฯหรือส่งสัญญาณห้าม ส.ส.รัฐบาลอภิปรายสนับสนุน มิฉะนั้นอาจทำให้ ส.ส.ผู้เสนอญัตติหรือ ส.ส.ที่อภิปรายสนับสนุนเสียหายทางการเมืองได้ ถ้าลงมติสวนทางมติวิปรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่สำคัญควรให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจกันและกัน อย่างน้อยต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

“สมศักดิ์” โต้ไม่มีงูเห่าแลกคดี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุมีการนำคดีความไปแลกกับการเป็นงูเห่าในสภาฯว่า คำว่างูเห่าได้ยินมานานหลายเดือนแล้ว ยืนยันไม่ใช่เรื่องงูเห่า ได้อะไรไปหรือไปแลกเปลี่ยนคดีความคงไม่ใช่ ควรจบได้แล้ว เห็นหลายคนฝั่งรัฐบาลก็ถูกคดีความ ศาลออกหมายจับทั้งที่เป็น ส.ส. ไม่เชื่อว่าเป็นงูเห่า หรือมีงูเห่า ตัวเลขที่ออกมาแต่ละครั้งไม่ตรง ส่วนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าการเมืองย้อนอดีตไปเกือบ 40 ปี เป็น “Money Politic” ไม่ทราบเอาอะไรมาพูด การเมืองทุกยุคทุกสมัยเหมือนกันหมด อย่าไปว่ากัน เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลักดีกว่า

เชียร์ 3 ป.ออกฤทธิ์จัดแถว ส.ส.

เมื่อถามว่าถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาลด้วยยินดีต้อนรับหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เรื่องกฎหมายคิดว่ามาไม่ได้ง่ายๆ ต้องขอบคุณพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ยกมือให้รัฐบาลถึง 4 คน ไม่ทราบว่ามีการประสานกับพรรคเศรษฐกิจหรือไม่ เขาอาจมีความเห็นของเขา ส่วนการปรับ ครม.ถามใครคงตอบไม่ได้ เป็นอำนาจนายกฯ ถ้านายกฯคิดว่าดีแล้ว ไหว นายกฯก็ดำเนินการไปตามที่คิด วิปรัฐบาลทำดีแล้ว เสียงปริ่มแบบนี้คนเป็นวิปรัฐบาลเหนื่อยพอสมควร น่าให้กำลังใจกันมากกว่า อย่าไปโทษวิปรัฐบาลเลย ต้องโทษเรื่องอื่นมากกว่า เมื่อถามว่า ถ้า 3 ป.ไม่ออกฤทธิ์พรรคร่วมคงทำงานไม่ได้ราบรื่นขนาดนี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า 3 ป.ต้องออกฤทธิ์อยู่แล้ว ถ้าไม่ออกไม่เข้าแถวกัน แถวไม่ตรง ถือเป็นเรื่องดีหัวหน้ารัฐบาลมาพบปะพูดคุยกันบ้าง ทุกรัฐบาลมีลักษณะเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก

“สมคิด” นิ่งเงียบโบ้ยถามนายกฯ

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลถูกมองบริหารงานไม่ได้ จำเป็นต้องเรียกทีมเศรษฐกิจหารือกันหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า “ไปถามนายกฯ”

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้ดึง ศม.–ปรับ ครม.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลจะนำมาสู่การปรับ ครม.หรือไม่ว่า “ไม่รู้” แนวโน้มที่พรรคเศรษฐกิจใหม่จะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นไม่รู้ ต้องไปถามเขา ถามตนไม่รู้ทั้งนั้น ไม่ได้ประสานกัน เรายังไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้จะปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่รู้ ยังไม่มี ให้ไปถามนายกฯ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า ครม.ยังสบายใจได้อยู่ว่าปีใหม่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ยังอยู่อย่างนี้ ทำงานกันไป ทำงานดีกันไม่ใช่หรือ ต่างคนต่างทำงานกันไป” เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจลงโทษพรรคประชาธิปัตย์ริบรัฐมนตรีคืน 1 ตำแหน่ง พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่รู้ ใครพูด ไม่มีกระแสข่าว ไม่มีรัฐบาลจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือไม่ยังไม่รู้เลย แล้วแต่สภาฯ แล้วแต่ ส.ส.

