ไลฟ์สไตล์
100 year

ศึกเชือดรัฐมนตรี จัด 3 กลุ่ม มีโดนลอยแพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 พ.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

เทพไทแขวะ ‘ตู่’ ไม่รู้เศรษฐกิจ ‘ศรี’ จี้ฟันอนาคตใหม่มือบอน

พรรคฝ่ายค้านจัด 3 กลุ่ม รมต.ขึ้นเขียงซักฟอก 3 ป. ตัวยืน พร้อมก๊วนใกล้ชิดนอมินีต่อท่ออำนาจและกลุ่มใหม่พัวพันทุจริตเอื้อพวกพ้องโฆษก พท.หยันพรรคร่วมรัฐบาลร้าว รมต.บางคนหนาวเสี่ยงถูกลอยแพ “ชลน่าน” แพลมลากปมปล่อยปละละเลยแจกที่ดินคนรวย-นักการเมือง ถล่มด้วย “วิรัช” ฟุ้งยื่นญัตติเมื่อไหร่ก็พร้อมการันตีทุกมือยกพรึบทางเดียวกัน ย้อน “ช่อ” ถ้า “เดียร์” ผิด กกต.ไม่ละเว้นแน่ ปชป.โวย “เทวัญ” รีบร้อนชงตั้ง กมธ.ศึกษา รธน. ปิดปาก ส.ส.จองอภิปราย ตื๊อขอแรงหนุน “มาร์ค” นั่งประธาน กมธ.แก้ รธน. “เทพไท” จวกรัฐบาลล้มเหลว ซัดผิดพลาดเอานายทหารไม่มีความรู้มานำทีม จี้นายกฯปรับทีมเศรษฐกิจ 3 ก๊ก มอบรองนายกฯคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้า “คารม” อัด “วันชัย-สมชาย” ผ้าขี้ริ้วเช็ดท็อปบูต จุ้นให้ร้าย อนค. “ประยุทธ์” ไปนครปูซานร่วมถกสุดยอดอาเซียน-เกาหลี

ข่าวแนะนำ

จากกรณีพรรคฝ่ายค้านระบุเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ช่วงปลายเดือน พ.ย. โดยล็อกเป้าจะอภิปรายซักฟอก 3 ป. แกนนำรัฐบาล ล่าสุดมีการแบ่งกลุ่มรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเป็น 3 กลุ่ม และอาจมีรัฐมนตรีบางคนถูกลอยแพ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล

ฝ่ายค้านจับ รมต. 3 กลุ่มขึ้นเขียง

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านว่า ก่อนหน้านี้โพลหลายสำนักสะท้อนความเห็นประชาชนว่า สถานการณ์สุกงอมที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ใช่การดำเนินการที่เร็วเกินไป ในอดีตรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ทำงาน 4 เดือนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว เบื้องต้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้น่าจะแบ่งกลุ่มผู้ที่ถูกอภิปรายเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม 3 ป. แกนหลักตั้งแต่รัฐบาลรัฐประหารจนถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 2.กลุ่มใกล้ชิดหรือตัวแทนของ 3 ป.ที่อยู่ในอำนาจต่อเนื่องนานๆ 3.กลุ่มที่เข้ามาใหม่แล้วพบพิรุธในโครงการต่างๆเพื่อเอื้อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง จะต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิดต่อไป

หยัน รบ.ร้าว รมต.จะถูกลอยแพ

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านยุคนี้ไม่มีเครื่องมือพิเศษ หรือตัวช่วยอะไรที่พออภิปรายล้มรัฐบาลได้ แล้วสามารถใช้ดาบ 2 ดาบ 3 เครื่องมือพิเศษอื่นๆจัดการรัฐบาลให้พ้นไป นอกจากการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามกลไกรัฐสภา จากสภาพพรรคร่วมรัฐบาลที่ขาดเอกภาพ ต่างคนต่างยึดกุมหม้อข้าวตัวเอง มีรอยร้าวระหว่างพรรคหลายกรณี เชื่อว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะโดนลอยแพสูง เพราะขนาดนัดกันกินข้าวลดความบาดหมางระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่สามารถนัดกันได้เลย ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่ประชาชนฝากความหวังในการตรวจสอบรัฐบาล ไม่ให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาสในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศ

ลากแจกที่ดินมั่วมาขย่มด้วย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกำหนดกลุ่มรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น 3 กลุ่ม ขณะนี้เป็นเพียงการกำหนดกรอบกว้างๆว่าจะอภิปรายกลุ่มใดบ้าง ยังไม่ได้กำหนดเฉพาะเจาะจงลงไปเป็นรายบุคคล คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลในสัปดาห์หน้า รวมทั้งจะรีบเขียนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ทันภายในสัปดาห์หน้าเช่นกัน ส่วนเรื่องที่จะอภิปรายยืนยันว่าจะไม่ใช่เรื่องเดิมๆที่เคยพูดมา แต่จะพูดถึงความผิดพลาดปัจจุบันโยงไปถึงในอดีต เพื่อชี้ให้เห็นความบกพร่องในการบริหารงานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนการทุจริตประเด็นใหม่ๆ กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ รวมถึงปัญหาเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.และ ภ.บ.ท.5 ที่คนฝ่ายรัฐบาลครอบครองอยู่ กำลังเก็บข้อมูล จะเน้นให้เห็นถึงนโยบายความผิดพลาดบกพร่องของฝ่ายบริหารที่ปล่อยปละละเลยในการดำเนินการตามกฎหมาย ฝ่ายค้านกำลังประมวลรวบรวมข้อมูลอยู่

“คารม” อัด 2 ส.ว.ผ้าขี้ริ้วเช็ดท็อปบูต

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.วิจารณ์นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่า มี ส.ว. 2 คนที่มักวิพากษ์วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่ คือ นายสมชาย แสวงการ และนายวันชัย เราสงสัยการทำหน้าที่ ส.ว.ไม่ใช่โหวตเลือกนายกฯ ต้องคัดกรองกฎหมายอย่างสร้างสรรค์ แต่ 2 คนนี้กลับมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่อยู่บ่อยครั้ง เราเป็นพรรคตั้งขึ้นเพื่อทำการเมืองสร้างสรรค์ อาจมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ นายธนาธรที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นสิทธิของประชาชน แต่ไม่ใช่หน้าที่ ส.ว.จะมาพูดถึงพรรคอนาคตใหม่ในทางร้ายตลอดเวลา ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่สมควรจะมาพูดให้ร้ายพรรคการเมือง ไม่ควรเป็น ส.ว.เพราะวุฒิภาวะไม่ถึง เป็นได้แค่เพียงผ้าขี้ริ้วเช็ดรองเท้าท็อปบูตทหารเท่านั้น ทางการเมืองคนเป็น ส.ว.ต้องมีวุฒิภาวะและระมัดระวังคำพูดตลอดเวลา ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาให้ร้ายพรรคอนาคตใหม่ทุกรูปแบบอย่างที่ทำอยู่

ฉะ “หมอวรงค์” คับแคบ-อยู่ในกะลา

นายคารมกล่าวอีกว่า ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรค รวมพลังประชาชาติไทย ระบุว่า เพื่อมาจัดการกับพวกชังชาติ ขอให้ย้อนดูและหัดตรวจสอบตัวเองด้วยที่เลือกตั้งก็แพ้ ส.ส.หน้าใหม่ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็น ส.ส.ไม่น่าจะมีอะไรทำ จึงมาคอยกล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพวกชังชาติ เมื่อย้ายมาอยู่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่น่าแปลกอะไรที่ผ่านมาสมคบกันกับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ต้องการสร้างประชาธิปไตยสากล นพ.วรงค์ต้องอธิบายคำว่าชังชาติว่ามีความเป็นสากลอย่างไรให้ได้ด้วย ยินดีกับ นพ.วรงค์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าอาจจะเป็น รมว.แรงงานแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ถ้าหากได้เป็นจริง ยืนยันว่าจะติดตามการทำงานของคนที่อ้างว่ารักชาติแบบ นพ.วรงค์และกล่าวหาว่าคนอื่นชังชาติจะแก้ปัญหาแรงงาน ปัญหาความเป็นอยู่ และสร้างสวัสดิการให้คนไทยได้หรือไม่ ตนชื่นชมการพูดจาของคนในพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ หรือ ส.ส.คนอื่นที่ใช้คำพูดอย่างสร้างสรรค์ แม้จะเป็นคู่แข่งกันทางการเมือง แตกต่างกับ นพ.วรงค์ที่วุฒิภาวะคับแคบ ไม่ทันโลกและอยู่ในกะลา

