กีฬา
100 year

ทวี-ปารีณา โดนทั้งพ่อทั้งลูก บุกรุกป่าข้อหาหนัก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ธ.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

ระวางโทษสูงสุด 20 ปี มีการแย่งไมค์อธิบดี ‘เอ๋’ ฟ้อง ‘วีระ-อัจฉริยะ’

อธิบดีกรมป่าไม้ย้ำชัด “ปารีณา” บุกรุกป่าชัดเจนแจ้ง บก.ปทส.ดำเนินคดี 2 พ่อลูก 4 ข้อหาบุกรุกผืนป่า โทษหนักจำคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ขณะที่ “ทวี ไกรคุปต์” บุกป่วนงานแถลงข่าว วอนเห็นใจลูกสาวมั่นใจในตัวเองสูง แต่ไม่รู้เรื่องการซื้อที่ แย่งไมค์ถามอธิบดีกรมป่าไม้พื้นที่ 46 ไร่ที่รุกป่าอยู่ตรงไหนโวเรียนวิศวะมาอ่านแผนที่เป็น ขณะที่ “บิ๊กตู่” ย้ำทุกคนต้องเข้าสู่กฎหมายที่ถูกต้อง ส่วน “ธรรมนัส” ฟันธง “เอ๋” มีที่แค่ 600 ไร่ ไม่ใช่ 1,700 ไร่ ด้านเลขา ป.ป.ช.ไฟเขียวให้ ส.ส.คนดังแก้บัญชีทรัพย์สินได้

ในที่สุดปัญหาการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดจากอธิบดีกรมป่าไม้แล้วว่าการถือครองที่ดินฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างแน่นอนและแจ้งความ ดำเนินคดีอย่างเป็นทางการแล้ว

อธิบดีป่าไม้ย้ำบุกรุกชัดเจน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. ที่กรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ แถลงข่าวการแจ้งความดำเนินคดีกับฟาร์มไก่เขาสนพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่บุกรุกพื้นที่ป่าจำนวน 46-1-40 ไร่ ว่า นับจากนี้คดีรุกป่าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไปคงพูดอะไรมากไม่ได้แต่จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย “กรมป่าไม้เริ่มตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณา ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแต่งตั้งคณะทำงานมีนายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธาน เริ่มลงพื้นที่ในวันที่ 24 พ.ย. ต่อมา น.ส.ปารีณา ได้ร้องเรียนมายังกรมป่าไม้ระบุว่าอาจมีการรังวัดที่ดินไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาตราส่วนแผนที่ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ไม่เหมือนกัน กรมป่าไม้ได้ตรวจซ้ำเพิ่มเติมพบมีการบุกรุกที่ดินในเขตป่าไม้ จำนวน 46-1-40 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41-1-59 ไร่ และที่ดินตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 4-3-81 ไร่

แจ้ง 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่า

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า ดังนั้นกรมป่าไม้จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายฐานความผิด 1.ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 2.ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า 3.เข้ายึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ 4.การกระทำผิดหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการ ทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97

ระบุโทษสูงสุดจำคุก 20 ปี

ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าและที่ปรึกษาชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า อะไรที่ผิดก็คือผิด เพราะได้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา กรมป่าไม้ จะดำเนินคดี น.ส.ปารีณา 4 ข้อหาคือผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งทั้ง 4 ข้อกล่าวหาจะผิดจะถูกขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อจะมีโทษอย่างไร นายอรรถพลกล่าวว่า โทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ มีโทษสูงสุด 20 ปี และโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท เมื่อถามว่าจากนี้กรมป่าไม้จะมีแนวทางในการตรวจสอบที่ดินในภาพรวม อย่างไร อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ต่อไปคงมีการสแกน ทั้งประเทศ ขอบเขตป่าในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทับซ้อน

“ทวี” โผล่ร่วมฟังแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เข้ามาในห้องแถลงข่าว หลังจากอธิบดีกรมป่าไม้พูดจบ นายทวีลุกขึ้นขอไมโครโฟนกล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจมาที่นี้แต่ตั้งใจทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับอธิบดีกรมป่าไม้ ระหว่างแถลงข่าวตนฟังอย่างเดียวแต่เมื่อมาที่นี่แล้วมีคำถาม ซึ่งตนไม่ได้มาหาเรื่องอธิบดีแต่มาขอความเป็นธรรม อีกทั้งติดต่อลูกสาวไม่ได้ “อยากบอกลูกสาวว่าอย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เพราะท่านทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย อยากให้หาหลักฐานมาสู้คดีจะดีกว่าและอย่าไปฟังทนายมาก เพราะต้องจ่ายเงินให้ทนายทั้งขึ้นทั้งล่อง ให้ฟังพ่อ ผมคิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่ 11 ขวบจนจบปริญญาโททำให้เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง คิดแบบฝรั่ง ไม่ฟังใคร แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อ” นายทวีกล่าว

