กีฬา
100 year

ลุยฟ้อง "วีระ-อัจฉริยะ" "เอ๋" เอาคืน ข้อหาหมิ่นประมาท-แจ้งเท็จ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ธ.ค. 2562 05:10 น.
SHARE

ส่งทนายแลกหมัด ดำรงค์หันซัดสปก. ที่ไม่จัดการปารีณา! จัดหนัก ‘หาละเว้นฯ’

“ดำรงค์ พิเดช” เตรียมแถลงสภาปมที่ดินฟาร์มไก่ “ปารีณา” เร่งดำเนินคดีรุกป่า กรมป่าไม้ต้องดำเนินคดีแปลงใหญ่ 663 ไร่ด้วย ส่วน ส.ป.ก.ต้องโดนคดีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนอธิบดีกรมป่าไม้ยันไม่มีมวยล้ม หลังแถลงข่าวการถือครองที่ดิน ส.ส.ดัง เข้าแจ้งความตำรวจ ปทส.ทันที ขณะที่ “ปารีณา” แลกหมัดเดือด ให้ทีมทนายฟ้องเรียงตัว “วีระ สมความคิด” “อัจฉริยะ” ต่อศาลอาญา คดีแจ้งเท็จ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมแจงเรื่องที่ดินที่แจ้งกับ ป.ป.ช. มีความคลาดเคลื่อนซ้ำซ้อน ทำให้ที่ดินเพิ่มกว่า 1,000 ไร่

ปัญหาการดำเนินการทางกฎหมายกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี กรณีการถือครองที่ดินฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกที่หลวงชัดเจน แต่การเอาผิดตามกฎหมายมีเพียงนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ออกมา ประกาศยืนยันมีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติและจะต้องแจ้งความดำเนินคดีมีโทษถึงขั้นจำคุก ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้องอื่นๆ ยังนิ่งเงียบไม่แสดงความชัดเจนในการดำเนินการใดๆกับ ส.ส.คนดัง ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้

ความคืบหน้าเช้าวันที่ 1 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 09.30 น. ตนและคณะทำงาน ประกอบด้วย นายธวัชชัย ลัดกลูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร จะร่วมกันแถลงการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ไม่มีมวยล้ม ไม่มีใครหรือฝ่ายใดล็อบบี้ให้เลิกแถลงข่าว หลังการแถลงข่าวจะเดินเท้าไปแจ้งความ กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า ได้ประสานกับ ผบก.ปทส.ไว้แล้ว โดยจะมอบให้นายธวัชชัย หัวหน้าคณะทำงานกรมป่าไม้ กับป่าไม้จังหวัดราชบุรี ในฐานะ เจ้าของพื้นที่เป็นผู้แจ้งความ โดยพื้นที่ที่จะดำเนินคดี มีทั้งหมด 46-1-40 ไร่ แบ่งเป็นบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เนื้อที่ 41-1-59 ไร่ และบุกรุกเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 4- 3-81 ไร่ มีความผิดตามมาตรา 54 พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 และ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 จากนั้นคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน กรมป่าไม้พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า กรมป่าไม้ดำเนินคดี น.ส.ปารีณาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ประวิงเวลาหรือหาทางช่วยเหลือ ใช้มาตรฐานเดียวกันกับคดีอื่นๆ ไม่มีว่าจะเป็นชาวบ้าน นายทุน หรือนักการเมือง กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีใครช่วยใครได้ ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองก็ไม่เคยมาร้องขอหรือให้ตนหรือกรมป่าไม้ช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา เพราะทุกคนรู้ว่าคดีเกี่ยวกับป่าไม้ เป็นคดีร้ายแรงติดคุกเกือบทุกราย สังคมให้ความสนใจและจับตามอง กรมป่าไม้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ น.ส. ปารีณา ที่มาร้องขอให้มีการรังวัดใหม่ ซึ่งก็เป็นสิทธิ ใครจะร้องขอหรือแย้งสิทธิที่ได้รับการกล่าวหา กรมป่าไม้ก็ต้องทำให้ ถ้าไม่ทำให้จะกลายเป็นการกลั่นแกล้ง เมื่อมีการรังวัดใหม่ผลออกมาคือ น.ส.ปารีณามีการบุกรุกป่าสงวนฯ ก็ถือเป็นที่ยอมรับ ตนและเจ้าหน้าที่ที่เป็นคณะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อะไรที่ทำผิดหรือไปช่วยคนทำผิดให้ถูก ทำไม่ได้แน่นอน

ขณะเดียวกัน นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) กล่าวว่า ตนจะแถลงที่สภาฯในวันที่ 4 ธ.ค.เพื่อให้เร่งดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา หลังจากดำเนินคดี น.ส.ปารีณาบุกรุกป่าสงวนฯ และ ป่า พ.ศ.2484 จำนวน 46 ไร่เศษ ซึ่งเป็นคดีซึ่งหน้าแล้ว กรมป่าไม้ต้องดำเนินคดีอีก 663 ไร่ ที่กรมป่าไม้ไปรังวัดร่วมกับ ส.ป.ก.ด้วย ซึ่งถ้า น.ส.ปารีณาไม่มานำชี้พื้นที่ตาม ภบท.5 ที่ได้แจ้งไว้ ก็ให้ดำเนินคดีแปลงใหญ่ทั้ง 663 ไร่ แต่ถ้า น.ส.ปารีณามานำชี้เป็นจุดก็ให้ดำเนินคดีรายแปลง ที่สำคัญจะต้องดำเนินคดีกับ ส.ป.ก.ด้วยฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะ ส.ป.ก.รู้ทั้งรู้ว่า น.ส.ปารีณาขาดคุณสมบัติในการถือครองที่ดินตั้งแต่ปี 2554 แต่กลับไม่แจ้งขับไล่ออกจากพื้นที่ หรือติดประกาศ แม้กระทั่งมีพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปแล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทำอะไร นอกจากนี้ ไฟฟ้าที่ใช้ในฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ใครเป็นคนขอและฟาร์มไก่ ตั้ง 8-9 โรง ที่บุกรุกป่าสงวนฯ มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรีบดำเนินคดีเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะกรณีของ น.ส.ปารีณาสังคมและประชาชน จับตาในเรื่องของสองมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐปฏิบัติ

ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันที่ 2 ธ.ค.จะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชันต่อศาลอาญา รัชดา ในข้อหาแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีนายวีระได้ไปแจ้งความที่ สภ.จอมบึง ในวันที่ 21 และ 24 พ.ย.รวมทั้งจะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นคำฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ใส่ความโดยการโฆษณาด้วยเช่นกัน ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะไปยื่นฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลางนั้น ตนได้รับแจ้งจากฝ่ายกฎหมายว่า ยังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องเลื่อนการฟ้องคดีในวันดังกล่าวไปก่อน

น.ส.ปารีณากล่าวอีกว่า ที่ดินที่ได้แจ้งให้กับ ป.ป.ช.ไปนั้น วันที่ 29 พ.ย.2562 ตนได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อแจ้งขอแก้ไขรายการในบัญชีหนี้สินทรัพย์สิน เนื่องจากเกิดความคลาดเคลื่อนและซ้ำซ้อนในเอกสาร ภบท.5 ที่ได้ยื่นเสียภาษี ในปี 2549 ได้แจ้ง ป.ป.ช. ซ้ำซ้อนกับเอกสาร ภบท.5 ที่ได้ยื่นเสียภาษีในปี 2553 ทำให้จำนวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กว่าไร่ ทั้งที่ ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่รวมประมาณ 600 กว่าไร่ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว

ขณะที่เรื่องที่ดินฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ยังจบไม่ลงกลับเป็นชนวนให้ลุงเลี้ยงหมูออกมาแฉถูกพ่อ ส.ส.ดังฮุบที่ดิน ภบท.5 จนเกือบหมดทั้งแปลง โดยผู้สื่อข่าวไปที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อพบนายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน ที่นำหลักฐานการถือครองที่ดินไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ที่มาตั้งหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ ในเขตปฏิรูปที่ดินปีงบประมาณ 2563 ที่ศาลาอเนกประสงค์ อบต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินอยู่ในเขต ส.ป.ก.หรือไม่ ปรากฏว่าเป็นที่อยู่นอกเขต ส.ป.ก. แต่นายเสี้ยวแฉเพื่อขอความเป็นธรรมว่า ถูกนายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พ่อของ น.ส.ปารีณา ฮุบที่ดิน โดยนายเสี้ยวชี้เสาปูนล้อมรั้วลวดหนามที่นายทวีพาคนงานมาปักล้อมไว้เพื่อแสดงการถือครอง

นายเสี้ยวเปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเลี้ยงหมูและทำไร่อ้อย ถือครองที่ดิน ภบท.5 เนื้อที่ 50 ไร่ ตั้งแต่ปี 2517 ซึ่งนายทวีพยายามรุกที่ดินของตนมาตลอด คาดว่าเพื่อให้พื้นที่ไปบรรจบกับที่ดินของนายทวีที่อยู่ถัดไปอีกแปลงให้เป็นแปลงเดียวกัน จนเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังตนตัดอ้อยแล้ว นายทวีพาลูกน้องทำรั้วรุกที่ดินของตน พยายามชี้แจงแต่นายทวีไม่ฟัง ตนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สวนผึ้ง ว่านายทวีบุกรุกที่ดิน ซึ่งตำรวจก็แจ้งว่านายทวีแจ้งความกล่าวหาตนบุกรุกเช่นเดียวกัน และรับว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

นายเสี้ยวกล่าวต่อว่า ต่อมาได้ร้องศูนย์ดำรงธรรม อ.สวนผึ้ง ขอให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ตรวจสอบที่ดินของตน พร้อมเปลี่ยนชื่อลูกสาวเป็นผู้ครอบครอง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ได้มีหนังสือตอบกลับศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 ว่า ผลการตรวจสอบข้อมูล แล้ว ผลปรากฏว่าได้มีการรังวัดตามโครงการสำรวจถือครอง ระบุลูกสาวคือ น.ส.อำไพ นำพา เนื้อที่ 23-2-79 ไร่ น.ส.ปราณี นำพา เนื้อที่ 23-0-99 นำไปเป็นหลักฐานประกอบคดีกล่าวหานายทวีบุกรุกแต่เรื่องก็เงียบ เรื่องนี้ลูกสาวเคยไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เมื่อคราวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาตรวจราชการพื้นที่ราชบุรี ก่อนประชุม ครม.สัญจรที่ จ.กาญจนบุรีแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์เพื่อขอสัมภาษณ์นายทวี ไกรคุปต์ เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวแต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งผู้สื่อข่าวจะได้ติดต่อกับนายทวีและคนใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ปารีณาปารีณา ไกรคุปต์หมิ่นประมาทแจ้งความเท็จวีระ สมความคิดอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้