กีฬา
100 year

"ธนาธร" ฟ้องกกต. รวบรัดคดี ถือหุ้นสื่อ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ช่อเปิดศึก ‘ส.ส.เดียร์’ ‘ชวน’ เข้ม งานกมธ.

“วิษณุ” แนะ กมธ.ศึกษาแก้ รธน. ควรฟังข้อมูลคนวงใน ส.ส.- พรรคการเมือง พปชร.ขอดัน “สุชาติ” จนถึงที่สุด “จรุงวิทย์-ปกรณ์-อุดม” มาในโควตาคนนอก ครม. “เทพไท” จังก้าไม่เอาพวก “เข้ขวางคลอง” ฝ่ายค้านจับมือแน่นแก้ รธน. “ชวน” ออกระเบียบคุมเข้มงาน กมธ. ตรวจสอบเรื่องไหน เชิญใครมาชี้แจง ต้องแจ้งประธานสภาฯ พท.ฉะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ. เล็ง เอาผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “อนุสรณ์” ซัดเกม รบ.ใช้เบี้ยแลกขุนป่วน กมธ.ป.ป.ช. “สมคิด” เสียงอ่อยศก.ทรุดดิ่ง “ช่อ” ฉะศูนย์เฟกนิวส์จัดการแต่ข่าว ที่เป็นโทษต่อ รบ. “ธนาธร” ส่งทนายฟ้อง 7 กกต. เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยุบ อนค. ป.ป.ช.โอ่ปีหน้าฟัน 15 คดีดัง

ตามที่มีกระแสเรียกร้องต้องการให้คนนอกที่ไม่ใช่คนในฝ่ายการเมืองมาเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส แกนนำ พรรคพลังประชารัฐ ยังคงยืนยันว่านายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นประธานฯ

“วิษณุ” แนะให้ฟังคนในแก้ รธน.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสความต้องการให้บุคคลนอกเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่มีความเห็น อย่าไปเห็นอะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ควรให้คนที่อยู่ในวงการมาช่วยกันให้ความเห็นดีกว่า อย่าง ส.ส. หรือพรรคการเมือง ควรไปถามเขา สำหรับคนที่จะมาเป็น ประธาน กมธ.ฯชุดนี้ตนไม่ทราบ แต่อาจจะชัดเจนแล้วก็ได้ ส่วนรายชื่อ กมธ.ในสัดส่วนรัฐบาลส่งไปยังวิปรัฐบาลนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะได้ยินว่ามีการทาบทามแล้วบางคนไม่รับ เพราะไปเอ่ยถึงโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อได้รายชื่อในสัดส่วนรัฐบาลหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งมาให้ตนและไม่ควรทำ ก่อนหน้านั้นมีการมาหารือตามประสาเพื่อนฝูง เพื่อขอคำแนะนำในฐานะที่เป็นบุคคลกว้างขวางว่าควรเป็นใครบ้างเท่านั้น

โควตาคนนอก ครม.เต็มแล้ว

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กล่าวว่า โควตาสัดส่วน กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 12 คน แบ่งเป็น 6 คนนอก ได้คัดเลือกมาแล้ว โดยจะนำหารือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในที่ประชุม ครม.วันที่ 19 พ.ย. อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และอีก 6 คนที่เหลือให้เป็นหน้าที่วิปรัฐบาลพิจารณา ยังเป็นคนนอกทั้งหมดเช่นกัน หลังจากนี้เป็นหน้าที่ตนไปหารือในวิปรัฐบาลอีกครั้ง คาดว่าการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 20 พ.ย. จะทราบรายชื่อที่ชัดเจน ส่วนที่ ส.ว.บางที่ไม่เห็นด้วยเข้ามาเป็น กมธ.ก็ต้องแล้วแต่ประธานวุฒิสภาและวิป ส.ว. สัปดาห์หน้าตนไปร่วมประชุมด้วย สำหรับญัตติการเสนอตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเสนอเข้าสู่สภาฯสัปดาห์หน้า