พช.เตือน รบ.จุดชนวนม็อบลงถนน

นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ห้วงเวลานี้เป็นความท้าทายยากลำบากสำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ต้องรับศึกหนักรอบด้าน ทั้งปัญหาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจ วิกฤติศรัทธาความเชื่อใจและข้อสงสัยของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และองค์กรอิสระ อยากฝาก พล.อ.ประยุทธ์และวงศ์วานว่านเครือให้เรียนรู้ศึกษาอดีตให้มาก อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เกิดความสูญเสียและความขัดแย้งขึ้นอีก เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก คงไม่มีใครมีพลังอำนาจเพียงพอจะปลุกคนมาเดินบนท้องถนนได้ นอกจากการกระทำและพฤติกรรมของผู้ถืออำนาจและรัฐบาลเอง ประเทศอาจเดินไปสู่วิกฤติรอบใหม่ประชาชนอาจลุกขึ้นมาบนท้องถนนได้อีกครั้ง หาก 1.รัฐบาลใช้กลไกกฎหมายเป็นเครื่องมือกำจัดอีกฝ่าย ภายใต้กติกาที่ตนเองได้เปรียบ 2.มองความเห็นต่างของคนรุ่นใหม่และพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่พยายามเสนอสิ่งใหม่ๆเป็นศัตรู ต้องการกำจัดกลุ่มคนเหล่านี้ 3.ระบบนิติธรรมและนิติรัฐของประเทศขาดสมดุล กระบวนการยุติธรรมประเทศถูกแทรกแซง สร้างความเคลือบแคลงสงสัยถึงความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับสังคมส่วนใหญ่

“วิรัช”โว รบ.พร้อมตลอดยกมือพรึบ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ไม่น่ามีอะไรก็รอดู วิปรัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับและเดินเกม เราไม่รู้หรอกว่าฝ่ายค้านจะเดินเกมยื่นวันไหนแน่ บางคนถามทำไมไม่เตรียมการล่วงหน้า จะเตรียมได้อย่างไร เพราะยังไม่รู้จะยื่นเมื่อไหร่ ยื่นเมื่อไหร่ก็เตรียมการเมื่อนั้นไม่ต้องห่วงเลย รัฐบาลพร้อม วิปรัฐบาลทุกคนคุยกันตลอดไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าต้องมีมติต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการยกมือของพรรคร่วมรัฐบาลต้องทิศทางเดียวกัน

ย้อน “ช่อ” ถ้า “เดียร์” ผิด กกต.จะละเว้นหรือ

นายวิรัชกล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบเอาผิดการถือครองหุ้นสื่อของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ทราบว่า น.ส.พรรณิการ์ไปอ่านกฎหมายอย่างไร เท่าที่ดูกฎหมายตลาดหลักทรัพย์กับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คนละอันกัน สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินมาแล้วเราต้องยึดตามนั้น จะไปบิดเบือนไม่ได้ ถ้า น.ส.วทันยาผิด กกต.จะละเว้นหรือ ต้องบอกว่า น.ส.วทันยาเป็นผู้ถูกตรวจสอบเป็นอันดับต้นๆจากทุกฝ่ายเลยก็ว่าได้แต่ไม่พบ เขาต้องรอบคอบเพราะเสี่ยงมากกว่าเพื่อน ส่วนคนอื่นที่ถูกยื่นให้ตรวจสอบถือครองหุ้นสื่ออยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

ดัน “ไพบูลย์” ชิง ปธ.ศึกษา รธน.

นายวิรัชกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้ารายชื่อคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 25 พ.ย. รายชื่อน่าจะได้ครบเกือบหมดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐจะขอสรุปอีกครั้งในที่ประชุม ส.ส.พรรควันที่ 26 พ.ย. การเสนอญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุมสภาฯ ต้องรอให้จบการโหวตญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44 เสียก่อน เอาเป็นว่าไม่เกินวันที่ 28 พ.ย. ส่วนที่มีข่าวว่านายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่หนึ่งมีภารกิจมากอาจขอถอนตัว โดยพรรคเตรียมเสนอชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีชื่อถูกเสนอเป็น กมธ.แก้รัฐธรรมนูญอยู่ในโควตารัฐบาลอยู่แล้วเสนอเป็นประธานแทน ยอมรับว่านายไพบูลย์เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตและมีอีก 2-3 คนที่ดูไว้ รวมถึงนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ต้องรอฟังชัดๆจากนายสุชาติก่อน ถ้าไม่มาจริงต้องมาคุยหลังตั้ง กมธ.แก้รัฐธรรมนูญว่าในซีกรัฐบาลใครเหมาะสมสุด

วิป รบ.ค้านตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมสภาฯวันที่ 27 พ.ย. ว่า จะพิจารณาลงมติญัตติด่วนเรื่องให้สภาฯตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นร่วมกันว่าจะไม่มีการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ เรื่องนี้มีเหตุผล 2 ประการคือ 1.ที่ผ่านมาจะมีประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช.มากกว่า 400 ฉบับ แต่ปัจจุบันหลายฉบับสิ้นสุดการบังคับใช้ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว หลายฉบับยกเลิกไปแล้วเหลือประกาศและคำสั่งจำนวนไม่มาก 2.เมื่อมี ส.ส.อภิปรายแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก จะจัดส่งข้อสังเกตไปให้ ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแทน เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายในที่ประชุมสภาฯที่ผ่านมา ต่างอยากให้ตั้งคณะ กมธ.หากไม่ตั้งจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายชินวรณ์ตอบว่า คงต้องรอดูว่าที่สุดแล้วที่ประชุมสภาฯจะมีมติอย่างไร เชื่อว่าแม้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนจะอภิปรายสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง

“ชัยชนะ” ดักคอ “เทวัญ” ปิดปาก ส.ส.

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และที่ปรึกษาวิปรัฐบาลจะเสนอญัตติต่อสภาฯวันที่ 27 พ.ย.ขอให้สภาฯตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทันทีว่า ขอให้นายเทวัญ หรือผู้อยู่เบื้องหลังแนวความคิดนี้ อย่าเร่งรัดรีบร้อน ถึงแม้ ส.ส.จะพร้อมใจดันญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับต้นๆก็จริง แต่ไม่ใช่ปุบปับจะตั้งเลย เท่าที่ทราบมามี ส.ส. หลายคนสนใจจะอภิปรายให้เห็นถึงจุดด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ต้องตั้งคณะ กมธ.วิสามัญดังกล่าว ดังนั้น การมีแนวคิดรวบรัดแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการปิดปากตัวแทนประชาชน หรือตั้งใจจะไม่ให้ประชาชนรับรู้ถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้ที่ใช้มา 2 ปีครึ่งแล้ว หรืออาจมีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าทำไมต้องตั้ง กมธ.เลย โดยไม่ฟังสิ่งที่ตัวแทนประชาชนจะสะท้อนให้สังคมไทยรับรู้

ตื๊อหนุน “มาร์ค” นั่ง ปธ.กมธ.รื้อ รธน.

“กรณีที่มีข่าวนี้เกิดขึ้นมา ขอให้ท่านเทวัญหรือผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดนี้ ขอให้ใจเย็นๆก่อน เพราะบทเรียนที่ผ่านมาการทำอะไรเร่งรีบหรือไม่รอบคอบ อาจส่งผลเสียหายถึงสภาฯได้ ที่ผ่านมาการประชุมสภาฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะทุกคนต่างได้รับโอกาสพูดในที่ประชุมเท่าเทียมกัน ภายใต้ข้อบังคับและกติกาที่สภาฯวางไว้ จึงขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ ส.ส.อภิปรายเต็มที่ หากจะตั้ง กมธ.วันที่ 28 พ.ย. ยังไม่สาย คนได้ประโยชน์จากที่ ส.ส.อภิปรายคือรัฐบาลและประชาชน ส่วนรายชื่อ กมธ.สัดส่วน ครม.ที่นายเทวัญเสนอผ่านสื่อพอรับได้ หลายชื่อชำนาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ยังหวังว่าทุกฝ่ายจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ. เพราะมีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน และมีความรู้ เข้าใจในปัญหารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอย่างดี