“บิ๊กตู่” ส่งยิ้มแต่ไม่ยอมตอบ

สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 09.30 น. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างที่นายกฯเดินลงหลังตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อไปประชุมตึกภักดีบดินทร์ ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถามถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ร่วมรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ส่งยิ้มแล้วชี้นิ้วไปยังห้องประชุมเท่านั้น ไม่ตอบใดๆ เหตุไม่ได้ยินคำถาม เนื่องจากน้ำพุที่คลองหลังตึกไทยคู่ฟ้าเปิดเสียงดัง ต่อมาเวลา 11.35 น. หลังการประชุมนายกฯยังปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ร่วม กล่าวเพียงว่า เดี๋ยวบ่ายจะพูดทีเดียว จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) และผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงข่าวปรับ ครม.อีก นายกฯเอามือป้องหูทำไม่ได้ยินคำถาม ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

บอกไม่โง่ไปพูดจะยุบสภาฯผ่านสื่อ

ต่อมาเวลา 14.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า อากาศประเทศไทยหนาวทำให้มีความสุขสบายใจ ฉะนั้นอย่าไปเร่งอุณหภูมิความร้อนให้ประเทศ ขอร้องสื่อด้วย หลายเรื่องผ่านไปได้ด้วยดี ค่อยไปว่ากันใหม่ในวันหน้าว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เรื่องเก่าให้จบๆกันบ้าง เรื่องในสภาฯพอได้แล้ว จบแค่นี้ก่อน วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก เข้าใจทุกคนต้องมีอุดมการณ์ของตัวเอง ไม่ว่าอุดมการณ์พรรค อุดมการณ์ชาติ แต่ต้องมีทั้ง 2 อย่าง พรรคอย่างเดียวไม่พอต้องอุดมการณ์ชาติด้วย ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านเป็นเรื่องประชาธิปไตยเข้าใจดี แต่ขอให้มีเหตุผลหน่อย ต้องช่วยกันเอาสถานการณ์ในประเทศ มาดูจะช่วยกันอย่างไร วันนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปโน่นไปนี่ แม้กระทั่งการยุบสภาฯยังไม่ได้คิดตรงนั้น เพียงแต่ถามดูว่าแต่ก่อนเขาทำกันอย่างไรเรื่องเหล่านี้แค่นั้นเอง ไม่ได้ไปประกาศว่าจะทำ อย่าไปเขียนแบบนั้น ตนไม่โง่พอไปพูดในสื่อ ต้องรักษาเสถียรภาพให้มากที่สุด

ทำงานเข้าขามากขึ้นยังไม่ปรับ ครม.

เมื่อถามว่า เพื่อลดกระแสข่าวลือ ยังไม่มีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ยืนยันยังไม่ได้พูดถึงเรื่องตรงนี้เลย วันนี้ทุกคนเริ่มทำงานเข้าขากันมากขึ้นเรื่อยๆก่อนหน้านี้เข้ามากันใหม่ๆมันฉุกละหุกรัฐบาลเองต้องระมัดระวังดูนโยบายภาพรวม ถึงแม้จะมีนโยบายของพรรคต่างๆออกมา ทั้งหมดต้องมากลั่นกรอง ข้าว ปาล์ม ต้องเข้าคณะกรรมการ ต้องดูทำได้หรือไม่ รัฐบาลมีเงินเพียงพอไหม นายกฯรับผิดชอบตรงนี้แล้วนำเข้า ครม.พิจารณา แม้มาจากหลายพรรคถ้าทุกคนยอมกันทุกอย่างทำได้ เพราะนี่คือ ครม.ไม่ใช่ผลงานทำออกมาแล้วเป็นเรื่องของพรรคนั้นพรรคนี้ ตนเคารพมติแต่ละพรรค แต่สิ่งที่ทุกคนต้องเคารพคือมติ ครม.เหนือกว่าทุกเรื่องทั้งปวง เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลยังมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าแน่นอน

บอก ศม.สนใจก็มาร่วมรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การปรับ ครม.ไม่มีหลักว่าต้องกี่เดือน แต่ยึดหลักเมื่อไหร่ที่ทำงานกันไม่ได้ก็ปรับ เมื่อถามว่า เพื่อเสถียรภาพรัฐบาลจำเป็นต้องดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “เขาจะมาหรือไม่ ถ้าสนใจจะมาก็มา ถ้าสนใจก็มา เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองและนักการเมืองจะไปพูดคุยกัน” เมื่อถามว่า จะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะในลำคอกล่าวว่า “ให้มาก่อน แล้วค่อยว่ากัน อย่าเพิ่งมาต่อรอง แต่ละพรรคมีโควตาอยู่ไม่ใช่หรือ จะมา 3-4-5-6 คนอยู่กันตรงไหนไปว่ากันอีกที ต้องไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีมีอยู่จำนวนแค่นี้ ขอตำแหน่งรัฐมนตรีเลยแล้วคนเก่าจะไปอยู่ที่ไหน ต้องคุยตกลงกันก่อน เป็นเรื่องพรรคการเมืองไปคุยกัน คุยผ่านพรรคร่วมรัฐบาล แกนนำทุกพรรคและหวังทุกพรรคมาร่วมงาน” เมื่อถามว่า นายกฯ เข้าใจอารมณ์นักการเมืองมากขึ้นแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจไปด้วย” เมื่อถามว่าเป็นนักการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า“จะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่มั้ง แต่ความเป็นการเมืองหลัก ผมคือต้องมีธรรมาภิบาล เป็นผู้นำที่มีหลักการ ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าทำเพื่อการเมืองอย่างเดียว ประเทศชาติก็ติดหล่มเหมือนเดิม”

“บี” รับมีคุยดึง ศม.ฟุ้งแนวโน้มดี

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ครม.มอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาวิปรัฐบาลประสานงานเป็นตัวหลักแทนนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ผ่านมาแกนนำพรรคร่วมฯทำงานกันด้วยดี แต่จะมีระบบตรวจทานที่เข้มแข็งขึ้น เดิมวิปดูแล ส.ส. 1 ต่อ 5 คน อาจปรับเป็น 1 ต่อ 3 คน แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะประสานงานกันให้เข้มแข็งขึ้น เพิ่มตัวแทน ครม.เข้าไปอยู่ในวิปรัฐบาลอีก 2-3 คน คือนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย วิปรัฐบาลรับปากจะช่วยประสานงาน ส่วนบางพรรคไม่สามารถคุมเสียงในพรรคได้ เราไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานแต่ละพรรค เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะดึง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่เข้าร่วมรัฐบาล นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า แนวทางก็ดูดีขึ้น พรรคเศรษฐกิจใหม่มี 4 คน ที่มาเป็นองค์ประชุมและสนับสนุนแนวทางเดียวกับรัฐบาล ต้องดูแนวโน้มกันต่อไป ส่วนเป็นไปได้ในการดึงมาอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่เป็นทางการ แต่พูดคุยกัน เป็นเพื่อน ส.ส.ในสภาฯด้วยกัน ได้พูดคุยกับทุกคน ในอนาคตเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ตัดสินใจ แนวทางแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน ต้องแล้วแต่เขาไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ดูจากแนวโน้มการทำงาน ร่วมกันจากวันที่ 4 ธ.ค. ถือว่าค่อนข้างดี

“อนุทิน” ตามน้ำรัฐบาลต้องหนุนกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)กล่าวว่า แต่ละคนต้องรู้มารยาทและหน้าที่ตัวเอง เราเป็นรัฐบาลต้องสนับสนุนกันและกัน ยกเว้นเรื่องคอขาดบาดตายที่ทำให้ประเทศเสียหาย เรื่องผิดกฎหมาย เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนั้นไม่มีใครยอม คนไหนเสนออะไรแย่ๆกับบ้านเมือง พรรคร่วมไม่สนับสนุน แต่กรณีมาตรา 44 เราต้องดูแลคอยปกป้องสนับสนุนเพื่อนร่วมงานในรัฐบาลด้วยกัน ส่วนการปรับ ครม.มีปัจจัยและเงื่อนไขหลายอย่าง คนตัดสินใจได้มีคนเดียว พรรคร่วมฯถ้าจะปรับจริง คงส่งข่าวมาสอบถามว่าจะปรับหรือไม่ ค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ทุกคนทำงานหัวฟัดหัวเหวี่ยง ดูตาสิ ตาเขียวเป็นหมีแพนด้ากันแล้ว