พปชร.ดัน “สุชาติ” จนถึงที่สุด

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า คนที่เหมาะสมที่จะเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็นนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้ปิดกั้นคนนอก มองหาคนที่เหมาะสมอยู่ สำคัญที่สุดต้องได้คนที่เข้าใจรัฐธรรมนูญ ควบคุมประเด็นและสาระได้ การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่ผู้บริหารพรรคและต้องพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.ฯนั้น ไม่มีปัญหา เสียงส่วนใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลเลือกใครก็เป็นคนนั้น

จัดมีตติ้งพรรคร่วมส่งท้ายปีเก่า

เมื่อถามถึงกระแสเกิดรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีรอยร้าว ได้พูดคุยกับทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดคุยกันดี สนุกสนาน ไม่มีอะไร ทุกนโยบายคือนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เชื่อว่าเร็วๆนี้จะพูดคุยกัน ส่วนการนัดวันจัดมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลกำลังหาเวลาที่เหมาะสม ต้องให้ทุกพรรคพร้อมเชื่อว่าเกิดขึ้นได้ช่วงสิ้นปี มีทั้งมีตติ้งแกนนำพรรคร่วมพบนายกฯ และรองนายกฯ และมีตติ้ง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล มีตนเป็นผู้ประสานงาน

รบ.ส่ง “จรุงวิทย์—ปกรณ์—อุดม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญโควตาคนนอก ครม.จำนวน 6 คนนั้น ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ต่อมา พล.อ.สมเจตน์ได้ปฏิเสธไม่ขอรับตำแหน่ง ส่งผลให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอไปพิจารณาส่งคนมาแทน โดยจะส่งชื่อให้นายเทวัญภายในสัปดาห์นี้

“เทพไท” ไม่เอา “เข้ขวางคลอง”

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวว่าจะมีการตั้ง ส.ว.เข้ามาร่วมเป็น กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การเสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาตั้งแต่ต้น และนายกฯยืนยันว่าเป็นเรื่องของสภาฯ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นเมื่อสภาฯมีมติให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา ก็ควรพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้ด้วย 1.กมธ.ไม่ควรมีสัดส่วนของ ครม. 2.ถ้ามีสัดส่วนของ ครม.ควรแบ่งปัน หรือกระจายโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค 3. โควตาในสัดส่วนของ ครม.ไม่ควรนำ ส.ว.หรือบุคคลที่เคยเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจนมาก หากนำคนที่มีจุดยืนต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญแบบสุดขั้วมาร่วม ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาจระเข้มาขวางคลอง หากอยากให้ ส.ว.มีส่วนร่วมควรใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา หรือให้ ส.ว.ตั้งคณะกรรมาธิการฯขึ้นมาต่างหากอีกชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาคู่ขนานไปกับของฝ่ายสภาฯ น่าจะเหมาะสมที่สุด

ฝ่ายค้านจับมือแน่นแก้ รธน.

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านทำงานร่วมกันทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ โดยในสภาฯเราได้ผลักดันข้อเสนอจนเกิดเป็นญัตติศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ แต่ดูแล้วไม่ค่อยราบรื่น เพราะเลื่อนญัตติบ่อย อย่างไรก็ตาม จะเชิญหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านหารืออีกครั้งเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และขั้นตอนการทำงาน แม้การดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญจะแก้ยาก และถูกบิดเบือนจากรัฐบาลบ่อยครั้งว่าเราไม่สนใจปัญหาพี่น้องประชาชน แต่เราพบว่ารัฐธรรมนูญคือปัญหาต้นตอสำคัญที่ได้ผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ การจัดการที่ล้มเหลวนำมาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การว่างงาน ฝ่ายค้านเราจะประสานการทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน

“ชวน” ออกระเบียบคุมเข้ม กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ เป็นที่น่าสังเกตว่าระเบียบดังกล่าวออกมาภายหลังเกิดปัญหากรณีกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯถึง 3 ครั้ง มีรายละเอียดที่น่าสนใจ อาทิ เมื่อ กมธ.จะพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ให้ประธาน กมธ.ทุกคณะ รายงานต่อประธานสภาฯ ภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจะพิจารณาเรื่องใดประเด็นใด เชิญผู้ใด หน่วยงานใด หากตรวจสอบพบว่ามี กมธ.มากกว่า 1 คณะ ศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ประธานสภาฯ จะแจ้งให้ประธาน กมธ.ที่เกี่ยวข้องทราบ และจัดให้มีการประชุมร่วมกัน โดยให้ กมธ.ที่เกี่ยวข้องยุติการศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว

คำวินิจฉัย ปธ.ถือเป็นเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การร่วมกันดำเนินการดังกล่าว อาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะใดลักษณะ หนึ่ง อาทิ ให้คณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องร่วมกันกระทำกิจการ โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธาน หากไม่อาจตกลงกันได้ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด จากนั้นให้ประธานสภาฯแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาฯเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของประธานสภาฯให้ถือเป็นเด็ดขาด

พท.ฉะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวว่า กรณีที่ประธานสภาฯ ออกระเบียบดังกล่าวมาบังคับประธาน กมธ.นั้นประธานสภาฯเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ และคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ มีอำนาจหน้าที่ตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ กมธ.จึงมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ เท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบที่ต้องไปรายงานต่อประธานสภาฯ การออกคำสั่งเช่นนี้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงภารกิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ที่สำคัญตนไม่ใช่ลูกน้องประธานสภาฯ ดังนั้น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ควรออกคำสั่งเรียกให้ประธานสภาฯมาชี้แจงว่าใช้กฎหมายใด มีสถานะที่สูงกว่า รัฐธรรมนูญข้อไหน เอาอำนาจอะไรมาสั่ง ไม่มั่นใจว่าใครร่างประกาศนี้ให้เซ็นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ

เล็งเอาผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

นายจิรายุกล่าวต่อว่า ที่สำคัญนายชวนเคยบอกว่า จะเพิ่มวันประชุมวันศุกร์เพื่อพิจารณาญัตติที่แก้ไขปัญหาของประชาชนที่ค้างสภาเป็นจำนวนมาก อย่าหลอก ส.ส.และประชาชน เพราะหากให้ประธานกรรมาธิการต้องมาชี้แจง แค่คณะละครึ่งชั่วโมงต้องใช้เวลา 18 ชั่วโมง ตกลงจะใช้เวลาวันศุกร์เพื่อล้วงลูกการทำงานของฝ่ายค้านหรือไม่ วันนี้ประธานสภาฯ ควรสนใจเรื่องญัตติ และการแก้ปัญหาประชาชนดีกว่า จะปรึกษาวิปฝ่ายค้าน และประธานกรรมาธิการซีกฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อประธานสภาฯ ต่อไป หากยังดันทุรังประกาศข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่เช่นนี้

ใช้เบี้ยแลกขุนก่อกวนป่วน กมธ.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน กมธ.ป.ป.ช. คนที่ได้ประโยชน์คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่ไม่กล้าไปพบกรรมาธิการฯ จึงใช้ยุทธวิธีเบี้ยแลกขุนทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย สับเปลี่ยนให้คนในพรรคพลังประชารัฐเปลี่ยนตัว เพื่อให้เข้าไปสร้างความปั่นป่วน วุ่นวาย พล.อ.ประยุทธ์ควรเคารพต่อสภาฯ ถ้าไม่เคารพสภาฯ คือไม่เคารพประชาชน พล.อ.ประยุทธ์อย่าทำชีวิตให้ยาก เดินทางไปพบกรรมาธิการ ก็จบ ไม่ไปก็ไม่จบ