แย่งไมค์จากอธิบดีฯพูดชี้แจง

จากนั้นนายทวีได้เดินเข้าไปหาอธิบดีกรมป่าไม้ที่โต๊ะแถลงข่าวพร้อมนำแผนที่ของกรมป่าไม้อัตรา ส่วน 1 : 400,000 ส่งให้อธิบดีกรมป่าไม้ชี้จุดที่ดิน 600 ไร่ พร้อมดึงไมค์จากอธิบดีกรมป่าไม้มาพูดว่ารุกที่ป่า 46 ไร่เศษในแผนที่อยู่จุดไหนซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้ยืนยันด้วยการชี้จุดที่เป็นสีเหลือง นายทวีกล่าวว่า จุดที่อธิบดีชี้มีเนื้อที่มากกว่า 600 ไร่ เหตุใดจึงมีความผิดกฎหมายถึง 3 ฉบับ คือ กฎหมายป่าสงวนฯ พ.ร.บ.ป่าฯ และกฎหมาย ส.ป.ก. เชื่อว่าข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน

อ้างจบวิศวะอ่านแผนที่เป็น

นายทวีกล่าวอีกว่า อยากจะขอถามอธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องแผนที่ที่บอกว่าครอบครัวของตนรุกป่า 46 ไร่อยู่บริเวณไหน เพราะพื้นที่ตามสเกลใหญ่เป็นหมื่นๆไร่ แต่แผนที่ที่มีมันเล็กมาก ตนเรียนวิศวะมาอ่านแผนที่ได้ การกล่าวโทษ น.ส.ปารีณาเหมือนจะเอาผิดกันหัวโต อีกทั้งในพื้นที่นี้มีอำเภอ ชุมชน อยู่ในบริเวณเดียวกันและแผนที่ในแต่ละหน่วยงานมีความทับซ้อนกัน เชื่อถือได้หรือไม่ ตนโอนสิทธิ ครอบครองจากชาวบ้านก่อนปี 2523 โดยซื้อจากชาวบ้านที่ทำไร่โดยไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าไม้หรือเขต ส.ป.ก. เพราะไม่มีป้ายปักแม้แต่ป้ายเดียวว่าเป็นเขตอะไร ไม่มีหลักหมุด อยู่มา 40 ปีเศษ ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้

ป้องลูกสาวไม่รู้เรื่องซื้อที่ดิน

“ชาวบ้านทั่วไปเหมือนกับผม ไม่รู้ว่าพื้นที่ใดและที่ไปโอนสิทธิครอบครอง ไม่มีพื้นที่ป่าแม้แต่พื้นที่เดียวเป็นชุมชนไปหมด ป่าสงวนได้ประกาศตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 แม้แต่ที่ว่าการอำเภอยังอยู่เขตป่าหมด นี่คือข้อเท็จจริง น.ส.ปารีณาไม่รู้การซื้อที่ ไม่รู้เรื่องนี้และผมซื้อมาจากชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าเป็นมือไหน มีใบ ภ.บ.ท.5 ก็ซื้อ และใบ ภ.บ.ท.5 ทางราชการเขาแจ้งมาว่า ใครที่ครอบครองที่ดินและใช้ประโยชน์ให้ไปเสียภาษีให้ท้องถิ่นนั้น ซึ่งผมก็เสียที่อำเภอ ช่วงหลังที่ อบต. แสดงว่าผมได้ทำประโยชน์และเสียภาษี” นายทวีกล่าว จากนั้นนายทวีได้ยื่นแผนที่ให้กับอธิบดีกรมป่าไม้และอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไม่อยากพูดในรายละเอียดมากเพราะมีผลทางคดี ให้ไปสู้ในชั้นศาล

แจ้งดำเนินคดี 2 พ่อลูกฮุบป่า

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน ที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้นำหลักฐานเข้าแจ้ง พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปทส.และคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุตรสาวข้อหาบุกรุกป่าสงวน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่าไม้รวม 4 ฉบับที่รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิกล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่ากรณีของกรมป่าไม้เป็นคดีเดียวกับที่นายวีระ สมความคิด แจ้งความไว้ที่ สภ.จอมบึงหรือไม่ ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าให้หน่วยงานใดดำเนินการสอบสวนหรือให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าที่ดินข้อพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก.หรือเป็นป่าไม้หรือป่าสงวนโดยจะแจ้งผู้ครอบครองเพื่อขอลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีหมุดหลักปักไว้อย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน

ชาวบ้านแจ้ง “พ่อ-ลูก” ยึดที่ 30 ไร่

ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพา น.ส.ปราณี นำพา อายุ 49 ปี ชาว ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส.เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ข้อหาบุกรุกป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ม.14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ม.54 ฐานห้ามไม่ให้บุคคลใดยึดถือครองทำประโยชน์ อาศัยในที่ดิน แผ้วถางทำลายป่า หรือกระทำการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรีโดยนายอัจฉริยะเปิดเผยว่า น.ส.ปราณีถูกนายทวีบุกรุกที่ดินกว่า 30 ไร่ และบุกรุกที่ดินป่าสงวนย่านสวนผึ้งกว่า 1,000 ไร่ และดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา กรณีบุกรุกที่ดินที่ อ.จอมบึง ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติยืนยันมีหลักฐานเอาผิดทั้งสองคนได้

น.ส.ปราณีเปิดเผยว่า นายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี พ่อได้ยกที่ดินให้ตนและน้องสาวกว่า 50 ไร่ เป็นผู้ครอบครองเมื่อวันที่ 7 ก.ค.62 แต่ปรากฏว่าถูกนายทวีบุกรุกล้อมรั้วปลูกต้นมะพร้าวไปกว่า 30 ไร่ และอ้างว่าเป็นที่ดินของนายทวี ทั้งที่ผ่านมาพ่อได้ใช้ที่ดินผืนนี้ทำมาหากินนานกว่า 50 ปี ทั้งนี้ได้นำเอกสารหลักฐานใบเสียภาษี ภ.บ.ท.5 ที่เสียภาษีตั้งแต่ ปี 2517-2557 และเอกสารการตรวจสอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 จ.ราชบุรี และเอกสารกรมป่าไม้มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับมายืนยันและเคยแจ้งความไว้ที่ สภ.สวนผึ้งและร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้ามีแต่เจ้าหน้าที่ประสานให้นายทวีเข้ามาไกล่เกลี่ยแต่ปฏิเสธ

ผู้การ ปทส.ยันใครผิดติดคุก

พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์ต้องสอบปากคำก่อนไปตรวจสอบว่าผู้ร้องทุกข์เคยไปร้องทุกข์ในพื้นที่ใดไปแล้วบ้าง ส่วนเรื่องทางคดีหากพบว่าเป็นคดีเดียวกันกับที่กรมป่าไม้จะเข้าแจ้งความจะรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกันรวมทั้งต้องประสานรับข้อมูลจากทุกฝ่ายทั้งเรื่องการรังวัดและอื่นๆ สำหรับการใช้แผนที่รังวัดที่ดินที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทางกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าระวางตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรง มีสาเหตุจากอะไร เพราะประเทศไทยมีแผนที่เพียงฉบับเดียวยืนยันว่าคดีนี้ไม่กังวลแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นนักการเมือง ขอให้ว่ากันตามกฎหมาย ใครผิดก็ติดคุก

“บิ๊กตู่” ย้ำต้องเข้าสู่กฎหมายถูกต้อง

ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาการถือครองที่ดินทับซ้อนระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดตัวเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนประเทศไทยว่า รัฐบาลนี้มี พ.ร.บ.ป่าชุมชน ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่ร่วมกับป่าโดยที่ป่าไม้ต้องไม่ถูกทำลาย ตรงไหนที่มีปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.ทับซ้อนต้องแก้กันไปแต่จะแก้อย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว และรีสอร์ตต้องแก้โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หากรื้อทั้งหมดเป็นปัญหา ต้องเอาแผนที่ 1:4,000 มาเทียบดูว่าตรงไหนเป็นที่ทับซ้อนเพื่อให้ทุกคนเข้าสู่กฎหมายให้ถูกต้อง

ส.ว.จี้ “ธรรมนัส” แก้ปัญหา ส.ป.ก.

ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภามีการประชุมวุฒิสภาโดยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ตั้งกระทู้ถามสด ถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯว่าที่ดิน ส.ป.ก.ที่ให้สิทธิคนจนตกไปอยู่ในมือของนายทุน ผู้มีอิทธิพล เกิดจากนโยบายรัฐที่ล้มเหลวและส่วนราชการละเลยแก้ปัญหาโดยร่วมมือกับผู้มีอิทธิพล นายทุนระดับชาติและท้องถิ่นจึงขอถามถึงนโยบายแก้ปัญหาบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.จะดำเนินการอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า บุคคลที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ต้องมีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก.กำหนดคือต้องเป็นเกษตรกร หรือเป็นผู้มีรายได้ต่อปีน้อยกว่า 30,000 บาท หรือจบการศึกษาด้านการเกษตร หรือเป็นบุตรของเกษตรกรแต่จะได้ที่ดินไม่เกินคนละ 50 ไร่ ดังนั้น ไม่ว่าบุคคลใดที่ครอบครองหรือบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. เกินกว่า 50 ไร่และไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดรัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องยึดคืน

ย้ำต้องยึดที่คืนจากพวกนายทุน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินหลายจังหวัดถูกกลุ่มนายทุน ผู้นำท้องถิ่นและนักการเมือง เข้าครอบครองเป็นที่ดินแปลงใหญ่ โดยเฉพาะ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดที่กลุ่มนายทุนถือครองที่ดิน ส.ป.ก.มากที่สุดในประเทศไทยจึงมอบให้เลขาธิการ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ยึดคืนสถานเดียวไม่มีข้อยกเว้นให้บุคคลใด เจ้าหน้าที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากไม่ปฏิบัติจะถูกลงโทษฐานไม่กำกับดูแลปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย

ฟันธง “เอ๋” ครองที่ดิน 600 ไร่

ต่อมา ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงเกษตรฯอีกครั้งว่า วันที่ 6 ธ.ค. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์-ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.จะแถลงแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 2 ล้านไร่ รวมถึงที่ดินฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ซึ่งที่ดินเขาสนฟาร์ม ที่ น.ส.ปารีณา แจ้งต่อ ป.ป.ช.นั้นจริงๆแล้วมีพื้นที่ในแปลงนั้น 600 ไร่ ไม่ใช่ 1,700 ไร่ตามที่แจ้งและไม่ใช่จะช่วยให้ที่ดิน 1,700 ไร่เหลือ 600 ไร่ ดังนั้น ส.ป.ก.จะแถลงข่าวว่าที่ดินในส่วน 600 ไร่ เป็นที่ ส.ป.ก.หรือไม่ หากเป็นต้องยึดคืนตามกฎหมาย ส.ป.ก. ไม่ได้มีการยกเว้นให้ใคร รวมถึงที่ดิน ส.ป.ก.ในหลายจังหวัด ที่ถูกกลุ่มนายทุน ผู้นำท้องถิ่น นักการเมือง ครอบครองเป็นที่ดินแปลงใหญ่ต้องยึดคืนโดยไม่มีข้อยกเว้น และภายใน 180 วัน ต้องสอบแนวเขตรังวัดแจกให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่แต่ละจังหวัดให้แล้วเสร็จ

ราชบุรีมี ส.ป.ก.ไม่รังวัด 575 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ส.ป.ก.ว่า เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นายวิณะโรจน์ สั่งให้ ส.ป.ก.จังหวัดสอบที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีการรังวัด 505,291 ไร่ และพื้นที่ที่เกษตรกรไม่เข้าร่วม 1,438,413 ไร่ ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของผู้มีอิทธิพล และนักการเมืองท้องถิ่น โดยมีการระบุว่า จังหวัดที่มีพื้นที่ครอบครองที่ ส.ป.ก.จากนักการเมืองมากสุดคือ จ.กระบี่ พื้นที่ 684,896 ไร่ ยังไม่รังวัด 64,918 ไร่ ไม่เข้าระบบ 22,675 ไร่ ขณะที่ จ.ราชบุรี มีพื้นที่ ส.ป.ก. 248,193 ไร่ ยังไม่รังวัด 575 ไร่ และไม่เข้าระบบ 40,327 ไร่ จ.สระแก้ว มีที่ ส.ป.ก. 1,512,640 ไร่ ไม่ยอมเข้าระบบ 221,734 ไร่ จ.ชลบุรี มีพื้นที่ ส.ป.ก. 516,049 ไร่ มีที่ดินยังไม่เข้าระบบ 43,626 ไร่ เป็นต้น