ตีกันใครมาต้องไม่กระทบ ภท.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ไม่ใช่คนไปทาบทาม เมื่อถามย้ำว่า หากปรับ ครม.จะกระทบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ไม่ควรจะมีนะ เราทำหน้าที่ของเราครบถ้วนกระบวนความ ทุกอย่างต้องคุยกัน อะไรเพื่อบ้านเมืองคุยได้ก็คุย อย่าไปหักหาญกัน ใครเข้ามาช่วยทำงานก็ดี รัฐบาลต้องการความเข้มแข็งที่สุด จะได้บริหารด้วยความราบรื่น เมื่อถามว่า อากาศหนาว แต่รัฐบาลไม่ได้หนาวสั่นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ก็สบายสิ จะไปหนาวทำไม”

“มนูญ” ย้ำไม่ใช่งูเห่า—แทงกั๊กสลับขั้ว

นายมนูญ สิวภิรย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวพรรคเศรษฐกิจใหม่เตรียมตัวเข้าร่วมรัฐบาลว่า ไปร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไร ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นงูเห่า สุดท้ายแค่โหวตให้มันจบๆไปตามหลักประชาธิปไตย การจะมาเล่นกันเองเรื่ององค์ประชุมมันก็ไม่ใช่ ในที่ประชุมพรรคเศรษฐกิจใหม่เรามีเอกภาพ เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้เพราะเห็นว่าการกั๊กกันไปกั๊กกันมาแบบนี้ไม่ถูกต้อง ประเทศเดินต่อไม่ได้ จึงมี ส.ส.พรรคเราไปร่วมเป็นองค์ประชุม ยืนยันว่าพรรคตนไม่ได้เป็นงูเห่า ไม่ได้แหก แต่เป็นมติของพรรคและพรรคเราไม่ใช่สาขาของพรรคใคร เมื่อถามว่าสรุปแล้วพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายมนูญตอบว่า ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล จุดยืนเรายังเหมือนเดิม และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องจะไปร่วมรัฐบาลกับรัฐบาลเลย แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลมาพูดคุยกับเรา เราก็ไม่มีปัญหาอะไรจะร่วมหรือไม่ร่วมสุดท้ายต้องดูว่าอยู่ตรงไหนจะทำงานให้ประชาชนได้ดีกว่ากัน

“ชวน” สั่งสอบปล่อย “ไวพจน์” เข้าสภาฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ถนนแจ้งวัฒนะ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯให้สัมภาษณ์กรณีที่มี ส.ส.เรียกร้องให้ตรวจสอบ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ทั้งที่มีหมายจับของศาลว่า ให้สภาฯตรวจสอบว่าทำไมถึงปล่อยให้บุคคลที่มีคดีเข้ามายังสภาฯ และเข้ามาในห้องประชุม แล้วจะพิจารณาหลังได้รับรายงานจากสภาฯอีกครั้งตนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลช่วงเช้า ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ เข้ามาในห้องประชุมสภาฯจริงหรือไม่ เพราะไม่ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ส่วนจะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจรัฐสภา และผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอรายงานและตรวจสอบอีกครั้ง บุคคลที่มีคดีความแล้วทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงปล่อยตัวและละเลยการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมสอบปมเสียบบัตรแทนกัน

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยการกดบัตรแสดงตนแทนกัน หลังนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อ้างว่าเสียบบัตรแสดงตนคาไว้ในห้องประชุมสภาฯระหว่างนับคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ว่า หากมีผู้ร้องเข้ามาพร้อมจะตรวจสอบให้ มองว่าการเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่ง ส.ส.เป็นเรื่องปกติทำได้ ตนเคยเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งเช่นกัน เพราะ ส.ส.มีที่นั่งประจำ เมื่อมีการแสดงตนหรือลงคะแนนต้องกดบัตรในที่นั่งบริเวณเดิม โดยไม่มีใครกดบัตรแล้วดึงบัตรออกมาเก็บไว้ ยกเว้นจะเปลี่ยนที่นั่ง กรณีนี้หากนายขจิตรหรือใครได้รับผลกระทบว่ามีคนขโมยบัตรเพื่อไปออกเสียงหรือแสดงตนถือว่าเป็นผู้เดือดร้อน และส่งเรื่องให้ตนตรวจสอบได้ การเสียบบัตรคาไว้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลงคะแนนหรือกดบัตรแสดงตนแทนกัน เข้าใจว่าคงไม่มีแมลงหรือตัวอะไรที่กดปุ่มให้ได้ เรื่องนี้อย่าใช้คำว่าสมมติขอให้เจ้าตัวทำเรื่องเข้ามา สิ่งที่ก่อนหน้านี้นายขจิตรระบุไปอาจไม่ใช่ หากมีเรื่องร้องมาต้องตรวจสอบ

