"โอ๊ค-พานทองแท้" โล่ง ศาลยกฟ้องคดี 10 ล้านกรุงไทย (คลิป)

ข่าว

"โอ๊ค-พานทองแท้" โล่ง ศาลยกฟ้องคดี 10 ล้านกรุงไทย (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

26 พ.ย. 2562 05:05 น.

พยานโจทก์-ไร้น้ำหนัก แต่คณะตัดสินเห็นแย้ง ให้บันทึกโทษจำคุก 4 ปี! รอลุ้นเสนอชั้นอุทธรณ์

“โอ๊ค-พานทองแท้” ยิ้มได้ หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกฟ้องคดีร่วมกันฟอกเงินกรุงไทย 10 ล้านบาท ระบุพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่ากระทำความผิดตามฟ้อง ท่ามกลางความดีใจของกองเชียร์และญาติมิตร นำโดย “คุณหญิงพจมาน” ผู้เป็นแม่ เอมและอุ๊งอิ๊ง 2 น้องสาว ร่วมเดินทางมากันพร้อมหน้า ขณะที่เจ้าตัวกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ “เอม” โพสต์อินสตาแกรม บอกวันนี้เป็นหนึ่งในข่าวดีที่สุดของครอบครัว ด้าน “วิษณุ” ยันไม่เกี่ยวสมานฉันท์ เป็นเรื่องศาลตัดสิน ชี้อัยการร้องอุทธรณ์ได้ถ้าเป็นศาลชั้นต้น

ลูกโอ๊ครอด ศาลยกฟ้องคดีร่วมกันฟอกเงินกรุงไทย 10 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินทุจริตการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย ให้ธุรกิจเครือกฤษดามหานคร คดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 41 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

คดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค.61 กรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็ค 10 ล้านบาทเข้าบัญชี โดยเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำทุจริตปล่อยเงินกู้สินเชื่อระหว่างธนาคาร กรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี บุตรชายนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย เป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎาบุตรชายคนละ 12 ปี นอกจากนี้ นายวิชัย นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คน ยังถูกอัยการยื่นฟ้องในความผิดฐานฟอกเงินการปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบอีกด้วย โดยคดีของนายพานทองแท้จำเลยนั้นได้ให้การปฏิเสธ ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง เงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีนั้นเป็นการร่วมลงทุนธุรกิจรถซุปเปอร์คาร์กับนายรัชฎาบุตรชายของนายวิชัย

ก่อนหน้าฟังคำพิพากษา นายพานทองแท้ พร้อมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา พี่สาว-น้องสาว รวมทั้งบุคคลในครอบครัว เดินทางมาถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อเวลา 09.38 น. โดยทันทีที่มาถึง นายพานทองแท้ลงมาจากรถตู้ยี่ห้อเบนซ์เป็นคนแรกในชุดสูทสีกรมท่า สวมแว่นตาเลนส์สีน้ำเงิน ก่อนหันไปประคองคุณหญิงพจมาน ผู้เป็นแม่ลงจากรถ มีน้องสาวทั้ง 2 คนที่มาร่วมให้กำลังใจ และโดยสารมาในรถตู้คันเดียวกัน คือ เอม-พินทองทา คุณากรวงศ์ มากับนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี ส่วน อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวคนเล็ก มากับสามีหนุ่มนักบิน ปอ-ปิฎก สุขสวัสดิ์ ท่ามกลางกลุ่มสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตที่มาปักหลักรายงานข่าวการฟังคำพิพากษานัดสำคัญครั้งนี้ ท่ามกลางกลุ่มคนสนิทนายพานทองแท้ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนี้บริเวณศาลมีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 50 นาย เข้ามาดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาลด้วย

เมื่อสอบถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ในการฟังคำพิพากษาวันนี้ นายพานทองแท้กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มเล็กน้อยว่า “รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย” ขณะที่คุณหญิงพจมานได้ยิ้มทักทายกลุ่มสื่อมวลชนและผู้มาให้กำลังใจก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็น ว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าผู้กระทำความผิดรับโอนเงินตามพระราชบัญญัติการฟอกเงินนั้น บุคคลนั้นต้องรู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ มีเพียงว่านายวิชัยคือผู้ถือหุ้นของกลุ่มกฤษดามหานครและนายรัชฎาบุตรชายมีความสนิทกับครอบครัว ของจำเลยซึ่งขณะนั้นนายทักษิณ ชินวัตร บิดาจำเลยเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงเพื่อนสนิทที่มีการใช้ชีวิตทำกิจกรรมคล้ายกัน การรับเช็คจากนายรัชฎามาเป็นเพียงเพื่อการลงทุนนำเข้ารถยนต์หรู ระหว่างที่นายพานทองแท้ได้รับโอนเงินมานั้นมีการเบิกถอนเงินคราวละ 5,000-20,000 บาทรวม 11 ครั้ง ไม่ได้เป็นพิรุธผิดสังเกต บัญชีดังกล่าวเป็นลักษณะเปิดเผยไม่มีลักษณะเป็นการอำพรางแหล่งที่มา สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ขณะจำเลยรับโอนเงินมีอายุ 26 ปี จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมีทรัพย์สินมากกว่า 400 ล้านบาท เงิน 10 ล้านบาทที่ได้รับมาหากเทียบแล้วคิดเป็นเงินเพียง 0.025% เท่านั้น พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง แต่ผู้พิพากษามีความเห็นแย้งเป็นผลร้ายแก่จำเลย ได้ทำความเห็นแย้งประกอบไว้ในคำพิพากษานี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า คดีนี้ในการประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษา มีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่ายจะหาเสียงข้างมากมิได้ จึงให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 183, 184 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริต พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้พิพากษาที่เห็นว่านายพานทองแท้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เห็นควรให้จำคุก 4 ปี ทั้งนี้ได้มีการบันทึกความเห็นแย้งคำพิพากษานี้ไว้เพื่อพิจารณาต่อไปในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วย