“วิษณุ” ไม่รู้ไม่ชี้หนังสือเรียก

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่า กมธ.ป.ป.ช.ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรค 4 ประกอบ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ออกหนังสือเชิญนายกฯและรองนายกฯเข้าชี้แจงอีกครั้งหรือไม่ เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจงของนายกฯและรองนายกฯ โดยไม่ได้มาปรึกษาตน เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง และไม่ทราบว่า กมธ.ป.ป.ช.ลงมติกันอย่างไร แต่คงไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 เนื่องจากไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวไว้ แม้แต่หนังสือเชิญนายกฯก็ยังไม่เห็น เมื่อถามว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. เตรียมเสนอขอมติที่ประชุมปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พ้นจากประธาน กมธ. มีกฎระเบียบ หรือข้อห้ามใดกำหนดไว้บ้าง นายวิษณุตอบว่า ไม่มี เป็นเรื่องของ กมธ.พิจารณา เคยบอกไปแล้วว่าเคยมีการเปลี่ยนมาก่อน แต่สาเหตุไม่เหมือนกัน เช่น ลาออกจึงมีการเปลี่ยนตัว เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้ เป็นสัดส่วนของฝ่ายค้าน นายวิษณุตอบว่า ฝ่ายค้านก็มีอยู่หลายคน และใน กมธ.ก็มีทั้งสัดส่วนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต้องแบ่งโควตากันไป แต่เรื่องโควตากับตัวบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน โควตาดังกล่าวอย่างไรก็ต้องเป็นของฝ่ายค้าน เพราะตกลงกันไว้แบบนั้น เว้นแต่จะตกลงกันใหม่

“สมคิด” เสียงอ่อยเศรษฐกิจทรุด

วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ เราจะมานั่งว่าอะไรกัน เพราะเรื่องเศรษฐกิจถือเป็นส่วนรวมของทั้งประเทศ เรื่องเศรษฐกิจพูดแต่ว่าไม่ดี หรือแย่ ความรู้สึกโดยรวมจะไม่ดีไปด้วย เมื่อความรู้สึกส่วนรวมไม่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค หรือการลงทุนก็จะชะลอตัว ถือเป็นเรื่องปกติเราต้องมั่นใจในตัวเอง ช่วงเวลานี้ในขณะที่โลกเป็นแบบนี้ทุกประเทศกำลังลำบาก เราต้องสามัคคีกัน ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐ เอกชน ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ต้องมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันอย่างไร เวลานี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หารือกันตลอดว่าจะทำมาตรการทางการเงินและการคลังอย่างไรที่จะดูแลเศรษฐกิจของไทยไปให้ได้ เราไม่ถึงกับย่ำแย่ จีดีพีเราขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.4 ถือว่าดี เมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก เศรษฐกิจของเราใหญ่มาก มีขนาดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเวียดนาม การรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจไม่ใช่ของง่าย

“ช่อ” ซัด “มาดามสื่อ” ตัวจริง

ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวกรณีมีนักการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ว่า ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นสื่อ เจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้นักการเมืองครอบครองสื่อ เพื่อใช้ให้เป็นคุณแก่ตัวเอง และใช้เป็นโทษแก่คนอื่น แต่วันนี้เรามีนักการเมืองกรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลาออกจากผู้บริหารเครือเนชั่น ก่อนให้สามี คือนายฉาย บุนนาค ดำรงตำแหน่งแทน ทำให้เกิดคำถามว่า ขณะเรื่องการถือหุ้นสื่อของ ส.ส.หลายสิบคน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ปัญหาเกิดจากใบบริคณห์สนธิ บางกรณีนักการเมืองแสดงหลักฐานทุกอย่างแล้วแต่ยังมีคดี แต่กรณีของ น.ส.วทันยาที่ชัดเจน แต่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่เพียงเท่านั้นสื่อกลุ่มนี้ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทำการอันเป็นคุณแก่บางพรรคการเมือง และเป็นโทษแก่บางพรรคอย่างเป็นระบบ

สงสัยศูนย์เฟกนิวส์จัดการอะไร

น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า รัฐบาลตั้งศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ขึ้นมา แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นว่า ศูนย์นี้ต่อต้านเฟกนิวส์จริง หรือเพียงแค่ทำลายข่าวที่เป็นโทษของรัฐบาลกันแน่ หลังจากวันนี้พรรคอนาคตใหม่จะนำข้อมูลจากเพจข่าวปลอมทั้งหมดกว่า 100 หน้า นำไปมอบให้ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ จะมอบให้ถึงมือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส จะรอดูว่าศูนย์นี้จะดำเนินการอะไรกับข่าวปลอมเหล่านี้หรือไม่

“ธนาธร” ส่งทนายฟ้อง 7 กกต.