อย่าเหมารวม ส.ส.กินกล้วย

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวซื้อตัว ส.ส.เพื่อแลกเสียงโหวตลงมติกระทบภาพลักษณ์สภาฯหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขอให้แยกเรื่องตัวบุคคลออกจากภาพสภาฯ ยอมรับว่าในแวดวงต่างๆ อาทิ ข้าราชการ นักการเมือง สื่อมวลชน หรือนักธุรกิจย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ต้องแยกออกจากกัน อย่าเหมารวม

“สุชาติ” ตีมึนยังไม่เห็นหมายศาล

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 กล่าวถึงการปล่อยให้ พ.ต.ท.ไวพจน์เข้าร่วมประชุมสภาฯ ขณะเป็นประธานการประชุมว่า ไม่ใช่หน้าที่ประธานสภาฯหรือรองประธานสภาฯ ศาลต้องส่งเรื่องมายังเลขาธิการสภาฯ มาบอกให้ประธานและรองประธานสภาฯทราบ ขณะนี้ยังไม่มี ไม่ใช่หน้าที่เรา เป็นหน้าที่ตำรวจต้องตามจับ จะเข้ามาจับภายในรัฐสภาทำได้ แต่ต้องขออนุญาตประธานสภาฯก่อน ตอนนี้ถือว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ยังเป็น ส.ส.อยู่ การประชุมสภาฯวันที่ 11 ธ.ค.เข้าประชุมได้ ตำรวจจับกุมได้หากว่ามีหมายจริง ถ้า พ.ต.ท.ไวพจน์เข้ามาในสภาฯแล้วมีหมายศาลมาถึงประธานสภาฯ เราแจ้งตำรวจได้ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสารจากศาลหรือตำรวจเลย

“สนธิญา” ยื่น กกต.ฟัน ส.ส.วอล์กเอาต์

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่สำนักงาน กกต.นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐยื่นหนังสือถึง กกต.ถึงกรณีผลการประชุมสภาฯเมื่อช่วงวันที่ 27-24 พ.ย. และวันที่ 4 ธ.ค. ทำให้สภาฯล่ม พฤติกรรมของ ส.ส.โดยเฉพาะมีเสียงโห่ร้อง เสียงดังในห้องประชุมสภาฯ จึงมายื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบจริยธรรม ส.ส.ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขัดต่อข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 15 (11) เรื่องจริยธรรมการประพฤติปฏิบัติของ ส.ส.นอกจากนี้ ยังมีความผิด ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มี ส.ส.จำนวนหนึ่งวอล์กเอาต์โดยไปยืนรวมอยู่ที่ทางเดินด้านหลังห้องประชุม เพื่อคอย รอดูผลการลงมติในวาระต่างๆของการประชุมสภาฯ

“ปิยบุตร” แจงส่งเอกสารคดีเงินกู้ไม่ทัน

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสิทธิการส่งเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมในคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ให้พรรคกู้เงินว่า กกต.ได้ร้องขอเอกสารมาจำนวนมาก เกี่ยวข้องบ้าง ไม่เกี่ยวข้องบ้าง คือบัญชีรายวัน และ แสดงรายรับรายจ่าย หรือแสดงค่าใช้จ่าย บัญชีรายรับ จากการบริจาค บัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงทรัพย์สินหนี้สิน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.62 ย้อนหลัง 9 เดือน กกต.ได้เรียกเอกสารจากพรรคหลายรายการ ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนหน้านี้เราส่งเอกสารต่อ กกต.ไปแล้ว เช่น สัญญากู้เงิน หลักฐานการชำระ หนี้เงินกู้ เอกสารเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นการกู้เงินจริง และมีการคืนเงินจริงๆ เราขอเวลา กกต.รวบรวมเอกสาร แต่ กกต.ไม่รับฟัง เอกสารที่ กกต. ต้องการรวมกันอาจมากถึง 90 แฟ้ม เรียงกันสูง 3 เมตร ต้องทำสำเนาด้วย แบบนี้เป็นไปไม่ได้ เอกสารเหล่านี้ทุกพรรคต้องส่งให้ กกต.ทุกเดือน เม.ย.ของปีถัดไป โดยต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง กกต. ทราบดี แต่เราไม่ทราบว่า กกต.จะขอเอกสารเหล่านี้ ไปทำไม เรื่องนี้อยู่ที่สามารถกู้เงินได้หรือไม่ได้ แล้วเรายืนยันไปแล้วว่าเรากู้เงินจริง และพรรคนำเงินคืน ต่อนายธนาธรจริงๆ