“ศรีสุวรรณ” จับพิรุธแจ้งที่เกิน

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ทำหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช.ขอแก้ไขรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดการแจ้งครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ทำให้มีการมีที่ดินเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ไร่ว่าจะขอดูข้อมูลดังกล่าวจาก ป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่ามีพิรุธเพราะหากแจ้งซ้ำซ้อนอย่างที่อ้าง ถ้าเพียง 5-10 ไร่คงเป็นเรื่องปกติแต่การแจ้งผิดเป็น 1,000 ไร่นั้น เป็นไปไม่ได้ เชื่อว่าการแจ้งตัวเลขมากมายขนาดนั้นอาจเป็นการแจ้งไว้ก่อนเพื่อหาที่ดินมาสวมในอนาคตและเตรียมยื่นเรื่องต่อเลขาธิการ ส.ป.ก. กับอธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ทั้งของ น.ส.ปารีณาและ ส.ส.กว่า 10 รายให้ตรวจสอบและเอาผิดอย่างจริงจัง ไม่ให้เกี้ยเซียะกัน

ป.ป.ช.รอผลพิสูจน์ทรัพย์ “ปารีณา”

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา เตรียมแจ้ง ป.ป.ช.ขอแก้ไขการแจ้งบัญชีทรัพย์สินในส่วนการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จาก 1,600 ไร่ เหลือ 600 ไร่ว่า ให้ไปถามนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเข้าที่ประชุม ป.ป.ช. แต่โดยปกติแล้วผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินสามารถยื่นข้อมูลเพิ่มเติมได้ แต่ประเด็นของ น.ส.ปารีณา คงต้องรอดูในรายละเอียดอีกครั้ง รอให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลเข้ามาก่อน เช่นเดียวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ตรวจสอบการมีอยู่จริงของทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ที่คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คงรีบเสนอเข้าที่ประชุม ป.ป.ช. รู้ดีว่าเป็นเรื่องสำคัญ

ไฟเขียว “เอ๋” แก้บัญชีทรัพย์สิน

ส่วนนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณาจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอแก้ไขรายการบัญชีทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงรายการถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ที่แจ้งข้อมูลผิดพลาดว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ผู้ยื่นสามารถขอแก้ไขได้ แต่ ป.ป.ช.จะอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เพราะ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีพฤติการณ์เชื่อว่าเจตนาหรือไม่เจตนา ก่อนจะสรุปเรื่องเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ลงไปตรวจสอบในพื้นที่เพิ่งกลับมาจึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สรุปเรื่องก่อนผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบทรัพย์สิน ส.ส.กรณีถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จะดำเนินการไปถึง ส.ส.อีกสิบกว่ารายที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ครอบครองที่ ภ.บ.ท.5 หรือไม่ นายวรวิทย์ ตอบว่า เชื่อว่าเมื่อเป็นข่าวมากขนาดนี้ เจ้าหน้าที่คงรีบดำเนินการตรวจสอบบัญชีของ ส.ส.ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ดังนั้น หากไม่มีผู้ร้อง เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้วเพราะเป็นกรณีที่สังคมสนใจ แต่หากมีผู้ยื่นร้องมาก็สามารถทำได้

“ปารีณา” ยื่นฟ้อง “วีระ-อัจฉริยะ”

ที่ศาลอาญา บ่ายวันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ศาลรับคำฟ้องไว้พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลหรือไม่ ในวันที่ 3 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. พร้อมกันนี้ น.ส.ปารีณายังให้นายธีรยุทธ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ อายุ 52 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยศาลรับคำฟ้องไว้พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลหรือไม่ในวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.

นายธีรยุทธกล่าวว่า น.ส.ปารีณายื่นฟ้องนายวีระ กรณีกล่าวหาว่าฟอกเงิน ส่วนนายอัจฉริยะได้พูดจาเหยียดหยามว่าเป็น ส.ส.กระจอก ประเด็นปัญหาที่นำคดีมาสู่ศาลเพื่อเปิดโอกาสให้มีการพิสูจน์ความจริง หวังว่านายวีระและนายอัจฉริยะจะนำความจริงมาพิสูจน์กัน ส่วนตนเตรียมข้อมูลดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว ทั้งนายวีระและนายอัจฉริยะเชื่อว่า น.ส.ปารีณาถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อยมีการแบ่งแยกออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน จึงอยากทราบว่าที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง นอกจากนี้ในคำฟ้องยังระบุถึงที่นายวีระและนายอัจฉริยะกล่าวเท็จในหลายประเด็นแต่ไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ส่วนอธิบดีกรมป่าไม้เท่าที่ฟังสัมภาษณ์ล่าสุดมีหลายประเด็นตรงกับหลักฐานที่ตนมีอยู่ทางทีมทนายเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานไว้เพื่อพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ปารีณา ไกรคุปต์ปารีณาที่ดินปารีณาทวี ไกรคุปต์กรมป่าไม้บุกรุกป่า

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้