น.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวอีกว่า วันที่ 20 พ.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วันนี้นายธนาธรมอบหมายให้ทีมทนายความไปยื่นต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฟ้องร้อง กกต. ทั้ง 7 คน ข้อหาประพฤติมิชอบ ในการไม่ใช้อำนาจไต่สวนพยานหลักฐานสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ในคดีดังกล่าว แต่กลับรวบรัดและส่งคดีไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่การไต่สวนของคณะอนุกรรมการฯจะเสร็จสิ้น เป็นเหตุให้ชวนสงสัยได้ว่ามีการเร่งรัดคดีโดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจฟ้อง กกต. เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อนายธนาธร 2 ประการ คือ 1.ถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. 2.ความเสียหายต่อชื่อเสียงของนายธนาธร เราถือว่าทำดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเกิดการดำเนินคดีด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมในคดีความของนายธนาธร

เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยุบ อนค.แน่

น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า นายธนาธรจะเดินทางฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ส่วนผลจะออกมาทางไหนเราคาดการณ์ไม่ได้ ไม่ว่าจะออกมาทางไหนก็ไม่ได้หมายความว่านายธนาธรจะต้องหยุดการทำงาน เพียงแต่จะเป็นการทำงานในรูปแบบไหน ไม่มีใครกดดันศาลได้ ทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของศาล ที่เราทำได้คือทำให้เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนี้ คาดว่าในวันที่ 20 พ.ย. จะมีมวลชนมาให้กำลังจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรคงไม่ถึงขั้นลงท้องถนนกัน เมื่อถามว่าการตัดสินคดีนี้จะเป็นโดมิโนที่นำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกันเลย คดีนี้ไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้ เพราะเป็นสถานะส่วนตัวของนายธนาธร

จัด “ธนาธร” คุมยุทธศาสตร์อภิปราย

โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า การเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่จะวางตัวนายธนาธรเป็นหัวหน้าทีมจัดวางยุทธศาสตร์ เราต้องการความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่สามารถส่งข้อมูล หรือหลักฐาน เช่น ข้อมูลการทุจริต การใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ข้าราชการโดนกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรม หรือนักธุรกิจถูกตบทรัพย์จากนักการเมือง สามารถส่งมาที่พรรคอนาคตใหม่ได้ ที่อยู่ ช่องทางการส่ง เบาะแสคดีทุจริต : ตู้ ปณ. 13 ปณ.ศรีนครินทรวิโรฒ กทม. 10117 และ E-mail: Whistle@futureforwardparty.org

“มาดามเดียร์” เต้นขู่ฟ้อง “ช่อ”

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวพาดพิงว่า ขอให้หยุดบิดเบือนเผยแพร่ข้อความ ใส่ร้ายผู้อื่น เพราะไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในอดีตได้ประกอบอาชีพโดยสุจริตในฐานะสื่อมวลชน ก่อนลงสมัคร ส.ส.ได้ลาออกทุกตำแหน่งโอนขายหุ้น ไม่ได้เป็นเจ้าของและมีหุ้นส่วนในกิจการสื่อใดๆทั้งสิ้น ขอยืนยันว่าเคารพปฏิบัติตามกฎหมาย และจริยธรรมเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็น ส.ส.อย่างเคร่งครัด น.ส.พรรณิการ์แถลงข่าวโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง จึงกำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อคำพูด

“วิษณุ”ขอนิ่งปมคดี “ธนาธร”

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวว่า เรื่องผลทางคดีของนายธนาธร เราอย่าเพิ่งพูดกันก่อน พูดไปตอนนี้จะกลายเป็นอย่างอื่น ยังมีเวลาอีก 1-2 วัน หากตัดสินเป็นลบก็ลบ ยังไม่รู้ว่าจะลบมากน้อยแค่ไหน หากตัดสินเป็นบวกก็บวก อย่าไปเดาคำตัดสิน เลย ฝ่ายรัฐบาลเองไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า หากคำตัดสินเป็นลบ จะทำให้นายธนาธรพ้นสมาชิก–ภาพความเป็น ส.ส. และต้องเลื่อน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขึ้นมาแทนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าเป็นการพ้นเฉพาะตัวก็เลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมา เรื่องนี้มีคำตอบในตัวอยู่แล้ว หากตัดสินออกมาในทางบวกก็มาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อได้ ขอให้รอฟังคำวินิจฉัย ไม่วิเคราะห์และไม่คาดเดา