จวกใช้สื่อชี้นำทุบขู่ฟ้องแพ่ง–อาญา

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า คดีเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ประชาชนให้ความสนใจ แต่การให้สื่อบางสื่อไปขยายความกันต่อให้ชี้นำ เช่น การนำเสนอและปั่นกระแสข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ยอมส่งเอกสาร จากนั้นปล่อยข่าวว่าให้โอกาสแล้ว แต่ไม่ยอมส่งเอกสารทั้งที่ครอบครองอยู่แล้ว พูดไม่ครบ เพราะเรา ส่งเอกสารไปแล้ว และขอเวลารวบรวมเอกสารเพิ่ม นี่คือกลวิธีการทำคดีที่พัวพันกับการเมืองให้ไปอยู่มือสื่อ ใช้เทคนิคสื่อชี้นำไปเรื่อยๆ ยืนยันว่าเราพร้อมส่ง แต่ถ้า กกต.เร่งเวลาแบบนี้คงทำไม่ทัน ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่าหากการสอบสวนในชั้นสอบสวนของ กกต.ทำไปโดยไม่สุจริต ไม่ยุติธรรม กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่ชอบมาพากล เราจะฟ้อง กกต.ทั้งทางแพ่งและอาญา

ลุ้นศาลรับ—ไม่รับฟ้อง กกต.เร่งคดีหุ้นสื่อ

นายปิยบุตรกล่าวด้วยว่า ระหว่างที่ กกต.กำลัง พิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. พรรคอนาคตใหม่ได้ฟ้อง กกต.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากเห็นว่า กกต.เร่งรัดคดีการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย อย่างผิดปกติ เพราะ กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ 16 พ.ย. แต่คณะสืบสวนยังเรียกพยานสอบเพิ่มเติมในวันที่ 17 พ.ย. เป็นการเร่งอย่างมีพิรุธผิดสังเกต ต่อมา กกต.โต้ว่าที่เรียกพยานไปสอบวันที่ 17 พ.ย. เป็นเรื่องคดีอาญาคนละส่วนกัน แต่เรามีหลักฐานว่าไม่จริง เพราะหมายเรียกพยานบุคคลที่ส่งมา เขียนชัดเจนว่าเรียกไปประกอบคดีคุณสมบัติของนายธนาธร ด้วยเหตุนี้จึงดำเนินการฟ้อง กกต. ศาลอาญาแผนกคดีทุจริต ประพฤติมิชอบกลาง ต้องรอดูว่าศาลจะสั่งรับฟ้องหรือไม่อย่างไร

พปชร.หาเสียง ลต.ซ่อมขอนแก่น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความพร้อมต่อการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น วันที่ 22 ธ.ค. ว่า ตนและแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เขต 7 ในวันที่ 7 ธ.ค. เพื่อ ช่วยนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหาเสียง ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมามีคะแนนห่างจากผู้ชนะเพียง 3,000 คะแนน ประกอบกับผลงานของรัฐบาลที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าชาวขอนแก่นเขต 7 ออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคับคั่งเทคะแนนให้พลังประชารัฐ เพื่อให้เสียง ส.ส.รัฐบาลมีเสถียรภาพ และยืนยันพลังประชารัฐไม่ได้ใช้กลไกรัฐสร้างความได้เปรียบตามที่ถูกโจมตี ขอร้องหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำลายกันด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จเพื่อหวังผลทางการเมือง

“เจ๊หน่อย” เร่งเครื่องขอแต้มช่วย “ธนิก”

ที่บ้านหนองกุงใหญ่ ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.ขอนแก่น ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นเขต 7 คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า อยากจะบอกกับชาว อ.หนองเรือว่าเพราะอะไรทำไมจึงต้องเลือกพรรคเพื่อไทย ทำไมถึงต้องเพิ่มคะแนนให้ฝ่ายค้านเนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้าน โดยเฉพาะในภาคอีสานหรือที่หนองเรือกับ อ.มัญจาคีรี ที่มีอาชีพหลักคือปลูกข้าวปลูกอ้อย แต่ราคาตกไม่ได้รับการเหลียวแล วันนี้หนึ่งเสียงของพรรคเพื่อไทยจะเป็นเสียงสำคัญที่ส่งสัญญาณบอกรัฐบาล ส่วนเรื่องงูเห่าในพรรคเพื่อไทยนั้นหัวหน้าพรรคตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วจะมีมาตรการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนมติพรรคอย่างเด็ดขาด