มีรายงานว่า ระหว่างฟังคำพิพากษานายพานทองแท้ยืนกุมมือฟังการอ่านคำพิพากษาด้วยความสงบ โดยแม่และน้องๆนั่งอยู่เคียงข้าง กระทั่งศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้อง นายพานทองแท้และกลุ่มญาติสนิท คนใกล้ชิดต่างยิ้มออกด้วยความโล่งใจ ก่อนที่นายพานทองแท้จะลงลายมือชื่อรับทราบคำพิพากษา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินลงมายังหน้าศาลเกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อสื่อมวลชนจำนวนมากพยายามจะสัมภาษณ์นายพานทองแท้ แต่ด้วยความเบียดเสียดจึงไม่สามารถยืนให้สัมภาษณ์ได้ โดยนายพานทองแท้กล่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ส่วนคุณหญิงพจมานกล่าวเช่นเดียวกันรู้สึกสบายใจขึ้น จากนั้นผู้ติดตามนายพานทองแท้ได้กันบรรดาสื่อ เปิดทางให้นายพานทองแท้เดินทางกลับขึ้นรถตู้เบนซ์ โดยมีกลุ่มชาวบ้านที่มาคอยให้กำลังใจยืนตะโกนบอก “รักครอบครัวชินวัตร” อยู่ข้างรถตู้

มีรายงานว่า ก่อนเดินทางมาฟังคำตัดสิน เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงษ์ หรือเอม ได้โพสต์อินสตาแกรม เป็นภาพนายพานทองแท้ ชินวัตร สวมกอดกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พร้อมข้อความระบุว่า “เรามีกันและกันเสมอนะ เหมือนเดิมตลอดมาและตลอดไป สู้ๆ ตั้งสติไม่ต้องห่วงแม่และพวกเรา พวกเราเข้มแข็ง และเชื่อมั่นในตัวพี่ชายเสมอ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี” จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. น.ส.พินทองทา โพสต์ภาพอีกครั้งเป็นภาพนายพานทองแท้ระหว่างเดินทางไปที่ศาล พร้อมระบุข้อความว่า “ขอขอบพระคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้พวกเรา พวกเราทุกคนรับรู้และซาบซึ้งมากจริงๆ และขอขอบคุณครอบครัวของเราที่อบอุ่นและคอยดูแลประคองความรู้สึกกันตลอดไม่ว่าจะคุณแม่ที่อยู่ใกล้หรือรวมถึงคุณพ่อที่อยู่ไกลแต่กำลังใจส่งมาไม่ห่าง ในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในข่าวดีที่สุดของครอบครัวเราเลย ขอบคุณทุกคนนะคะรวมถึงสื่อมวลชนทุกท่านด้วย”

ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง โพสต์ในอินสตาแกรมเช่นเดียวกันเป็นภาพนายพานทองแท้พร้อมข้อความระบุว่า “ขอบพระคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ส่งให้พี่ชายของเราในวันนี้ ที่ผ่านๆมา มันมีความหมายมากจริงๆสำหรับเรา ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองให้วันนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราค่ะ”

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษายกฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร ไม่ผิดฐานฟอกเงินในคดีปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทย อัยการยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ว่า ถ้าเป็นศาลชั้นต้นตัดสิน อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ เมื่อถามว่าจากคำตัดสินสามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ คุณไปพูดแบบนั้นไม่ได้ เป็นเรื่องของศาลตัดสิน ใครจะไปปรองดองกับศาล เมื่อถามว่าสังคมคาดการณ์ตอนแรกว่านายพานทองแท้น่าจะโดนคดี นายวิษณุกล่าวว่า เล่นไปคาดการณ์กันเอง คาดถูกคาดผิดไปตามเรื่อง โดยไม่เคยฟังพยาน ไม่เคยดูคำฟ้อง ไม่เคยดูคำให้การ ศาลตัดสินว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่พอใจก็เป็นเรื่องที่จะไปว่ากันต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โอ๊ค พานทองแท้พานทองแท้ ชินวัตรพานทองแท้โอ๊คคดีโอ๊คฟอกเงินกรุงไทย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 05:50 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์