ข่าว
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : ยึดคำสอน พล.อ.เปรม ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระมหากรุณาแก่การศพ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 ณ วัดเทพศิรินทราวาส

โดยในระหว่างวันที่ 7–9 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บำเพ็ญพระราชกุศลในการออกเมรุ และพระราชทานเพลิงศพ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศกุดั่นน้อย พร้อมเครื่องเกียรติยศประกอบศพ พล.อ.เปรม

ซึ่งตามแบบธรรมเนียมในราชสำนัก จะต้องมีการจัดขบวนรถเชิญโกศศพ

ทว่า...นับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.2562 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม มาถึงวันนี้ เวลาล่วงผ่านมา 190 กว่าวันแล้ว แต่ทุกคนยังระลึกถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ท่านยอมเสียสละเพื่อประชาชน และต่อประเทศชาติบ้านเมืองคงอยู่สืบไป ถือว่าเป็นแบบอย่างการทำดี ที่เป็นหลักประพฤติปฏิบัติให้คนไทย

เพราะตลอดการรับราชการทหาร สร้างคุณงามความดีและคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมากมาย จนเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการมาต่อเนื่อง ในปี 2521 พล.อ.เปรม ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2523-2531 ครองตำแหน่งยาวนานถึงสามสมัย...

กระทั่งในปี 2531 ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นองคมนตรี และได้รับโปรดเกล้าฯ ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ ต่อมาวันที่ 4 ส.ค.2541 ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญและเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เหนือสิ่งอื่นใด

นับเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพ ยกย่อง สรรเสริญ และเป็นแบบอย่างให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ยึดถือและดำเนินรอยตาม...

จึงได้หยิบยกเรื่องราวดีๆ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้พร่ำสอนมาตลอดนี้นั้นผ่าน พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หน.สนง.มูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิท ติดตามมานานกว่า 33 ปี บอกว่า สมัยนั้นราวปี 2529 รับราชการทหารในสังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มีโอกาสเข้ามาช่วยราชการ ในตำแหน่งนายทหารรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรี

คราวนั้น...พล.อ.เปรม อยู่ในตำแหน่งนายกฯ มีนายทหารคนสนิท หรือ ทส. คือ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย พล.อ.อู้ด เบื้องบน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ในการทำงานใกล้ชิด และคอยดูแลเรื่องส่วนตัว นัดแนะติดต่อคนนั้น...คนนี้ หรือประสานงานด้านอื่น แต่ ทส.มักเปลี่ยนอยู่เสมอ เพราะโยกย้ายในตำแหน่งที่สูงขึ้น

เมื่อพ้นตำแหน่งนายกฯ ได้ลดกำลังนายทหารรักษาความปลอดภัย ให้เหลือ 1 ใน 3 นาย ซึ่งท่านเลือกผม พร้อมกับรับหน้าที่ผู้ช่วย ทส.ด้วย ในทุกครั้งที่ไปไหน...ก็คอยติดตามไปด้วยเสมอจนถึงปัจจุบันนี้...

ในการปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่มีปัญหา เพราะติดตามมาตั้งแต่ยศร้อยโท ทำให้รับการถ่ายทอดหลายเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่ท่านรับผิดชอบ หรือบุคคลรอบข้างท่าน ในความรู้สึกมีโอกาสดูแลท่าน...ทั้งงานราชการและเรื่องส่วนตัว ต่างดูแลเหมือนพ่อคนหนึ่งและเป็นผู้บังคับบัญชาด้วย ทำให้รักเคารพ รู้สึกผูกพันเสมือนพ่อตัวเอง

แต่ด้วยความเป็นคนตัวเล็ก ท่านก็เรียกว่า “นุ้ย” พร้อมเล่าสมัยเด็กให้ฟังว่า คุณแม่ก็เรียกท่านว่า “นุ้ย” มีบ่อยครั้งท่านให้ของขวัญ เสื้อผ้า รองเท้า พระเครื่อง แต่ที่ประทับใจที่สุดคือ “หัวเข็มขัดรูปม้า”

ประเด็นเรื่องงาน...ท่านมักพูดให้ฟังถึงปัญหาของประเทศในเรื่องการศึกษา สุขภาพ อาชีพ เพราะมีความคิดอยากเข้าไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ หากผู้นำรัฐบาลเข้ามาพบในโอกาสสำคัญ มักฝากฝังให้ดูแล 3 เรื่องนี้ทุกครั้ง

เมื่อปี 2540 เคยไปเยี่ยมเยือนเกษตรกร จ.สงขลา ท่านได้ถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่า พื้นที่ใดยากจนที่สุด ปรากฏว่ามีอยู่ที่ ต.ปากรอ อ.สิงหนคร เพราะติดกับทะเลสาบสงขลา มีความแปรผันของน้ำทะเล จึงเข้าช่วยเหลือด้านอาชีพ ในการปลูกข้าว เลี้ยงปลา ที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชนนำองค์ความรู้ประสบการณ์ต่างๆเข้าไปถ่ายทอด...สร้างโรงเรียนให้เด็กๆ จนทุกวันนี้ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้นมาก

“การทำงาน...ท่านไม่เคยรู้สึกเหนื่อยย่อท้อ หรือคิดหยุดทำงานเพื่อประเทศ เพราะได้รับประสบการณ์และแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งตามเสด็จ ได้เห็นพระองค์ทรงงานในถิ่นทุรกันดารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”

กลายเป็นแรงบันดาลใจ...นำมาสู่คำว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน...”