ติง อนค.อย่าสร้างเงื่อนไข

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” ของพรรคอนาคตใหม่ ว่า จะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น เราคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าคน กทม.เข้าใจสถานการณ์การเมืองดี วันนี้บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไปกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจไม่ค่อยดีนัก วันนี้รัฐบาลทำงานเต็มที่ เอกชนเดินเครื่องเต็มที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุที่ไม่เหมาะสม ไม่อยากให้ออกมาประท้วงหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ควรทำให้เป็นเงื่อนไขให้ประเทศติดขัด

“ราเมศ” เตือนต้องเคารพ กม.

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงของคดีนายธนาธรทั้งหมดอยู่ในสำนวนในศาลรัฐธรรมนูญหมดแล้ว มีการให้นายธนาธรนำสืบพยานเต็มที่ ผลคดีออกมาเช่นไร เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายอย่าออกมา กดดัน นักการเมืองและพรรคการเมืองควรเป็นแบบอย่างในการเคารพกฎหมาย เคารพกระบวนการยุติธรรม อยู่เป็นก็ต้องเคารพกฎหมาย เคารพกติกา เคารพประเพณีวัฒนธรรมไทย อย่าออกมาโหมโรงเพื่อนำไปสู่การไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีบางพรรคนักการเมืองบางคนใช้วิธีการเดียวกันคือ เมื่อกระทำความผิดแล้วแพ้คดีก็พาลกล่าวหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญเล่นงานตน สองมาตรฐาน สุดท้ายพรรคการเมืองและนักการเมืองนั้นก็ล้มหายตายจากไป ขอเตือนผู้ที่พยายามเดินตามรอยนั้น ทุกคนต้องน้อมรับคำวินิจฉัย ไม่เช่นนั้นความวุ่นวายจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่จบสิ้น

พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมจ่อเข้า ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีสำนักงาน กกต. ประสานมายังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งการสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้พิจารณาทูลเกล้าฯให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา (ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง) ว่า เรื่องดังกล่าวสำนักเลขาธิการ ครม.บรรจุ ไว้ในวาระการประชุมวันที่ 19 พ.ย.นี้ ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว กกต.จะกำหนดวันรับสมัครและวันเลือกตั้ง

พท.ฟุ้งสุดมั่นใจคนขอนแก่น

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ ด้วยผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้ไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจย่ำแย่ และนโยบายพรรคพลังประชารัฐ หลายเรื่องยังทำไม่ได้ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ แม้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่มีผลต่อการกระตุกเตือนรัฐบาล ว่าไม่ได้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ทราบมาว่าจะมีการใช้กลไกอำนาจรัฐกดดัน แทรกแซงการเลือกตั้งผ่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อาจทำให้คะแนนสวิงกลับมา และขอนแก่นถือเป็นเมืองหลวงฝ่ายประชาธิปไตย เชื่อว่าคนขอนแก่นจะออกมาให้คะแนน และยืนอยู่ข้างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย

อัด “บิ๊กตู่” ยิ่งอยู่นานคนยิ่งจน

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำเงินกองทุนประกันสังคมออกมาให้กู้ยืมนั้น หากเกิดความเสียหายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร แม้รัฐบาลจะถังแตก แต่ก็ยังชอบแจกเงินประชานิยม มีกระแสข่าวว่าในการประชุม ครม.วันที่ 19 พ.ย. จะพิจารณานโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลระบุให้ชัดเจนว่าจะเอาเงินตรงไหนไปจ่ายส่วนต่าง หากต้องใช้เงินภาษีไปอุดหนุน รัฐบาลควรถามประชาชนด้วยว่าเต็มใจหรือไม่ หากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ และไม่รู้วิธีใช้เงินงบประมาณแผ่นดินให้คุ้มค่าและเป็นธรรม นายกฯก็ควรลาออกไปซะ จะอยู่ไปทำไม ในเมื่อยิ่งอยู่คนไทยยิ่งจน ไม่เกี่ยวกับว่าใครจะอยู่เป็น หรืออยู่ไม่เป็น แต่สำคัญอยู่ที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งถ่วงความเจริญประเทศ