“เทพไท” จวก รบ.เหลวคนกำลังซื้อหด

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์หลังลงพื้นที่ตลาดนัดเขาลำปะ อ.ชะอวด สำรวจสภาวะเศรษฐกิจว่า ได้รับเสียงบ่น โอดครวญจากผู้มาจ่ายตลาด จำนวนมากว่าไม่มีเงินจะซื้อข้าวของ พ่อค้าแม่ค้าต่างพูดถึงกำลังซื้อของประชาชนมีน้อย ขายของไม่ได้ สาเหตุหลักมาจากสินค้าเกษตรตกต่ำ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการประกันรายได้แล้ว เป็นแค่มาตรการชั่วคราว เยียวยาเฉพาะหน้า สภาพการเงินไม่ได้หมุนเวียนเหมือนภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟูในอดีต ฝากเสียงสะท้อนปัญหาปากท้องมายังทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด คือ 1.ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำทุกชนิด 2.การเงินขาดสภาพคล่อง เงินในกระเป๋าเกษตรกรไม่มีใช้จ่าย 3.เกิดภาวะตกงาน หรืออัตราว่างงานสูงมาก จากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้มาจากการบริหารงานล้มเหลวของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงขอเสนอให้มีการปรับปรุงทีมเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เป็นเอกภาพการบริหารกระทรวงต่างๆ ด้านเศรษฐกิจ

จี้ “นายกฯตู่” ปรับทีม ศก. 3 ก๊ก

“การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจถือว่าตัดสินใจผิดพลาด ใช้คนไม่ตรงกับงาน เป็นนายทหารไม่มีความรู้ ความ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จึงควรจะปรับปรุงทีมเศรษฐกิจใหม่ ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจแบ่งเป็นสามก๊กสามเหล่า คือทีมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รับผิดชอบกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน ทีมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และทีมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รับผิดชอบกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรต้องใช้การบริหารแบบบูรณาการ มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแท้จริง วันนี้ขอทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชนเพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ยาก ที่กระทบต่อปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้หัวหน้ารัฐบาลได้รับรู้ ปัญหาทั้งหมด จะได้นำไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป

“วันชัย” เตือนสติ กมธ.ไม่ใช่เวทีวางก้าม

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงกรณีคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรบางคณะขัดแย้งกันจนประชาชนเอือมระอาว่า ขอทำความเข้าใจว่า 1.คณะกรรมาธิการมีไว้ให้ทำงานเพื่อประเทศ ไม่ให้เอาไว้ทะเลาะกัน เป็นที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ สนองความใคร่ทางอำนาจใคร 2.ประธานกรรมาธิการต้องวางตัวเป็นกลาง เป็นที่เคารพนับถือของสมาชิก ไม่ใช่ชี้หน้าด่ากันและประธานก็ลงไปเล่นด้วย ไปๆมาๆเด็กจะตบกบาล ไม่เคารพนับถือ 3.คณะกรรมาธิการทุกคนไม่มีใครใหญ่กว่ากัน ตำแหน่งในอดีตจะใหญ่โตขนาดไหน แต่ในคณะกรรมาธิการต่างคนต่างทำงานด้วยการให้เกียรติกัน 4.กรรมาธิการต้องทำงานเพื่อประเทศ เนื้องานต้องเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร ไม่ใช่เวทีเอามัน ล้างแค้นกัน 5.ประธานมีส่วนสำคัญผลักดันเนื้องานให้ออกมา ต้องวางตัวเป็นผู้ใหญ่ให้ทุกคนเกรงใจนับถือ จะชอบใครไม่ชอบใครอย่าเกรี้ยวกราด ถ้าทะเลาะกัน คนก็ด่า จะเสียคนทั้งกรรมาธิการและสภาฯ ดังนั้น ขอให้ทบทวนอำนาจหน้าที่ ศึกษาตรวจสอบตัวเองให้มากๆ ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะทำให้กรรมาธิการเสียคน

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกซ่อมขอนแก่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกา

“สนธิรัตน์” มั่นใจรัฐบาลได้เสียงเพิ่ม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่า พรรคมีความพร้อมและมั่นใจอย่างมากว่า นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.จะได้รับชัยชนะ เนื่องจากคะแนนเสียงห่างกับผู้ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เพียง 3,000 คะแนนเท่านั้น และขอยืนยันพลังประชารัฐไม่ใช้กลไกรัฐมาสร้างความได้เปรียบอย่างแน่นอน ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคให้สัมภาษณ์ เพราะตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลมีผลงานที่จับต้องได้ จึงเชื่อว่าชาวขอนแก่นจะเลือก ให้พลังประชารัฐได้ ส.ส.เพิ่มอีก 1 คน ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการ บริหารประเทศมากยิ่งขึ้น ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นซูเปอร์โพลยกให้ตนเป็นนักบริหารและเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความเชื่อมั่นบริหารประเทศ

“เอกราช” โอ่ชนะชัวร์ศึกล้างตา

นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐภาคอีสาน และในฐานะพรรคมอบหมายรับผิดชอบเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่า พรรคส่งนายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ลงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ถือเป็นศึกล้างตา เชื่อมั่นชนะแน่นอนเพราะจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องประชาชนตอบรับเป็นอย่างดี เน้นขอให้เลือกผู้สมัครที่จะเข้าไปทำงานแทนพี่น้องประชาชน และนำงบประมาณมาพัฒนาในพื้นที่ ไม่ใช่เลือกเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข่งขันกับอีกฝ่าย ดังนั้นประชาชนจะเลือกฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ผู้ใหญ่และผู้บริหารพรรคจะลงมาช่วยหาเสียงเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ช่วงสัปดาห์สุดท้ายวันเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐไม่ได้กังวล สบายๆ เราสู้อยู่แล้ว

จี้เอาผิด ส.ส.อนค.ขีดเขียนกระจกสภา

เมื่อเวลา 09.30 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง ขอเรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนฯเอาผิดพลพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่มือบอนขีดเขียนประตูกระจกรัฐสภา ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหายว่า ตามที่ปรากฏภาพข่าวในสื่อโซเชียลกรณีพลพรรคอนาคตใหม่ ต่างไปช่วยกันขีดเขียนข้อความหลากหลายความคิดเห็นเชิงให้กำลังใจนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ต่อการที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพความเป็น ส.ส.บริเวณประตูกระจกทางเข้าห้องพักของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในอาคารรัฐสภา อาจถือได้ว่าเจตนาจะทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 12 ของ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาทอีกด้วย ประตูกระจกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา เมื่อมีสมาชิกพรรคหรือ ส.ส.อนาคตใหม่ ฝ่าฝืนกฎหมายเยี่ยงนั้น จะทำเพิกเฉยไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ ขอเรียกร้องให้เลขาธิการสภาฯปฏิบัติหน้าที่เอาผิดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็น เยี่ยงอย่างไม่ดีต่อสังคมต่อไป

ปชช.ไม่ติดตามข่าว อนค.อยู่ไม่เป็น

วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “อยู่ไม่เป็น ของพรรคอนาคตใหม่” สอบถามประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกภูมิภาคและอาชีพทั่วประเทศ 1,262 หน่วยตัวอย่าง เมื่อวันที่ 19-20 พ.ย. พบว่าร้อยละ 65.21 ไม่ติดตามข่าว “อยู่ไม่เป็น” ของพรรคอนาคตใหม่เลย ร้อยละ 27.73 ติดตามบ้าง และร้อยละ 6.66 ติดตามตลอด ส่วนความเห็นต่อการประกาศและกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” จากผู้ที่ตอบติดตามตลอดและติดตามบ้าง 3 อันดับแรก ร้อยละ 38.25 เห็นว่า เป็นการแสดงจุดยืนของพรรค ร้อยละ 26.27 เป็นการพูดความจริงเกี่ยวกับสังคม และร้อยละ 21.20 สร้างกระแสเรียกคะแนนเสียง/ความสนใจจากประชาชน สำหรับความคิดเห็นต่อพรรคอนาคตใหม่ ว่า “อยู่ไม่เป็น” หรือ “อยู่เป็น” จากผู้ตอบติดตามตลอด และติดตามบ้าง พบว่าร้อยละ 41.70 มองว่าอยู่เป็น ร้อยละ 29.03 อยู่ไม่เป็น และร้อยละ 20.05 บางครั้ง “อยู่เป็น” บางครั้งก็ “อยู่ไม่เป็น”

รัดเข็มขัดอยู่บ้าน งดเที่ยว ลดช็อปปิ้ง

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,174 คน ระหว่างวันที่ 19-23 พ.ย. เมื่อถามว่า จากภาวะเศรษฐกิจ ณ วันนี้ ประชาชนมีวิธีการประหยัดที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง ร้อยละ 69.38 ลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เช่น ท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง งานเลี้ยงสังสรรค์ของฟุ่มเฟือย ร้อยละ 40.74 อยู่บ้านมากขึ้น ทำอาหารกินเองที่บ้าน ร้อยละ 22.85 วางแผนการเงิน แบ่งเงินเป็นส่วนๆ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ทั้งนี้การประหยัดค่าใช้จ่ายปัจจัย 4 ด้านอาหาร ร้อยละ 62.83 ทำอาหารทานเอง ลดทานข้าวนอกบ้าน ร้อยละ 37.59 กำหนดค่าใช้จ่ายแต่ละมื้อ ร้อยละ 23.46 ไม่กินทิ้งกินขว้าง ด้านที่อยู่อาศัย ร้อยละ 65.63 ประหยัดน้ำ ไฟ ปิดไฟ ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน ร้อยละ 39.35 หมั่นดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ด้านเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ร้อยละ 54.58 ช็อปปิ้งน้อยลง รอซื้อช่วงลดราคา ร้อยละ 40.16 ใส่ชุดเดิม แลกกับเพื่อน ด้านยารักษาโรค ร้อยละ 60.12 ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 32.36 ใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล ประกันสังคม ส่วนสิ่งที่ไม่สามารถประหยัดได้ ร้อยละ 63.52 ค่าเดินทาง ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ ค่าน้ำมัน ร้อยละ 50.80 ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล

ซูเปอร์โพลอวย “ลุงตู่” เรียบง่ายกันเอง

ขณะที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “ทำอย่างไรเราจึงก้าวข้ามทักษิณได้” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,189 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 15-23 พ.ย. เมื่อถามถึงนายกฯไทยที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อธุรกิจครอบครัวตัวเองร้อยละ 46 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 29.9 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร้อยละ 13.9 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เปรียบเทียบภาพลักษณ์ ที่ประชาชนจำได้ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายทักษิณ ความเรียบง่าย เป็นกันเอง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 60.3 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 52.8 การเปิดงานพิธีต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 77.2 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 50.8 ยิ้มเก่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 38 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 47.4 มีคนรัก ขอถ่ายรูปด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 28.9 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 36.9 การลงพื้นที่ช่วยคนเดือดร้อน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 36.7 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 55.2 มีผลงานยั่งยืน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 50.5 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 48.1 คดีความ ต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้อยละ 21.2 นายทักษิณ ได้ร้อยละ 40.9

โลกโซเชียล ตปท.เกาะติด “ประยุทธ์”

ซูเปอร์โพลระบุด้วยว่า ที่น่าพิจารณาคนในโลก โซเชียลจากหลายประเทศกำลังให้ความสำคัญกับบุคคลทั้งสอง แต่ยังคงพบว่า พล.อ.ประยุทธ์มีจำนวนคนจากประเทศต่างๆกำลังเกาะติดมากกว่านายทักษิณ แต่มีคำพูดแสดงถึงภาพลักษณ์ของบุคคลทั้งสองแตกต่างกัน พล.อ.ประยุทธ์จะมีคนพูดถึงตำแหน่ง อำนาจบริหาร เอาเรื่องเอาราว ลงโทษเอาผิดคนอื่น เปิดงาน ร่วมกิจพิธีการต่างๆมากกว่า แต่ถ้าเป็นคำพูดที่พูดแล้วดูดี มีผลทางจิตใจให้เกิด ความรัก ความศรัทธาของคนในโลกโซเชียลเพราะช่วยเหลือคน จะพบว่านายทักษิณถูกพูดถึงมากกว่า

แนะเร่งปั่นผลงานดึงคนก้าวข้ามทักษิณ

ซุปเปอร์โพลระบุด้วยว่า ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นช่องทางบางอย่างเป็นไปได้ที่จะก้าวผ่านนายทักษิณไปได้อย่างดี ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชน โดยข้อมูลชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่กับเรื่องตำแหน่ง อำนาจ การเปิดงานและพิธีการต่างๆ ต้องทำให้เป็นช่องทางเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงมากกว่าเป็นเพียงพิธีกรรมวันเปิดวันปิด ประชาชนไม่ได้อะไร ควรเกาะติดการพูดคุยของคนในโลกโซเชียล ให้เป็นระบบเพื่องานความมั่นคง เพราะอาจเป็นหัวเชื้อจุดไฟลามไปถึงคนนอกโลกโซเชียล คล้ายกับทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คนกรุงเทพฯกับคนต่างจังหวัด แต่จะเป็นคนในโลกโซเชียลกับคนในโลกดั้งเดิม ต้องป้องกันปัญหาดีกว่าตามแก้ปัญหา จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันทั้งประเทศ

“บิ๊กตู่” ปลื้มโพลเชียร์ทำงานหนัก

เมื่อเวลา 08.10 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 (2019 ASEAN-ROK Commemorative Summit) และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐ เกาหลี ครั้งที่ 1 (1st Mekong-ROK Summit) ระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย. ณ นครปูซาน สาธารณรัฐ เกาหลี ก่อนเดินทาง นายกฯไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้า เมื่อถูกถามถึงกรณีได้เห็นผลสำรวจซุปเปอร์โพลหัวข้อเรื่อง “ภาพลักษณ์ ครม.ในใจประชาชน” ระบุประชาชนให้คะแนนรัฐบาลมีภาพลักษณ์ทำงานหนัก กล้าคิด กล้าทำ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มือสะอาด ไม่ด่างพร้อย และมีบารมีคุมผู้มีอิทธิพลได้

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯได้ขอบคุณ ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน รัฐบาลจะทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงประชาชนต่อไป

ร่วมพิธีเปิดโครงการเมืองอัจฉริยะ

ต่อมาเวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) นายกฯ และคณะเดินทางถึงฐานทัพอากาศกิมแฮ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีนายกเทศมนตรีนครปูซาน และเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมทหารกองเกียรติยศต้อนรับ จากนั้นนายกฯไปพื้นที่เขตคังซอ ฝั่งตะวันตกของนครปูซาน ร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับชาติ โครงการแรกของเกาหลีใต้ เป็นผลมาจากการลงนามเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ เมื่อครั้งที่นายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเยือนไทย เพื่อสนับสนุนแลกเปลี่ยนนโยบายด้านต่างๆ โดยมีนายมุน แช-อิน และผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมงาน จากนั้นประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเปิดงาน ก่อนผู้นำประเทศอาเซียนขึ้นเวทีและสัมผัสหน้าจอพร้อมกัน เสร็จสิ้นพิธี นายกฯร่วมรับฟังบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมพาราไดซ์

“วัชระ” โวย ขรก.รายงานเท็จ “ชวน”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวประธานสภาฯให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุความล่าช้าการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯเนื่องจากผู้ร้องไม่มาให้ข้อเท็จจริงว่า เป็นข่าวคลาดเคลื่อน ได้ไปให้การกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธาน เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลา 10.15 น. ที่อาคารสุขประพฤติ มีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ เป็นพยานเพราะไปด้วยกัน นายวิลาศยังให้การกล่าวโทษนายสรศักดิ์เพิ่มเติม ได้ยืนยันความผิดของนายสรศักดิ์ พร้อมส่งพยานเอกสารการคุกคามทางเพศข้าราชการหญิงเพิ่มเติม ขอคัดค้านกรรมการสืบสวนมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีส่วนได้ส่วนเสียกับนายสรศักดิ์และได้ส่งพยานหลักฐานเอกสารทางราชการให้กับมือกรรมการทุกคนเป็นรายบุคคลครบทั้งคณะด้วย มีพยาน 2 คนเข้าไปนั่งเป็นสักขีพยานจนจบคำให้การการคุกคามทางเพศครบ จนชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงตามกฎ ก.ร.ได้ทันที ได้ขอให้ทบทวนคำสั่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ครบ 15 วันแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ขอให้ตั้งกรรมการสอบผู้รายงานเท็จต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯด่วน และยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อนายชวนวันที่ 25 พ.ย.เวลา 11.00 น. พวกเขากล้ารายงานเท็จต่อนายชวน น่ากลัวจริงๆข้าราชการบางคนยุคสมัยนี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลซักฟอกรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 01:48 น.