อีกก้าวที่วูบวาบได้
การตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลถือเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายค้านมีหน้าที่สำคัญในการดำเนินการ
นั่นคือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
จะเป็นไปลักษณะไหนก็อยู่ที่ฝ่ายค้านจะเลือกเอา นายกฯเพียงคนเดียว นายกฯกับรัฐมนตรีบางคน หรือทั้งคณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุผลจากข้อมูลที่ได้มา
นายกฯนั้นดูจะเป็น “เป้าใหญ่” สุด เพราะต้องรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว ซึ่งในรัฐบาลนี้ก็คือนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายและไม่ไว้วางใจ ทางเดียวก็คือต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเดียว และมีผลสะเทือนต่อรัฐบาลพอสมควร เว้นแต่นายกฯถ้าถูกไม่ไว้วางใจจะมีผลต่อรัฐบาลโดยตรง
คือไม่ “ลาออก” ก็ต้อง “ยุบสภา” สถานเดียว ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น
ดังนั้น คะแนนไว้วางใจจึงมีความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อรัฐบาล ยิ่งมีเสียงปริ่มน้ำอย่างนี้ ยิ่งมีความสุ่มเสี่ยงไม่น้อย
แม้แกนนำสำคัญของพรรคพลังประชารัฐจะเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าไม่มีปัญหา สบายๆ เพราะมั่นใจว่าเสียงสนับสนุนเอาชนะได้
อีกทั้งคาดหวังว่าจะมี “งูเห่า” ภาคพิสดารช่วยยกมือให้ ที่ว่าภาคพิสดารก็คือไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่พรรครัฐบาล แต่ก็พร้อมจะยกมือหรือหาวิธีการที่จะทำให้เสียงฝ่ายค้านลดลงได้
ไม่ใช่พัฒนาการเมือง แต่เป็นเล่ห์เพทุบายรูปแบบใหม่
ก่อนหน้านี้ มีข่าววงในลงมาทำนองว่าหาใช่ว่าจะมีงูเห่าจากฝ่ายค้านเท่านั้น แต่อย่ามองข้ามงูเห่าจากฝ่ายรัฐบาลเองก็ได้ เหตุผลก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะมีปัญหาขัดแย้งกันเอง
...
อย่าทำเป็นเล่นไปจะบอกให้
ฝ่ายค้าน 7 พรรคนั้น แม้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส จะไม่เห็นด้วยกับการเปิดซักฟอกรัฐบาลในขณะนี้ เหตุก็เพราะเนื่องจากรัฐบาลทำงานมาได้แค่ไม่กี่เดือน จึงยังไม่เหมาะสม ทำให้การตรวจสอบไม่เข้าเป้าเนื่องจากยังไม่มีผลงานชัดเจน
ที่สำคัญก็คือยังไม่มีข้อมูลเรื่องทุจริต
ทว่า มาถึงจุดนี้แล้วคงเดินหน้าต่อไป อยู่ที่ว่าจะยื่นญัตติซักฟอกเมื่อใด และใครเป็นใครกันบ้างจะต้องหวังผลได้ไม่มากก็น้อย
อย่างน้อยก็น่าจะทำให้รัฐบาลช้ำเพื่อนำไปต่อยอดต่อไป
แต่อาการที่เกิดขึ้นในทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งมีข่าวว่าเกิดความขัดแย้งกันภายใน ซึ่งพุ่งไประหว่างพลังประชารัฐกับภูมิใจไทย ไม่ใช่ทั้งพรรค แต่เป็นบางคนบางกลุ่มเท่านั้น
ฝ่ายค้านก็รู้ รัฐบาลเองก็รู้
เหล่านี้คงเป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่ฝ่ายค้านจะต้องนำไปแคะออกมาเพื่อพุ่งไปยังรอยรั่วที่เกิดขึ้น เพื่อตีซ้ำเข้าไปที่จุดนี้ เพื่อให้ร้าวลึกมากเข้าไปอีก
เพราะการเมืองไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน นายกฯคนไหนก็ตาม เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านจะล้มรัฐบาลได้ยากเป็นแค่ให้บอบชํ้าเท่านั้น
ถ้าจะมีอันเป็นไปได้ก็คือ “แตกหัก” กันเอง
ฝ่ายรัฐบาลเองพยายามจะบอกว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะมองออกเช่นกันว่าฝ่ายค้านเองก็มีปัญหาความขัดแย้งภายในทั้งเพื่อไทยและอนาคตใหม่
ความไม่เป็น “เอกภาพ” เหล่านี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนของฝ่ายค้านเช่นกัน
ว่าไปแล้วภาพโดยรวมของรัฐบาลเองนั้นก็หาใช่ว่ามีความมั่นคงและถูกอกถูกใจชาวบ้านเท่าใดนัก เนื่องจาก “เรือเหล็ก” ลำนี้เพิ่งวิ่งออกจากฝั่งยังไม่พ้นอ่าวไทยเลย
ก็เจอคลื่นลม เจอหินโสโครกกระหนํ่าเป็นระยะ ยังตั้งลำไม่ได้ด้วยซํ้าไป.
“สายล่อฟ้า”