ลูกสาว"ลุงเสี้ยว"นำเอกสารผลรังวัดที่ดินของป่าไม้ ยืนยันบุกรุก 23 ไร่ มอบ ตร.สภ.สวนผึ้ง เจ้าของคดี แจ้งความดำเนินคดี ‘ทวี กรคุปต์’ พ่อ"ปารีณา"แล้ว พร้อมขอบคุณ จนท.ทุกคนที่ให้ความร่วมมือด้วยดี ในการทวงคืนสิทธิ์ที่ดินของครอบครัวตนเอง  

จากกรณี นายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พร้อมด้วย นางสาวปราณี นำพา และ นางสาวอำไพ นำพา ลูกสาว เกิดข้อพิพาทกับนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.กระทรวงคมนาคม บิดาของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 จ.ราชบุรี ถูกนายทวีบุกรุกที่ดินทำการล้อมรั้ว ปลูกต้นมะพร้าว ทำให้ที่ดินที่ถือครองทำกินเลี้ยงครอบครัวมากว่า 50 ปี หายไปกว่า 30 ไร่ จนต้องร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆ และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบวัดแนวเขตที่ดินที่เกิดข้อพิพาท และได้มีการบันทึกการตรวจสอบ โดยการสอบสวน นายเสี้ยว นำพา, นางสาวปราณี นำพา, นางสาวอำไพ นำพา และชาวบ้านที่เป็นพยานแล้วนั้น

...

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ธ.ค.62 นางสาวปราณี นำพา อายุ 49 ปี นางสาวอำไพ นำพา อายุ 43 ปี ลูกสาวนายเสี้ยว ได้นำเอกสารบันทึกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ระบุว่า “คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดค่าพิกัดโดยรอบแปลงโดยตรวจวัดพื้นที่ในระบบ WGS 84 ได้จำนวน 15 จุด เป็นเนื้อที่ 42-1-28 ไร่ (พื้นที่ปลูกอ้อยที่ไม่ได้ถูกบุกรุก) และได้ตรวจวัดพื้นที่ตามที่มีการปักเสาปูนล้อมรั้วลวดหนามโดยรอบแปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นางสาวปราณี บอกว่า นายทวี รุกล้ำที่ดินของตนเองได้ จำนวน 10 จุด เป็นเนื้อที่ 23-0-04 ไร่ (พื้นที่ที่ถูกบุกรุก) จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจนับต้นมะพร้าวได้ จำนวน 511 ต้น ปลูกมาประมาณ 5 เดือน และตรวจนับต้นเสาปูนได้จำนวน 212 ต้น ที่ปักโดยรอบแปลง มีการขึงลวดหนามไว้จำนวน 3 เส้นไปตามเสาปูน แต่ไม่รอบต้นเสาปูนทั้งหมดที่มีการปักไว้” พร้อมเอกสารตารางค่าพิกัดอย่างละเอียด และแผนที่แสดงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมอบเอกสารดังกล่าวต่อ พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร สว.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เจ้าของคดีที่ได้มีการแจ้งความว่า นายทวี ไกรคุปต์ บุกรุกที่ดินตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.62 เพื่อดำเนินคดีกับ นายทวี ไกรคุปต์

นางสาวปราณี นำพา เปิดเผยว่าหลังจากได้เอกสารการตรวจรังวัดจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงนำมามอบเป็นหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ นายทวี ไกรคุปต์ ตน และครอบครัวต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด และขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กอ.รมน. หน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชน ที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง เพราะตอนแรกที่ถูกบุกรุก นายเสี้ยวผู้เป็นพ่อและตนพยายามร้องทุกข์ต่อหน่วยงานหลายที่ แต่เรื่องก็เงียบไม่คืบหน้า คิดว่าเราแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ คงไม่มีปัญหาไปสู้อะไรกับเขาหรอก จนพวกเราแทบหมดกำลังใจแล้ว แต่วันนี้ทุกอย่างชัดเจน ต่อไปก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

ด้าน พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี กล่าวว่าทางผู้เสียหายได้มามอบเอกสารการตรวจวัดยืนยันแล้วว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็นที่ดินในความถือครองของเขา ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานแล้วก็จะได้เรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา แต่คดีนี้เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ แต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะพูดคุย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนมีหมายเรียกถึงผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 2 ครั้ง ถ้าไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายจับตามกฎหมายต่อไป

ส่วนนายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กล่าวว่าข้อพิพาทในเรื่องนี้ทางป่าไม้ได้ทำการสำรวจแล้ว พื้นที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้เข้าไปแก้ไขปัญหาที่ทำกิน และเป็นพื้นที่ที่ให้สิทธินายเสี้ยวซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อลูกสาวครอบครองเพื่อทำกิน เมื่อเกิดข้อพิพาทก็เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน ทางป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ทางศูนย์ดำรงธรรม อ.สวนผึ้ง ดำเนินการ ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรมคงจะให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยเพื่อยุติปัญหา จะได้ต่างคนต่างทำมาหากิน ในส่วนเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกนั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกฎหมาย หากเจรจายอมความกันได้เรื่องก็ยุติ แต่เจรจากันไม่ได้คดีก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน..