‘อนุทิน-มนัญญา’ จวกสุริยะ ลักไก่มติบอร์ดฯยืดเวลา 6 ด.
“อนุทิน” รอฟัง “สุริยะ” แจงมติแบน 2 สารพิษ ฉุนกรมวิชาการเกษตรไม่ฟังคำสั่ง “มนัญญา” ลั่นคุมไม่ได้ก็คืนให้ “รมว.เกษตรฯ” พิจารณา นายกฯยันไม่ขัดข้องขยายเวลาแบนสารพิษไม่ยุ่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา “สัมฤทธิ์” เชื่อยืดแบนสารเคมีเป็นเรื่องดีเกษตรกรได้ปรับตัว ป้อง“สุริยะ” ไม่ใช่คนตัดสินใจคนเดียวแต่เป็นมติจากคณะกรรมการ ด้าน “สุริยะ” หงายเงิบ หลัง “จิราพร ลิ้มปานานนท์” 1 ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย อ้างรับไม่ได้มติบอร์ดวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย. ทั้งที่ร่วมกันร่างแนวทางจนได้ข้อยุติทุกฝ่ายโดยไม่มีใครคัดค้าน แต่พอออกจากที่ประชุมกลับบอกไม่รับรู้ “มนัญญา” เมินมติบอร์ดวัตถุอันตราย เผยจะยังยึดตามมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ให้แบนทั้ง 3 สารในวันที่ 1 ธ.ค.เช่นเดิม ส่วนการกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ใครสั่งการได้ก็เอาไป ขอแลกดูแลกรมชลประทาน
เรื่อง 3 สารเคมีการเกษตรยังอลวนอลเวงจบไม่ลง ทั้งนี้ เมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ขยายเวลาแบน 2 สารเคมีออกไปอีก 6 เดือน และให้จำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า ให้รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้แถลง แต่จากที่ได้รับรายงานจากกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข คือ เลขาธิการอย. และอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทราบว่ายังไม่มีการลงมติใดและมติเดิมก็ยังมีการรับรอง
อนุทินรอฟัง “สุริยะ” แจงแบน 2 สาร
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ดังนั้นต้องไปถามนายสุริยะ ตนจะรอฟัง นายสุริยะแม้เป็นประธานกรรมการแต่เป็นหนึ่งเสียงในคณะกรรมการชุดนั้น เป็นผู้นำการประชุม ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นำหรือไปเปลี่ยนมติอะไรได้ เรื่องนี้อย่าไปมองเป็นการเมือง เป็นเรื่องของการทำงาน เมื่อวันที่ 22 ต.ค. กรรมการวัตถุอันตรายลงมติเป็นเอกฉันท์ให้แบน 3 สาร เริ่มวันที่ 1 ธ.ค. กรมวิชาการเกษตรจะต้องทำเรื่องมาให้ที่ประชุมกรรมการลงนาม แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ไม่มีการทำเรื่องมาให้ประธานกรรมการลงนามและการประชุมดำเนินต่อไปอย่างไรไม่ทราบ
...
จวกกรมวิชาฯทำงานข้ามขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กรมวิชาการเกษตร มีหนังสือตรงถึงที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ทราบเรื่องถือว่าข้ามขั้นตอนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาข้ามขั้นตอนอย่างนี้มาตลอดอยู่แล้วเป็นอันชัดเจนว่าเขาไม่ฟังคำสั่ง รมช.มนัญญา ก็ต้องไปพูดคุยกันในพรรคภูมิใจไทยก่อน
ถ้าคุมไม่ได้ ขอคืนให้ “เฉลิมชัย”
เมื่อถามว่าจะต้องคืนกรมวิชาการเกษตรไปให้ รมว.ดูแลเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในเมื่อควบคุมกันไม่ได้และปวดหัวกันอย่างนี้ คงต้องคุยกันในพรรคภูมิใจไทย ผมเป็นหัวหน้ามนัญญา ก็ต้องบอกว่า จะทู่ซี้คุมไปทำไม คุมไม่ได้แล้วทะเลาะกัน เราไม่อยากให้ข้าราชการประจำกับข้าราชการการเมืองมาทะเลาะกัน ต้องเสนอไปถึงผู้บังคับบัญชาของ รมช.มนัญญาคือ นายเฉลิมชัย รมว.เกษตรฯ ถ้าจะคืนก็ต้องทำหนังสือขอคืน ด้วยเหตุผลที่ต้องเขียนลงไป เช่น ควบคุมไม่ได้ ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ต้องให้ รมว.เฉลิมชัยพิจารณาว่า จะให้ดูต่อหรือจะเปลี่ยนกรม ในเมื่อรัฐมนตรีเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนกรม
นายกฯไม่ยุ่งคณะกรรมการวัตถุฯ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ขัดข้องในเรื่องเหล่านี้ เรื่องของการยกเลิกก็ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมองในแง่สุขภาพประชาชนและผู้บริโภค ทั้งนี้ ต้องมาดูรายละเอียดอีกที เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ต้องหาวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ว่ากันมา ไม่สามารถไปสั่งได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ทำงานมา กระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้ได้ เพื่อลดความขัดแย้ง ลดปัญหาจากภาคเกษตรด้วย
“สัมฤทธิ์” ขอบคุณมติช่วยเกษตรกรปรับตัว
อีกด้านที่รัฐสภา นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.กลุ่มตัวแทนเกษตรกร แถลงว่า ขอขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีมติขยายการแบนสารอันตราย 2 ชนิด ออกไป 6 เดือน และยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต เป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้ปรับตัว เนื่องจากที่ผ่านมา 10 กว่าปี เกษตรกรใช้สาร 3 ชนิดดังกล่าว มาตลอด เกษตรกรจะลำบากหากเราหักด้ามพร้าด้วยเข่า พวกเราไม่ได้คัดค้านการแบนสารเคมีดังกล่าว เราต้องให้กำลังใจกรมวิชาการเกษตร ในการหาสารทดแทนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภค
ป้อง “สุริยะ” ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว
นายสัมฤทธิ์กล่าวอีกว่า การขยายเวลาแบนสารพิษไม่ใช่การตัดสินใจของนายสุริยะเพียงคนเดียว ความจริงเป็นมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยและหารือกันของผู้เชี่ยวชาญจากทุกๆด้าน อีกไม่นานทุกฝ่ายจะหาทางออกเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายประเภท นอกจากนี้ ยังทราบว่าคณะกรรมการฯจะมีการพิจารณาถึงสารเคมีอื่นอีกหลายชนิด เพื่อความปลอดภัยที่แท้จริงของประชาชน
“สุริยะ” ยันที่ประชุมพิจารณาจนได้ข้อยุติ
ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ตนทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ขอยืนยันว่าที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาข้อมูลจากตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาเสนอในที่ประชุมอย่างรอบด้านและให้นำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็นใดๆ ที่ประชุมยังได้ช่วยกันร่างข้อมูลและส่งให้คณะกรรมการทุกคนช่วยตรวจสอบ มีเลขานุการของคณะกรรมการฯเป็นคนพิมพ์มติดังกล่าว ในห้องประชุม จนได้เป็นข้อยุติออกมาซึ่งไม่มีกรรมการคนใดคัดค้านแต่อย่างใด
แม้ไม่ยกมือโหวตแต่เห็นชอบร่วมกัน
นายสุริยะกล่าวอีกว่า ระหว่างการประชุม ทุกคนสามารถแสดงความเห็นและร่วมกันร่างมติ จนได้ออกมาซึ่งมติที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสมที่สุด สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้และไม่มีใครคัดค้าน โดยไม่ได้มีการยกมือโหวตหาข้อสรุปแต่อย่างใด เพราะถือว่าที่ประชุมมีมติดังกล่าวเป็นความเห็นร่วมกัน ดังนั้นกรรมการคนใดคนหนึ่ง จะออกมาบอกว่าไม่เห็นด้วยในมติของที่ประชุม หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลงแล้ว ยังรู้สึกแปลกใจว่าหลังจากให้ที่ประชุมช่วยกันเสนอมติ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย นางจิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ประกาศลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ยังเป็นคนเดินไปให้ฝ่ายเลขานุการในที่ประชุม ให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องตามมติที่ออกมา ได้ถามย้ำหลายครั้งแล้วว่ามีใครคัดค้านใช่ไหม ที่ประชุมไม่มีใครคัดค้าน มีเพียงกรรมการ 3 ท่าน ที่ขอตั้งข้อสังเกตว่าอยากให้ขยายเวลาการแบน 3 สารออกไปก่อน เพื่อให้กรมวิชาการเกษตรฯ นำข้อมูลและจัดหามาตรการรองรับให้รอบด้านครบถ้วนกว่านี้ ไม่รู้ว่าเมื่อออกนอกห้องประชุมทำไมจึงเกิดแบบนี้ขึ้น
จิราพรโพสต์ FB ยันไม่มีการลงมติ
สำหรับนางจิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งในกรรมการวัตถุอันตราย ได้ประกาศลาออกผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม) ว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสามและยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่าไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่
สารีนำทีมให้กำลังใจมนัญญา
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคและเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์สุขภาพ ประมาณ 20 คน นำโดยนางสารี อ๋องสมหวัง เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน พลิกมติที่ประชุมเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. นางสารี กล่าวว่า ขอประณามการตัดสินใจที่ไม่ยืนเคียงข้างสุขภาพของผู้บริโภค จากการทดสอบเดือนที่ผ่านมาของมูลนิธิผู้บริโภค พบการตกค้างของสารเคมีมากถึง 13 ชนิด และสูงถึง 60% ในน้ำส้มผสมและน้ำส้ม 100% จำนวน 30 ตัวอย่างที่สุ่มตรวจจากท้องตลาด จึงขอเรียกร้องให้มีการปรับปรุงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยระบุสารเคมีที่ใช้ทางการเกษตรให้ครบถ้วน
มนัญญาเมินมติคณะกรรมการวัตถุฯ
ขณะที่ น.ส.มนัญญา เปิดเผยว่า ตามที่นายสุริยะแถลงให้ยืดระยะเวลาการใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ยังไม่เป็นมติ เนื่องจากในที่ประชุมไม่มีการโหวตให้ลงมติ ดังนั้น การจะให้กรมวิชาการเกษตรปฏิบัติตามที่นายสุริยะแถลงไป ต้องมีหนังสือแจ้งมาอย่างเป็นทางการก่อน ได้เรียกกรมวิชาการเกษตรมาให้นโยบายไปเรื่องนี้ไปแล้ว การยืดเวลาการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ออกไป 6 เดือน ไม่สามารถนำเข้าสารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสได้ เนื่องจากสต๊อกยังมีอยู่
ขอกรมชลประทานมาดูแลเอง
น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า ที่จะยกกรมวิชาการเกษตรให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กลับไปดูแล ข้อย้ำว่าใครที่สามารถดูแลและสั่งการกรมวิชาการเกษตรได้มากกว่า ดิฉันก็ยินดี สุดแล้วแต่ เอาไปเลย ยินดี ถามว่าดิฉันอยากได้กรมไหน บอกเลยว่าอยากได้กรมชลประทานมาดูแลแทน ส่วนการทำงานภายในกระทรวงเกษตรฯ จะขลุกขลักไหม ต้องบอกว่าเดินขึ้นบันไดก็มีขั้นบ้าง แต่ตอนนี้ต้องรอดูหนังสือจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่ามีมติอย่าง ไร ยังไม่รู้ว่าจะได้อยู่ดูมั้ย เรื่องนี้คงไม่สอบถามหรือไปหารือกับ รมว.เกษตรฯ เพราะหาก รมว.เกษตรฯต้องการเรียกหารือก็เรียกได้เสมอ
ตัวแทน สธ.ขอยึดมติเดิม 22ต.ค.62
ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงท่าทีและจุดยืนของกระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงฯ ยืนยันชัดเจนว่า สารเคมีทั้ง 3 ชนิดส่งผลกระทบต่อสุขภาพและขอยืนยันตามมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 คือ แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพราะมีข้อมูลชัดเจนว่า มีผู้ป่วยได้รับอันตรายจากสารเคมีเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น และห่วงว่าอนาคตจะพบปัญหาสุขภาพประชาชนมากขึ้น นอกจากรุ่นเราแล้ว เด็กรุ่นต่อไปก็มีโอกาสจะมีปัญหาด้านสุขภาพได้