ป.ป.ช.ระบุปีหน้าฟัน 15 คดีดัง

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลงานครบรอบ 20 ปี สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ขอให้คำมั่นสัญญากับประชาชน จะมีอย่างน้อย 15 คดีสำคัญที่จะไต่สวนให้แล้วเสร็จภายในปี 2563 ได้แก่ 1.คดีทุจริตการบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2556 2.คดีปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2557 3.คดีทุจริตการดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำปลูกหญ้าแฝกตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ (ฝายแม้ว) 4.คดีอนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือ 5.คดีทุจริตสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาค 2 6.คดีทุจริตสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ 7.คดีทุจริตเงินทอนวัด 8.คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 และอัลฟา 6 9.คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

สินบนโรลส์–รอยซ์–ปาล์มต่อคิว

นายวรวิทย์กล่าวว่า 10.คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง (รถหรู) 11.คดีทุจริตโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย 12.คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ 13.คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขารวก-เขาเมือง และในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ 14.คดีทุจริตออกโฉนด ที่ดิน ต.เขากะรน อ.เมืองภูเก็ต ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาเกิด 15.คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขาเตียนและเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทั้ง 15 คดีนี้ บางคดี ดำเนินการไปแล้วกว่า 60% บางคดีคืบหน้าถึง 80-90%

เค้นพิรุธพระเครื่อง–เหล็กไหล

นายวรวิทย์กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองเหล็กไหลมูลค่า 1,000 ล้านบาท ของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังไทยรักไทย ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องการได้มา ต้องไปสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม ส่วนการตรวจสอบพระเครื่องของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เจ้าหน้าที่กำลังสรุปประเด็นรายงานมาก่อนเสนอที่ประชุม ป.ป.ช. ส่วนจะต้องเรียกเซียนพระมาให้ข้อมูลเพื่อความน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ เรื่องการตรวจสอบราคาพระเครื่อง เหล็กไหลนั้นทำได้ยาก ไม่มีราคากลางเหมือนอัญมณี แต่ในกฎหมายระบุว่าหากมีเจตนาจงใจหรือยื่นเท็จ โดยเจตนาปกปิดไม่ให้รู้ที่มารายการทรัพย์สิน จะเข้าเงื่อนไขถูกดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย แต่ต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่ามีเจตนาปกปิดที่มาของทรัพย์สินหรือไม่ และการแจ้งมูลค่าสูงกว่าความจริงมีเจตนาอย่างไร

“บิ๊กตู่” ย้ำมั่นคงนำ ศก.ยั่งยืน

เวลา 13.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน รัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา และเลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว. กลาโหม ในโอกาสเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 6 โดยนายกฯย้ำว่า ความมั่นคงเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายต้องส่งเสริมความมั่นคงเกิดความยั่งยืน จัดการกับภัยคุกคามที่สำคัญของภูมิภาค บนความไว้เนื้อเชื่อใจเคารพซึ่งกันและกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น ก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล และภัยคุกคามทางไซเบอร์

“ป้อม” ยันไม่เลื่อนซื้อเรือดำน้ำ

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าที่ลานทะเลสาบ อิมแพคเมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมนายทหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ความมั่นของประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ร่วมชมพิธีเปิดงานดีเฟนส์และซิคิวริตี้ 2019 ที่จัดแสดงยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีด้านการทหาร สาธิตปฏิบัติการทางทหาร การต่อต้านการก่อการร้าย และการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแสดงศักยภาพของกองทัพไทยและความร่วมมือในการฝึกร่วมผสมและการรักษาสันติภาพกับกองทัพมิตรประเทศ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกระแสข่าวจะเลื่อนโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำลอตสองออกไปว่า ไม่มีการเลื่อน ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจถือหุ้นสื่อกกต.พรรคอนาคตใหม่ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้