ที่ผ่านมาท่านทุ่มเททำงานเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินมายาวนาน เดินทางไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย มีทั้งผ่านโครงการของรัฐบาลที่มีอยู่ หรือทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ ในการบริหารบ้านเมือง ที่ออกติดตามงานราชการและเยี่ยมเยือนประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่

ทำให้รู้สึกภูมิใจ มีโอกาสติดตามท่าน ที่ได้ทำงานใหญ่หลายเรื่อง ทั้งประสานงานโครงการต่างๆ เพราะแต่ละโครงการเป็นสิ่งที่ดีๆ มีประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนแท้จริง แม้ว่าตัวเองเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นส่วนเล็กๆ ทำให้เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีโอกาสติดตาม พล.อ.เปรม ก็คงไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศมากขนาดนี้

จนเกิดความประทับใจ ท่านทำเพื่อคนอื่น และประเทศชาติมาตลอด ไม่เคยทำอะไรเพื่อตนเอง ต้องการเห็นคนอื่นมีความสุข ทำให้คนรอบข้างท่านมีความสุข จากการเห็นเยาวชนมีการศึกษา

และ...ชาวบ้านมีอาชีพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แม้บางครั้งมีเรื่องกดดัน เพราะต่างคน...ต่างคิด เมื่อปฏิบัติแล้วกลับไม่เป็นไปตามที่ท่านคิดไว้ ก็ต้องแก้ปัญหากันไป เพราะต้องเข้าใจว่า...การทำงานโครงการต่างๆ จะคิดเป็นตัวเลขทำให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ในบางครั้งการปฏิบัตินั้นย่อมต้องมีอุปสรรค มีความกดดัน ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์ในอนาคต สิ่งนี้ที่ท่านสอนมาตลอด

มองว่า...นายทหารรุ่นเก่า มีความเก่ง มีหลักการทำงานที่ดี มีหลักตามแผน มีขั้นตอน ตั้งแต่ค้นหาข้อมูล พิจารณาข้อดี ข้อเสีย ก่อนมีการเสนอแนะตัดสินใจเรื่องนั้น ซึ่ง พล.อ.เปรมนำหลักการทางทหารนี้มาใช้จนประสบความสำเร็จตลอด แต่การสอน...ท่านจะไม่ออกมาเป็นคำพูด จะแสดงออกในรูปแบบปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง

สมัยเป็น “ผู้บัญชาการทหารม้า” มักพูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “ผู้บังคับบัญชาต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา” โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านทำให้เห็นเสมอ คือ “ความซื่อสัตย์ สุจริต...” ทุกครั้งที่ได้พูดปาฐกถา มักสอนถึง “ความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นเสมือนเกราะกำบังให้พ้นภยันตรายได้”

ตอนเป็นนายกฯ ก็พูดถึงว่า...ข้าราชการต้องเป็นผู้ให้...ไม่มีหน้าที่รับ แต่ที่รับได้อย่างเดียว คือ รับความทุกข์ของประชาชนมาพิจารณาแก้ไข ในช่วง 10 ปีมานี้...ท่านจะสอบถามความเห็นคนรอบข้างบ่อยขึ้น เพราะต้องการทราบถึงแนวคิดของคนสมัยใหม่...

สิ่งสำคัญที่ท่านอยากทำ...แต่ยังไม่ได้ลงมือทำนั้น...ท่านมีเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ซึ่งเป็นเงินเดือนที่ได้สะสมมาตลอด และท่านให้คนสนิท คิดว่าจะทำโครงการ...ที่ช่วยเหลือด้านการศึกษา อาชีพ ให้ผู้ยากไร้ได้ และมีการเสนอแนวคิดทำศูนย์โรคหัวใจ ที่ ม.นราธิวาสราชนครินทร์ แต่คณะกรรมการบางคนอยากให้ทำ ม.สงขลานครินทร์ ทำให้ยังไม่มีข้อยุติ...

สุดท้ายนี้ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์”...อยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ...และสานต่อประโยคที่ว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1เปรม ติณสูลานนท์คำสอนองคมนตรีรัฐบุรุษประธานองคมนตรีสงขลาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้