กมธ.หั่นงบไปแล้ว 8.89 พันล้าน

เมื่อเวลา 16.30 น.ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างและรัฐวิสาหกิจ ในคณะ กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แถลงถึงผลการพิจารณางบฯประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมพิจารณาปรับลดงบฯหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมของนายกฯ และองค์กรอัยการ มียอดปรับลดประจำสัปดาห์ 2,791,996,900 บาท สรุปยอดปรับลดงบฯรวมทั้งหมด 8,896,253,100 บาท

แขวนงบฯผูกพันเรือดำน้ำ 2 ลำ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างและรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า รายละเอียดที่มีการปรับลดสำคัญๆ เช่น กองทัพเรือที่มีโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ 2 ลำ ลำละ 11,250 ล้านบาท รวม 22,500 บาทนั้น มีการผูกพันงบฯตั้งแต่ปี 2563-2569 ทางอนุกรรมาธิการฯได้ขอแขวนไว้ก่อน ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์เพิ่มอีก 2 ลำราคาลำละ 931 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1,862 ล้านบาท ในส่วนกระทรวงมหาดไทยได้ตัดทิ้งงบฯจัดซื้อระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจ (Trunked Radio Digital) 794 ล้านบาทของกรมการปกครอง ตัดทิ้งงบฯจัดซื้อรถดับเพลิงบันไดขนาดความสูง 90 เมตรคันละ 170 ล้านบาท 2 คันรวม 340 ล้านบาทของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและตัดทิ้งงบฯที่กรมประชาสัมพันธ์ขอจัดซื้อรถถ่ายทอดสด (รถโอบี) เพิ่มอีก 5 คัน คันละ 42 ล้านบาท รวม 210 ล้านบาทเพราะยังไม่มีความจำเป็นและใบเสนอราคาไม่ถูกต้อง

“นิพิฏฐ์” จี้เปิดแผนเลิกเกณฑ์ทหาร

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปลุกกระแสยกเลิกการเกณฑ์ทหารว่า ต้องออกแบบให้ดีไม่เช่นนั้น จะมีปัญหาความเท่าเทียมระหว่างคนจนและคนรวย ถ้าเอาเงินเป็นที่ตั้งสุดท้ายจะมีแต่ลูกชาวบ้านคนจนหาเข้ากินค่ำเท่านั้นที่จะเป็นพลทหาร มีหน้าที่ตายเพื่อรักษาชาติ การเรียกร้องให้ยกเลิกเกณฑ์ทหารส่วนใหญ่ มีแต่เด็กผู้ชายเชียร์โดยเฉพาะผู้ชายลูกหลานคนรวยไม่มีใครอยากเป็นทหารเกณฑ์ ลูกคนรวยอยากเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารออกมาเป็นนายร้อย ตนไม่คัดค้านแต่อยากเห็นวิธีใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม วางระบบแบบแผนรองรับปัญหา แต่ยังไม่เห็นคนที่ออก มาเรียกร้องให้ยกเลิกบอกว่าจะมีวิธีใดที่ดีกว่าเดิมอะไรอย่างไรเลย

“บิ๊กแดง” ปลุก รด.กลับเข้ารับใช้ชาติ

ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จำนวน 1,134 นาย เนื่องในวันนักศึกษาวิชาทหาร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า นศท.เป็นส่วนหนึ่งในระบบเตรียมกำลังและเป็นกำลังพลสำรอง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกำลังประจำการเมื่อมีสถานการณ์จำเป็นเสริมสร้างความพร้อมรบ แม้ว่า นศท.ที่เรียนครบตามหลักสูตรแล้วจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ แต่ต้องระลึกเสมอว่าทุกคนต้องพร้อมที่จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ แทนบุญคุณแผ่นดินเกิด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทยพรรคอนาคตใหม่ลงโทษงูเห่าโหวตสวนมติพรรคตัดสิทธิลงสมัคร ส.ส.ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้